Tuesday, January 5, 2016

[os] Blue.




Blue.










Pairing: Taehyun x Seunghoon
Rate: PG-17

Note: 'EXIT MOVEMENT' TEASER FILM: https://youtu.be/e4O1lUUZ-78

 







          การใช้ชีวิตตัวคนเดียวในเมืองใหญ่อย่างลอนดอนโดยไร้ญาติขาดมิตรมันดูเป็นเรื่องยากที่จะได้พบเจอกับคนเชื้อชาติเดียวกัน แต่ในคืนนั้นผมกลับได้รู้จักคนเกาหลีพร้อมกันถึง 4 คน


“สนใจไปทำวงกับพวกกูมั้ย”


          นั่นเป็นคำเชื้อเชิญทำวงดนตรีจากซึงยูนและจินอูที่เดินมาเจอผมนั่งดีดกีตาร์อยู่ข้างถนนตอนเกือบๆตี 3


          ผมที่กำลังมึนเมาเพราะบางสิ่งที่เสพเข้าไปเมื่อก่อนหน้านี้ตอบรับคำชวนนั่นโดยไม่คิด ทั้งสองพาผมมายังตรอกเล็กๆที่มีกลิ่นเหม็นอับตลบอวบอวลไปทั่ว ข้างกำแพงเต็มไปด้วยภาพงานศิลปะมากมายที่มองว่าสวยมันก็สวย แต่จะบอกว่าสกปรกมันก็ใช่ ลึกเข้าไปด้านในมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนก้มๆเงยๆอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งของเขาคีบมวนบุหรี่เอาไว้ ส่วนอีกข้างก็ถือขวดสีสเปรย์เอาไว้หนึ่งขวด และที่พื้นใกล้ๆนั่นอีก 3-4 ขวด


          ถ้าให้เดา ไอ้รูปพวกนี้คงมาจากหมอนั่น


          เขาหันมายิ้มทักทายก่อนที่จินอูจะบอกกับผมว่านั่นคือมือกลองของวง เดินต่อเข้ามาด้านในก็เห็นชายร่างโปร่งอีกคนกำลังนั่งตาลอยๆโดยที่ข้างๆมีบ้องกัญชาวางเอาไว้ และนั่นคือนักร้องนำของวง


          อาจจะเพราะความเสเพลที่เหมือนกันของพวกเราหรือเพราะความไม่เรื่องมากของผมมันเลยทำให้เราเข้ากันได้ง่าย ผมแทบไม่ได้กลับมายังห้องพักของตัวเองเลยหลังจากวันนั้น ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนกลุ่มใหม่ เล่นดนตรีตามผับบาร์เพื่อหาเงินเที่ยวเล่นเสพยาไปวันๆ


          เรา 5 คนอยู่ด้วยกันทุกคืนจนกระทั่งเช้าวันหนึ่งผมตื่นขึ้นมาพบว่านักร้องนำของเราเสียชีวิตเพราะเสพยาเกินขนาด หลังจากผ่านพิธีทางศาสนาไปในเวลาต่อมาซึงยูนก็พานักร้องคนใหม่มาแนะนำให้รู้จัก


          มันน่าเหลือเชื่อที่เขาก็เป็นคนเกาหลีเช่นกัน หมอนั่นมีชื่อว่าอีซึงฮุน ตัวสูงกว่าพวกเราทั้งหมดแต่ตัวกลับบางแขนขาเล็ก รวมถึงมือเรียวที่ถือขวดเหล้าอยู่นั่นก็ด้วย ไอ้ไม้ค้ำสองข้างที่เขาถือไว้แนบกายตลอดนั่นทำให้ผมคิ้วขมวดได้ไม่น้อย วงดนตรี Rock ในผับบาร์กับคนพิการอย่างนั้นเหรอ? โอเคจริงๆเขาก็ไม่ใช่คนพิการ อาจจะแค่ขาหักซึ่งผมมองว่ามันจะลำบากไปรึเปล่ากับการใช้ชีวิตกับพวกผม แต่เพราะไอ้สเก็ตบอร์ดที่เขาเหยียบไว้ใต้เท้าข้างที่เข้าเฝือกนั่นทำให้ผมกระตุกยิ้มออกมา


          หมอนั่นคงจะแสบพอตัว


           หลังจากขึ้นเวทีด้วยกันครั้งแรกมันทำให้ผมรู้ว่าไอ้เฝือกนั่นมันมีไว้เพื่อแหกตา เขาไม่เคยพึ่งพาไม้ค้ำนั่นซักครั้งตอนขึ้นเวที รวมทั้งตอนที่ออกไปเดินเที่ยวเล่นในตอนกลางคืนด้วย เขาเป็นคนไม่ค่อยพูด ติดเหล้า ติดเบียร์ ในมือของเขามักจะถือขวดหรือแก้วที่บรรจุของมึนเมาเอาไว้ตลอดเวลา


          หลังจากเล่นดนตรีเสร็จซึงยูนกับจินอูก็ขอตัวไปทำธุระด้านนอกจากนั้นก็หายหัวไปเลย ผมนั่งเสพผงสีขาวสะอาดเข้าสู่ร่างกายส่วนหมอนั่น.... ผมหมายถึงซึงฮุนนั่นแหละ หมอนั่นกำลังกระดกน้ำสีอำพันอยู่ที่โซฟาฝั่งตรงข้าม ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำเขาพยักหน้ารับโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก


          ที่ตรอกมืดๆหน้าทางเข้าห้องน้ำผมเห็นสองร่างของใครบางคนกำลังนัวเนียกันอยู่และพอเดินเข้าไปใกล้ๆถึงได้รู้ว่านั่นคือมือกลองของวงเรากำลัง Deep kiss กับสาวทรงตู้มอยู่ ผมหยุดเดินหันหลังพิงกำแพงจ้องมองคนทั้งคู่อยู่ไม่ไกล มินโฮที่เพิ่งเห็นผมยกมือขึ้นโบกไล่โดยที่ปากก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่


          ผมไม่ได้สนใจการไล่จากเขาแต่เลือกที่จะยืนมองอยู่แบบนั้นแทน มือที่หายเข้าไปในสาบเสื้อหนังของหญิงสาวทำให้ผมรู้สึกวูบโหวงช่วงล่างแปลกๆ


          ผมกำลังอยากมีเซ็กซ์.... แต่เพราะตรงนี้มันไม่มีที่ให้ลงผมจึงเดินกลับเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทางหัวเสีย สายตาเหลือบไปเห็นร่างบางของซึงฮุนนั่งตาฉ่ำเยิ้มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกาย ใบหน้าแดงนั่นบ่งบอกได้ว่าอารมณ์ของเขาตอนนี้คงกำลังมึนได้ที่


          ผมหย่อนตัวลงบนโซฟาที่หมอนั่นนั่งอยู่ก่อนจะกระชากคอขาวที่ขึ้นสีแดงระรื่อนั่นมาประกบจูบ ดูดกลืนริมฝีปากรสฝาดนั่นอย่างหื่นกระหายแล้วสอดเรียวลิ้นเข้าไปต้อนลิ้นเล็กด้านใน


          ซึงฮุนไม่ได้สมยอมในทีแรก แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน ลิ้นเล็กเริ่มเกี่ยวหยอกล้อกลับมาพร้อมกับแรงดูดดึงที่ริมฝีปากนุ่ม สติที่เลื่อนลอยของผมเริ่มขาดหายเมื่อมือซนของตัวเองสอดเข้าไปใต้เสื้อของเขา ผิวเนียนนั่นทำเอาหยุดไม่ได้ที่จะสัมผัสมัน มือเรียวของเขาเกี่ยวรั้งต้นคอของผมให้แนบชิดมากขึ้น มือข้างที่ว่างของผมเลื่อนไปลูบไล้แผ่นหลังของเขาก่อนจะโน้มตัวลงและกดเขาให้นอนราบลงไปกับโซฟาสีเข้ม


          เพราะกำลังมัวเมาอยู่กับจูบรสฝาดนั่นทำให้ผมไม่รู้ว่ามีคนเข้ามาในห้อง


“มึงสองคนคบกันเหรอ”


          สติของผมมีไม่มากพอที่จะแยกแยะว่าเสียงที่กำลังเอ่ยถามอยู่นี่เป็นเสียงของใคร มือหยาบเลิกชายเสื้อของอีกฝ่ายขึ้นก่อนที่จะละจูบออกอย่างอ้อยอิ่งแล้วเปลี่ยนเป็นใช้ปลายจมูกซุกไซ้ที่ซอกคอซึ่งเต็มไปด้วยรอยสักของเขา


“ในวงห้ามคบกัน กูเคยเตือนพวกมึงแล้ว”


          คำพูดชวนขัดอารมณ์นั่นทำให้ผมหัวเสียไม่น้อย แต่ไม่รู้เพราะความมึนเมาในสารเคมีที่เสพเข้าไปก่อนหน้าหรือรสฝาดๆจากเหล้าในปากของอีกฝ่ายกันแน่ที่ทำให้ผมไม่คิดจะหยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ ผมละจากหน้าท้องขาวที่หดเกร็งนั่นเพียงนิดแล้วเอ่ยตอบคำถามนั้นโดยที่มือหนาก็ยังคงเล้าโลมคนใต้ร่างอย่างสนุกมือ


“กูแค่จะเอากัน”


          จมูกโด่งไล่คลอเคลียลงไปที่หน้าท้องของอีกคนก่อนจะเลิกเสื้อนั่นขึ้นแล้วดูดดึงแอ่งสะดือแรงๆตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง เสียงปิดประตูพร้อมกับกดล็อคให้เสร็จสรรพนั่นเรียกรอยยิ้มจากผมได้เป็นอย่างดี


          ผมประกบจูบกับเขาอีกครั้งและตอนนี้เขาตอบรับกลับมาตั้งแต่สัมผัสแรก วันนี้ทำให้ผมรู้จักเขาอีกข้อ ว่านอกจากจะแสบพอตัวแล้วเขายังจูบเก่งมากอีกด้วย จูบยาวนานของเราทั้งสองดูดดื่มจนเกิดเสียงดูดดึงดังไปทั่วห้อง เสื้อที่สวมใส่ถูกเหวี่ยงไปคนละทิศละทาง มือหยาบปลดเข็มขัดของเขาออกก่อนจะพยายามดึงเอาอาภรณ์ที่ปกปิดช่วงล่างนั่นออกมาทั้งหมดในคราวเดียว ผมจ้องมองไอ้เฝือกแสนเกะกะที่ขาของเขาด้วยอารมณ์คุกรุ่น


“เอาออกซิ”


          สิ้นคำอนุญาตนั่นเจ้าเฝือกแข็งก็ถูกผมเหวี่ยงไปอีกทาง ร่างกายเปล่าเปลือยของเราทั้งคู่ถาโถมเข้าหากันตามแรงอารมณ์ที่สูงขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุดพัก ร่างกายเหมือนลอยขึ้นไปบนท้องฟ้ากว้างก่อนจะถูกกระชากลงมาสู่เหวลึกที่เต็มไปด้วยสำลีนุ่มๆครั้งแล้วครั้งเล่า ในหูได้ยินเพียงเสียงกายหยาบกระทบกันดังแข่งกับเสียงครางอื้ออึงอย่างสุขสมของเราทั้งสอง


          ผ่านไปหลายชั่วโมงกับกิจกรรมเร่าร้อนนั่น ผมไม่รู้ว่าเราแตะขอบสวรรค์กันไปกี่รอบ รู้แต่เพียงว่าเราทั้งสองใช้พื้นที่ในห้องโถงนี่อย่างคุ้มค่า แทบจะทุกตารางนิ้วที่ย่างกายเข้าไปสอดประสานกัน มันเป็นเซ็กซ์ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา แน่นอนว่าผมชอบมัน ร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยจากสงครามรักนั่นไม่ได้ทำให้ผมหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ผมรู้สึกดีมากเสียด้วยซ้ำ


         เกมรักครั้งสุดท้ายจบลงไปเมื่อ 20 นาทีก่อน เขาสวมกางเกงหนังสีดำตัวเดิมกลับเข้าไปที่ขาเรียวนั่น ก้าวเดินไปเปิดตู้เย็นที่อัดแน่นไปด้วยเหล้าและเบียร์พร้อมกับหยิบขวดแก้วราคาแพงติดมือออกมาด้วย


“ทำอะไร”


          ผมที่สวมเพียงบ็อกเซอร์เอ่ยถามกับการกระทำของเขา


“หิว”


           คำตอบสั้นๆนั่นทำเอาคิ้วขมวดมุ่น ผมเดินไปคว้าขวดแก้วนั่นกลับไปเก็บในตู้ก่อนจะหยิบกางเกงยีนส์ของตัวเองขึ้นมาสวม เดินไปเก็บเสื้อที่กระจัดกระจายไปคนละทางมาใส่แล้วโยนให้กับเขาอีกหนึ่งตัว แจ็คเก็ตหนังสีแดงสดถูกสวมใส่บนตัวของผมในขณะที่เขายังคงนั่งมองการกระทำของผมนิ่งๆ ผมถอนหายใจออกมาเบาๆจับเสื้อตัวที่โยนไปให้เมื่อครู่ยัดใส่ร่างบางนั่นแล้วดึงมือเรียวของเขาให้เดินตามออกมา


“ไปหาอะไรกินกัน”





          แสงไฟสาดส่องไปทั่วท้องถนนร้างผู้คนเงียบสงัดเหมือนดั่งเช่นทุกคืน


          ผมจูงมือเขาเข้าไปในร้านสะดวกซื้อนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันคนละถ้วยแล้วกลับมายังห้องทีเราเพิ่งจัดหนักกันไปเมื่อครู่ ตอนนี้เตาผิงด้านในถูกจุดเชื้อเพลิงขึ้นจากใครซักคนในวง มินโฮนั่งลูบผมหญิงสาวที่ผมเจอตรงตรอกนั่นด้วยใบหน้าเหม่อลอย ส่วนซึงยูนกับจินอูก็นั่งเช็ควีดีโอการแสดงล่าสุดของเราที่ถูกถ่ายเก็บเอาไว้ในกล้องอยู่ตรงโต๊ะฝั่งตรงข้าม


“ฝันดี”


          เขาบอกเพียงเท่านั้นก่อนจะทิ้งตัวลงนอนที่โซฟาตัวเดิม จินอูเงยหน้าขึ้นมามองนิดหน่อยก่อนจะหันไปสนใจงานในมือต่อ ซึงยูนเดินเข้ามาหาผมแล้วลากออกไปด้านนอก


“กูเคยเตือนตั้งแต่เข้ามาใหม่ๆแล้วนะว่าอย่าคบกัน”


           เสียงเรียบๆนั่นกลับฟังดูน่ารำคาญขึ้นมาทันทีเมื่อเอ่ยประโยคเมื่อครู่ออกมา ผมยกมือขึ้นเสยผมสีทองของตัวเองไปด้านหลังเป่าลมหายใจออกมาและพยายามควบคุมสติของตัวเอง มันค่อนข้างจะหงุดหงิดนิดหน่อยกับคำพูดของคนตรงหน้า


“กูไม่อยากให้มีปัญหากันทีหลัง กูไม่อยากให้วงแตกถ้ามึงกับมันเลิกกันขึ้นมา”
“กูแค่เอากันจริงๆ”


          ผมตอบไปแบบนั้นทั้งๆที่ในใจก็วูบไหวแปลกๆ ถ้าแค่เอากันแล้วแยกผมคงไม่ลากหมอนั่นออกไปหาอะไรกินแทนที่จะปล่อยให้มันกระดกเหล้าเข้าปากตามแบบทุกทีที่เห็นมันทำหลังจากไปเอากับใครซักคนมา ผมรู้.... ว่ากำลังมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปในความรู้สึกของผม


“มึงได้ยินนะไอ้ซึงฮุน ว่าแทฮยอนมันบอกว่ามึงสองคนแค่เอากัน”


          สายตาที่คุยกับคนด้านหลังผมทำให้ใจกระตุกวูบ ซึงฮุนยืนอยู่ข้างหลัง.... และได้ยินทุกอย่าง ใบหน้าขาวนั่นพยักหน้ารับน้อยๆก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านใน


“กูจะคอยดู”


          ซึงยูนเดินมาหยุดอยู่ข้างๆแล้วพูดประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นๆ เป็นหัวหน้าวงมันเหนื่อย ผมเข้าใจ และผมก็ไม่อยากมีปัญหาเล็กๆน้อยๆพวกนั้นเช่นกัน


          หลังจากวันนั้นผมกับซึงฮุนที่ไม่ค่อยจะคุยกันอยู่แล้วก็ยิ่งเงียบใส่กันหนักเข้าไปอีก บางครั้งเราก็แค่นั่งข้างกัน จูบกัน แล้วจบลงที่เตียง โดยที่ไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันมากนัก เหมือนคู่นอนที่เวลาอยากก็เอากัน หมดธุระแล้วก็จากกันไป แต่วันนี้มันกลับไม่ใช่แบบนั้น


          ซึงฮุนหายไปกับผู้ชายคนหนึ่งที่ผมไม่รู้จักแล้วกลับมาพร้อมกับรอยสีกุหลาบเต็มคอ


          ร่างสูงโบกมือทักผมนิดหน่อยก่อนจะหยิบขวดเบียร์ออกมาเปิดแล้วยื่นให้ผมอีกขวด หมอนั่นนั่งลงที่โต๊ะฝั่งตรงข้าม ในห้องโถงกว้างที่มีเพียงเราแค่สองคนเท่านั้น ความเงียบค่อยๆโปรยลงรอบกายมีเพียงเสียงปะทุของกองไฟในเตาพิงเท่านั้นที่ดังออกมาเป็นระยะๆ ซึงยูน จินอูและมินโฮขึ้นไปนอนที่ชั้นบนเพื่อพักเอาแรงกันตั้งแต่แสดงเสร็จหลังจากที่ไม่ได้หลับได้นอนกันมาหลายคืน


“ไปเอากับใครมา”


          ผมทำลายความเงียบที่แสนอึดอัดนั่นลง ซึงฮุนทำเพียงแค่ปรายตามามองผมก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแผ่ว


“เรื่องของกู”
“แต่มึงเป็นเมียกู”


          ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมพูดแบบนั้น หึงเหรอ? ก็คงใช่ เสียงหัวเราะขึ้นจมูกของคนฝั่งตรงข้ามยิ่งทำให้ผมอารมณ์เสียหนักเข้าไปอีก


“มึงพูดเองว่าแค่เอากัน แล้วมึงจะมาทวงอะไรจากกู”


           คำพูดยาวๆที่นานๆจะได้ยินครั้งนั่นทำเอาผมตัวชาวาบ ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะกวาดข้าวของบนโต๊ะลงพื้นเพื่อระบายอารมณ์ และเมื่อบนโต๊ะไม่เหลืออะไรแล้วผมจึงปาเฝือกขาของเขาที่ไม่ได้ใช้การแล้วเข้าไปในกองเพลิง


“โธ่เว้ย!! เออกูยอมรับ ตอนนั้นกูแค่อยากจะเอามึง”


          คำพูดของผมไม่ได้สะทกสะท้านคนฟังแม้แต่น้อย เขาทำเพียงจิบเบียร์ในมือเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“จะบอกว่าตอนนี้มึงชอบกูงั้นซิ”


          จบคำพูดของเขาผมก็กระชากแขนเล็กๆนั่นขึ้นมาชั้นบนก่อนจะโยนเขาลงกับเตียงแล้วตามไปทาบทับทันที เสื้อผ้าบนตัวของซึงฮุนถูกฉีกขาด ก่อนที่ผมจะถาโถมร่างใส่เข้าไปไม่ยั้งและอารมณ์ขุ่นเคืองตอนนี้มันทำให้ผมรุนแรงมากกว่าปกติ


“ม มึง.... เจ็บ กูเจ็บ”


          น้ำเสียงขาดๆหายๆของเขาไม่ได้ดึงสติของผมให้กลับมาเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งผมที่พลิกร่างของเขาเพื่อจะเปลี่ยนท่าเพิ่งจะมาสังเกตเห็นของเหลวสีแดงสดที่ไหลออกมาตามหน้าขาของเขา ดวงตาเรียวเล็กเต็มไปด้วยน้ำอุ่นๆคลออยู่เต็มหน่วย


          ใจผมเหมือนหล่นวูบลงไปในทะเลลึก ผมคว้าเอาร่างของเขาเข้ามากอดไว้แน่น


“ขอโทษ กูขอโทษ”


          ซึงฮุนผลักผมออกก่อนจะถดตัวหนีไปอยู่อีกฝั่งของเตียง น้ำตาหยดหนึ่งของมันไหลลงอาบแก้มก่อนที่มือเรียวสวยนั่นจะปาดมันทิ้งไป สายตาแข็งกร้าวถูกส่งมายังผมที่เพิ่งกระทำเรื่องระยำลงไป


“กูไปข้างนอก กูอยากไปเอากับคนอื่น”
“..........”
“แต่กูเอากับใครไม่ลงเพราะในหัวมีแต่เรื่องของมึง”


          หัวใจเต้นแรงกับประโยคเมื่อครู่ แต่เพียงหลังจากนั้นไม่กี่นาทีมันกลับรู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเข้าที่ก้อนเนื้อนี่อย่างแรงจนจุกไปหมดเพราะประโยคจากคนตรงหน้า


“แต่หลังจากนี้ กูจะตัดเรื่องของมึงออกจากหัวกูให้หมด”


          ซึงฮุนเดินออกจากห้องไปแล้ว มีเพียงคราบเลือดและเสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดของมันที่ยังหลงเหลืออยู่ในห้อง ผมทำได้เพียงนั่งนิ่งๆอยู่ภายในห้องปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเรื่อยๆเต็มสองข้างแก้ม จินอูที่ผมคิดว่าหลับไปแล้วเดินเข้ามาด้านในก่อนจะส่งขวดเหล้าให้กับผม มันนั่งอยู่เป็นเพื่อนจนถึงช่วงบ่ายของอีกวันก่อนที่จะขอไปเตรียมตัวสำหรับงานแสดงวันนี้


          วันนั้นผมดีดกีตาร์ผิดคอร์ดจนโดนซึงยูนไล่ให้กลับมาที่ห้อง สายตาของซึงฮุนที่มองมายังผมนั่นว่างเปล่าจนน่าใจหาย ที่ข้างๆที่เคยมีอีกคนมานั่งกินเหล้าอยู่ใกล้ๆตอนนี้มันกลับไม่มีเหลืออยู่อีกแล้ว หลายสัปดาห์ผ่านไปเราสองคนเหมือนคนที่ไม่รู้จักกัน เราเจอกันเพียงแค่บนเวทีแสดงเท่านั้น ทุกครั้งที่เดินมาเฉียดกันเพียงนิดเขาก็จะเบี่ยงตัวออกห่าง และนั่นมันทำให้คนในวงต่างก็อึดอัดไปด้วย


          ยอมรับว่าตอนนั้นในหัวของผมมันคิดอะไรไม่ออกเลย ทุกครั้งที่หลับตาในสมองมีแต่ภาพของซึงฮุนอยู่เต็มไปหมด ผมคิดถึงสัมผัสของมัน คิดถึงเสียงมัน คิดถึงเวลาที่เราออกไปหาอะไรกินทุกครั้งหลังจากมีอะไรกัน คิดถึงภาพของมันที่นั่งอยู่ข้างๆ คิดถึงแม้กระทั่งกลิ่นเฉพาะตัวอ่อนๆปะปนอยู่กับกลิ่นเหล้าบนร่างขาวๆของมัน ผมคิดถึงมันจนเสียการเสียงานอยู่บ่อยครั้ง


            ผมต้องทำยังไงมันถึงจะเหมือนเดิม


          คืนนี้พวกเราไม่มีงานแสดง ซึงยูนจึงเรียกประชุมกันในช่วงหัวค่ำ ผมกับเขากลับเข้ามาในห้องโถงเป็นคนแรกๆ บรรยากาศชวนอึดอัดทำให้ผมเลือกที่จะนั่งเสพสารสีขาวเข้าร่างกายเพื่อให้สมองผ่อนคลายขึ้น ส่วนเขาก็นั่งกระดกเหล้าเอาเป็นเอาตายอยู่อีกฝั่ง


           บานประตูไม้ถูกเปิดออกก่อนจะเผยให้เห็นร่างของอีกสามคนในวงที่เดินเข้ามาพร้อมกัน


“เอาตรงๆเลยนะ พวกมึงควรไปนั่งปรับความเข้าใจกันให้รู้เรื่อง ไม่ใช่มาเมินใส่กันแบบนี้มันพาลทำให้กูอึดอัดไปด้วย”


          เป็นมินโฮที่เอ่ยขึ้นก่อนมาอย่างหัวเสีย เรื่องคืนวันนั้นทุกคนในวงต่างก็รับรู้ ไม่ใช่เพียงจินอูที่เข้ามานั่งปลอบ แต่อีกสองคนต่างก็ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงโวยวายจากด้านล่าง เพียงแต่ไม่มีใครคิดจะเข้ามายุ่งเพราะไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายมาถึงขนาดนี้


“กูให้เวลาพวกมึงสองคนหนึ่งคืน เคลียร์กันให้เรียบร้อย มึงจะเอากันต่อหรือจะมีใครออกจากวงก็ตัดสินใจกันซะแล้วกูจะมาเอาคำตอบพรุ่งนี้”


          ซึงยูนพูดไว้เท่านั้นก่อนจะเดินออกไปด้านนอกพร้อมกับมินโฮ จินอูเดินเข้ามาตบไหล่ผมเบาๆแล้วตามอีกสองคนออกไปด้านนอก


          ห้องโถงมืดๆไม่ได้ถูกเปิดไฟหรือจุดเตาผิงดั่งเช่นทุกวัน แสงสว่างจากด้านนอกพอจะช่วยทำให้เห็นอะไรต่ออะไรในห้องได้บ้าง ซึงฮุนลุกขึ้นไปจับลูกบิดประตูแล้วก็พบว่ามันถูกล็อคจากด้านนอก หมอนั่นถอนหายใจออกมาแรงๆแล้วเดินไปหยิบขวดเหล้าออกมาจากตู้เย็นก่อนจะยกขึ้นซดเพียวๆแบบที่ชอบทำ เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงพอๆกับขวดเหล้าที่เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ


“กู.... ขอโทษ”


          คำพูดแผ่วๆของผมทำให้หมอนั่นเงยหน้าขึ้นมากระตุกยิ้มมุมปากให้ก่อนจะหันไปซดเหล้าในมือต่อ


“มึง.... ตัดเรื่องของกูออกจากหัวไปหมดแล้วจริงๆเหรอวะ”


          มันไม่ตอบอะไร เพียงแค่ถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยืนก้าวเท้าขึ้นบันไดหมายจะขึ้นไปยังชั้นบน ผมเดินไปคว้าแขนของมันเอาไว้ก่อนจะกระชากมันลงมาเผชิญหน้ากัน


“อยากเอากูเหรอ เอาสิ”


          มันไขว้แขนเล็กนั่นจับชายเสื้อขึ้นแล้วถอดออกไปให้พ้นจากร่างกาย มือเรียวลูบไล้ไปตามโครงหน้าของผมจนผมต้องใช้มือของตัวเองไปจับมือของมันมากุมเอาไว้


“ให้โอกาสกูซักครั้งไม่ได้เหรอ”


          เป็นครั้งแรกกับการเอ่ยขออะไรใครซักคน น้ำเสียงและแววที่ส่งไปให้มันนั่นจริงจังอย่างไม่ปิดบัง ผมได้แต่ภาวนาให้มันรับรู้ถึงสิ่งที่กำลังสื่อไปเท่านั้นก็พอแล้ว


          และดูเหมือนพระเจ้าจะไม่ใจร้ายกับผมมากนักเมื่อผมเห็นว่าแววตาว่างเปล่านั่นกลับมาไหววูบอีกครั้ง


“ในวงเขาไม่ให้คบกันมึงก็รู้”


          น้ำเสียงอ่อนลงพร้อมกับสายตาที่หลุบลงต่ำของคนตรงหน้าทำให้ผมคว้ามันมากอดไว้แน่น ผมยกคางขึ้นเกยไหล่กว้างๆเอาไว้ก่อนจะกดจูบหนักๆตรงลาดไหล่ที่กำลังสั่นเทาของมัน


“ไม่ต้องมีสถานะก็ได้ ขอแค่มึงกับกูมีแค่กันและกันก็พอแล้ว”
“..........”
“กูจะอยู่ดูแลมึง จะไม่เรียกร้องอะไรขอแค่.... ขอแค่มึงมีแค่กูก็พอแล้ว”


          ไม่ต้องเอ่ยตอบอะไร แค่เพียงอ้อมแขนที่ยกขึ้นมากอดตอบของมันเท่านั้นก็พอแล้ว






- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

มันไม่มีไรเลย แค่หลังจากดู EXIT MOVEMENT สิ่งนี้ก็ลอยเข้ามาในหัว

แบดไม่สุดอีกแหละ 555555555 /ยังไม่ได้แก้คำผิดจ้า ขออภัยในความไม่สะดวก

ปล. ฟิคลั่นครั้งนี้พระเอกกับนายเอกไม่มีใครตายนะฮ่ะ

 

 


2 comments:

  1. Anonymous5/1/16 21:32

    เหอ เหอ เหอ พีจีสิบสามจีจีเหรอ? เรียกเลือดมาก
    ไอ้คำว่า กูแค่จะเอา นี่มัน โอ้ย @#$%%!$@#
    ชั้นหวีดเลยพี่ชาย >///<
    ชอบฉากงุนงุนเลือดออกจังเลยพี่ชาย มาโซดี ชั้นชอบ //เอ๊ะ
    อารมณ์ฟิคก้โอเคอยู่นะ ที่บอกว่าชอบฉากงุนเลือดออก
    เพราะอารมณ์มันประชดประชันดี เออ ประชดแบบแบดๆ
    ขอบคุณสำหรับฟิคลั่นค่ะ ลั่นมาบ่อยๆ นะคะ จะรอ :-)

    ReplyDelete
  2. อร้ายยยย กว่าจะมาเมนท์ได้555
    หวีดแรงมาก สงสารจึงงุน555
    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ อ่านแล้วฟินแรง <3

    ReplyDelete