Sunday, August 16, 2015

[OS] Our rainy season.



 Our rainy season.










Pairing : Seunghoon x Taehyun
Rate : NC 20+



          เรื่องน่าตื่นเต้นในปีการศึกษาใหม่สำหรับเด็กปีหนึ่งคงหนีไม่พ้นเรื่องของการรับน้องที่ไม่รู้ว่าไอ้รุ่นพี่ปีสองแม่งจะเตรียมอะไรไว้ให้ประสบพบเจอบ้าง จะโหดจะมันส์หรือจะฮาขนาดไหนก็ยากที่จะคาดเดา


         บุคคลที่น่าเกรงขามคงหนีไม่พ้นพวกพี่ว้าก ไม่รู้แม่งจะแหกปากอะไรนักหนา ยิ่งไอ้พี่ตัวดำนั่นนะตัวดีเลย ตะโกนใส่หน้าอยู่ได้


          แม่ง....


          แต่ก็มีพี่ว้ากอยู่คนหนึ่งที่น่าสนใจ พี่เขาไว้ผมแสกกลางสีน้ำตาล หน้าหวานราวกับผู้หญิงเลย อ่าใช่ครับอ่านถูกแล้วหน้าหวานราวกับผู้หญิง ก็พี่เขาเป็นผู้ชายอ่ะ ผิวนี่ขาวเนียนเชียวละ ไม่รู้ทำไมพอเห็นหน้าพี่เขาทีไรผมก็เผลอยิ้มออกมาทุกทีให้ตายเหอะ


          แม่งโคตรใช่เลยว่ะ.....


“เอ้า!! ก้มสิครับก้ม เพื่อนผมบอกให้ก้มไม่ได้ยินหรอ”


          เสียงทุ่มต่ำตะโกนอยู่หน้าแถวของเด็กปีหนึ่งที่ยืนเรียงกันเป็นแถวตอนหน้ากระดาน 5 แถว แถวละ 9 คน โดยให้ผู้หญิงอยู่ด้านในและผู้ชายยืนล้อมรอบ ซึ่ง....


          ทั้งสาขามีผู้หญิงคนเดียวจ้า


          สวัสดีท่านผู้อ่านที่น่ารัก กระผมมีชื่อว่า อี ซึงฮุน เน้นครับ อีซึงฮุน มันไม่ใช่การเรียกจิกแต่นามสกุลของผมคืออี อีซึงฮุน


          ผมเป็นเฟรชชี่ปี 1 หน้าใสกิ๊งแห่งสาขาวิศวกรรมเครื่องกลในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน... ล้อเล่น ในกรุงเทพนี่แหละ


          วันนี้เป็นวันรับน้องวันที่สองแล้วครับ จริงๆไม่ได้อยากจะเข้าอะไรหรอกผมมันเป็นพวกไม่สนโลกอยู่แล้ว พ่อแม่สั่งให้มาเรียนไม่ได้สั่งให้มากลิ้งกับพื้นเอาหน้าจูบดินอะไรแบบเนี้ย ผมมองไม่ค่อยเห็นประโยชน์จากการมารับน้องซักเท่าไหร่นัก ก็ไอ้การทำงานในชีวิตจริงมันไม่ได้ต้องเจอแบบตอนโดนว้ากนี่ปะวะ?


          แต่ที่เห็นมายืนเสนอหน้าอยู่ตรงนี้ก็เพราะใจมันเรียกร้องครับ คิดถึงใบหน้าหวานๆของพี่ว้ากคนนั้นแล้วก็เขิน อร๊ายยยยย คนอะไรไม่รู้โคตรคาวาอี้เลย


“อ้าวเฮ้ย ยืนยิ้มอยู่ได้ เพื่อนผมบอกให้ก้มหน้าไง คุณหูตึงเหรอครับ”


          เสียงตวาดดังอยู่ด้านหน้าผมที่กำลังยืนยิ้มหน้าบานเป็นบ้าเป็นบออยู่คนเดียวกลางแถวด้านขวาสุด น้ำเสียงแข็งๆทื่อๆที่ผมฟังแล้วมันช่างหวานหูซะเหลือเกิน


“ยังไม่เลิกยิ้ม ก้มหน้าดิวะ!


          น้ำเสียงแลดูหงุดหงิดขึ้นเล็กน้อยเพราะผมยังคงยืนจ้องคนตรงหน้าไม่วางตา ก็พี่เขาเดินมาคุยด้วยอ่ะจะให้หลบตาก็บ้าแล้ว


“เฮ้ย ไอ้คนนั้นน่ะ ผมบอกให้ก้มไม่ได้ยินเหรอครับ หรืออยากจะรู้จักพวกผมครับน้อง”


          ไอ้พี่ดำตะโกนลั่นจนเส้นเลือดที่คอปูดโปนออกมา ก่อนที่พี่ฟันเหยินจะตะโกนเสริมมาด้วยอีกคน


“เพื่อนผมอ่ะครับ พวกคุณยังไม่ต้องไปอยากรู้จักมันหรอก มันด่าคุณปาวๆคุณจะไปอยากรู้จักมันทำไม บอกให้ก้มก็ก้มไปซิครับ ทำตามคำสั่งง่ายๆแค่นี้ทำไม่ได้เหรอ”
“มึงก้มๆลงไปดิ๊”


          เพื่อนหน้าหวานตาโตนามว่าคิมจินอูที่ยืนอยู่ข้างๆใช้มือดึงชายเสื้อผมยิกๆบอกให้ผมก้มหน้าลงไปจะได้ไม่มีปัญหากับพวกพี่ว้าก


         กูไม่ก้มเว้ย


“น้องอยากรู้จักผมเหรอครับ”


          พี่หน้าหวานชวนผมคุยอีกแล้วครับ แหม... จะจีบน้องก็บอกไม่ต้องมาอ้อมค้อม


“เพื่อนผมถามอะครับ ตอบสิครับ ปากไม่มีเหรอ”


          เสียงต่ำน่ารำคาญตะโกนออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าผมไม่ยอมตอบคำถามนั่นซักที ผมเขินอยู่ครับพี่ พี่ต้องใจเย็นๆ...


          ผมค่อยๆสูดหายใจเข้าลึกๆ และจ้องมองเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้า


“อยากรู้จักครับ”
          

          ผมตอบเสียงเบาหวิวให้พอได้ยินกันแค่สองคน ตอนนี้รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวแปลกๆยังไงชอบกล ไอ้พี่หน้าหวานก็ยืนนิ่งไม่หือไม่อืออะไรซักอย่าง แต่อย่าคิดว่าผมจะถอยนะพี่ มาขนาดนี้แล้วพี่ต้องเสร็จผมเข้าซักวันไม่ปีนี้ก็ปีหน้าไม่ปีหน้าก็ปีถัดไป เชื่อดิ....


          หลังจากยืนเขินอยู่ได้ไม่ถึงห้าวินาทีไอ้พี่ดำก็ตะโกนขึ้นมาอีก


“ผมไม่ได้ยินครับ ไม่ได้เอาเสียงมาจากบ้านเหรอครับน้อง ถามว่าอยากรู้จักเพื่อนผมเหรอครับ”


          ตอนเด็กๆพ่อพี่ให้แดกโทรโข่งเข้าไปเหรอ เสียงดีไม่มีตกเลยนะครับพี่คร้าบบบบบ


“อยากรู้จักครับ!!!


          ผมตะโกนออกมาสุดเสียงจนรุ่นพี่ทั้งหมดหันมามองกันเป็นตาเดียว


          นึกสภาพตามนะครับ เด็กปีหนึ่งสี่สิบกว่าชีวิตยืนเรียงแถวกันอยู่ โดยมีผมอยู่ตรงกลางของแถวด้านขวาสุดกำลังยืนมองหน้าพี่ว้ากคนหนึ่งอยู่ ในขณะที่คนอื่นๆเขาก้มหัวกันหมด


          เด่นสัส


“ไอ้ชิบหาย เดี๋ยวก็โดนซ่อมกันหมดหรอก”


          เสียงกระซิบดังมาจากคนข้างๆอีกครั้งพร้อมกับส่งสายตาอาฆาตมาให้ผมแบบไม่เกรงใจรุ่นพี่ข้างๆเลย


“พี่ชื่อนัมแทฮยอนครับ น้องชื่อ...”


          พี่หน้าสวยแนะนำตัวกับผมด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้ตะโกนหรือตะคอกอะไรก่อนจะก้าวมาใกล้ๆแล้วจับแผ่นป้ายที่คอของผมขึ้นมาพลิกดู ซึ่งมันไม่ได้เขียนชื่อเอาไว้ครับ มันเขียนฉายาที่เพื่อนในสาขาตั้งให้ต่างหาก


“น้อง... น้องไร้สติ ทีนี้รู้จักผมแล้วนะ ก้มหน้าซักที”


          พี่เขาสั่งให้ก้มหน้าแล้วครับ คิดว่าจะก้มป้ะ ? ฝันไปเถอะ 55555555555555555555555


“ดูเหมือนพวกผมจะใจดีไปใช่มั้ยครับ ในเมื่อเพื่อนคุณไม่ฟังผม ผมก็ต้องทำโทษพวกคุณ”


          แล้วเสียงทุ่มของพี่ดำเจ้าเดิมก็ตะโกนออกมาอีกครั้งครับ สิ้นประโยคที่บอกว่าจะทำโทษก็เลยทำให้เพื่อนๆในแถวส่งเสียงโอดครวญกันหน่อยๆ บ้างก็เงยหน้ามามองผมที่เป็นตัวต้นเหตุ


“ก้ม!!! ใครบอกให้พวกคุณเงยหน้าครับ”


          แล้วเพื่อนทุกคนก็ก้มหน้าลงไปมองพื้นอีกครั้ง รวมทั้งผมที่โดนพี่หน้าหวานใช้มือจับหัวผมให้ก้มลง ซึ่งไอ้ท่าทางนั่นของพี่เขาทำให้ผมยิ้มปากแทบฉีก ไม่ทันไหร่ก็แตะเนื้อต้องตัวผมซะแล้ว ไวไฟจังเลยครับพี่


“ไอ้นั่นยังยิ้มอยู่อีกเหรอครับ เพื่อนจะถูกทำโทษเพราะคุณ คุณไม่สำนึกบ้างเหรอครับ”


          ถ้าตอบไปว่าไม่สำนึกนี่ผมจะผิดรึเปล่าครับ....


“หมอบ!!!


          คำสั่งนั้นทำให้เด็กปีหนึ่งทุกคนล้มตัวลงไปนอนคว่ำหน้ากับพื้นซีเมนต์หยาบที่เฉื่อยแฉะเพราะฝนเพิ่งจะหยุดตกไปได้ไม่นานมากนักพร้อมกับยกมือขึ้นไขว่หลังเอาไว้


“หน้าอ่ะแนบพื้นไปดิครับ ไม่ต้องห่วงหล่อมากก็ได้”


          แล้วทำไมต้องเอาหน้าแนบพื้นวะไหนจะน้ำฝนขี้ดินฝุ่นสิวแดกพอดีเหอะมานอนเองมั้ยครับพี่ ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเสียงตะโกนที่ดังอยู่บนหัวก็พบว่าเป็นพี่เหยินที่เป็นคนตะโกนใส่นั่นเอง ใจเย็นครับพี่เก็บฟันก่อน...


“มองทำไม ผมบอกให้หมอบก็หมอบ อยากเด่นเหรอ”


          ได้ยินแบบนั้นผมก็เลยยักคิ้วไปให้พี่มันทีหนึ่งก่อนจะหันหน้าหลบไปอีกข้าง


“เห้ยๆ ลุกๆ”


          แรงสะกิดที่หลังทำให้ผมหันไปมองก็พบพี่หน้านิ่งคนหนึ่งกำลังเอาไม้เขี่ยตูดผมอยู่


“คุณอ่ะ ไปยืนข้างหน้านู่น”


          แล้วพี่เขาก็เอาไม้พาดไหล่แล้วเดินจากไป ผมค่อยๆลุกขึ้นยืนปัดเสื้อปัดกางเกงเปียกชื้นนั่นนิดหน่อยแล้วเดินออกไปยืนข้างๆพี่ดำที่ยืนรออยู่ด้านหน้า


“คุณดูไว้นะครับ คุณทำให้เพื่อนโดนลงโทษ”


         แล้วจู่ๆไอ้พี่ดำก็ลงจากแท่นสูงๆที่ยืนอยู่มากอดคอผมก่อนจะหันไปตะโกนใส่เพื่อนๆที่นอนหมอบอยู่ด้านหน้า


“ผู้หญิงอ่ะลุก แล้วนั่งอากาศไว้!!!


          หลังจากเพื่อนผู้หญิงลุกขึ้นยืนแล้วตั้งท่านั่งอากาศโดยยื่นแขนทั้งสองไปข้างหน้าแล้วย่องตัวลงเหมือนนั่งเก้าอี้เรียบร้อยคำสั่งถัดไปก็ดังขึ้น


“ผู้ชายทั้งหมดกลิ้งซ้าย 5 ครั้งปฏิบัติ!!!
“กลิ้งซ้าย!!  5 ครั้ง!! ปฏิบัติ!!


          หลังจากเพื่อนๆทวนคำสั่งแล้วทั้งหมดก็กลิ้งไปทางซ้าย 5 รอบครับ นั่นทำให้น้ำแฉะๆเปียกไปทั่วตัว ผมหันไปมองจินอูเพื่อนรักที่ส่งสายตาอาฆาตมาให้ผมไม่วางตา


“เดี๋ยวมึงยกมือแล้วบอกขอช่วยเพื่อนนะ”


          ในขณะที่เพื่อนๆยังคงกลิ้งกันอยู่ไอ้พี่ดำก็หันมากระซิบบอกผม


“ทำไมอ่ะพี่”
“เออ ทำๆไปเหอะ ถามมากจังมึง”
“กลิ้งขวา 5 ครั้ง ปฏิบัติ!!
“กลิ้งขวา!! 5 ครั้ง!! ปฏิบัติ!!


          ในขณะที่เพื่อนกำลังจะกลิ้งต่อผมเลยชูมือข้างขวาขึ้นตะโกนเสียงดัง


“ขออนุญาตช่วยเพื่อนครับ”
“ผมไม่อนุญาต!!!


         เอ้าไอ้สัส แล้วเมื่อกี้สั่งให้กูพูด...


“ทีตอนทำแล้วไม่คิด ทีตอนนี้มาขอช่วยเพื่อนทำไม พวกมันโดนทำโทษไปก็ดีแล้ว.. เพราะมันไม่ช่วยกันดูแลคุณ”


          ผมได้แต่หันไปมองหน้าจินอูอีกครั้ง ตอนนี้ใบหน้าสวยของมันเลอะดินด้วยครับ ตายแน่ๆผมเนี้ยตายแน่ๆ รับน้องเสร็จโดนไอ้จินอูฆ่าหมกท่อแน่ๆ โทษฐานที่เป็นสาเหตุทำให้หน้ามันเลอะ


“ขออนุญาตช่วยเพื่อนครับ!!


           ผมตะโกนออกมาอีกครั้งแล้วทรุดตัวลงไปนอนกลิ้งกับพื้นทันที ตอนนั้นแหละครับที่หันไปเจอพี่หน้าหวานเขากำลังมองมาพอดี นั่นทำให้ผมกับพี่เขาสบตากันผมจึงส่งยิ้มหวานไปให้ในขณะที่ยังกลิ้งอยู่กับพื้น เราจ้องกันอยู่นานครับจนพี่เขาหลบตาไปนั่นแหละผมถึงหันไปสนใจไอ้พี่ดำต่อ


“ทั้งหมดลุก!!


          แล้วประธานว้ากอย่างไอ้พี่ดำก็สั่งทุกคนให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง


“ก้ม!! แล้วเงียบไว้ ห้ามมีใครพูดถ้าผมไม่สั่ง”


          ทุกคนทำตามอย่างมีระเบียบครับและผมก็เช่นกัน จากนั้นก็มีแรงฉุดมหาศาลมาดึงแขนผมให้ออกไปจากสถานที่รับน้องตรงนั้นแล้วไปยืนอยู่ข้างๆที่สำหรับเก็บอุปกรณ์รับน้องซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก พี่ว้ากทั้งหลายนั่งมองผมอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อนตรงหน้าผม รวมทั้งพี่หน้าหวานด้วย


          ไม่มีใครพูดอะไรออกมา นั่นทำให้ผมยืนงงนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ ผมแค่ยืนมองพี่หน้าหวานต่อเท่านั้น เวลาผ่านไปไม่ถึงห้านาทีเสียงรัวกลองก็ดังขึ้นจากฝั่งรับน้อง เดาว่าพี่สันทนาการคงจะมาร้องเพลงเฮฮาอะไรไปเรื่อยเปื่อยนั่นแหละครับ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจตรงนั้นหรอกเพราะเดิมทีที่มาเข้ารับน้องก็เพราะอยากเจอพี่แทฮยอนคนนี้เฉยๆ


“คุณแข็งเหรอครับ”


          น้ำเสียงเย็นชาดังมาจากปากบางๆสีชมพูของพี่แทฮยอน


“อ อะไรแข็งพี่”
“คิดเหี้ยไร กูหมายถึงแข็งข้อกับพวกกูอ่ะ”


          รุ่นพี่ดำเดินมาผลักหัวผมหนึ่งทีก่อนจะใช้แขนใหญ่ๆนั่นพาดบ่าผมเอาไว้


“ป่าวอ่ะพี่ ผมแค่ชอบพี่แทฮยอนเฉยๆ”


          แล้วทั้งหมดก็ตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงเพลงเสียงกลองที่ดังมาจากฝั่งรับน้องเป็นระยะๆ





“หมอบลงไป เอาหน้าแนบพื้นด้วยนะ รับน้องเสร็จค่อยลุก หรือจะหลับไปเลยก็ได้”


          ในที่สุดพี่หน้าหวานก็เป็นคนทำลายความเงียบด้วยการสั่งให้ผมหมอบลงกับพื้นเปียกๆนั่นอีกครั้ง คิดว่าพี่เขาสั่งแก้เขินแน่ๆเพราะผมแอบเห็นว่าหน้าขาวๆนั่นของเขาขึ้นสีด้วยล่ะ และแน่นอนว่าผมยอมทำตามคำสั่งนั่นแต่โดยดี ก็คนสวยบัญชาเองนี่ครับ....


          ผ่านไปซักพักพี่ว้ากทั้งหลายก็ทยอยกันกลับเห็นบอกว่าวันนี้ไม่มีตารางลงว้ากแล้วอะไรซักอย่าง เลยเหลือเพียงพี่ดำกับพี่แทฮยอนที่ยังคงนั่งเฝ้าผมอยู่ ตอนนี้ตัวผมชื้นมากครับ เย็นไข่สุดๆ


“กูชื่อมินโฮ ต่อไปนี้สั่งอะไรต้องทำตามที่บอกเข้าใจปะ”


          ไอ้พี่ดำหันมาคุยกับผมพร้อมกับส่งยิ้มให้ทั้งๆที่ไม่เคยทำมาก่อน... จู่ๆจะมาผูกมิตรอะไรของพี่วะครับ


“แทฮยอนกูกลับก่อนนะ ซึงยูนรออยู่หน้าคณะ”


          แล้วรุ่นพี่มันก็หันไปบอกพี่หน้าหวานก่อนจะเดินมากระซิบที่ข้างหูผมว่า


“กูเปิดโอกาสให้มึงได้ทำคะแนนนะ”


          มือหนาส่งแรงมาตบบ่าผมเบาๆ ประโยคเมื่อครู่ทำให้ผมหันไปมองรุ่นพี่แทฮยอนที่นั่งอยู่ตรงหน้า เราสองสบตากันอีกครั้งของวัน


          ถ้าใจจะตรงกันขนาดนี้.... แต่งงานกับผมเลยเหอะพี่


“มองผมมากๆเดี๋ยวก็หวั่นไหวหรอกพี่”


          หยอดไปหนึ่งดอก ผมกระตุกยิ้มหวานให้คนตรงหน้า แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือนิ้วกลาง.... ของผมก็มีพี่ไม่ต้องให้หรอกปั๊ดโธ่


“มีแฟนยังอ่ะพี่”
“.........”
“แน่ะ ไม่ตอบ งั้นผมเหมาเอาเองว่าไม่มีแล้วกันนะ”
“เรื่องของคุณเหอะ”


          แน่ะ พูดงี้แสดงว่าหัวใจยังว่าง


“งั้นจีบแล้วนะ”


         แล้วพี่เขาก็ไม่ตอบอะไรกลับมาอีกเลยครับ ผมได้แต่นอนหมอบเอาคางเกยมือข้างหนึ่งแล้วจ้องหน้าพี่เขามาซักพักใหญ่ๆ มีหลายครั้งเหมือนกันที่พี่เขาเผลอหันกลับมามองแล้วเจอผมยิ้มแป้นอยู่ เขาก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะแล้วหันไปทางอื่นตลอด ผมรู้นะว่าพี่เขิน



“นั่งเฝ้าผมขนาดนี้คิดอะไรกับผมป้ะเนี้ย”


          ในที่สุดผมก็ตัดสินในหยอดไปอีกครั้งขืนลีลาอยู่งี้ไม่ได้แดกแน่ๆไอ้ซึงฮุน


“ผมแค่กลัวคุณจะไม่ทำตามคำสั่ง”
“ถ้าเป็นคำสั่งพี่ผมทำหมดแหละ”
“ถ้าสั่งให้ไปตายจะไปมั้ย”
“ไป”


          คำตอบของผมทำให้พี่แทฮยอนหันกลับมามองผมด้วยแววตาหวาดๆ


“ถ้าพี่สั่งให้ผมไปตายก็เท่ากับให้ผมไปที่ชอบๆ ฉะนั้นผมจะไปอยู่ใกล้ๆพี่ทุกวันเลย”
“เสี่ยวสัส”
“อะไรนะ เสียว?... เฮ้ยผมยังไม่ได้ทำอะไรพี่เลยนะ”


          น้ำเสียงทะเล้นๆของผมทำให้พี่เขาส่งสายตาดุมาให้ก่อนจะหันไปมองฝั่งรับน้องที่กำลังเต้นกันอย่างสนุกสนาน ผมก็เลยหันไปมองตามบ้าง


“พวกคุณคงไม่ชอบพวกผมที่เอาแต่ตวาดใส่ใช่มั้ย”


          น้ำเสียงเรียบๆถูกเอ่ยออกมาผมเลยหันกลับไปมองคนพูดที่ตายังคงจ้องกิจกรรมรับน้องอยู่ สายตาเรียบเฉยนั่นทำให้ผมเดาไม่ออกว่าพี่เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้วคงจะรู้สึกแย่อยู่ไม่น้อยแหละ


“กับคนอื่นผมไม่รู้หรอก แต่ผมเฉยๆกับการที่พวกพี่มาตะโกนใส่อะไรแบบนี้นะ บางทีก็ห่วงด้วยซ้ำว่าคอพังกันไปรึยัง อีกอย่างไอ้การว้ากนี่ก็มีมานานแล้วใช่ปะพี่คงมีเหตุผลของพี่ พี่อาจจะอยากให้พวกผมรักรุ่นรักสาขา ถ้าที่พวกพี่ทำมันไม่เกินไปผมก็ไม่เกลียดหรอก ผมออกจะชอบด้วยซ้ำ”


          ผมตอบออกไปเนือยๆทั้งๆที่ยังนอนหมอบอยู่กับพื้นเปียกแฉะนี่ รุ่นพี่หน้าหวานหันมาจ้องหน้าและสบตากับผมอีกครั้ง


“ชอบที่โดนตะโกนใส่หน้าเนี้ยนะ”
“ผมหมายถึงผมชอบพี่อ่ะ”


          ร่างบางอมยิ้มกับคำตอบที่ผมเอ่ยออกไป นั่นแน่ะมีใจให้กันแล้วก็บอก รอยยิ้มบางๆที่มุมปากนั่นทำให้ผมเผลอยิ้มตามออกมาอีกครั้ง







“อ้าวยังทำโทษกันไม่เสร็จอีกเหรอวะ”


          พี่สันทนาการคนหนึ่งที่เดินเข้ามาเห็นผมกับพี่แทฮยอนยังคงอยู่ที่เดิมก็เอ่ยถามขึ้นก่อนจะหยิบกระเป๋าเด็กปีหนึ่งที่รับฝากไว้ไปแจกจ่าย ผมจำได้ว่าเขาเป็นประธานสันทนาการของสาขาชื่อจุนฮเวอะไรซักอย่าง หน้านี่อย่างเอาเรื่องเลยตอนเห็นครั้งแรกนึกว่าพี่เขาเป็นพี่ว้ากซะอีก แต่ป่าวเลยร้องเล่นเต้นเก่งมาก


“ลุกได้แล้วเราอ่ะ”


          พี่แทฮยอนหันมาพูดกับผมแล้วยกเป้ขึ้นสะพายหลังตัวเองเตรียมจะเดินออกจากบริเวณนั้นแต่ก็มีเสียงสวรรค์ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน


“แทฮยอนมึงไปส่งน้องเขาด้วยนะดึกแล้ว”
“เรื่องไรอ่ะกูเป็นพี่ว้ากนะ มึงไปส่งเองดิวะจุนฮเว”


          พี่แทฮยอนหันมาบ่นพี่จุนฮเวที่กำลังยื่นกระเป๋าส่งคืนให้กับผม


“เหลือใบเดียวอ่ะ น้องชื่อซึงฮุนใช่มั้ยน่าจะใช่ของเรานะเพราะมีป้ายชื่อแปะอยู่ เดี๋ยวให้พี่แทฮยอนเขาไปส่งนะ อยู่หอหลังมอใช่ป่าว”
“ครับ ขอบคุณครับพี่”


          แล้วพี่จุนฮเวก็เดินจากไปโดยไม่สนคำคัดค้านจากเพื่อนที่ยืนมองการกระทำเมื่อครู่อยู่


“เร็วดิ จะกลับมั้ยหอเนี้ย”


         อ้าวแล้วไหนเมื่อกี้ยังบ่นอยู่เลย ทีนี้มาเร่งผมซะงั้น ชอบผมเหมือนกันก็บอกไม่ใช่เร่งแล้วถามจะกลับหอรึเปล่า งี้ควรเล่นตัวให้พี่เขารู้สึกผิดนิดหน่อยดีมั้ยเนี้ย


“ผมกลับเองก็ได้พี่ มองดูพี่จะลำบาก”
“แล้วแต่นะ”


          เหยดดดดดดดดดดดด ผิดคาดแม่งอยากจะตบปากตัวเอง พลาดโอกาสสำคัญแล้วไอ้ซึงฮุนเอ่ย


          แต่ช่างแม่งเหอะ ในเมื่อพี่เขาบอกว่าแล้วแต่งั้นก็หน้าด้านเดินตามไปเงียบๆแล้วกัน หลังจากคิดได้แบบนั้นผมก็เดินตามหลังพี่แทฮยอนโดยเว้นระยะห่างนิดหน่อยเพื่อไม่ให้พี่เขาสงสัยครับ เดินมาซักพักก็เห็นพี่เขาเดินไปหยุดอยู่ที่จักรยาน fixed gear สีดำล้อเหลืองคันหนึ่งแล้วสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นก็เกิดเมื่อพี่เขาขึ้นคร่อมจักรยานคันสวยนั่นแล้วตั้งท่าจะปั่นไปด้านหน้า


         แล้วงี้จะตามยังไงทันวะ


“เดินเร็วๆดิวะ จะปั่นช้าๆ”


          เสียงหวานดังมาจากคนข้างหน้านั่นทำเอาใจผมพองโตจนเน้นหน้าอกไปหมด


          เชี่ยเอ้ยยยย พี่เขาทอดสะพานมาให้ผมแล้วคร้าบบบบ
         

          รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของผมจนตาสองข้างกลายเป็นขีดเส้นตรง ผมวิ่งเข้าไปหารุ่นพี่ที่จอดจักรยานรออยู่ข้างทางเท้า พี่เขาหันมามองเล็กน้อยเมื่อผมไปหยุดยืนอยู่ข้างๆเรียบร้อยแล้ว เขาออกแรงถีบเบาๆเพื่อรอผมที่เดินอยู่ข้างๆด้วย


         บรรยากาศตอนหัวค่ำแบบนี้มันโคตรเป็นใจเลยครับ แสงไฟสีนวลสาดส่องตลอดเส้นทางลมเย็นพัดอ่อนๆแถมเวลาแบบนี้ในมหาลัยยังแทบจะไม่มีคนเลยด้วยซ้ำ ความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างเรามันไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย ผมมองแผ่นหลังที่พยายามปั่นรถช้าๆมีหยุดรอบ้างในบ้างครั้งแล้วก็อดนึกเข้าข้างตัวเองไม่ได้ ว่าพี่เขาอาจจะแอบมีใจให้ผมบ้างแน่ๆ


          ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่เม็ดน้ำใสๆก็หยดลงมาโดนใบหน้าขาวของผม ผมยื่นมือออกจากตัวเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฟ้า แล้วจู่ๆฝนเม็ดเล็กจำนวนมากก็ร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง ผมดึงกระเป๋าที่สะพายเอาไว้ด้านหลังมาแนบหน้าท้องแล้วก้มลงเพื่อใช้ตัวกำบังไม่ให้สิ่งของที่อยู่ด้านในเปียกฝน


          ผมหันซ้ายหันขวาก่อนจะเตรียมวิ่งไปหาคนที่ปั่นจักรยานอยู่ด้านหน้า ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่แทฮยอนหันมาแล้วตะโกนบอกให้ผมเข้าไปหลบฝนใต้ลานจอดรถของอาคารใกล้ๆ


          เราสองคนหลบฝนอยู่ภายใต้ตัวตึกอาคารอเนกประสงค์ที่ด้านบนเป็นลานจอดรถ ถัดขึ้นไปอีกเป็นลานกิจกรรมและถัดขึ้นไปเรื่อยๆจะเป็นพื้นที่สำหรับใช้เล่นกีฬาในร่ม โดยปกติแล้วเวลาแบบนี้มักมีพวกนักกีฬาของมหาลัยยังซ้อมกีฬากันอยู่จึงทำให้มีคนเดินผ่านไปมาบ้าง แต่ด้วยฝนที่กระหน่ำตกลงมาอย่างหนักในตอนนี้มันเลยทำให้บริเวณใต้อาคารนี่มีเพียงแค่ผมและพี่แทฮยอนสองคนเท่านั้น


          เสียงเม็ดฝนที่ตกกระทบกับพื้นถนนเป็นตัวทำลายความเงียบที่ดี เพราะทั้งเขาและผมไม่มีใครพูดอะไรออกมาซักคำ ผมยืนสำรวจความเรียบร้อยสิ่งของในกระเป๋าอยู่ซักพักก็หันไปมองคนข้างๆที่ยืนเอามือเสยผมเปียกชุ่มเพราะหยาดฝนอยู่ หัวใจผมเต้นโครมครามเมื่อมองไปยังเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางที่อีกคนสวมอยู่


          เสื้อตัวบางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำกำลังแนบเนื้อขาวอมชมพูของร่างบางตรงหน้า ผมกลืนน้ำลายลงคอเมื่อร่างขาวยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อออกจนหมด


          เชี่ยยยยยยย อ่อยเกินไปแล้ว


“เก็บน้ำลายด้วยน้อง”


          คำพูดนั้นทำให้ผมลนลานทำตัวไม่ถูกยกมือขึ้นปาดคางทั้งๆที่มันไม่ได้มีน้ำลายไหลลงมาซักนิด พอหันกลับไปมองคนพูดก็เห็นว่าพี่เขากำลังกลั้นหัวเราะอยู่


          นี่คือแกล้งกันหรอ ?


          ผมหันไปมองค้อนพี่เขาอย่างหาเรื่อง เมื่ออีกฝ่ายเห็นผมทำแบบนั้นก็ยักไหล่ให้แล้วถอดเสื้อเชิ้ตขาวของตัวเองออกก่อนจะสะบัดมันไปมาหลายทีแล้วสวมกลับเข้าไปอีกครั้ง


          คือพี่ครับผมรู้ว่าเสื้อมันเปียกแต่นี่ไม่ใช่บ้าน ถอดมางี้ฆ่าผมเลยเหอะ


“ถ้าไม่ติดว่านี่ในมหาลัยนะผมจับกดแล้วจริงๆ”
“หื่นจัง ซึงฮุนนา”


          น้ำเสียงหวานตอบกลับมาพร้อมกับส่งสายตาหวานมาให้แม่มึงงงงงงงงงงงงง ใครใช้ให้เรียกกันแบบนั้นครับพี่ ถ้าผมทนไม่ไหวขึ้นมาจะทำยังไงครับ ไว้ชีวิตผมเหอะก่อนที่หัวใจผมจะแตกสลายล่องลอยไปกับอากาศ





          สายฝนที่ยังคงโปรยปรายกับอากาศเย็นยะเยือกนี่ไม่ได้ช่วยให้ใบหน้าผมเย็นลงได้เลยครับ


          ร้อนสัสๆ


          ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเขินหน้าแดงอยู่ผมคงคิดว่าตัวเองต้องไข้ขึ้นเป็นแน่ ไอ้การที่ต้องมาอยู่กับรุ่นพี่ที่ชอบสองต่อสองท่ามกลางฝนตกนี่มันอันตรายจริงๆ ถ้าเผลอทำอะไรรุ่มร่ามไปนี่จบเลยนะเนี้ย



          สติจงสิงสถิตอยู่กับข้า อาเมน


          ฝนที่ตกมาไม่เว้นช่วงทำให้ผมกับเขาติดแหง็กอยู่ตรงนี้มาร่วมชั่วโมงได้ ผมนั่งอยู่ห่างพี่เขาซักสองสามก้าวซึ่งเขากำลังนั่งผิงเสาต้นใหญ่โดยมีจักรยานจอดอยู่ด้านหน้าด้วย อากาศเย็นๆและเสื้อผ้าที่เปียกชื่นเริ่มทำให้เนื้อตัวของผมสั่นเทาน้อยๆ


“หนาวหรอ”


          ผมเพียงแค่พยักหน้าเพื่อให้คำตอบอีกคนเท่านั้น พี่แทฮยอนใช้มือบางตบลงที่ว่างข้างๆตัวก่อนจะเอ่ยเรียกผมให้ไปนั่งข้างๆ ซึ่งผมก็ทำตามอย่างว่าง่ายพอนั่งลงได้ไม่นานพี่แทฮยอนก็ยื่นหูฟังให้ผมข้างหนึ่ง ผมรับมาใส่หูของตัวเองนั่งฟังเพลงที่พี่เขาเปิดให้ฟังไปเรื่อยๆโดยไม่พูดอะไรออกมาอีก


          นั่งมาได้ซักพักก็เริ่มรู้สึกง่วงนอนขึ้นมาซะดื้อๆ ผมอ้าปากหาวออกมาโดยที่มือทั้งสองข้างยังคงโอบกอดตัวเองเอาไว้เพื่อให้ไออุ่น ดูเหมือนว่าคนข้างๆจะมองกริยาของผมอยู่พี่เขาเลยยื่นมือมากดหัวผมให้ซบลงไปที่ไหล่แคบของเขาเบาๆ


          ร่างกายที่แทบจะแนบสนิทกันทำเอาผมหายง่วงทันที หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกจากอก ไม่รู้อะไรไปดลใจให้พี่เขาทำตัวละมุนกับผมขนาดนี้ โคตรรู้สึกดีเลยให้ตายเหอะ ชักอยากจะขอร้องพระเจ้าให้ฝนตกอยู่อย่างนี้ทั้งคืนซะแล้วซิ


          แต่ดูเหมือนคำอ้อนวอนของผมจะส่งไปไม่ถึงเบื้องบนเมื่อฟังเพลงไปได้ไม่กี่เพลงฝนก็หยุดตกลงซะงั้น          รุ่นพี่คนสวยใช้มือสะกิดผมเบาๆก่อนจะบอกว่าฝนหยุดตกเรียบร้อยแล้ว ผมยื่นหูฟังคืนให้เขาก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วยื่นมือไปให้คนข้างๆจับเพื่อจะฉุดให้ลุกขึ้น


         ไม่ได้ใจดีอะไรหรอก แค่อยากหลอกจับมือเฉยๆ


         พี่เขาหันมามองมือของผมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งยิ้มให้แล้วยื่นมือมาสัมผัสมือของผมเอาไว้ ผมออกแรงดึงพี่เขาขึ้นมายืนตัวตรงแต่ก็ยังไม่ปล่อยมือหรอกครับ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว.... เอาให้คุ้ม


“จะจับอีกนานปะ”
“อยากจับไปตลอดชีวิตเลยได้รึป่าวครับ”
“สนใจไปจับต่อที่หอพี่มั้ย”


          เชี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย


          หยอดมาตั้งนานเห็นตอนรับน้องทำนิ่งๆไม่นึกว่าจะอ่อยขนาดนี้ อย่ามาพูดให้ผมคิดได้รึเปล่า ผมเป็นคนจินตนาการเก่งนะพี่ แม่ครับผมอยากได้เค้า อีซึงฮุนอยากได้พี่เค้าเป็นเมียครับแม่ ฮอลลลลลล


“กลับกัน ดึกมากแล้ว”


         ประโยคนั้นทำให้ผมปล่อยมือหยาบของพี่เขาออกอย่างนึกเสียดายไม่รู้จะมีโอกาสได้สัมผัสอีกเมื่อไหร่ ผมกับพี่เขาเดินคู่กันมาเรื่อยๆโดยที่ครั้งนี้พี่แทฮยอนไม่ได้ปั่นจักรยานแล้วครับ พี่เขาจูงจักรยานคันสวยแล้วเดินคู่กับผมมาเรื่อยๆจนถึงหน้าหอพักของผม ถึงเวลาต้องแยกกันแล้วครับ


“หิวมั้ยครับพี่”


         ในที่สุดผมก็มองหาสิ่งที่จะยืดเวลาระหว่างเราให้มากขึ้นได้แล้วครับ เพราะมาคิดดูดีๆแล้วตั้งแต่รับน้องมาจนถึงตอนนี้ผมกับพี่เขาที่ทำกิจกรรมร่วมกันตลอดยังไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำ


“ขึ้นไปห้องผมมั้ย เดี๋ยวทำอะไรให้กิน”




“จอดรถตรงไหนดีอ่ะ”


          คำตอบจากร่างบางทำให้ผมยิ้มออกมา เห็นเงียบไปนานก็นึกว่าจะแห้วซะแล้วซิ




         ผมเดินนำพี่คนสวยขึ้นมาบนหอพักก่อนจะพาเขาเข้ามาในห้องรกๆของผม ผมเดินไปหยิบเสื้อผ้าและผ้าขนหนูออกมายื่นให้พี่แทฮยอน ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำหน้างงๆแล้วเอ่ยถามอย่างสงสัยว่าเอาของพวกนี้มาให้เขาทำไม


“เดี๋ยวไม่สบาย ห้องน้ำอยู่ทางนั้นครับ”


          ผมอธิบายเหตุผลให้พี่เขาฟังก่อนจะชี้ไปทางห้องน้ำ พี่เขาพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินไปตามทางที่บอก ผมเลยเดินหายเข้าไปในบริเวณครัว ลงมือทำอาหารง่ายๆอย่างสปาเก็ตตี้ซอสแดงใส่เบค่อนทอดกรอบลงไป ที่บอกว่าง่ายเพราะผมมีซอสสูตรพิเศษที่ทำแช่แข็งไว้ในตู้เย็น หากถ้าจะกินก็แค่เอามาอุ่นต้มเส้นให้ได้ที่ทอดเบค่อนอีกนิดหน่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้วครับ


          ไม่นานพี่แทฮยอนก็ออกมาจากห้องน้ำด้วยเสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสั้นที่ผมส่งให้เขาใส่ พี่แทฮยอนเดินไปนั่งอยู่ตรงปลายเตียงนอนของผมก่อนจะใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมของตัวเอง ผมที่ทอดเบค่อนเสร็จพอดีก็หันไปคว้าผ้าขนหนูเพื่อจะเข้าไปอาบน้ำบ้าง


“เดี๋ยวพอไมโครเวฟดังแล้วผมยังไม่ออกมาพี่ก็เอาซอสออกมาราดใส่จานกินก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอผม”


          พี่แทฮยอนพยักหน้าเข้าใจผมก็เลยเตรียมจะเดินเข้าห้องน้ำ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อข้อมือของผมถูกมือบางรั้งเอาไว้ซะก่อน


“เอาเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนด้วยดิ”


          ผมหลุดขำออกมาน้อยๆก่อนจะพยักหน้าให้รุ่นพี่แล้วเดินไปเลือกเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนใส่เข้าห้องน้ำไปด้วย ผมใช้เวลาประมาณ 15 นาทีกับการทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ กะเอาจากเสียงดังเตือนของไมโครเวฟที่ดังไปซักพักแล้ว ผมเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยเสื้อกล้ามสีน้ำตาลเข้มกับกางเกงบ็อกเซอร์ที่คิดว่าย้วยน้อยที่สุดเท่าที่มี มองไปทางบริเวณครัวที่อีกคนน่าจะอยู่แถวๆนั่นแต่มันกลับว่างเปล่า


          เดินมาอีกหน่อยผมก็เห็นร่างขาวนั่งเอาหน้าฟุบกับโต๊ะโดยที่มีจานสปาเก็ตตี้สองจานวางอยู่ด้านหน้า เห็นแบบนั้นผมก็อดยิ้มดีใจไม่ได้ นี่พี่เขารอกินพร้อมผมเลยนะเว้ย


          ผมสะกิดพี่เขาเบาๆก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหู


“กินก่อนมั้ยพี่”
“อื้ออออออ จะนอน”


          หัวกลมๆหดหนีไปซุกอยู่ในแขนที่เอามานอนหนุนพร้อมกับเอ่ยน้ำเสียงติดรำคาญออกมาเล็กน้อย ผมหลุดยิ้มอีกครั้งกับกริยาน่ารักๆนั่น ผมมองจานสปาเก็ตตี้อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจยกทั้งสองจานเข้าไปในครัว เมื่อล้างจานเสร็จผมก็หยิบน้ำในตู้เย็นออกมาดื่มดับกระหายแล้วหันไปสนใจร่างบางที่นั่งหลับอยู่แทน


          ผมตัดสินใจขยับเก้าอี้ออกจากโต๊ะอย่างเบามือก่อนจะค่อยๆช้อนตัวคนที่หลับอยู่เข้ามาไว้ในอ้อมกอด จ้องใบหน้าขาวที่กำลังหลับพริ้มอยู่เล็กน้อยก่อนจะอุ้มอีกคนไปวางบนเตียงอย่างเบามือ


          ผมเดินไปปิดไฟห้องก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆอีกคน สายตาจ้องมองไปยังเงาดำๆที่นอนหลับสบายอยู่ กลิ่นหอมอ่อนๆของแชมพูและครีมอาบน้ำของผมที่ติดอยู่เบาตัวของพี่เขากำลังมอมเมาผมให้ขาดสติ แขนยาวยื่นไปคว้าเอวคอดของรุ่นพี่ตัวหอมแล้วดึงเข้ามาสวมกอด ยกผ้าห่มผืนหนาขึ้นวางทาบทับบนตัวของเราทั้งสองคน ซุกหน้าลงดอมดมกลิ่นกายที่ชวนหลงใหลของคนข้างๆแล้วปิดเปลือกตาลงในที่สุด


          คืนนี้ผมคงจะฝันดีมากแน่ๆ







          แรงขยับยุกยิกตรงแผงอกแกร่งทำให้ผมค่อยๆปรือตาตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทรา กลุ่มก้อนผมสีน้ำตาลกำลังซุกไซร์เข้าหาความอบอุ่นจากร่างกายของผม ผมกระชับอ้อมกอดตัวเองให้แน่นขึ้นก่อนจะใช้จมูกแนบลงไปกลางกระหม่อมของอีกคน


“อื้ออออออ”


          เสียงคร่างยานๆนั่นทำให้ผมรู้ว่าอีกคนคงใกล้จะตื่นเต็มที

         
“เช้าแล้วครับพี่”


          ผมก้มลงไปกระซิบข้างหูอีกคนและจงใจเป่าลมอุ่นเข้าไปในใบหูนั่น พี่แทฮยอนสะดุ้งเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะค่อยๆปรือตามองผมที่ใบหน้าอยู่ห่างกันไม่กี่เซนติเมตร แรงเต้นของก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายรุนแรงและถี่ขึ้นทุกทีที่สบตากัน และผมก็รู้ว่ามันไม่มีแค่ใจของผมหรอกที่เต้นแรง


          ใบหน้าของผมยื่นลงไปใกล้ๆแก้มใสของรุ่นพี่หวังจะช่วงชิงความหอมของแก้มเนียนตรงหน้า แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่ออีกคนซุกหน้าหนีแล้วเอาแขนดันตัวของผมออก


          ผมคลายอ้อมกอดออกอย่างง่ายดายเพราะกลัวว่าจะรุกอีกคนมากไปจนเขารู้สึกกลัวผมขึ้นมาเสียก่อน


          พี่แทฮยอนลุกขึ้นนั่งและขยับตัวไปอยู่ที่ปลายเตียงของผมก้มหน้ามองมือของตัวเองอยู่เงียบๆ เห็นแบบนั้นผมก็เริ่มหวั่น นี่ผมรีบร้อนอะไรมากเกิดไปรึเปล่า หรือผมเผลอทำตัวรุ่มร่ามมากเกินไปเพราะดันไปนอนกอดคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่กี่วันซะทั้งคืนขนาดนั้น พี่เขาจะโกรธผมอยู่รึเปล่า


“เอ่อ.....”


          ผมครางยานทำลายความเงียบในห้องขึ้นมาเพราะรู้สึกอึดอัดแปลกๆ


“ขอบคุณนะ แล้วก็ขอโทษด้วย พี่รบกวนนายทั้งคืนเลย”
“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นคำว่ารักแทนได้มั้ยครับพี่”


          ผมคลานไปนั่งใกล้ๆก่อนจะยื่นหน้าไปมองอีกคนที่ก้มหน้าอยู่ เห็นแก้มแดงๆนั่นแล้วอยากฟัดอย่างบอกไม่ถูก โอ๊ยพี่ครับพี่จะน่ารักไปไหนเนี้ย


“อยากเลือดกบปากมั้ยครับ”


          พี่แทฮยอนถามผมด้วยน้ำเสียงเย็นๆพร้อมกับออกแรงผลักหน้าของผมออกจนหน้าผมทิ่มลงไปเกือบตกเตียง


“เลือดกบปากเพราะการบดจูบที่ร้อนแรงหรอพี่ งั้นผมก็โอเคนะ”


          แล้วพี่แทฮยอนก็แจกนิ้วกลางให้ผมอีกครั้ง ผมนั่งขำกับท่าทางน่ารักๆของพี่เขาอยู่ซักพักแล้วก็ต้องนั่งเงียบเมื่อจู่ๆเสียงท้องร้องของเราสองคนก็ดังขึ้นพร้อมๆกัน


          ผมกับเขาหันมามองหน้ากันโดยอัตโนมัติก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นออกมา


“พี่มีเรียนเช้าป้ะ”
“อืม งั้น... พี่ไปนะ”


          พี่เขาตอบก่อนจะลุกขึ้นหยิบข้าวของของตัวเองเตรียมออกจากห้อง เห็นแบบนั้นผมก็ยันตัวลุกขึ้นจากที่นอนทันที


“แปปดิพี่ ไปกินโจ๊กกัน”


          เนื่องจากนี้ยังเช้าอยู่พอสมควร ผมเลยออกปากชวนพี่เขาไปกินโจ๊กหลังทางเข้ามหาลัยด้วยกัน ผมเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำก่อนจะเดินออกจากหอพักมากับพี่เขาที่จูงจักรยานมาด้วยโดยสภาพผมก็คือชุดเดียวกับเมื่อคืน เพียงแต่หยิบกางเกงยีนส์สีซีดมาสวมทับบ็อกเซอร์ไว้อีกชั้นหนึ่ง


          พี่แทฮยอนขอตัวขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับเรียนในตอนเช้าของวันนี้ผมก็เลยยืนรออยู่ที่หน้าหอของพี่เขา


          ไม่นานนักพี่แทฮยอนก็ลงมาด้านล่างด้วยชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มและรองเท้าผ้าใบสีดำหุ้มข้อยี่ห้อดัง ที่ไหล่แคบพาดเสื้อช็อปที่ปักชื่อสาขาเอาไว้ด้านหลัง


“เสื้อผ้าเดี๋ยวพี่ซักคืนให้วันหลังนะ”
“วันไหนก็ได้พี่ ผมไม่รีบ”


          ผมตอบไปยิ้มๆ ก็ไม่รีบจริงๆนั่นแหละ จะได้เอาไว้เป็นข้ออ้างในการหาเรื่องเข้าใกล้พี่เขาบ่อยๆไง ไม่ได้แผนสูงอะไรแค่หาโอกาสให้ตัวเองเฉยๆ


          เราสองคนนั่งกินโจ๊กหลังมหาลัยกันจนอิ่ม เนื่องจากวันนี้พี่เขาจอดจักรยานไว้ที่หอ ผมก็เลยอาสาเดินไปส่งพี่เขาที่หน้าคณะเพราะเช้านี้ผมไม่มีเรียน พอเดินมาถึงที่ก็เห็นกลุ่มพี่เขายืนรอกันอยู่ก่อนแล้วโดยมีพี่ประธานว้ากที่ชื่อมินโฮ พี่ฟันเหยิน พี่หน้านิ่งที่ใช้ไม่เขี่ยตูดผมเมื่อวาน และพี่สันทนาการที่รักของผมผู้ทำให้ผมได้มีโอกาสนอนกอดพี่แทฮยอนเมื่อคืนอย่างพี่จุนฮเวยืนรวมตัวกันอยู่


          ทันทีที่เห็นผมสองคนพวกพี่เขาก็หันไปซุบซิบอะไรกันนิดหน่อย พี่แทฮยอนเลยไล่ให้ผมกลับหอแล้วไม่ลืมกำชับให้มาเข้ารับน้องในตอนเย็นด้วย


          ผมเดินหันหลังมาได้สองสามก้าวก็โดนใครบางคนโถมตัวกอดไหล่ผมมาจากด้านหลัง หันไปมองก็พบว่าเป็นไอ้พี่ดำที่ปล่อยผมไว้กับพี่แทฮยอนตามลำพังเมื่อคืน รู้สึกเป็นพระคุณมาก


“เป็นไงมึง ได้กันยัง”
“เฮ้ยพี่ รีบไปเปล่า”
“กูจะไปรู้เหรอเห็นมาด้วยกัน”


          พี่เขายิ้มกริ่มก่อนจะลากผมให้เดินตามไปข้างๆตึกที่ค่อนข้างจะลับตาคน มือหนาคว้าบุหรี่ขึ้นจุดสูบก่อนจะยื่นอีกมวนให้กับผม ผมรับมาตามมารยาทก่อนจะอัดสารก่อมะเร็งเข้าปอดและพ่นกลุ่มควันสีเทาออกมา พี่มินโฮเริ่มเอ่ยเข้าเรื่องของสาเหตุที่ลากผมมาคุย


          พี่เขาเล่าเริ่มต่างๆที่เกิดขึ้นกับรุ่นของตัวเองเป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาภายในที่เกิดขึ้นเพราะความไม่สามัคคีกันของรุ่นเขา จากนั้นก็บอกเหตุผลที่พยายามทำให้พวกผมเห็นอกเห็นใจกันและช่วยเหลือกัน ซึ่งผมก็เข้าใจและไม่ได้ทักท้วงอะไร ซักพักพี่เขาก็เล่ารายละเอียดคร่าวๆของการลงว้ากวันนี้ให้ผมฟังว่าจะมีรุ่นพี่ปี 3 มาซ่อมพวกพี่เขาเพราะเฟรชชี่อย่างพวกผมร้องเพลงสถาบันไม่ได้


“ตอนนี้มึงกับกูสนิทกันแล้วนะ แต่พออยู่ต่อหน้าเพื่อนๆก็ทำเป็นเหม็นขี้หน้ากูไปตามปกตินั่นหละ เดี๋ยวรับน้องเสร็จวันสุดท้ายพวกกูก็คงขอโทษพวกมึงแต่พวกมึงจะรับมั้ยก็อีกเรื่อง”
“ใครเขาจะเกลียดพี่วะ ไหนจะฉากที่พวกพี่โดนรุ่นพี่ปี 3 ว้ากเพราะพวกผมอีก”


          ผมเอ่ยไปตามความจริง เพราะจินตนาการถึงการโดนซ่อมแล้วรุ่นน้องอย่างพวกผมคงรู้สึกแย่ไม่น้อยที่เป็นสาเหตุ แต่คือตอนนี้ผมก็รู้แล้วว่ามันคือละคร


“เดี๋ยวก็ช่วยเล่นละครกับพวกกูหน่อยแล้วกัน อะไรที่กูทำเกินเลยไปก็โทษทีวะ กูไม่อยากให้พวกมึงมากัดกันทีหลังแบบพวกกู”


          ผมพยักหน้ารับลุกขึ้นยืนและเดินหันหลังกลับหอพัก แล้วพี่มินโฮก็ตะโกนไล่หลังมา


“เรื่องแทฮยอนกูเชียร์มึงนะ เอาชนะใจมันให้ได้ซะ”


          ผมเลยหันกลับไปส่งยิ้มให้ก่อนจะพยักหน้าเบาๆเดินกลับไปยังหลังมหาลัยเพื่อขึ้นไปนอนต่อที่ห้องของตัวเอง






         บรรยากาศการรับน้องในวันนี้ค่อนข้างจะตึงเครียดครับ เนื่องจากว้ากปีสองยังไม่ได้ลงแต่เป็นพี่ว้ากปีสามแทนที่กำลังสั่งให้พวกผมยืนก้มหน้า หลังจากที่เขาขอให้ร้องเพลงสถาบันพร้อมๆกันแล้วพวกผมก็ร้องได้บ้างไม่ได้บ้างไปตามประสาคนที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรกันมากนัก


“ไหนไอ้พี่ระเบียบปีสองคุณออกมานี่ดิ๊”


          สิ้นเสียงรุ่นพี่ปีสามพี่ว้ากปีสองก็เดินออกมายืนเรียงแถวกันด้านหน้าแถวของพวกผม ผมหันไปมองพี่แทฮยอนเล็กน้อยในขณะที่พี่เขาไม่ได้สนใจผมเลย... แอบผิดหวังเล็กๆแห่ะ


“น้องพวกคุณมันร้องเพลงไม่ได้อ่ะ ให้พวกผมทำยังไงครับ”
“ทำโทษครับ!!!


          เสียงพี่ว้ากปีสองตอบพร้อมกันเสียงดังฟังชัดจนพวกผมงี้ขนลุกเลย... ไม่ได้ปวดขี้นะ


“พวกคุณพูดเองนะครับ... เอ้าน้องๆปีหนึ่งนั่ง”


          คิดว่าคนที่พูดคงเป็นประธานว้ากปีสาม หลังจากพูดกับพี่ปีสองเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินลงมากจากแท่นสูงๆที่ไอ้พี่มินโฮมันเคยยืนแล้วมาหยุดอยู่หน้าแถวระหว่างรุ่นพี่ปีสองกับพวกผม


“พี่ระเบียบปีสองหันหน้ามาครับ”


          บรรยากาศเงียบๆพวกนี้มันดูอึดอัดแปลกๆครับ ผมได้แต่นั่งมองพี่แทฮยอนที่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างๆพี่มินโฮแบบเป็นห่วงเล็กๆ


“จำหน้าพวกพี่ๆคุณไว้นะครับ พวกเขาไม่มีความสามารถมากพอที่จะทำให้พวกคุณมีระเบียบวินัยได้ ทั้งๆที่เมื่อวานพวกผมก็เห็นว่ามีการทำโทษกันเกิดขึ้น”




“พี่ระเบียบปีสองครับ พวกคุณสอนน้องๆร้องเพลงรึยังครับ ทำไมผมให้เขาร้องแล้วเขาร้องกันไม่ได้”
“สอนแล้วครับ”


          พี่มินโฮยกมือขึ้นก่อนจะตะโกนตอบเสียงดังฟังชัด


“แล้วที่น้องมันร้องกันไม่ได้นี่ความผิดใครครับ หรือเพราะน้องมันไม่ใส่ใจสิ่งที่พวกคุณสอนครับ”
“ความผิดพวกผมครับ!!!


          คราวนี้พี่ว้ากปีสองทุกคนตอบออกมาพร้อมกัน


“ถ้าอย่างนั้นจะให้ผมทำยังไงครับ”
“ทำโทษครับ”
“ดีครับ.... พี่ระเบียบปีสอง วิดพื้น 30 ครั้ง ปฏิบัติ!!
“วิดพื้น!! 30 ครั้ง!! ปฏิบัติ!!


         สิ้นเสียงทวนคำสั่งพี่ว้ากปีสองก็ทรุดตัวลงตั้งท่าวิดพื้นและตะโกนนับกันอย่างพร้อมเพรียงกัน


“... 20!! 21!! 22!!
“หยุด!! ค้างท่าเตรียมไว้”
“ปีหนึ่งพวกคุณจำหน้ารุ่นพี่พวกนี้ไว้นะครับ ว่าพวกเขาไม่มีความสามารถ แค่สอนร้องเพลงสถาบันยังทำไมได้ ชาตินี้เรียนจบจะไปทำอะไรกินครับ”


          พี่ปีสามเริ่มพูดกดดันพวกผมอีกครั้ง ผมจ้องไปยังที่แทฮยอนที่ตอนนี้ท่อนแขนนั่นเริ่มสั่นน้อยๆแล้ว หยาดเหงื่อที่เกาะพราวบนใบหน้าใสที่ขึ้นสีนั่นเริ่มทำให้ผมเป็นห่วง


“พี่ระเบียบปีสอง!! วิดพื้น 50 ครั้ง ปฏิบัติ!!
“วิดพื้น!! 50 ครั้ง!! ปฏิบัติ!! 1,2,3 ...,10,11...สิ”
“ขออนุญาตช่วยเพื่อนครับ!!!


          ในขณะที่พี่ว้ากปีสองยังคงวิดพื้นอยู่ก็มีรุ่นพี่ที่เป็นสันทนาการวิ่งออกมาจากทางด้านหลังตะโกนขึ้น รุ่นพี่ปีสองทุกคนทรุดตัวลงแล้ววิดพื้นกันอย่างพร้อมเพียง แต่ด้วยความที่มันเป็นละครฉากหนึ่งรุ่นพี่ปีสามจึงงตะโกนขึ้นมาอีก


“ไม่พร้อมกัน เอาใหม่!!!       
“วิดพื้น!! 50 ครั้ง!! ปฏิบัติ!! 1,2,3 ...,15,16,17”


          ผมจ้องพี่แทฮยอนที่ดูเหมือนจะเริ่มไม่ไหวแล้วอย่างไม่ว่างตา และตอนนี้ผมจะไม่ทนอีกต่อไป


“ขออนุญาตช่วยพี่ครับ!!!


          ผมลุกขึ้นยืนชูมือขออนุญาตเตรียมจะลงไปวิดพื้นแต่พี่ปีสามก็ขัดขึ้นมาอีกครั้ง


“ไปช่วยมันทำไมครับ มันมีแต่ด่าแต่ว่าพวกคุณ ไปรักมันทำไมครับนั่งลงไปครับ”


          ผมจำใจนั่งลงแล้วหันไปมองพี่แทฮยอนที่กำลังวิดพื้นและหันมามองหน้าผมเช่นกันเขาส่งยิ้มให้ผมเล็กน้อย ผมรู้ครับว่านี่แค่จัดฉาก แต่ผมไม่โอเคถ้าพี่เขาจะต้องมาลำบากเพราะพวกผมแบบนี้


“ปีสองยืน!!!


          แล้วพี่ปีสองทั้งหมดที่วิดพื้นอยู่ก็ยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว


“ช้า!! ปีสองลุกนั่ง 50 ครั้ง ปฏิบัติ!!!


          ผมว่ามันออกจะเกินไปนิดนะ ไอ้พวกพี่ปีสองมันลุกกันไวชิบหายยังจะมาบอกว่าช้าอีกหรอ


“ลุกนั่ง 50 ครั้ง ปฏิบัติ!!! 1,2,3,4,...”


          ผมนั่งจ้องพี่แทฮยอนที่ดูจะท่าไม่ค่อยดีมาซักพักแล้วอย่างไม่วางตา รู้สึกปวดหนึบๆในใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า ทั้งๆที่ผมอยู่ตรงนี้ด้วยแท้ๆแต่กลับช่วยอะไรไม่ได้เลย


“มึง.... มึงว่าพวกพี่เขาจะไหวป้ะวะ”


          จินอูหันมากระซิบถามผมเบาๆ ผมจึงส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ และนี่เป็นอีกครั้งที่ผมตัดสินใจตะโกนออกไปขออนุญาตช่วยรุ่นพี่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงผมครับ เพื่อนๆในรุ่นต่างก็พร้อมใจกันลุกขึ้นยืนและขออนุญาตช่วยพี่ตามๆกันมา รวมทั้งไอ้จินอูด้วย


“ขออนุญาตช่วยพี่ครับ!!!


          จนคนสุดท้ายของรุ่นก็ลุกขึ้นขออนุญาตเช่นกัน เราลุกนั่งไปพร้อมๆกับรุ่นพี่ปีสองโดยมีพี่ปีสามยืนล้อมรอบอยู่


“...,46,47,48,49,50!!


          เมื่อนับจนครบทั้งปีสองและปีหนึ่งก็ยืนก้มหน้าเงียบเชียบ ผมแอบเห็นพี่ว้ากปีสองกับพวกพี่ว้ากปีสามยิ้มให้กันน้อยๆ


“ไปช่วยมันทำไมครับ พี่มันเหี้ยแล้วจะไปช่วยมันทำไมครับ รักมันเหรออออออ”


          คำถามที่ใช้น้ำเสียงกวนบาทามากดังออกมาจากปากพี่ปีสามคนหนึ่ง


“รักกันมากเหรอครับ งั้นพวกผมก็ผิดใช่มั้ยครับที่ทำโทษพวกคุณ”
“ไม่ผิดครับ!!!


          พี่แทฮยอนตะโกนตอบพี่ปีสาม


“ก็พวกผมทำโทษพวกคุณที่รักกันมากนี่ทำไมถึงไม่ผิดละครับ”
“เพราะพวกผมไม่มีระเบียบวินัยครับ”


          พี่เหยินตะโกนตอบไปตามบทบาทที่ตกลงเอาไว้


“ดีครับ งั้นพรุ่งนี้ถ้าพวกผมลงมาแล้วรุ่นน้องของพวกคุณยังร้องเพลงสถาบันไม่ได้อีกผมถือว่ารุ่นน้องพวกคุณไม่ใช่เด็กสาขาเรานะครับ พวกผมไม่ให้รุ่นพวกคุณนะครับ เข้าใจมั้ย”
“เข้าใจครับ”


          เด็กนักศึกษากว่า 80 ชีวิตตะโกนขึ้นพร้อมกันเสียงดังชัดเจน แล้วพี่ปีสามที่น่าจะเป็นประธานรุ่นก็ขึ้นไปยืนบนแท่นสูงๆด้านหน้าสถานที่รับน้อง ใช้โทรโข่งจ่อปากแล้วพูดแนะนำตัวเล็กน้อย


“สวัสดีรุ่นน้องปี 2 และปี 1 นะครับ ผมชื่อคังแดซองเป็นประธานรุ่นปีสาม อย่างที่เพื่อนผมเพิ่งบอกคุณไปเมื่อครู่ ว่าถ้าพรุ่งนี้พวกคุณปี 1 ร้องเพลงสถาบันกันไม่ได้ พวกผมจะไม่ให้รุ่นกับพวกคุณ ปีหน้าคุณจะไม่สามารถจัดรับน้องรุ่นถัดไปได้ พวกผมจะจัดกันเอง งานเลี้ยงรุ่นพวกคุณก็ไม่มีสิทธิจัด งานปาร์ตี้ต่างๆของทางสาขาพวกคุณก็ไม่มีสิทธิเข้า เข้าใจมั้ยครับ”


          พี่เขาพูดโคตรกดดันเลยครับ ทั้งๆที่เขาไม่ได้ว้ากไม่ได้ตะโกนอะไรเลยแท้ๆ


“พวกปี 2 มันเป็นยังไงพวกผมรู้ดี ผมรับพวกเขามาเองกับมือ ฉะนั้นพวกคุณควรจะรู้ตัวกันนะครับว่าที่พวกพี่มันโดนลงโทษกันเพราะอะไร... มันจะบอกว่าพวกคุณไม่ใส่ใจกับที่มันสอนก็ได้แต่มันเลือกจะโดนลงโทษซะเองคุณคิดว่าพี่มันรักคุณมั้ยครับ”


“ผมจะปล่อยพวกคุณทำกิจกรรมกันต่อนะครับ แล้วเจอกันพรุ่งนี้”


          พูดจบพี่แดซองก็ลงจากแท่นแล้วส่งโทรโข่งให้กับพี่มินโฮต่อ พี่มินโฮรอจนพี่ปีสามออกไปจากบริเวณจนหมดก่อนจะเปิดโทรโข่งแล้วกรอกเสียงเข้มลงไป


“วันนี้จะไม่มีการว้ากนะครับ ผมจะให้พี่สันทนาการสอนพวกคุณร้องเพลงอีกครั้ง ตั้งใจทำตามนะครับถ้ายังเห็นคำว่ารุ่นมีความหมายอยู่”


          พูดจบพี่มินโฮก็ส่งโทรโข่งให้กับพี่จุนฮเวต่อ จากนั้นพี่เขาก็เริ่มสอนร้องเพลงโดยให้พวกผมร้องตามอีกครั้ง ผมมองไปยังกลุ่มรุ่นพี่ว้ากที่ทยอยเดินออกไป เห็นพี่เหยินเดินไปตามนวดไหล่นวดขาให้พี่แทฮยอนที่นั่งพักอยู่ก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาครับ


          อยากจะเสยฟันสองซี่นั่นให้ร่วงลงมาอย่างบอกไม่ถูก






          จนแล้วจนรอดพวกผมก็ร้องเพลงสถาบันได้อย่างพร้อมเพรียงกันครับ นั่นก็เลยทำให้พี่จุนฮเวเปลี่ยนบรรยากาศโดยการร้องเล่นเต้นอีกครั้ง ไม่นานก็หมดเวลาทำกิจกรรมรับน้องครับ พวกรุ่นพี่ทยอยกันเอากระเป๋ามาแจกจ่ายและแยกรุ่นน้องออกเป็นกลุ่มๆ


          กลุ่มที่กลับบ้านทางหน้ามหาลัยจะมีรุ่นพี่ชุดหนึ่งเดินไปส่งรอจนน้องขึ้นรถเมล์กันหมดแล้วจึงกลับ ส่วนน้องที่อยู่หลังมหาลัยก็จะมีรุ่นพี่อีกกลุ่มที่แยกย้ายไปส่งตามหอ บางคนที่สนิทกับรุ่นพี่หน่อยก็จะมีพี่บางคนที่เลี้ยงข้าวในมื้อเย็น


          ผมมองหาพี่แทฮยอนอยู่ซักพักก็ไม่พบแม้แต่เงา ถามจากพี่จุนฮเวก็บอกว่าพี่เขากลับไปแล้ว ผมเลยเดินคอตกออกมายังหลังมหาลัยพร้อมกับไอ้จินอูที่บอกว่ามีนัดกินข้าวกับรุ่นพี่ท็อปเดือนสาขาอื่น


          พอแยกจากไอ้จินอูผมก็เดินกลับมายังหอพักของตัวเอง


“เดินคอตกเลย เป็นไรอ่ะ”


          เสียงใสๆเอ่ยทักจากทางด้านหลังทำให้ผมหันไปมองทันที แล้วรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาวของผมเลยครับ


          พี่แทฮยอนสุดสวยมาดักรอที่หน้าหอผมเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย


“คิดถึงพี่อ่ะ”


          ผมเดินไปยืนข้างๆพี่เขาที่ยืนอยู่หน้าหอของผม เอาไหล่ไปเบียดไหล่ของอีกคนอย่างอ้อนๆ


“แล้วพี่อ่ะ มายืนอยู่นี่เพราะคิดถึงผมอ่ะดิ”
“มะเหงกเหอะ”


          แล้วพี่เขาก็เขกหัวผมแรงๆไปหนึ่งที เจ็บครับแต่ชอบ อร๊ายยยยย


          ผมยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองก่อนที่รอบๆตัวจะเงียบลงอีกครั้งเพราะไม่รู้จะชวนคุยอะไรดี


“กินอะไรยัง”


          เป็นพี่แทฮยอนที่ถามขึ้นมาครับไม่ใช่ผม


“ย ยังอ่ะ แล้วพี่กินยัง”
“รอบางคนทำให้กินอยู่”


          กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ด อยากจะแหกปากร้องดังให้ลั่นถนน พี่เค้าอ่อยผมอีกแล้วครับแม่ ฮือออออออออออออออออ


          ผมก็เลยพาพี่แทฮยอนขึ้นมาบนห้องพักตัวเองอีกครั้ง โยนกระเป๋าของตัวเองไว้บนเตียง ผมหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นผูกเอวของตัวเอง แล้วไปรื้อๆหาผ้ากันเปื้อนอีกผืนที่ยังไม่ได้ใช้ขึ้นมาถือไว้


“หันหลังหน่อยครับ”
“ห๊ะ ห หันทำไมอ่ะ”


          พี่แทฮยอนถามขึ้นเมื่อเห็นว่าผมสั่งให้เขาหันหลัง ผมเลือกที่จะไม่ตอบแต่ใช้มือดันไหล่ให้พี่เขาหันหลังให้แทน จากนั้นผมก็วาดแขนขึ้นโอบรอบตัวพี่เขาโดยที่มือถือผ้ากันเปื้อนผืนใหม่ที่เพิ่งแกะออกจากซอง จากนั้นผมก็บรรจงผูกผ้ากันเปื้อนไว้ที่บนสะโพกของเขา


          ผมจงใจผูกมันเป็นเงื่อนตายจนแน่น กระตุกสองสามครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่สามารถแกะออกได้ง่ายๆ จากนั้นก็ยื่นหน้าไปขโมยหอมแก้มพี่เขาเบาๆโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว


“เดี๋ยวเหอะ”


          พี่แทฮยอนชี้หน้าคาดโทษผมไว้พร้อมกับยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง และผมมองว่ามันน่ารัก ยิ่งแก้มใสขึ้นสีแดงแบบนั้นยิ่งน่ารัก อยากจะจับฟัดแต่ก็ไม่กล้า... เดี๋ยวไก่ตื่น


          นี่เป็นอีกครั้งที่ผมลงมือทำสปาเก็ตตี้ซอสแดง แต่ว่าวันนี้มีพี่แทฮยอนคอยเป็นลูกมือด้วยครับ รู้สึกอยากเปลี่ยนเมนูเป็นเมนูที่ยากกว่านี้จังเลย จะได้ใช้เวลาร่วมกันนานๆหน่อย จริงๆขั้นตอนการทำมันไม่มีอะไรเลยครับ แต่ที่ทำนานหน่อยเพราะผมมั่วแต่หลอกแต๊ะอั๋งพี่เขาอยู่


          อย่างตอนใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงหม้อผมก็บอกให้พี่เขายื่นซองใส่เส้นมาให้แล้วจับมือเขาไว้แบบนั้นก่อนจะค่อยๆเทเส้นลงไปในหม้อ พี่เขาก็เลยตีไหล่ผมแรงๆไปหนึ่งที ไหนจะตอนเอาซอสออกจากเตาไมโครเวฟ ผมก็บอกให้พี่เขาเป็นคนเอาออกแต่สุดท้ายผมก็เดินไปซ้อนด้านหลังแล้วใช้มือกุมมือพี่เขาอีกทีแล้วยกถ้วยซอสออกมาวาง


          เอาจริงๆผมก็เขินจะแย่แล้วครับแต่ทำไงได้อ่ะ ด้านได้อายอด


          หลังจากจานสปาเก็ตตี้ถูกจัดลงจานอย่างสวยงามผมก็ยกทั้งสองจานมาวางไว้ที่โต๊ะกินข้าว แกะผ้ากันเปื้อนของตัวเองออกแล้วหันไปมองพี่แทฮยอนที่ทำหน้าบูดเพราะแกะผ้าของตัวเองไม่ได้ซักที พี่เขาทำท่าจะหมุนผ้ากันเปื้อนมาด้านหน้าเพื่อคลายปมนั่น ผมเลยรีบเดินเข้าไปจับมือบางเอาไว้


“เดี๋ยวแกะให้”


          ผมยืนยิ้มแป้นให้กับคนตรงหน้าก่อนจะเอื้อมมือไปด้านหลังของอีกคนเพื่อแกะปมออก ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ครับ พี่แทฮยอนปล่อยให้ผมแกะโดยไม่สนใจอะไร เห็นแบบนั้นผมเลยขยับตัวเข้าหาอีกคนก้มหน้าลงไปใกล้ๆไหล่แคบนั่นเพื่อมองปมด้านหลังได้ชัดขึ้น


          หัวใจผมเต้นโครมครามอีกครั้งเมื่อกลิ่นกายหอมๆนั่นลอยเข้าจมูก พี่แทฮยอนยกมือขึ้นดันอกของผมเอาไว้เพราะกลัวว่าจะใกล้กันเกินไป


“แปปนะพี่ ผมว่าผมมัดแน่นไปแน่ๆ”


          มือสั่นๆที่กำลังดันอกของผมอยู่นี่คงจะรับรู้ได้ถึงแรงเต้นของหัวใจผมแน่ๆ และผมจะเข้าข้างตัวเองอีกครั้งว่าที่มือนั่นสั่นก็เพราะหวั่นใจกับการที่เราใกล้กันขนาดนี้แน่ๆ


“เรียบร้อยครับ”


          ในที่สุดผมก็แกะผ้านั่นออกแล้วเอามาวางพาดไว้บนบาร์ที่ทำอาหารกันเมื่อครู่ พี่แทฮยอนจึงเดินไปนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวโดยมีผมเดินตามไปติดๆ ตอนแรกคิดว่าจะนั่งฝั่งตรงข้ามครับ จะได้มองหน้าอีกคนได้ถนัดๆ คิดไปคิดมานั่งข้างๆน่าจะดีกว่า จะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น


          ไม่นานสปาเก็ตตี้ทั้งสองก็หมดจานครับ เพราะทั้งผมและพี่เขาเอาแต่กินๆโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาซักคำ พี่เขาไม่ได้กินมูมมามเหมือนนางเอกในซีรีย์ที่ดูน่ารักน่าหยิกหรือกินเรียบร้อยแบบเหนียมอายอ่ะครับ เขากินปกติธรรมดาทั่วไป แถมอีกมือก็กำกระดาษทิชชูเอาไว้ซับคราบซอสที่เลอะปากบ่อยๆ เล่นดักทางซะผมแต๊ะอั๋งไม่ได้เลย


“เออ พี่ลืมเอาชุดมาคืนอ่ะ”


          กินเสร็จพี่เขาก็เอ่ยออกมา แหมพี่จะเก็บไว้เป็นข้ออ้างมาหาผมก็บอก แล้วผมก็เสือกปากไวเท่าความคิดครับ คิดอะไรก็ถามไปซะงั้น


“จะเก็บไว้เป็นข้ออ้างมาหาผมป้ะเนี้ยพี่”
“ใช่”


          ถึงขั้นแดกจุดกับคำตอบที่ได้รับครับเขินแทบจะบิดตัวเป็นเลขแปด


“จีบผมป้ะเนี้ยพี่”


          ผมถามแซวไปเล่นๆ รอดูว่ารุ่นพี่ที่แสนน่ารักตรงหน้าจะตอบอะไรกลับมาบ้าง พี่แทฮยอนเขาส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะยื่นหน้ามาใกล้ผมแล้วพูดประโยคต่อไปแบบเบาๆ


“พี่ไม่ได้จีบ พี่แค่ทอดสะพานให้เฉยๆ”


          แม่จ้าหนูอยากได้เค้าาาาาาาาาา กรี้ดดดดดด ซึงฮุนฟินขั้นสุดแล้วครับแม่


“งั้นเป็นแฟนกับผมนะ”


          ปากผมไวกว่าใจเกินไปแล้วครับ ถ้าพี่เค้าปฏิเสธละไอ้บ้าซึงฮุนนนนนนนนนน แล้วมันก็จริงครับ พี่เขาอมยิ้มน้อยๆก่อนจะส่ายหน้าไปมา


“เร็วไป ไว้รับน้องเสร็จถ้านายยังชอบพี่ค่อยว่ากันอีกที”
“งั้นขอจูบมัดจำไว้ก่อนได้ป้ะ”


          ผมยื่นปากเข้าไปใกล้หน้าที่แทฮยอนอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันจะได้ขโมยจูบก็โดนถีบออกมาซะก่อน เล่นซะผมล้มลงไปนั่งกับพื้นพร้อมๆกับเก้าอี้ที่นอนตายอยู่ข้างๆเลย


          พี่แทฮยอนระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นเลยครับ แล้วเขาก็ยกจานเปล่าๆสองจานนั่นไปวางไว้ตรงอ่างล้างจานก่อนจะเดินมาหาผมที่ยังนั่งอยู่ที่พื้น


“พี่กลับก่อนนะ”


          แล้วพี่เขาก็ก้มลงมาหอมแก้มผมหนึ่งทีอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยที่ผมยังคงเอ๋ออยู่ หัวสมองไม่ประมวลผลไปชั่วขณะ


“พี่แทฮยอนเค้าหอมแก้มเราหรอวะ”


          ผมนั่งยิ้มพร้อมกับยกมือขึ้นสัมผัสแก้มของหัวเอง นั่งเขินอยู่นานสองนานแล้วตัดสินใจลุกขึ้นไปล้างจานที่พี่เขาวางคาอ่างไว้


ก๊อก ก๊อก


          เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกสติของผมให้กลับมาอยู่กับตัว ผมเช็ดมือเปียกน้ำของตัวเองแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง


“คือ.... ฝนตกอ่ะ”


          เป็นพี่แทฮยอนที่มายืนตัวเปียกอยู่หน้าประตูห้องของผมเองครับ สภาพงี้ฝนคงจะตกหนักน่าดูเลย ผมหันหน้ากลับเข้ามามองยังหน้าต่างห้องก็พบว่าด้านนอกฝนตกจริงๆ


“ซึงฮุนนา.. มีร่มมั้ย”
“ไม่มีอะดิพี่ เข้ามานั่งในนี้ก่อนมั้ย เดี๋ยวเป็นหวัด”


          ผมหลีกทางให้คนพี่เดินเข้ามาด้านในก่อนจะไปหยิบผ้าขนหนูพร้อมกับเสื้อผ้ามาให้พี่เขาเหมือนเมื่อวาน แต่ที่เปลี่ยนไปคือเสื้อที่หยิบให้มันคือเสื้อตัดแขนที่คว้านลึกลงมาจนเห็นสีข้างเลยครับ รู้สึกชั่วร้ายยังไงก็ไม่รู้ 55555


          หลังจากพี่เขาอาบน้ำเสร็จก็มาสะกิดไหล่ผมที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงเพื่อให้ไปอาบน้ำต่อ


          ผมเข้าไปทำธุระส่วนตัวในเวลาสั้นๆเพราะอยากอยู่กับคนข้างนอกนานๆ เดินออกมาก็เห็นพี่เขานั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนโต๊ะกินข้าวของผม


          เนื้อนวลที่แลบออกมาจากแขนเสื้อทำให้ผมเผลอคิดหื่นกามขึ้นสมองอีกครั้ง ผมส่ายหัวแรงๆไล่ความคิดของตัวเองก่อนจะไปนั่งลงข้างๆพี่แทฮยอนที่เอาแต่สนใจเครื่องสี่เหลี่ยมในมือ กลิ่นหอมอ่อนๆโชยเข้าจมูกผมอีกครั้งทำให้ผมหน้าร้อนขึ้นมาซะดื้อๆ


          พอมานั่งใกล้ๆแบบนี้ยิ่งเห็นไปถึงไหนต่อไหน ตุ่มไตสีชมพูอ่อนนั่นแทบจะโผล่พ้นขอบแขนเสื้อออกมาทุกครั้งที่พี่เขาขยับแขนเลยครับ ใจผมนี่หล่นวูบไปมาอยู่แทบจะตลอดเวลา


          เนื่องจากเห็นว่าอีกคนเมามันส์กับการเล่นเกมในมือถือมากผมจึงขยับเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งอยู่ไปซ้อนข้างหลังพี่แทฮยอนโดยใช้พนักพิงชนเข้าหากัน ผมยื่นหน้าไปมองจอเครื่องมือสื่อสารที่มีตัวการ์ตูนวิ่งไปมาอยู่ ค่อยๆเอาคางแหลมของตัวเองกดลงบนลาดไหล่บางนั่น


          พี่แทฮยอนนั่งกดเกมอยู่นานจนผมเริ่มง่วง หัวกลมของผมเริ่มทิ้งตัวเซไปทางด้านข้างกระทบเข้ากับใบหูของอีกคน นั่นทำให้เจ้าตัวเลิกสนใจเกมแล้วหันมามองหน้าผมแทน


          ผมปรือตาน้อยๆมองใบหน้าที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ตอนนี้คือง่วงมากจริงๆครับไม่ได้จะอ่อยหรืออะไร เสียงเกมในมือถือของพี่เขายังคงดังอยู่หากแต่เจ้าตัวไม่ได้ให้ความสนใจกับมันเลยซักนิด ใบหน้าหวานค่อยๆเลื่อนใกล้เข้ามาทุกทีจนใจผมเต้นแรงไปหมด ปากบางนั่นค่อยๆเผยอออกน้อยๆและในที่สุดริมฝีปากของเราทั้งสองก็ประกบเข้าหากัน


          กลีบปากสีสวยนั่นทาบทับลงบนฝีปากของผมก่อนที่เขาจะค่อยๆปิดเปลือกตาลง ผมที่สติค่อยๆกลับมาทีละนิดใช้มือของตัวเองยกขึ้นประคองใบหน้าหวานของรุ่นพี่ก่อนจะขยับริมฝีปากของตัวเองบดเบียดปากของอีกคนอย่างเนิบนาบ ยื่นตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อที่จะได้จูบกันถนัดมากยิ่งขึ้น


          สัมผัสเชื่องช้าละมุนละไมเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เกรียวลิ้นสอดเข้าไปหยอกล้อกับลิ้นอุ่นของอีกคนจนน้ำใสเริ่มไหลออกตามมุมปากทำให้เกิดเสียงตามมา


          จังหวะการหายใจของพี่แทฮยอนเริ่มหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆผมจึงถอนสัมผัสนั้นออกมาอย่างนึกเสียดาย ผมจ้องหน้าพี่เขานิ่ง แก้มขึ้นสีนั่นมันช่างน่าฝังจมูกลงไปยิ่งนัก ปากที่แดงเจ่อจากฝีมือของผมเองนั่นมันดึงดูดให้อยากเข้าไปชิมรสหวานอีกหลายๆครั้ง สายตาหวานเยิ้มนั่นยิ่งทำให้ผมควบคุมตัวเองได้ลำบากขึ้นไปอีก


          ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นนัมแทฮยอนมันดึงดูดผมจนผมไม่สามารถจะละสายตาหรือกระทั่งหัวใจให้ไปสนใจกับสิ่งอื่นได้อีกต่อไป


“พี่... จะไม่เป็นแฟนกับผมจริงๆหรอ”


          พี่แทฮยอนที่เอาแต่เงียบก็ยังคงเงียบอยู่เหมือนเดิม นั่นยิ่งทำให้ผมหงุดหงิด รุ่นพี่รุ่นน้องที่ไหนเขาจูบกันวะพี่


“พี่”
“..........”


          ยิ่งพี่เขานิ่งผมยิ่งหงุดหงิด นอกจากจะนั่งนิ่งแล้วยังมากัดปากยั่วใส่ผมอีก ถ้าผมจับกดขึ้นมาอย่ามาโวยวายทีหลังนะเว้ย


“แทฮยอนอา”


          ผมเอ่ยเรียกอีกคนด้วยชื่อเขาอีกครั้งเบาๆ ผมละสายตาจากปากบวมแดงนั่นมองสำรวจไปยังเลื่อนร่างของคนตรงหน้าอย่างหื่นกระหาย เนื้อตัวขาวอมชมพูนั่นแดงขึ้นนิดหน่อยอาจจะเพราะความเขินอายหรืออะไรซักอย่างผมก็ไม่แน่ใจนัก ผมกลืนน้ำลายลงคออีกครั้งเมื่อพบว่าตัวเองไม่น่าไปมองจุดอื่นนอกจากใบหน้าขาวนั่น เพราะแม่งจะทำให้ไอ้ข้างล่างกลางตัวนี่ผงาดขึ้นมา


          เหี้ยแล้วมั้ยไอ้ซึงฮุนนนนนนนนนนนนนนนนนน


“นัมแทฮยอนอา”


          ในที่สุดความอดทนของผมก็หมดลง เล่นมายั่วผมขนาดนี้เองนะพี่...


          ผมลุกจากเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งอยู่ในยืนข้างๆแล้วเชยคางคนตรงหน้าขึ้น ริมฝีปากทาบทับลงไปบนกลีบปากแดงเจ่อนั่นอีกครั้ง บดเบียดอย่างรุนแรงเพื่อบ่งบอกอารมณ์ของผมในตอนนี้โดยที่พี่เขาก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรเพียงแต่ก็ไม่ได้จูบตอบผมกลับมา ผมถอนริมฝีปากออกมาก่อนจะกระตุกยิ้มร้ายใส่พี่เขา


“ถ้าพี่ยังไม่อยากเป็นแฟนผมตอนนี้ งั้นข้ามขั้นมาเป็นเมียผมเลยแล้วกัน”
“เฮ้ย”


          พูดจบผมก็อุ้มร่างขาวนั่นไปเหวี่ยงลงบนเตียงของตัวเองทันทีโดยไม่สนใจเสียงโวยวายที่ดังออกมาจากปากเล็กนั่น ทันทีที่ร่างขาวแตะลงบนพื้นเตียงนุ่มผมก็ไม่รอช้าที่จะขึ้นไปคร่อมร่างของพี่เขาเอาไว้ ผมจ้องมองเข้าไปยังดวงตาของรุ่นพี่ที่นอนอยู่ใต้ร่างเพื่อสื่อความหมายก่อนจะยื่นริมฝีปากลงไปประกบจูบอีกครั้งโดยที่มือทั้งสองข้างของผมกำลังกดข้อมือหนาของพี่เขาลงกับเตียงเอาไว้แน่น


          คนใต้ร่างดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการของผม นั่นทำให้ผมต้องออกแรงมากขึ้นไปอีก


          ผมขยับตัวขึ้นไปนั่งคร่อมสะโพกของพี่แทฮยอนเอาไว้ก่อนจะโน้มตัวลงไปดูดดึงซอกคอขาวของรุ่นพี่จนเกิดรอยแดงช้ำ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองผลงานของตัวเองแล้วฝังจมูกลงไปที่ใบหน้าขาวของอีกคนที่ขึ้นริวแดงเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ


“ย อย่า ซ ซึงฮุนนา”


          เสียงขัดนั่นไม่สามารถดึงผมออกจากห้วงปรารถนาได้ ผมซุกไซร้ริมฝีปากลงไปดูดดึงส่วนต่างๆที่น่าหลงใหลนั่น ไล่จากกกหูลงมายังลำคอขาวใช้จมูกถูกไถไปมาเพื่อสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆนี่แต่ไม่ได้ฝากรอยเอาไว้ เพราะกลัวปัญหาที่อาจจะเกิดตามมาในภายหลังหากพี่เขาต้องไปเรียน


          คนใต้ร่างยังคงดิ้นไปมาแม้ดวงตานั่นจะหยาดเยิ้มขัดกับการกระทำอยู่มากพอสมควร ผมกดจูบลงบนลาดไหล่และร่องไหปลาร้าลึกของรุ่นพี่อยู่หลายครั้งแล้วใช้มือข้างขวารวบข้อมือทั้งสองข้างของพี่แทฮยอนยกขึ้นไว้เหนือหัวของเราทั้งสองคน


          ผมใช้มือข้างที่ว่างสอดเข้าไปใต้สาบเสื้อของผมที่พี่เขาใส่อยู่ ใช้มือลูบวนอยู่ที่หน้าท้องนิ่มของพี่เขาซักพักโดยที่ปากก็ยังคงบดจูบกับปากบางด้านล่าง


“อึงอุนอุดดดดดดดดด”


          เสียงขัดดังอู้อี้อยู่ในลำคอนั่นช่วยกระตุ้นอารมณ์อยากของผมได้เป็นอย่างดี


          ผมเลิกเสื้อตัวบางนั่นขึ้นจนเห็นตุ่มไตคู่งามผมไม่รอช้ารีบก้มลงไปขบเม้มติ่งไตสีสวยนั่นอย่างหักห้ามใจไม่อยู่ ใช้ลิ้นยาวโลมเลียหยอกล้ออยู่ซักพักก่อนจะดูดเจ้าก้อนเนื้อน้อยๆนี่จนเกิดเสียง


“ซ ซึงฮุน พ พอแล้ว”


          ผมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าขาวที่เอ่ยปากห้ามผมเมื่อครู่โดยที่ยังไม่ละปากออกจากหัวนมสีสวยนี่ ผมเปลี่ยนไปดูดตุ่มไตอีกข้างที่ตั้งชันอยู่ ขยับร่างกายส่วนล่างถูไปมากับหน้าท้องน้อยนิ่มๆนั่นก่อนจะขยับตัวลงต่ำอีกนิดเพื่อให้ส่วนล่างของเราทั้งสองคนสัมผัสกันผ่านเนื้อผ้า


          ผมขยับส่วนล่างไปมาเพื่อถูไถกับแกนกายของอีกคนจนท่อนเนื้อของเราทั้งสองแข็งขืนขึ้นมาพร้อมๆกัน


          เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างเริ่มมีอารมณ์ร่วมแล้วผมจึงปล่อยมือที่ใช้รวบมือพี่แทฮยอนออกมานวดคลึงหน้าอกบางอีกข้างที่ว่างอยู่


          เมื่อดูดดึงอกเล็กนั่นจนสาแก่ใจผมก็ยัดตัวลุกขึ้นมองดูอีกคนที่ไม่ส่งเสียขัดขืนมาซักพักแล้ว พี่แทฮยอนที่นอนนิ่งไม่ยอมสบตาผมนั่นทำให้ผมได้สติ ผมลุกจากร่างขาวที่ตัวเองคร่อมเอาไว้แล้วไปนั่งข้างๆแทน


“ผมขอโทษ”


          ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจของผมจนแทบจะไม่เหลือชิ้นดี ยิ่งคนข้างๆนิ่งไม่ตอบอะไรกลับมาผมยิ่งรู้สึกแย่กับสิ่งที่ทำไป แล้วต่อไปนี้จะมองหน้ากันยังไง... ทำไมก่อนทำถึงไม่คิดนะไอ้ซึงฮุน


          ผมก้มหน้ามองแกนกายตัวเองที่ยังคงแข็งขืนอยู่ มันรู้สึกปวดหนึบๆแต่ผมก็ไม่มีอารมณ์จะทำมันต่อแล้ว ผมได้แต่นั่งนิ่งๆปล่อยให้ความเงียบเข้ามาแทรกระหว่างเราสองคน มองไปยังนอกหน้าต่างก็พบว่าสายฝนยังคงโรยปรายอยู่เช่นเดิมและไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลง


          แรงสะกิดที่ข้อมือทำให้ผมหันไปมองคนที่นอนอยู่ พี่แทฮยอนค่อยๆยื่นมือมาดึงแขนผมให้นอนลงไปข้างๆ เป็นอีกครั้งที่ผมทำตามเขาอย่างว่าง่ายไม่ขัดขืน


“นอนเถอะนะ”


          ยิ่งพี่เขาไม่ต่อว่าอะไรผมยิ่งรู้สึกแย่ ทำไมทำตัวแบบนี้วะไอ้ซึงฮุน


“ผม... ขอโทษนะ”


          ผมทำได้เพียงแค่ขอโทษกับสิ่งที่ทำไปโดยไม่คิด ผมพูดขอโทษพี่เขาอีกครั้งแล้วหันหน้าไปหาเขาที่กำลังนอนจ้องผมอยู่เช่นกัน


          พี่แทฮยอนยกแขนของผมขึ้นมาใช้แทนหมอนหนุนก่อนจะค่อยๆขยับตัวเข้ามาใกล้ผมมากกว่าเดิม พี่เขาหยัดตัวขึ้นสูงบรรจงจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากของผมอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน ก่อนจะส่งยิ้มมาให้ผมอีกครั้ง


“นอนนะเด็กดี”


          ผมสัญญากับตัวเองเลยว่าต่อไปนี้ถ้าคนตรงหน้าไม่ยินยอมผมจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก ก็พี่เขาเล่นดีซะขนาดนี้ผมจะทำตัวเหี้ยได้ยังไงกัน ผมกอดร่างบางที่นอนซุกอกของผมเอาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าอีกคนจะหายไปก่อนจะพร่ำขอโทษเขาอีกครั้งแล้วกดจูบเบาๆลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลนุ่มนั่นอีกครั้ง


“อีซึงฮุนขอโทษนะ แทฮยอนอา”


          แรงสั่นไหวที่หน้าอกทำให้ผมรู้ว่าพี่เขารับรู้ในสิ่งที่ผมทำอยู่ ขอบคุณที่ให้อภัยคนโง่ๆอย่างผมนะครับ รุ่นพี่นัมแทฮยอน







         เช้าวันใหม่ดูไม่ค่อยจะสดใสซักเท่าไหร่ครับ เพราะวันนี้ฝนตกแต่เช้าเลยและแน่นอนว่าวันนี้ผมมีเรียนรวมทั้งพี่แทฮยอนด้วย พี่เขารอจนผมแต่งตัวเสร็จแล้วออกจากหอของผมไปพร้อมๆกันโดยที่ผมไปขอยืมร่มจากป้าแม่บ้านมาหนึ่งคัน


          และร่มมันค่อนข้างจะเล็กครับ ซึ่งผมก็เป็นคนดีพอไงเลยถือร่มเองแล้วใช้มันบังฝนให้พี่แทฮยอนและตัวเองเปียกเองเกือบครึ่งซีกได้ ผมเดินมาส่งพี่เขาที่หอก่อนจะได้รับคำเชิญให้ขึ้นไปรอบนห้องเพราะรออยู่ข้างล่างนี่อาจจะหนาวตายได้


          ผมเดินเข้ามาให้ห้องพี่เขาที่จัดข้าวของไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่าห้องผมหลายเท่าตัว ผมนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะหนังสือของพี่เขาที่บริเวณเกินครึ่งเอาไว้วางอุปกรณ์ช่าง ส่วนพี่เขาก็เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวในห้องน้ำ ไม่นานพี่เค้าก็ออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนักศึกษาที่เกือบจะถูกระเบียบ ผมนั่งมองพี่เขาที่ก้มลงไปใส่ถุงเท้าอยู่ที่ปลายเตียงด้วยหลายๆความรู้สึก


          เมื่อก่อนผมชอบพี่เขา แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมากขนาดนี้ มากขนาดถึงขั้นที่ผมคิดว่าผมคงชอบใครไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ผมโชคดีขนาดไหนที่คนที่ตัวเองชอบก็คิดเหมือนกัน ผมโชคดีขนาดไหนที่เมื่อคืนเกือบจะข่มขืนเขาแล้เขายังให้โอกาสผมได้แก้ตัว


“พี่ ผมสัญญานะ สัญญาว่าผมจะเป็นแฟนที่ดีของพี่เมื่อพี่พร้อมจะเป็นแฟนกับผม”


          พี่แทฮยอนพยักหน้าแล้วส่งยิ้มบางมาให้ผมก่อนจะเดินมาหยิบข้าวของ 2-3 อย่างใส่กระเป๋าสะพายแล้วกุมมือผมออกมาจากห้องพร้อมกัน









          วันนี้การรับน้องผ่านไปด้วยดีครับ มีลงว้ากนิดหน่อยตอนเริ่มรับน้องเพราะพี่มินโฮบอกว่าขอเช็คก่อนว่าพวกผมร้องเพลงสถาบันกันได้รึยัง จะได้ไปตกลงกับพี่ว้ากปี 3 ได้ และด้วยความที่เมื่อวานโดนซ่อมกันไปหนักพอสมควรเลยทำให้เพื่อนๆร่วมรุ่นของผมกลับไปซ้อมร้องเพลงกันมาจนจำได้ขึ้นใจ รวมถึงผมที่โดนไอ้จินอูบังคับขู่เข็นให้หัดร้องเอาเป็นเอาตายเมื่อเช้าด้วย


          วันนี้ไม่มีการซ่อมเกิดขึ้นครับ ทำให้กิจกรรมทุกอย่างสนุกสนานและดำเนินไปอย่างราบรื่น


          กิจกรรมรับน้องประจำวันจบลงผมก็ขอแยกตัวออกจากกลุ่มเพื่อนที่หน้าคณะแล้วเดินกลับไปหาพี่แทฮยอนที่นั่งคุยกับเหล่าพี่ว้ากอยู่ข้างตึกเพื่อจะกลับหอพร้อมกัน เมื่อพี่มินโฮเห็นผมโผล่หน้าไปก็เดินเข้ามากอดคอผมแล้วลากไปหยุดคุยกันสองคนตรงข้างต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากบริเวณที่พี่แทฮยอนยืนอยู่


“เมื่อคืนถึงไหนวะ”
“ถึงไหนอะไรพี่”
“มึงอย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง กูเห็นรอยช้ำบนคอไอ้แทฮยอนแล้ว แม่งรอยดูดชัดๆ”


          ผมเผลอทำหน้าเศร้าออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องระยำที่ทำไปเมื่อคืนจนพี่มินโฮหน้าทอดสี


“แห้วเหรอวะ”
“ป่าวพี่ แต่คือ... เมื่อคืนผมแม่งขืนใจพี่เขาแต่ห้ามตัวเองไว้ทัน เขาเลยยังให้โอกาสอยู่”


          ผมตอบรุ่นพี่ไปตามตรงพร้อมแสดงสีหน้าหดหู่ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่


“เขาให้โอกาสแล้วก็อย่าทำอีกนะมึง ถ้ามึงขืนใจมันอีกกูนี่แหละจะแจกตีนให้มึงแดกจนอิ่มท้องเลยไอ้น้อง”


          ผมพยักหน้ารับสิ่งที่พี่เขาพูดแล้วพี่มินโฮก็ยื่นมวนบุหรี่มาให้ผมก่อนที่เราทั้งสองจะยืนสูบบุหรี่กันอยู่เงียบๆโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก หลังจากบุหรี่หมดไปครึ่งมวนพี่แทฮยอนก็เดินเข้ามาหาแล้วยื่นมือไปคีบบุหรี่ที่ปากของพี่มินโฮมาสูบต่อ ริมฝีปากบางดูดเอาสารก่อมะเร็งเข้าปอดก่อนจะพ้นกลุ่มควันบางเบานั่นออกมา แล้วพี่มินโฮก็ยื่นมือไปยีผมของพี่แทฮยอนจนยุ่งเหยิง


          ผมมองภาพนั่นด้วยความรู้สึกแปลกๆ หวง... ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน ผมเลือกที่จะละสายตาของจากภาพที่ทำให้รู้สึกแย่นั่นแล้วหันหลังไปอีกทางแทน


“ซึงยูนรอมึงอยู่หน้าคณะ รีบๆไปซะ”


          เป็นเสียงของพี่แทฮยอนที่เอ่ยออกมาก่อนจะมายืนอยู่ข้างๆผม ผมหันไปมองคนข้างๆเล็กน้อยก่อนจะหันไปสูบบุหรี่ในมือต่อ


          บุหรี่ที่จรดลงบนริมฝีกปากของผมถูกมือบางดึงมันออกก่อนจะโยนลงพื้นแล้วใช้เท้าบดขยี้มันจนดับ ผมหันไปมองหน้าพี่เขาเล็กน้อยก่อนจะกรอกตาขึ้นฟ้าเบาๆ การกระทำของผมทำให้พี่แทฮยอนเบ้ปากเล็กน้อย เขาจรดริมฝีปากของตัวเองลงบนก้นบุหรี่ในมืออีกครั้ง... บุหรี่ที่ดึงมาจากปากของพี่มินโฮ


          เขาสูดมันเข้าปอดจนไฟแดงอีกข้างหดเข้ามาอย่างรวดเร็ว มือบางปล่อยก้นบุหรี่ให้ร่วงหล่นลงสู่พื้นใช้เท้าขยี้มันอีกครั้งก่อนจะจับไหล่ผมให้หันไปมองหน้าเขาและพ้นควันสีขาวนั่นออกมาช้าๆ


          ม่านควันบุหรี่ทำให้ผมเห็นภาพคนตรงหน้าไม่ชัดซึ่งผมไม่ชอบเอาซะเลย มันเหมือนกับตอนนี้ที่พี่เขาไม่ได้ชัดเจนอะไรกับผมซักอย่าง เขาบอกว่าทอดสะพานให้แต่มันไม่ได้แปลว่าเขาชอบผม


“หึงหรอ”


          ผมส่ายหน้ากับคำถามนั่นก่อนจะเดินหนีออกมา และมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกแย่เมื่ออีกคนที่น่าจะเดินตามออกมากลับเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนั้น










          หลายวันผ่านไปจนในที่สุดก็ถึงวันรับน้องวันสุดท้าย ผมและพี่แทฮยอนไม่ได้คุยกันอีกเลยหลังจากวันนั้น ไม่แม้แต่จะมองน้ากันด้วยซ้ำ ทุกครั้งที่เดินสวนกันมักจะเป็นผมที่หลบตาเขาเสมอ ไม่รู้อะไรทำให้ผมทำแบบนั้นลงไปทั้งๆที่ต้องมานั่งรู้สึกแย่เองกับการห่างเหินที่เกิดขึ้น


          ผมกำลังทำบ้าอะไรอยู่ ?


“หวังว่าน้องๆจะเข้าใจเจตนาของพวกพี่นะครับ การรับน้องจบลงแล้ว ทุกคนแยกย้ายได้”
“เย้!!!!


          หลังจากเลือกประธานรุ่นผมได้แล้วรุ่นพี่ก็ออกมากล่าวขอโทษสำหรับเรื่องแย่ๆบางเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนจะนัดหมายวันเวลาของการจัดปาร์ตี้ต้อนรับน้องปีหนึ่งซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจรายละเอียดอะไรพวกนั้นเท่าไหร่ ผมได้แต่นั่งมองพี่แทฮยอนที่ยืนอยู่ข้างๆพี่มินโฮตลอดเวลา


          มีบ้างที่พี่เขาหันมาสบตากับผม แล้วก็เป็นพี่เขาที่หลบตาไปก่อนเสมอ


          ตอนนี้ผมโคตรรู้สึกแย่เลยว่ะ ทั้งๆที่พี่เขาให้โอกาสขนาดนั้นแต่ผมกลับทำให้ทุกอย่างมันแย่ลง



          หลังจากรุ่นพี่สั่งให้แยกย้ายไอ้จินอูก็แยกตัวไปหารุ่นพี่ท็อปที่รออยู่หน้ามหาลัย ปล่อยให้ผมเดินกลับคนเดียวเหมือนอย่างเคย ผมเดินไปหยุดอยู่หน้าคณะเห็นเงาของใครบางคนที่ดูคุ้นตากำลังยืนกอดกับร่างบางของใครอีกคน


          พอเพ่งมองดูดีๆแล้วนั่นมันไอ้พี่มินโฮนี่หว่า กอดใครว่ะ.... ตัวบางขนาดนั้นมันไม่น่าจะใช่พี่แทฮยอน และยิ่งไปกว่านั้นคือทั้งคู่กำลังจะจูบกัน


          ในขณะที่กำลังตกใจกับภาพตรงหน้าเสียงหวานที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นไม่ไกล ผมหันไปมองตามเสียงนั่นก็พบว่าพี่แทฮยอนกำลังเดินมาทางนี้พร้อมกับพี่เหยินและพี่จุนฮเว... แล้วถ้าพี่เขามาเห็นภาพพี่มินโฮจูบคนอื่นแบบนี้เขาจะรู้สึกยังไงวะ


          ผมตัดสินใจเดินเข้าไปคว้าข้อมือของพี่แทฮยอนแล้วออกแรงดึงให้เดินไปอีกทาง


“เฮ้ยๆเดี๋ยว”


          พี่เหยินคว้าแขนของพี่แทฮยอนเอาไว้ก่อนจะออกแรงดึงตัวพี่แทฮยอนกลับ


“จะรุ่มร่ามกับเพื่อนกูมากไปแล้วน้อง”
“ขอโทษจริงๆพี่ แต่พี่แทฮยอนเดินไปทางนั้นไม่ได้”
“ทำไมวะ ทางนั้นมันมีอะไรรึไง”


           ผมไม่ตอบคำถามไอ้พี่เหยินให้เสียเวลาเดินไปคว้าข้อมือพี่แทฮยอนอีกครั้ง


“อ้าวซึงยูน”


          ผมหันไปตามเมื่อได้ยินเสียงใสเอ่ยเรียกใครซักคน ภาพนั้นทำให้ผมกำข้อมือของพี่แทฮยอนเอาไว้แน่น ก็ไอ้พี่มินโฮเล่นโอบไหล่ใครคนนั้นแล้วเดินมาหาโดยไม่เกรงใจพี่แทฮยอนเลยซักนิด


“กูก็นึกว่าเอะอะอะไรกัน นี่มึงจะลากเพื่อนกูไปไหนห๊ะ”


          พี่มินโฮถามผมด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง


“พี่ถามตัวเองเหอะว่าพี่ทำอะไร”
“ห๊ะ... กู”


           ไอ้พี่ตัวดำชี้ตัวเองพลางทำหน้างงใส่ผม


“เออดิ เมื่อกี้พี่ทำอะไรกันหน้าคณะวะ ถ้าพี่แทฮยอนเห็นเขาจะรู้สึกยังไงอ่ะ”
“อ่อที่กูทำแบบนี้อ่ะหรอ”


          แล้วไอ้พี่ตัวดำก็ดึงร่างบางข้างๆมาประกบจูบอย่างเร้าร้อนให้ทุกคนเห็นคาตา


“อ ไอ้มินโฮ”


          ใบหน้าเล็กนั่นขึ้นสีแดงอย่างกับลูกมะเขือเทศก่อนจะใช้มือบางทุบอกพี่มินโฮไปเต็มแรง


“แล้วไงต่อ กูจูบแฟนกูแล้วแทฮยอนมันต้องรู้สึกอะไรวะ”


           ผมหันไปมองหน้าพี่แทฮยอนโดยอัตโนมัติสิ่งที่เห็นมันช่างต่างจากที่จินตนาการไปไกล สีหน้าของพี่เขาดูเรียบเฉยซะจนไม่เหมือนคนกำลังเสียใจเลยซักนิด


“แล้ว... แล้วพี่ต้องรู้สึกอะไรวะ พี่เห็นเพื่อนสนิทยืนจูบกับแฟนของมันที่เป็นเพื่อนสนิทอีกคนของพี่นี่คือต้องรู้สึกไงวะ”


          พี่แทฮยอนหันมาถามผมด้วยน้ำเสียงขำๆ นั่นทำให้ผมอาย อายชิบหายนี่ที่รู้สึกแย่อยู่ทุกวันนี้คือคิดไปเองหมดเลยใช่ปะไอ้ซึงฮุนเอ่ยยยยยยย


          ผมปล่อยข้อมือของพี่แทฮยอนออกก่อนจะเดินกลับไปยังหอพักของตัวเองโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป







          ผมเดินมาหยุดถอนหายใจอยู่หน้าหอพักก่อนจะยกคีย์การ์ดขึ้นแตะเพื่อเข้าไปด้านใน ขายาวก้าวผ่านประตูกระจกเข้าไปแล้วปล่อยให้ประตูมันเลื่อนปิดเอง เสียงประตูที่ควรจะดังลั่นกลับไม่ยอมดังขึ้นมาทำให้ผมหันกลับไปมองด้านหลังตัวเอง


          ภาพตรงหน้าทำให้ใจผมเต้นรัวอีกครั้ง


          พี่แทฮยอนกำลังยืนหอบหายใจโดยที่ใช้มือข้างหนึ่งดันประตูนั่นเอาไว้ เห็นแบบนั้นผมจึงเดินไปฉุดข้อมือของอีกคนให้เดินตามเข้าไปในห้องของผมที่อยู่ชั้นบน


          เมื่อเข้ามายังด้านในผมก็ปล่อยให้อีกคนเป็นอิสระ ผมเดินไปหยิบน้ำเย็นขวดเล็กออกมายื่นให้รุ่นพี่ที่นั่งอยู่บนโต๊ะกินข้าว จากนั้นก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ ผมใช้เวลาอยู่ในนี้นานพอสมควร กำลังทบทวนเรื่องราวต่างๆมากมายที่ตัวเองทำลงไป


          แล้วทีนี้จะทำยังไง จะเริ่มยังไงดี


          คิดทบทวนไปเรื่อยจนเนื้อตัวที่เปียกน้ำเริ่มเปื่อยผมจึงเช็ดตัวอยู่ที่หน้ากระจกแล้วเอาผ้าขนหนูคาดเอวก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ ผมมองไปที่พี่แทฮยอนที่หันมาทางผมเช่นกันแต่ก็เลือกที่จะเบือนหน้าหนีแล้วมุ่งตรงไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วควานหยิบอะไรก็ได้ใกล้ๆมือมาใส่


          ผมล้มตัวลงนอนที่เตียงของตัวเองโดยที่พี่เขายังนั่งอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน


          เวลาผ่านไปเกือบจะชั่วโมงเราคงคู่ยังคงเงียบ ผมเหลือบไปมองนอกหน้าต่างก็พบว่าที่ด้านนอกฝนกำลังจะตกลงมาอีกครั้ง และดูเหมือนว่าจะตกนานมากเสียด้วย


“ฝนจะตกแล้วนะพี่”
“ไล่หรอ”
“เปล่า แค่กลัวว่าพี่จะกลัวที่ต้องอยู่กับผมสองคน”


          ผมนอนมองเพดานห้องอยู่เงียบๆอีกครั้งเมื่อเห็นว่าพี่เขาไม่พูดอะไรต่อ แรงยวบของเตียงทำให้รู้ว่าอีกคนคงลงมานั่งหรือนอนซักอย่างอยู่บนเตียงแน่ๆ ไม่นานใบหน้าขาวๆก็ยื่นมาแทนที่ดวงไฟที่ติดไว้บนเพดาน ใบหน้าเนียนใสถูกบดบังด้วยเงามืดเล็กน้อย กลุ่มผมที่เคยทัดไว้ข้างหูค่อยๆหล่นลงมาปิดใบหน้าของเขา


          ผมยื่นมือไปปัดปรอยผมนั่นขึ้นทัดหูเขาอีกครั้ง ก่อนจะหยัดตัวขึ้นแล้วจรดริมฝีปากเข้าหากลีบปากของอีกคน เพียงแค่แตะสัมผัสเบาๆ แล้วจ้องหน้าอีกคนอยู่แบบนั้น โดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา


          ผมดึงร่างบางด้านบนลงมานอนกอดอย่างลืมตัว ลืมไปว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน


          ผมก้มลงไปมองหัวทุยๆที่ซุกอยู่ตรงหน้าอกแล้วยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนั่นเบาๆ กดจมูกฝังลงไปที่กลางกระหม่อมนั่นแล้วคลายอ้อมกอดของตัวเองออก การกระทำของผมทำให้พี่แทฮยอนลุกขึ้นแล้วขยับไปนั่งหันหลังให้ผมที่ปลายเตียง


“นาย... นายยังคิดกับพี่แบบเดิมอยู่รึเปล่า ซึงฮุนนา”


          พี่แทฮยอนถามด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มโดยที่ผมเองก็นึกไม่ออกว่าตอนนี้พี่เขากำลังทำหน้าแบบไหนอยู่


“ผมชอบพี่มากจนไม่รู้จะมากยังไงอยู่แล้วพี่แทฮยอน”
“กิจกรรมรับน้องจบลงแล้วนะ”


          ประโยคนั้นทำให้ผมยิ้มแก้มแทบฉีก ผมลุกขึ้นนั่งซ้อนด้านหลังของพี่เขาโดยอ้าขาทั้งสองข้างออกแล้วดึงอีกคนเข้ามากอดเอาไว้แนบอก หัวใจของเราทั้งคู่เต้นแรงมากจนสัมผัสได้ ผมกอดอีกคนไว้แน่นก่อนจะซุกหน้าลงบนไหล่แคบของเขาแล้วพูดเสียงอู้อี้ออกมา


“พี่เป็นแฟนผมแล้วนะ”
“อื้อ”
“จริงนะ”


          ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่เขาแล้วเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง


“อื้มมมมมมมม”


          ภาพคนน่ารักกำลังอมยิ้มอยู่ในอ้อมกอดทำให้ผมยั้งใจไว้ไม่ทำเผลอฝังจมูกลงไปที่แก้มแดงๆนั่นอีกหลายครั้งจนอีกคนต้องร้องห้าม


“พอแล้ว”
“ทำไมอ่ะ แฟนผมตัวหอมอ่ะ ผมก็อยากหอมแฟนของผมไง”


          แล้วผมก็ฝังจมูกลงไปที่แก้มนิ่มนั่นอีกครั้ง ก่อนจะซุกหน้าลงที่ไหล่บางของพี่เขา


“อ อะไรอ่ะซึงฮุน”


          ดูเหมือนพี่แทฮยอนจะรับรู้ถึงบางสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงบนร่างกายของผม


“อะไรเหรอ ไม่มี๊”
“ซ ซึงฮุนนา อะไรดันก้นพี่อยู่”
“พี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอ อย่าถามมากดิ๊เดี๋ยวห้ามตัวเองไว้ไม่อยู่”


          ผมกดจูบลงบนลาดไหล่มนของคนน่ารักในอ้อมกอด คนถูกกระทำก็เลยเลือกที่จะนั่งเงียบๆตามคำบอกของผมอย่างง่ายดาย ก็บอกแล้วไงว่าผมจะไม่ขืนใจพี่เขาอีก ผมกอดอีกคนเอาไว้แน่นขึ้นเรื่อยๆพยายามกลั้นอารมณ์ดิบของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ให้ตายเหอะ นั่งกอดอยู่งี้มันยิ่งกระตุ้นอารมณ์ไม่ใช่หรอวะ


          แต่ผมไม่อยากคลายอ้อมกอดออกไง คิดถึงแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว


“พี่ ผมจูบได้มั้ย”


          เมื่อพี่แทฮยอนพยักหน้าให้คำตอบผมก็จับอีกคนให้หันหน้าเข้ามาหาผมโดยที่ยกขาทั้งสองข้างของพี่เขาวางทับไว้บนหน้าขาของผม


          ผมจรดริมฝีปากลงบนปากบางของเค้าก่อนจะละออกแล้วมองใบหน้าแดงๆนั่นชั่วอึดใจ แล้วผมก็ยื่นหน้าไปประกบจูบอีกครั้งก่อนจะยกมือขึ้นประคองใบหน้าของอีกคนให้เอียงองศาที่พอดีเพื่อจะได้ดูดดึงกันได้อย่างถนัด ผมละเลียดชิมกลีบปากสวยจนหนำใจแล้วค่อยๆสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากที่เผยอน้อยๆรอไว้ก่อนหน้า


          ผมเลื่อนมือมาจับที่ต้นคอขาวของพี่แทฮยอนแล้วใช้มือข้างหนึ่งจับข้อมือหนาของพี่แทฮยอนขึ้นมาวางไว้บนบ่ากว้างของผม


          สองลิ้นเกี่ยวตวัดหยอกล้อกันอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากดูดดึงกันไปมาอย่างเชื่องช้าและมันยิ่งปลุกปั้นอารมณ์ในตัวของผมให้แรงขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ ผมถอนจูบออกเมื่อแรงบีบที่ไหล่มีเพิ่มมากขึ้นมองในหน้าขาวที่ขึ้นสีกำลังหอบหายใจแล้วประจูบลงไปอีกครั้งอย่าเร้าร้อนกว่าเดิม


          ก่อนสติของผมจะล่องลอยไปกับอากาศผมถอนจูบออกมาอีกครั้งแล้วดึงคนน่ารักตรงหน้าเข้ามาสวมกอด


“โคตรคิดถึงเลยรู้ป่าว”
“.........”
“อยากจับฟัด อยากจูบ อยากกอด”
“.........”
“อยากทำมากกว่านี้ อยากกดพี่ให้จมเตียงแล้วกระแทกไม่ยั้ง”
“.........”
“อย่าน่ารักมากขนาดนี้ได้มั้ย ผมจะห้ามใจตัวเองไว้ไม่ได้อยู่แล้ว”
“.........”


          ความเงียบก่อตัวขึ้นอีกครั้งจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันของเราสองคน


          พี่แทฮยอนดันตัวเองออกจากอกของผม หยัดตัวให้สูงขึ้นก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างคล้องคอของผมเอาไว้ เขาก้มหน้าลงมามองผมที่กำลังจ้องการกระทำของเขาอย่างสงสัย สายตาซุกซนนั่นยิ่งกระตุ้นอารมณ์กามที่ไม่ได้สงบลงเลยของผมให้มีสูงมากขึ้นไปอีก


“อยากกระแทกเหรอ...”


          เสียงยั่วยวนนั่นทำให้ผมลุ้นรอคำพูดต่อไปด้วยใจที่เต้นระรัว




.
.
.
.
.
.


“ก็ทำสิ”


          เสียงกระซิบแหบที่ยั่วยวนข้างกกหูยังไม่ทำให้ทำขนลุกซู่ได้เท่าการใช้ริมฝีปากเม้มขบลงบนใบหูของผม ประโยคเชิญชวนนั่นทำให้ผมไม่คิดจะอดทนอีกต่อไปดึงร่างบางกดลงให้นอนราบกับเตียงก้มหน้าลงไปปล้ำจูบกับริมฝีปากเย้ายวนของคนใต้ร่างอย่างหื่นกระหายจนเกิดเสียงน่าอายดังไปทั่วบริเวณห้อง


          มือบางของคนใต้ล่างสอดประคองท้ายทอยของผมเอาไว้ก่อนจะออกแรงกดเพื่อให้ปากของเราบดเบียดกันมากขึ้น มือหนาของผมลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของอีกคนลูบวนไปมาเพื่อเร้าอารมณ์ของเราทั้งสองให้ได้ที่


          เลื่อนใบหน้าขาวไปขบเม้มตามซอกคอก่อนจะฝากรอยรักจางๆไว้ จมูกสูดกลิ่นหอมอ่อนๆอย่างที่ชอบเข้าเต็มปอดก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆจนถึงลาดไหล่แคบของอีกคน ริมฝีปากพรมดูดไปทั่วลาดไหล่ที่โผล่พ้นคอเสื้อออกมาก่อนจะละใบหน้าขึ้นไปประกบจูบกับปากบางอีกครั้งอย่างดุดัน


          มือซนเลิกเสื้อตัวบางของคนใต้ร่างขึ้นสูงก่อนจะละริมฝีปากออกเพียงชั่วครู่เพื่อให้เสื้อตัวแกะกะนั่นออกไปพ้นจากรัศมีร่างกาย จากนั้นมือขาวของคนใต้ร่างก็ดึงเสื้อของผมออกบ้างก่อนจะเหวี่ยงมันทิ้งไปอย่างไม่ใยดี


          ใบหน้าใสของผมก้มลงไปซุกไซร้กับตุ่มไตสีชมพูที่เคยสัมผัสมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน นอกจากคนใต้ร่างจะไม่ขัดขืนแล้วยังแอ่นอกสู้มือของผมอีกด้วย ออกแรงนวดคลึงจนอกขาวเริ่มกลายเป็นสีแดงก่อนจะก้มหน้าลงไปดูดดึงมันอย่างเพลิดเพลิน มือเรียวของอีกคนสอดเข้ามาในกลุ่มผมนุ่มของผมออกแรงขยุ้มมันเล็กน้อยเพื่อระบายความเสียว


           ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกดีมากจนต้องยื่นมือเรียวไปลูบวนที่หน้าท้องนิ่มของรุ่นพี่ทั้งๆที่ปากก็ยังคงดูดดึงตุ่มไตด้านบนอยู่


“อะ อาาาา”


          เสียงครางที่เล็ดลอดออกมาจากไรฟันนั่นทำให้ผมกระตุกยิ้มออกมา ริมฝีปากเลื่อนต่ำลงไปพรมจูบหน้าท้องของเขามือข้างหนึ่งนวดคลึงสะโพกมนเอาไว้ส่วนมืออีกข้างก็ลงไปลูบไล้ท่อนเนื้อที่เริ่มแข็งขึ้นเป็นรูปเป็นร่างของอีกคน


“อ อ๊า ซ ซึงฮุนนา”


          ยิ่งเขาครางชื่อผมออกมาผมยิ่งได้ใจผมพรมจูบไปทั่วหน้าท้องน้อยของพี่เขาพร้อมๆกับรูดซิบกางยีนส์สีเข้มของเขาแล้วดึงมันออกพร้อมๆกับชั้นในสีขาวสะอาด ผมหยุดการกระทำแล้วลุกขึ้นมามองเรือนร่างขาวที่น่าหลงใหลของคนใต้ร่าง ผมมองไปทั่วตั้งแต่ใบหน้าใสลงมาถึงรอยแดงจางๆที่ผมทำเอาไว้จนถึงปลายเท้าของพี่เขา


          ไม่ว่าจะส่วนไหนของเขามันก็ดูดีไปหมดในสายตาของผม อีซึงฮุนกำลังหลงแทฮยอนอย่างโงหัวไม่ขึ้นแล้วจริงๆ


“พี่สวยจัง”


         ผมเอ่ยชมคนที่เบือนหน้าหนีสายตาจาบจ้วงของผมก่อนจะก้มลงไปประกบจูบอย่างอ่อนโยนอีกครั้งแล้วค่อยๆพลิกตัวให้พี่เขามาอยู่ด้านบน ผมถอนริมฝีปากออกแล้วหันไปกระซิบเบาๆที่ข้างหูขาวนั่น


“69 นะ”


          พี่แทฮยอนหันมาสบตากับผมอย่างคิดไม่ตก


“นะ”


          ผมอ้อนอีกครั้งนั่นทำให้หน้าแดงๆนั่นยิ่งแดงมากขึ้นอีก ที่เขาค่อยๆคลานลงไปด้านล่างของผมโดยที่ด้านล่างของเขาหันมาหาหน้าผมเช่นกัน


          นิ้วมือเรียวค่อยๆดึงกางเกงนอนของผมออกแล้วใช้ลิ้นลงไปโลมเลียท่อนเนื้อแข็งขืนที่อยู่ใต้ชั้นในจิ๋ว ผมมองการกระทำที่ด้านล่างผ่านช่องว่างระหว่างขาของเค้าที่คร่อมตัวผมอยู่ พี่เขาใช้แขนข้างหนึ่งยันเตียงเอาไว้เพื่อพยุงร่างกายให้สูงขึ้นส่วนมืออีกข้างที่ว่างก็ลูบวนอยู่ที่ความเป็นชายของผม


“อาาาาา”


          ผมครางยานออกมาเมื่อลิ้นร้อนของเขาสัมผัสเข้ากับส่วนหัวที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมาของผม พี่แทฮยอนดึงอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายของผมออกก่อนจะใช้ริมฝีปากครอบครองมันเอาไว้ดูดดึงเล็กน้อยแล้วแลบลิ้นออกมาเลียของผมตั้งแต่โคนจนถึงสุดปลาย


“อ๊ะ แทฮยอนอา อื้ม”


          มือว่างๆของผมบีบสะโพกมนแน่นเพื่อระบายอารมณ์ซ่านที่อีกคนปรนเปรอให้ เมื่อเห็นว่าคนด้านบนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเกินคาดขนาดนี้มันคงไม่ดีแน่ถ้าผมยังโกงเขาอยู่แบบนี้ ผมเลื่อนตัวต่ำลงเล็กน้อยก่อนจะยกหัวตัวเองขึ้นสูงเพื่อดูดดึงแกนกายขนาดเหมาะมือของอีกคน


“อะ อาาาาาาา”


          พี่เขาคายท่อนเนื้อของผมออกมาเพื่อส่งเสียงครางเมื่อผมออกแรงดูดท่อนเนื้อของเขาลึกจนเกินไป และเสียงนั่นมันทำให้ผมอยากจะรีบๆกระแทกเข้าไปในร่างขาวนี่เต็มที ผมขยับตัวสูงขึ้นใช้มือสองข้างแหวกก้อนเนื้อแน่นทั้งสองของที่แทฮยอนออกเผยให้เห็นช่องทางสีชมพูที่แสนยั่วยวนของเขา


          ผมก้มหน้าลงไปใช้ลิ้นโลมเลียช่องทางนั้นจนเปียกชื้นในขณะที่พี่แทฮยอนก็ยังคงใช้ปากของเขากับท่อนเนื้อของผมอยู่ ผมละริมฝีปากออกก่อนจะส่งนิ้วเล็กเข้าไปสำรวจด้านใน


“อะ อึก อื้อออออ”


          เสียงครางในลำคอของเขาทำให้ผมหยุดนิ้วค้างไว้เพียงเท่านั้นก่อน ไม่รู้ว่าพี่เขาเคยผ่านใครมารึยังแต่ใครจะสนกันละ ในเมื่อปัจจุบันเขาคือของผม ของผมคนเดียว


          ผมสอดนิ้วเข้าไปจนสุดแล้วแช่ค้างเอาไว้ ลอบมองการหอบหายใจของพี่แทฮยอนเล็กน้อยก่อนจะเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปอีก 2 นิ้วพร้อมกันนั่นทำให้พี่แทฮยอนคายเนื้อร้อนของผมมออกมาอีกครั้งพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นสูงใช้นิ้วมือจิกที่นอนเอาไว้แน่น


“เจ็บหรอครับ หื้ม”


          ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุขก่อนจะก้มลงไปกดจูบขาอ่อนด้านในของเขาเพื่อให้ผ่อนคลายขึ้น


“อะ อื้อ จะ เจ็บ”


          พี่เขาครางออกมาเล็กน้อยเมื่อผมค่อยๆขยับนิ้วเข้าออก เมื่อเห็นว่าอีกคนมีท่าทีที่เกร็งขึ้นผมจึงใช้มือข้างที่ว่างยื่นไปรูดรั้งท่อนเนื้อของพี่เค้าเพื่อให้เสียวซ่านมากขึ้น เมื่ออีกคนผ่อนคลายมากขึ้นผมก็ชักนิ้วเข้าออกเร็วขึ้น การตอดรัดด้านในนั่นทำให้ผมแทบอยากจะสอดท่อนเนื้อลงไปกระแทรกเร็วๆ


“อ๊ะ อา อ๊ะ ซ อ๊ะ ซึงฮุนนา”


          ผมชักนิ้วทั้งสามออกเมื่อรู้ว่าตัวเองคงทนไม่ไหวอีกต่อไป


“พี่ ผมไม่ไหวแล้ว อ เอากันเหอะ”


          ผมยื่นมือไปควานหาซองถุงยางอนามัยที่เก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ที่วางไว้บนหัวเตียงในขณะที่พี่แทฮยอนก็เคลื่อนตัวขึ้นมาดูดดุนหน้าอกของผมจนเป็นรอยแดงเต็มไปหมด ผมยื่นซองสีเงินเล็กๆนั่นให้กับพี่เขา เขารับมันไปอย่างว่าง่ายก่อนจะใช้ปากฉีกซองนั่นแล้วเอามันไปคาบไว้ในปาก


          พี่แทฮยอนก้มลงไปใส่ถุงป้องกันนั่นด้วยปากของเขาก่อนจะออกแรงดูดขึ้นลงอยู่สองสามครั้ง ผมได้แต่ซูดปากเสียวซ่านกับสิ่งที่เขาทำให้ ไม่นานพี่เขาก็ขึ้นมานั่งอยู่บนร่างกายของผม เขาค่อยๆแหวกก้อนเนื้อใต้สะโพกทั้งสองออกแล้วกดช่องทางสีสวยนั่นครอบลงบนท่อนเนื้อชูชันของผมอย่างยากลำบาก


“อ๊ะ จ เจ็บ”


          เข้าไปได้เพียงแค่ครึ่งลำพี่เขาก็ต้องค้างตัวเองไว้กลางอากาศเพราะทนต่อความเจ็บไม่ไว้ ผมได้แต่ขบกรามแน่นเพราะความคับของช่องทางนั้น ผมยกมือขึ้นจับสะโพกมนนั่นก่อนจะออกแรงดันแกนกายเข้าไปจนสุด


“อ๊าาาาาาาา”
“ซี๊ดดดดดดด”


          เราทั้งสองครางออกมาพร้อมกันเมื่อท่อนเนื้อเข้าไปจนสุด เราหยุดพักหอบหายใจกันชั่วครู่ก่อนที่ผมจะใช้มือประคองใบหน้าของคนด้านบนมาประกบจูบอีกครั้ง เมื่อความเจ็บเริ่มทุเลาสะโพกมนก็เริ่มขยับด้วยจังหวะที่เนิบนาบโดยที่ปากก็ยังคงประกบจูบเอาไว้


          พี่แทฮยอนยกตัวขึ้นสูงโดยใช้มือยันหน้าท้องแกร่งของผมเอาไว้ก่อนจะโยกร่างไปตามจังหวะที่ตัวเองอยากทำ จากช้าๆมันก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ ผมปรือตามองการกระทำเหล่านั้นของเค้า มันช่างเร้าร้อนเหลือเกิน


“อ อ๊า ดี อื้ม ดีครับ อื้มมม”


          ผมเอ่ยชมการกระทำเร้าใจนั่น และเมื่อแรงส่งด้านบนเริ่มน้อยลงผมจึงใช้มือจับสะโพกของเขาแล้วออกแรงช่วยให้ขึ้นลงให้แรงขึ้น


“ซี๊ดดดดด ซึงฮุนนา”
“พ พี่ อื้มมม เปลี่ยนกันผมไม่ไหวแล้ว”


          แล้วจับตัวลงอีกคนออกจากร่างจัดท่าให้พี่เขาอยู่ในท่าคลานก่อนที่ตัวเองจะไปคุกเข่าอยู่ด้านหลัง มือหนาจับสะโพกมนไว้แน่นก่อนจะส่งแกนกายเข้าไปในช่องทางสีสวยนั่นอีกครั้งแล้วออกแรงสอบสะโพกเลยอย่างรีบร้อน


“อ๊ะ อ๊า ซ ซึงฮุน อ๊า อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”
“ซี๊ดดดด ค โคตรแน่นเลยพี่ อื้มมมม”


          ผมขบกรามแน่นอีกครั้งก่อนจะส่งแรงสอดใส่ไปไม่ยั้ง มือเรียวของเขาจิกผ้าปูที่นอนจนยับ เสียงครางสูงต่ำดังออกจากปากของเราทั้งสองบรรเลงเป็นบทเพลงที่สอดประสานเข้ากับเสียงกายหยาบที่กำลังกระทบเข้าหากันอย่างรุนแรง ร่างบางของรุ่นพี่กระตุกเกร็งเล็กน้อยเป็นการส่งสัญญาณว่าเขาใกล้ถึงฝั่งฝันเต็มที ผมจึงยื่นมือลงไปรูดรั้งท่อนเนื้อของเขาตามจังหวะการสอบสะโพกของผม


“อ๊าาาาาาาาาา”


           ไม่นานนักน้ำขาวขุ่นก็พุ่งออกมาเลอะเต็มมือและเตียงของผม ผมยกมือข้างที่เลอะนั่นขึ้นมาโลมเลียน้ำรักสีมุกจนหมดก่อนจะจับสะโพกมนไว้แน่นแล้วกระแทรกสะโพกเข้าไปสุดแรง


“อ๊ะ อ๊ะ ซ ซึงฮุน ร อ๊ะ แรงไปแล้ว”


          เสียงร้องเตือนนั่นไม่อาจทำให้ผมลดแรงปรารถนาของตนได้ ผมกระแทรกเข้าไปไม่ยั้งได้ยินเสียงหวีดร้องของเขาเป็นระยะๆ มันช่างไพเราะและกระตุ้นอารมณ์ดิบของผมได้ดียิ่งนัก


          ผมจับร่างบางที่ไร้เรี่ยวแรงนั่นให้นอนหงายก่อนจะยกขาเขาตั้งชันแล้วสอดแกนกายเข้าไปอีกครั้ง กระแทรกเข้าออกจนสุดด้ามทั้งรุนแรงและรวดเร็วจนคนใต้ร่างต้องจิกมือลงบนแผ่นหลังของผมแรงๆเพื่อระบายอารมณ์ซ่านของตน และไม่นานนักผมก็ถึงฝั่งฝันตามเขาไป


           ผมแช่แกนกายของตนเอาไว้เพื่อให้น้ำกามของผมไหลออกมาจนหมดเสียก่อนแล้วค่อยชักท่อนเนื้อของผมออก ผมดึงถุงยางออกก่อนจะหมัดปมด้านบนแล้วเหวี่ยงมันลงไปข้างเตียงจากนั้นก็ก้มลงจูบซับหยาดเหงื่อบนใบหน้าและลำคอของพี่แทฮยอน


“อื้อออออออ”


          เขาส่งเสียงครางออกมาน้อยๆก่อนจะใช้มือโอบอบคอของผม


“เดี๋ยวอาบน้ำให้นะครับ”


          พี่แทฮยอนพยักหน้าให้น้อยๆผมจึงช้อนร่างบางขึ้นแล้วตรงไปยังห้องน้ำทันที วางร่างขาวไว้บนชักโครกอย่างเบามือที่สุดก่อนจะเปิดฟักบัวชำระร่างกายของเราทั้งสอง ผมใช้มือลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของคนที่ผมหลงใหลก่อนจะได้ยินเสียงร้องห้ามเขาขัดขึ้นมาพร้อมกับหน้าแดงเทือกนั่น


“ย อย่าลูบ อื้อออออ”


          เสียงครางนั่นบ่งบอกได้เนอย่างดีว่าอารมณ์ของเขากำลังจะปะทุอีกรอบ ซึ่งของผมเองก็เช่นกัน


“ซ ซึงฮุนอย่า”


          ผมประกบจูบร่างบางอีกครั้งทั้งหอมหวานและเร้าร้อน ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่อาบน้ำซะแล้วซิ





.
.
.
.
.
“ผมรักพี่นะ พี่แทฮยอน”
         



          


Our rainy season/END
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย ย งมอยู่นานมากกับ One Shot เรื่องนี้
55555555555555555555555555555555555 โคตรยืด
ฝากติชมและทวงคำผิดด้วยจ้า
สุดท้ายนี้ขอบคุณที่แวะมาอ่านฟิคป่วยของเรา



1 comment:

  1. 18+โหดได้ใจเลยคะ ฮุนคนแมน หื่นดิบเถื่อน ตอนจีบกันแรกๆนี่ฟินมากไอ้น้องขี้เต๊าะ รุกรุ่นพี่หนักมาก ขอบคุณมากนะคะไรท์สำหรับฟิคสนุกๆ

    ReplyDelete