Saturday, February 27, 2016

[os] Magne.




Magne.











Pairing: Seunghoon x Taehyun
Rate: G
Note: ชาบูความมโน





          ตารางงานที่แสนว่างเปล่าหลังคัมแบ็คทำให้พวกเรายังคงมีเวลาว่างมากมายกันเหมือนเดิม นอกจากการไปแจกไซน์พวกเราทั้ง 5 ก็หมกตัวอยู่เพียงแค่ในหอพัก มีแวะเวียนไปห้องอัดบ้างสำหรับเตรียมงานของมินิอัลบั้มหน้าที่ไม่มีกำหนดปล่อย เอาจริงๆมันก็ดีที่เราได้มีเวลาพักผ่อน


          แต่ถ้าว่ากันตามความจริงแล้วพวกผมก็อยากจะทำงานยุ่งจนไม่มีเวลานอนบ้างเหมือนกัน


          พักหลังมานี้มีแต่แทฮยอนที่ต้องไปถ่ายรายการโรงเรียนการแสดงเท่านั้นที่ยังคงยุ่งๆอยู่ น้องมักจะกลับมาในสภาพอิดโรยเสมอ แม้ว่าจะเห็นชอบอัพภาพรัวๆลงในอินสตาแกรมแต่นั่นก็เป็นเพราะเจ้าคุณคนเล็กของวงกลัวแฟนๆจะเหงา


          แทฮยอนมักจะบ่นที่ผมชอบปล่อยให้อินสตาแกรมของเมะตะมงกลายเป็นแอคเคาท์ร้าง


“ทีเขาไม่ให้เล่นก็แอบเล่นนะฮยอง ทีตอนนี้เขาให้เล่นทำไมไม่เล่น”


          เป็นสิ่งที่เจ้าแมวมักจะบ่นบ่อยๆพร้อมกับทำใบหน้าขู่ฟ่อใส่ ซึ่งเจ้าตัวจะรู้มั้ยว่ามันไม่ได้น่ากลัวเลยซักนิด


          แทฮยอนน่ะน่ารัก แม้เจ้าตัวจะไม่ชอบให้ใครชมแบบนั้นก็เถอะ


          เด็กนั่นแคร์แฟนคลับมาก เขาทำตัวเสมอต้นเสมอปลายที่บอกว่าเป็นแฟนคลับของแฟนคลับอีกที แทฮยอนเป็นแบบนั้นแหละ เวลาว่างๆเจ้าตัวมักจะนั่งไถดูความคิดเห็นของแฟนๆใต้ภาพแม้จะไม่ได้ตอบแต่ก็รับรู้ แน่ล่ะถ้าจะให้ตอบทั้งหมดก็คงต้องใช้เวลาทั้งวัน


          ล่าสุดเราเพิ่งได้รางวัลที่ 1 จากรายการ M countdown แทฮยอนไม่ได้อยู่จนถึงตอนประกาศผลของรายการ เด็กนั่นต้องเดินทางไปอัดรายการโรงเรียนการแสดงหลังจากพวกเราแสดงเสร็จบนเวที


“อย่าหักโหมนะตัวแสบ”


          นั่นคือคำพูดของผมก่อนที่เจ้าตัวจะออกจากห้องแต่งตัว ผมใช่มือของตัวเองที่เด็กนั่นมักจะพูดชมว่ามันเรียวสวยอยู่บ่อยๆขยี้ไปบนผมสากๆของน้อง เด็กน้อยทำหน้ายู่ใส่หน่อยๆเพราะนั่นทำให้ผมของแทฮยอนเสียทรง


“ฝากดูพัลลี่กับโพลลี่ด้วยนะฮยอง”


          เด็กคิ้วตกยิ้มกว้างมาให้ก่อนจะยกมือขึ้นบีบปลายจมูกของผมเบาๆอย่างมันเขี้ยว.... แทฮยอนดูจะไม่มีมุมแบบนี้เท่าไหร่ แต่นั่นเพราะคุณไม่ได้เป็นผมต่างหากล่ะคุณถึงไม่ค่อยเห็นมัน


“ห่วงแต่แมวใช่ปะ”


          ผมแกล้งพูดตัดพ้อพลางหันหน้าไปทางอื่นใส่เด็กตรงหน้า รอดูว่าแทฮยอนจะทำยังไงต่อ มือขาวเลื่อนขึ้นมากุมสองแก้มของผมเอาไว้แล้วรั้งให้หันกลับมามองตัวเอง หางคิ้วนั่นลู่ต่ำลงพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ดวงตาที่ใหญ่กว่าของผมนิดหน่อยนั่นปิดลงและวาดเป็นเส้นโค้ง


“ฮยองด้วยนั่นแหละ พักผ่อนบ้างล่ะ”


          พูดจบก็ยื่นปากบางมาจรดลงที่ริมฝีปากเล็กของผมเบาๆ ก่อนเจ้าตัวจะก้าวออกจากห้องไปทิ้งให้ผมยืนหน้าแดงอยู่หน้ากระจกเพียงลำพัง


“ยิ้มค้างอะไรอ่ะฮยอง”


          มินโฮที่เดินสวนเข้ามาเอ่ยทักพร้อมกับหัวเราะคิกคัก เดาว่าเด็กนี่คงไม่ต้องการคำตอบจากผมมากนักหรอก


          หลังจบรายการเราทั้งสี่คนก็กลับมายังหอพักพร้อมกับตกลงกันว่าจะรอฉลองรางวัลแรกที่ได้หลังการคัมแบ็คพร้อมกับมักเน่ของวง










          วันนี้แจ้งเตือนโปรแกรมไอจีดังขึ้นรัวๆทำให้ผมรู้ว่ามักเน่ตัวร้ายกำลังเดินทางกลับมายังหอพัก ผมหยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องครัวเพื่อทำอาหารบางอย่างเอาไว้รอน้อง คิดว่าคงจะเหนื่อยและยังไม่ได้ทานอะไร หลังจากเปิดประตูตู้เย็นออกมาก็ได้แต่ส่ายหน้าระอา ในนั่นเหลือเพียงเบียร์ไม่กี่กระป๋อง น้ำเปล่าไม่กี่ขวด แล้วก็ผักกับเนื้อสัตว์ที่ซื้อค้างไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว


          ผมโทรหาพี่เมเนเจอร์เพื่อที่จะบอกเขาให้พาไปซื้อของสดจากซุปเปอร์ใกล้ๆ ไม่นานผมก็ได้มาเดินซื้อของเงียบๆรีบซื้อของตามรายการที่ลิสต์รายการเอาไว้ ไม่อยากให้เป็นจุดสนใจถ้าหากว่ามีใครสังเกตเห็นว่าอีซึงฮุนกำลังมาเดินเลือกซื้อของคนเดียวขึ้นมา


          ทุกอย่างดูผิดแผนไปหมดเมื่อกลับมาถึงห้องผมก็พบเจ้าแมวโรแมนติกนั่งเอาหน้าฟุบลงไปกับโต๊ะ คิดว่าเจ้าตัวคงจะล้าพอดูผมเลยเอาของเข้าไปเก็บไว้ในครัวก่อนจะเดินออกมาดูคนที่นั่งอยู่ว่าจะทำอะไร หัวกลมๆนั่นขยับไปมาพร้อมกับมืออีกข้างที่ขยับจับมือถือของตัวเองให้ตั้งพิงกับอะไรบางอย่าง แทฮยอนกดตั้งเวลาบันทึกภาพก่อนมันจะลั่นชัตเตอร์ ผมทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วจ้องมองใบหน้าหลับพริ้มนั่นที่ลืมตาขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงชัตเตอร์


          เผลอหลุดขำออกมาเมื่อเห็นใบหน้ายุ่งๆของอีกคนตอนเปิดดูรูป


“ถ่ายให้หน่อยดิฮยอง”


          ว่าจบก็ยัดมือถือให้ผมโดยไม่ถามความสมัครใจ ผมวางสมาร์ทโฟนลงกับโต๊ะกดเปิดกล้องหลังก่อนจะถ่ายรูปให้เจ้าตัว ถ่ายเสร็จก็สะกิดอีกคนขึ้นมาแล้วยื่นเครื่องมือสื่อสารคืนเจ้าของ เด็กน้อยตรงหน้ายิ้มกว้างออกมาแล้วคงจะกดอัพรูปลงในอินสตาแกรมอ้อนแฟนคลับอีกเหมือนเคยเพราะผมได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากมือถือในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง


“อีก 2 ชั่วโมงปลุกผมด้วยนะฮยอง ของีบแปบนึง”


          แทฮยอนเอ่ยบอกก่อนจะฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะเช่นเดิม ผมขมวดคิ้วนิดหน่อยกับการที่คุณคนเล็กของวงเลือกที่จะนอนตรงนี้มากกว่าเตียงนุ่มๆในห้อง


“เข้าไปนอนในห้องไม่สบายกว่ารึไง”


           เอ่ยถามในขณะที่โน้มใบหน้าลงไปนอนมองอีกคน


“รอฮยองอุ้มไปนอน”
“พูดเหมือนตัวเองตัวเบาเลยเจ้าแมว”


          รูปประโยคดูเหมือนกวนอีกฝ่ายแต่ผมกลับเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยกมือของตัวเองขึ้นลูบผมแข็งกระด้างเหมือนปลายไม้กวาดของแทฮยอนด้วยความรู้สึกเอ็นดู นึกเสียดายที่น้องไปกัดผมตั้งหลายรอบเพื่อที่จะทำสีนี้ ผมสีน้ำตาลของแทฮยอนน่ะนุ่มจะตายไป


“งื้อออออออ”


          เจ้าของเรือนผมสีสว่างครางท้วงออกมาน้อยๆเพราะมือของผมที่ลูบไปมาไม่หยุด เจ้าตัวจะรู้มั้ยว่าเผลอทำหน้าตาน่ารักออกมาอีกแล้ว ผมยิ้มกว้างออกมาก่อนจะกดจูบลงไปเบาหน้าผากเนียนของน้อง


“เดี๋ยวมาปลุกนะ”


          แทฮยอนพยักหน้าน้อยๆรับคำ ผมจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ไปปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อุ่นขึ้นแล้วเดินกลับเข้าไปทำอาหารให้กับแทฮยอนอีกครั้ง


“ซึงฮุนอ่า ฮยองไปว่ายน้ำนะ”


          จินอูฮยองเดินเข้ามาบอกกับผมที่อยู่ในครัวด้วยน้ำเสียงค่อยเพราะกลัวแทฮยอนจะตื่น แต่แล้วก็มีเสียงตะโกนของคังซึงยูนดังเข้ามาอีกคน


“ผมกับมินโฮไปดูหนังนะฮยอง กลับค่ำๆ”
“ย๊าส์”


          และตามมาติดๆด้วยเสียงตะโกนอย่างรำคาญของแทฮยอน นั่นทำให้จินอูฮยองกับผมหลุดขำออกมาเบาๆ


          เสียงประตูงับปิดลงพร้อมๆกับผมที่ทำอาหารให้เจ้าเด็กหน้าแมวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมเดินไปซ้อนหลังของเจ้าตัว เอาแขนคร่อมลงไปบนโต๊ะแล้วก้มหน้าลงไปชิดหูของคนที่หลับอยู่


“ตื่นมากินข้าวก่อนครับ ตัวแสบ”


          กระซิบข้างใบหูแผ่วเบาแล้วกดจูบลงไปที่แก้มนุ่มฟูของอีกคน แทฮยอนขยับตัวนิดหน่อยแต่ยังคงไม่ลืมตาขึ้นมาผมจึงกดจูบลงไปอีกครั้งแต่กดริมฝีปากค้างเอาไว้นานกว่าเดิม เปลือกตาสีน้ำนมเปิดขึ้นมาข้างหนึ่งพร้อมกับหน้าที่ขึ้นสีไปจนถึงใบหู แต่แล้วแทฮยอนก็หลับตาลงไปอีกครั้งพร้อมกับเปิดปากบ่นพึมพำออกมาเบาๆ


“จุ๊บปากแล้วจะตื่น”


          ว่าจบเด็กน้อยก็ยื่นปากออกมาทันที ผมได้แต่ยิ้มกับท่าทางน่ารักของเจ้าตัวที่มักจะไม่ค่อยทำให้เห็นบ่อยๆนักหรอกก่อนจะจุ๊บลงไปที่ริมฝีปากของคนที่นั่งอยู่แล้วกลับมายืนตัวตรงตามเดิม เจ้าเด็กแทฮยอนยอมลุกขึ้นมานั่งตัวตรงแต่โดยดีก่อนจะบิดขี้เกียจนิดหน่อยลุกขึ้นยืนและเดินหายเข้าไปในห้องครัว


“กินเสร็จแล้ววางจานไว้ในอ่างนะ เดี๋ยวฮยองล้างเอง”


          ผมตะโกนบอกอีกคนก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาเปิดดูรายการโทรทัศน์ไปเรื่อยเปื่อยรออีกคน ไม่นานแทฮยอนก็เดินตามผมเข้ามาทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วเอาหัวนอนหนุนตักของผม มักเน่ตัวแสบกระตุกชายเสื้อของผมยิกๆจนผมต้องก้มลงไปมอง


“ไม่มีใครอยู่เลยอ่ะฮยอง เรา.... ทำอะไรกันดี”


          ว่าจบเจ้าเด็กตัวร้ายก็รั้งคอของผมลงไปประกบจูบ.... มันไม่ใช่จูบแบบปากแตะปากแบบที่ผมทำไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วหรอก และคงไม่ต้องอธิบายมั้งว่าต่อจากนี้เราจะทำอะไรกัน....




.
.


.



แบบนี้จะได้ล้างจานตอนไหนนะ?






Magne/END
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ความขี้มโนของเราเอง 555555555
สวัสดีชาวเรือ ขอบคุณที่แวะมาอ่านความลั่นแบบกลวงๆของจริญ
มาพับเรือกระดาษลอยในอ่างรอพี่กัปตันกันค่ะ



Thursday, February 18, 2016

[os] Lose.




Lose.



                                                                                         Cr. Rebloggy.com






Pairing: Seunghoon x Taehyun
Rate: G
Note: Deal








“เรา.... เลิกกันเถอะ”


          เสียงหนึ่งเอ่ยบอกก่อนที่เจ้าของประโยคจะเดินจากไป


          ไปแล้ว.... เขาไปแล้ว


          พังไปหมดแล้วความรักที่เคยทุ่มเท


          เสียไปหมดแล้วความรู้สึกดีๆที่เคยมี


          แตกสลายจนสิ้นแล้วกับหัวใจดวงน้อยๆที่กำลังพยายามจะเต้นอยู่ให้เป็นปกติ


          มือหนายกขึ้นกุมอกซ้ายที่กำลังโดนความเสียใจกัดกิน แผลถลอกเล็กน้อยที่สะสมมาเป็นเวลานานบัดนี้มันกลับถูกคนๆเดิมกรีดวาจาบาดลึกลงไปซ้ำๆ ย้ำจนกลายเป็นแผลลึกกว้างลามไปหมดทั้งหน้าอก ราวกับก้อนเนื้อขนาดเท่ากำปั้นดวงนี้ถูกควักออกมากระทืบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไม่สามารถทนต่อความเสียหายที่ได้รับอีกต่อไป


          อยากร้องไห้....


          ทว่าน้ำตามันกลับไม่ไหลออกมาซักหยด ดวงตาสีเข้มที่เคยเจือปนไปด้วยแววความทะเล้นซุกซนบัดนี้กลับหมองหม่นเหมือนแสงสว่างเดียวในชีวิตดับมอดไปแล้วสิ้น


          นัมแทฮยอนก็แค่ผู้ชายอกหักคนหนึ่ง


          ร่างโปร่งนั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็กๆไม่ไกลไปจากห้องเช่าที่เขาใช้ซุกหัวนอน หลังจากคนรัก.... ไม่ซิ อดีตคนรักของเขาบอกจบความสัมพันธ์ คนที่ไม่พยายามเหนี่ยวรั้งใดๆแบบเขาทำได้เพียงเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง คำบอกเลิกยังคงดังกังวานอยู่ในโสตประสาทวนลูปซ้ำไปมาเหมือนต้องการตอกย้ำว่าตอนนี้เขากลับมาตัวคนเดียวอีกครั้ง


          วูบโหวงไปทั่วช่องอกทั้งๆที่เมื่อวาน.... ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายดวงนี้ที่เคยเหี่ยวเฉาได้กลับมาพองโตอีกครั้งเพียงเพราะรุ่นพี่หนุ่มคนนั้นนัดเขาออกมา


          3 ปีกับระยะเวลาในการคบหากันมา สุดท้ายมันกลับจบลงง่ายๆด้วยเหตุผลที่ว่าเขามันแค่ศิลปินกระจอก


          รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเหมือนวงกลม วงกลมแหว่งๆที่ไม่เต็มวง สิ่งที่คิดว่าจะมาช่วยเติมเต็มได้หายไปแล้ว


          ถอนหายในออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเก็บอุปกรณ์วาดภาพที่หยิบออกมาทำฆ่าเวลาในขณะที่รออดีตคนรักลงยังกระเป๋าหนังใบใหญ่ กาแฟดำที่ยังคงเหลืออยู่ก้นแก้วถูกยังขึ้นดื่มจนหมดก่อนที่เขาจะลุกขึ้นจากโต๊ะ หางตาเหลือบไปเห็นบอร์ดไม้ก๊อกขนาดใหญ่บนฝาผนังอิฐเปลือยของร้าน บนนั้นเต็มไปด้วยกระดาษกาวหลากสีรวมทั้งรูปโพลารอยด์ของบรรดาลูกค้าถูกแปะไว้เกือบเต็มพื้นที่ มีแม้กระทั่งรูปคู่ของเขากับคนที่เพิ่งกลายเป็นแฟนเก่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน


          รอยยิ้มฝืนๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาว ขายาวก้าวเข้าไปใกล้ๆบอร์ดแล้วหยิบเอาดินสอไม้ที่ถูกเสียบไว้บนชั้นหนังสือขึ้นมาวาดรูปลงไปบนกระดาษกาวสีครีม รูปตัวการ์ตูนเด็กผู้ชายหน้ากลมๆไว้ผมยาวกำลังร้องไห้ถูกแปะลงไปบนบอร์ดนั่นก่อนที่เขาจะก้าวออกจากร้านไป






          เกือบอาทิตย์แล้วที่เขาหมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปหาแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานเหมือนเช่นเคย ตัดขาดการติดต่อทุกช่องทางจากเหล่าลูกค้าที่ต้องการติดต่อซื้อภาพวาดของเขารวมทั้งเพื่อนร่วมรุ่นไม่กี่คนซึ่งมักจะโทรมาชวนออกไปดื่มอยู่บ่อยๆ


          สี่วันแรกกับการถูกบอกเลิกอย่างเป็นทางการนั่นทำเอาร่างโปร่งถึงกับไปไม่เป็น ภาพวาดที่ทำค้างไว้ถูกวางไว้บนขาตั้งไม้ อุปกรณ์วาดภาพทุกอย่างวางไว้ที่เดิมโดยที่แทฮยอนไม่สนใจจะไปแตะต้องมันเหมือนอย่างเคย ทำตัวเหมือนวัยรุ่นอกหักนั่งกระดกเหล้าเบียร์เข้าปากพร้อมกับฟังเพลงเศร้าเคล้าน้ำตา


          คืนที่ห้าเขาตื่นขึ้นมาพบสภาพทุเรศของตัวเองบนกระจกเงาในห้องน้ำ ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วรวบผมยาวประบ่านั่นขึ้นไปไว้ด้านหลัง แม้จะยังไม่อยากทำอะไรเลยแต่ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป ตัดสินใจเก็บขวดเหล้าเบียร์และขยะมากมายใส่ถุงดำ ผ้าใช้แล้วกองโตถูกนำไปใส่เครื่องปั่นหยอดเหรียญด้านล่างและกลับขึ้นมาทำความสะอาดห้องครั้งใหญ่


          ถุงดำและกล่องลังจำนวนมากถูกขนออกมาทิ้งในเช้าของวันถัดมา ในนั้นมีทั้งขยะและอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับแฟนเก่า เขาทิ้งมันไปจนหมดแต่เพราะห้องยังคงเป็นห้องเดิม ความทรงจำเดิมๆจึงมักจะวกกลับมาทำร้ายเขาเสมอ





          สีทาบ้านโทนน้ำตาลกับสีขาวสองกระป๋องใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะไม้ในร้านกาแฟร้านเดิม กาแฟดำถูกนำมาเสิร์ฟในเวลาต่อมา แทฮยอนชอบการบริการของร้านนี้เพราะนอกจากอาหารและของหวานทุกอย่างจะรสชาติอร่อยถูกปากแล้วสิ่งที่สั่งมักจะถูกนำมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็วเสมอ อาจจะเพราะเป็นเพียงร้านเล็กๆที่มีลูกค้าแวะเข้ามาใช้บริการไม่มากนักก็ได้ ด้านในร้านไม่ได้ตกแต่งอะไรมากมายโต๊ะเก้าอี้ถูกวางไว้ตามมุมต่างๆเหมือนบ้านหลังเล็กที่แสนอบอุ่นเสียมากกว่า ดนตรี Jazz มักจะถูกเปิดคลอเบาๆตลอดทั้งวันซึ่งมันสามารถทำให้อารมณ์บูดบึ้งของเขากลับมาสดใสได้บ่อยครั้ง


          จิบกาแฟอยู่เงียบๆพลางเคาะแก้วกระเบื้องไปตามจังหวะเพลง สำรวจมองไปรอบๆร้านก่อนจะชะงักงันกับโพลารอยด์ใบเก่า ตัดสินใจเดินไปหยิบรูปใบนั้นแล้วกลับด้านหลังมาวาดรูปเล่นก่อนจะแปะกลับเข้าไปใหม่โดยหงายด้านที่เป็นรูปวาดนั่นออกมา เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าตอนนี้พื้นที่ใกล้ๆรูปที่เขาวาดไว้เมื่อครั้งก่อนได้ถูกจับจองพื้นที่ไว้ด้วยกระดาษแผ่นใหม่เรียบร้อยแล้ว


          ใกล้ๆกับรูปเด็กชายกำลังร้องไห้นั่นมีรูปเด็กชายอีกคนกำลังส่งขนมมาให้พร้อมกับรอยยิ้มกว้าง กระดาษกาวสีเดียวกันแนบติดอย่างเป็นระเบียบจนรู้สึกเหมือนกับว่าคนวาดจงใจมาต่อเรื่องราวให้กับภาพวาดนั้นของเขา


          แทฮยอนอมยิ้มออกมาน้อยๆก่อนจะหยิบกระดาษสีเดิมออกมาวาดภาพใหม่ลงไป


          จงใจแปะไว้ใต้รูปเก่าของตัวเองก่อนจะเดินไปหยิบสีทาบ้านของตนแล้วออกจากร้านไป





          ห้องเล็กๆสีขาวบัดนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน ครีม และขาว ด้วยอัตราส่วน 7-2-1 แทฮยอนยืนมองผลงานอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะหยิบเอากระดาษหนังสือพิมพ์และผ้าที่เลอะคราบสีไปทิ้ง หน้าต่างและระเบียงห้องเปิดออกกว้างเพื่อระบายกลิ่น สองคืนแล้วที่เขาไม่ได้นอนเพราะกลิ่นสีนั่นแหละ ร่างโปร่งทำเพียงนั่งปัดปลายพู่กันลงบนผืนผ้าใบอยู่ที่ระเบียงห้องเงียบๆ ลมหนาวพัดผ่านมากระทบผิวกายให้พอรู้สึกตื่นตัวในบางครั้ง


          มวนก่อมะเร็งสีขาวที่ไม่ได้แตะต้องมานานเป็นปีถูกยกขึ้นจรดริมฝีปาก สูดสะสารเหล่านั้นเข้าเต็มปอดก่อนจะพ่นกลุ่มควันสีจางๆออกมา แทฮยอนเลิกสูบบุหรี่มาได้ราวๆสองปี เพียงเพราะอดีตคนรักไม่ชอบให้มีกลิ่นบุหรี่ติดอยู่บนเสื้อของเจ้าตัว


          มือหนาเสยผมยาวของตัวเองไปไว้ด้านหลังแล้วขยี้มวนบุหรี่ลงบนกระถางต้นไม้ที่มีเพียงก้านแห้งๆสีน้ำตาลเข้มกรอบตั้งอยู่ตรงกลาง จมลงไปสู่ห้วงของอารมณ์ศิลป์แล้วบรรจงรังสรรค์ผลงานของตัวเองอีกครั้ง





          วันนี้แทฮยอนออกจากห้องแต่เช้าเพื่อนำภาพวาดของเขาไปส่งให้กับลูกค้า เขาเข้ามายังร้านกาแฟร้านเดิม สั่งเมนูเดิมๆต่างกันตรงที่วันนี้กาแฟดำถูกส่งให้เขาด้วยแก้วกระดาษ เขาเพียงแวะมาหาอะไรดื่มกันหลับแล้วจะไปนั่งทำงานต่อในที่ไหนซักแห่ง มือหนาถือถ้วยกระดาษอย่างระมัดระวัง ยกขึ้นเป่าลมอุ่นลงไปก่อนจะค่อยๆจิบทีละนิด เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าบอร์ดไม้ก๊อกอันเดิมพลางมองภาพวาดต่อจากภาพเขา


          ครั้งที่แล้วแทฮยอนวาดภาพฝ่ามือที่บนนิ้วนางข้างซ้ายมีบาดแผล และรูปด้านขวาที่ติดเอาไว้ข้างๆนั่นคือรูปพลาสเตอร์ยาลายแมว รอยยิ้มที่หายไปนานปรากฏขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าใส


          วางแก้วกาแฟและกล่องบรรจุงานลงบนชั้นวางของแล้วหยิบกระดาษกาวสีเดิมพร้อมกับดินสอไม้แถวๆนั้นขึ้นมาอีกครั้ง


          วาดอะไรดีนะ?


          ภาพใหม่ถูกวาดลงไปก่อนจะนำไปแปะไว้ใต้รูปฝ่ามือนั่น.... ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกอบอุ่นใจแปลกๆกับลายเส้นง่ายๆของภาพใบข้างๆ หางคิ้วค่อยๆลู่ลงเมื่อริมฝีปากถูกวาดเป็นเส้นโค้งกว้าง ชีวิตหลังจากที่ถูกทิ้งไปก็ไม่ได้แย่ขนาดที่คิดเอาไว อย่างน้อยๆตอนนี้เขาก็มีอะไรทำแก้เหงาแล้วล่ะ





          หลังจากส่งผลงานให้กับลูกค้าเรียบร้อย จากที่ตั้งใจว่าจะออกไปหาแรงบันดาลใจในการทำงานจู่ๆเขาก็เกิดอย่างจะเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับตัวเองขึ้นมา ร่างโปร่งตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านทำผมเอ่ยบอกทรงที่ต้องการก่อนนั่งอ่านสิ่งที่หน้าสนใจในสมาร์ทโฟนของตนระหว่างรอช่างจัดการกับหัวของเขาจนเสร็จ


          ผมด้านข้างและด้านหลังถูกไถจนสั้นเตียน ส่วนผมด้านบนที่เคยยาวบัดนี้ถูกตัดให้เหลือความยาวแค่เพียงครึ่งก่อนจะซอยไล่ระดับหน่อยๆเพื่อให้มันพอจะเป็นทรงอยู่บ้าง แทฮยอนภูมิใจไม่น้อยกับผมทรงใหม่ ด้วยความที่เป็นคนมีโครงหน้ารี ใบหน้าของเขาจึงสามารถเข้าได้กับทุกทรงผม


          เย็นวันนั้นเขากลับไปยังร้านกาแฟอีกครั้งเพื่อซื้อขนมปังตุนเอาไว้ทานในรอบดึกของคืนนี้ และก็พบว่าที่ว่างข้างๆภาพวาดใบใหม่ของเขามันได้ถูกภาพวาดอีกใบจับจองพื้นที่เอาไว้เรียบร้อยแล้ว


          ภาพกระถางต้นไม้ที่มีเพียงก้านไม้แห้งกรอบสีน้ำตาลเข้มถูกเติมเต็มด้วยภาพหยดน้ำสีฟ้าที่มีต้นตอต่อเนื่องมาจากรูปฝักบัวรดน้ำของภาพข้างๆ ริมฝีปากวาดร้อยยิ้มกว้างออกมาอีกครั้งก่อนที่มือทั้งสองจะหยิบอุปกรณ์คุ้นเคยขึ้นมา ปลายดินสอจรดลงที่แผ่นกระดาษก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย


          คราวนี้ไม่ใช่ตัวการ์ตูนอีกต่อไป แทฮยอนวาดภาพหัวใจที่มีพลาสเตอร์แปะเอาไว้ลงไปบนนั้นพร้อมกับเขียนใต้ภาพว่า thank u. :)


          สี่วันแล้วที่เขามานั่งเฝ้าอยู่ที่ร้านทั้งวัน หวังเพียงว่าจะได้แอบเห็นคนที่มีลายเส้นง่ายๆน่ารักๆคนนั้นซักครั้งแต่มันกลับว่างเปล่า พื้นที่ว่างๆบนบอร์ดไม้ก๊อกไม่มีอะไรถูกนำไปติดใหม่เลยซักอย่าง ตัดสินใจเดินไปหยิบภาพบัวรดน้ำแล้วเดินไปหาพนักงานที่ร้านเพื่อถามหาคนวาดภาพนั่น ทว่ากลับไม่ได้ข้อมูลอะไรกลับมาแม้แต่น้อย





          วันถัดมาแทฮยอนออกจากห้องมาตอนเช้าตรู่ วันนี้เขาต้องออกไปส่งงานให้กับลูกค้าหลายราย ข้าวของพะลุงพะลังถูกวางลงบนโต๊ะไม้ที่ประจำของเขา นั่งรอกาแฟดำร้อนอยู่ที่ bean bag ทรงกลมสีเข้ม มือขาวยกขึ้นมานวดขมับเบาๆก่อนจะเอ่ยขอบคุณเมื่อพนักงานสาวนำกาแฟมาเสิร์ฟพร้อมกับจานคุกกี้ชิ้นเล็กๆ


“เอ่อ.... ผมไม่ได้สั่งนะครับ”
“เมื่อคืนหลังคุณกลับไปก็มีลูกค้าท่านนึงสั่งเอาไว้ว่าถ้าคุณมาให้นำมาให้น่ะค่ะ”
“ใครเหรอครับ”




          หญิงสาวทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ


“ผู้ชายตาตี่ๆตัวสูงๆน่ะค่ะ”
“ขอบคุณครับ”


          คำตอบที่ได้ไม่ได้สามารถทำให้แทฮยอนนึกออกได้ว่าชายผู้นั้นเป็นใคร หลังดื่มกาแฟและทานคุกกี้จนหมดเขาก็เดินไปวาดรูปคุกกี้ใส่กระดาษกาวสีเขียวเขียนกำกับลงไปว่า อร่อยมาก ขอบคุณครับ แล้วแปะลงไปบริเวณใต้ภาพเก่าที่มาวาดไว้เมื่อหลายวันก่อน วันนี้ข้างๆภาพหัวใจแปะพลาสเตอร์ไม่ได้ว่างอีกต่อไป กระดาษกาวสีเดียวกันถูกวาดภาพเด็กผู้ชายไว้ผมแสกกลางพร้อมกับลายมือน่ารักๆเขียนเอาไว้ใต้ภาพ



ผมทรงใหม่เหมาะกับคุณดีนะครับ รุ่นพี่ (;




          มือขาวหยิบเอากระดาษแผ่นนั้นลงมาอ่านอีกครั้ง ขยี้ตาดูอีกรอบเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองตาไม่ฟาด ในขณะที่กำลังงงและตั้งคำถามในใจว่าเขาคนนั้นเป็นใครก็ถูกอะไรบางอย่างสะกิดเข้าที่หัวไหล่จนต้องหันกลับไปมอง


“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมอี ซึงฮุน”


          ผู้ชายร่างสูงกว่าเขาเล็กน้อยพร้อมกับใบหน้าที่วาดร้อยยิ้มกว้างเอาไว้บวกกับดวงแต่ที่มีเพียงขีดโค้งกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเขา


          เดี๋ยวนะ.... ผู้ชายตาตี่ตัวสูง


“ดีใจจังที่คุณยิ้มได้แล้ว รุ่นพี่นัม แทฮยอน”






          แทฮยอนคิดว่าบางที.... นี่อาจจะเป็นส่วนแหว่งๆของวงกลมที่เคยหายไปก็ได้






Lose/END.
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เมื่อหลายวันก่อนพูดกับเพื่อนถึงเรื่องการวาดวงกลมด้วยมือขึ้นมา
ซึ่งเราวาดมันเบี้ยวมากกกกกกกกกกกก
เลยทำให้นึกถึงเพลงวงกลมของบัวชมพู ฟอร์ด (ป่าวดักแก่นะ 5555555)