Blue.
Pairing: Taehyun x Seunghoon
Rate: PG-17
Note: 'EXIT MOVEMENT' TEASER FILM: https://youtu.be/e4O1lUUZ-78
การใช้ชีวิตตัวคนเดียวในเมืองใหญ่อย่างลอนดอนโดยไร้ญาติขาดมิตรมันดูเป็นเรื่องยากที่จะได้พบเจอกับคนเชื้อชาติเดียวกัน
แต่ในคืนนั้นผมกลับได้รู้จักคนเกาหลีพร้อมกันถึง 4 คน
“สนใจไปทำวงกับพวกกูมั้ย”
นั่นเป็นคำเชื้อเชิญทำวงดนตรีจากซึงยูนและจินอูที่เดินมาเจอผมนั่งดีดกีตาร์อยู่ข้างถนนตอนเกือบๆตี
3
ผมที่กำลังมึนเมาเพราะบางสิ่งที่เสพเข้าไปเมื่อก่อนหน้านี้ตอบรับคำชวนนั่นโดยไม่คิด
ทั้งสองพาผมมายังตรอกเล็กๆที่มีกลิ่นเหม็นอับตลบอวบอวลไปทั่ว
ข้างกำแพงเต็มไปด้วยภาพงานศิลปะมากมายที่มองว่าสวยมันก็สวย
แต่จะบอกว่าสกปรกมันก็ใช่ ลึกเข้าไปด้านในมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนก้มๆเงยๆอยู่ตรงนั้น
มือข้างหนึ่งของเขาคีบมวนบุหรี่เอาไว้ ส่วนอีกข้างก็ถือขวดสีสเปรย์เอาไว้หนึ่งขวด
และที่พื้นใกล้ๆนั่นอีก 3-4 ขวด
ถ้าให้เดา ไอ้รูปพวกนี้คงมาจากหมอนั่น
เขาหันมายิ้มทักทายก่อนที่จินอูจะบอกกับผมว่านั่นคือมือกลองของวง เดินต่อเข้ามาด้านในก็เห็นชายร่างโปร่งอีกคนกำลังนั่งตาลอยๆโดยที่ข้างๆมีบ้องกัญชาวางเอาไว้
และนั่นคือนักร้องนำของวง
อาจจะเพราะความเสเพลที่เหมือนกันของพวกเราหรือเพราะความไม่เรื่องมากของผมมันเลยทำให้เราเข้ากันได้ง่าย
ผมแทบไม่ได้กลับมายังห้องพักของตัวเองเลยหลังจากวันนั้น
ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนกลุ่มใหม่ เล่นดนตรีตามผับบาร์เพื่อหาเงินเที่ยวเล่นเสพยาไปวันๆ
เรา 5
คนอยู่ด้วยกันทุกคืนจนกระทั่งเช้าวันหนึ่งผมตื่นขึ้นมาพบว่านักร้องนำของเราเสียชีวิตเพราะเสพยาเกินขนาด
หลังจากผ่านพิธีทางศาสนาไปในเวลาต่อมาซึงยูนก็พานักร้องคนใหม่มาแนะนำให้รู้จัก
มันน่าเหลือเชื่อที่เขาก็เป็นคนเกาหลีเช่นกัน
หมอนั่นมีชื่อว่าอีซึงฮุน ตัวสูงกว่าพวกเราทั้งหมดแต่ตัวกลับบางแขนขาเล็ก
รวมถึงมือเรียวที่ถือขวดเหล้าอยู่นั่นก็ด้วย ไอ้ไม้ค้ำสองข้างที่เขาถือไว้แนบกายตลอดนั่นทำให้ผมคิ้วขมวดได้ไม่น้อย
วงดนตรี Rock ในผับบาร์กับคนพิการอย่างนั้นเหรอ? โอเคจริงๆเขาก็ไม่ใช่คนพิการ
อาจจะแค่ขาหักซึ่งผมมองว่ามันจะลำบากไปรึเปล่ากับการใช้ชีวิตกับพวกผม
แต่เพราะไอ้สเก็ตบอร์ดที่เขาเหยียบไว้ใต้เท้าข้างที่เข้าเฝือกนั่นทำให้ผมกระตุกยิ้มออกมา
หมอนั่นคงจะแสบพอตัว
หลังจากขึ้นเวทีด้วยกันครั้งแรกมันทำให้ผมรู้ว่าไอ้เฝือกนั่นมันมีไว้เพื่อแหกตา
เขาไม่เคยพึ่งพาไม้ค้ำนั่นซักครั้งตอนขึ้นเวที
รวมทั้งตอนที่ออกไปเดินเที่ยวเล่นในตอนกลางคืนด้วย เขาเป็นคนไม่ค่อยพูด ติดเหล้า
ติดเบียร์ ในมือของเขามักจะถือขวดหรือแก้วที่บรรจุของมึนเมาเอาไว้ตลอดเวลา
หลังจากเล่นดนตรีเสร็จซึงยูนกับจินอูก็ขอตัวไปทำธุระด้านนอกจากนั้นก็หายหัวไปเลย
ผมนั่งเสพผงสีขาวสะอาดเข้าสู่ร่างกายส่วนหมอนั่น.... ผมหมายถึงซึงฮุนนั่นแหละ
หมอนั่นกำลังกระดกน้ำสีอำพันอยู่ที่โซฟาฝั่งตรงข้าม ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำเขาพยักหน้ารับโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
ที่ตรอกมืดๆหน้าทางเข้าห้องน้ำผมเห็นสองร่างของใครบางคนกำลังนัวเนียกันอยู่และพอเดินเข้าไปใกล้ๆถึงได้รู้ว่านั่นคือมือกลองของวงเรากำลัง
Deep
kiss กับสาวทรงตู้มอยู่ ผมหยุดเดินหันหลังพิงกำแพงจ้องมองคนทั้งคู่อยู่ไม่ไกล
มินโฮที่เพิ่งเห็นผมยกมือขึ้นโบกไล่โดยที่ปากก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่
ผมไม่ได้สนใจการไล่จากเขาแต่เลือกที่จะยืนมองอยู่แบบนั้นแทน
มือที่หายเข้าไปในสาบเสื้อหนังของหญิงสาวทำให้ผมรู้สึกวูบโหวงช่วงล่างแปลกๆ
ผมกำลังอยากมีเซ็กซ์....
แต่เพราะตรงนี้มันไม่มีที่ให้ลงผมจึงเดินกลับเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทางหัวเสีย
สายตาเหลือบไปเห็นร่างบางของซึงฮุนนั่งตาฉ่ำเยิ้มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกาย
ใบหน้าแดงนั่นบ่งบอกได้ว่าอารมณ์ของเขาตอนนี้คงกำลังมึนได้ที่
ผมหย่อนตัวลงบนโซฟาที่หมอนั่นนั่งอยู่ก่อนจะกระชากคอขาวที่ขึ้นสีแดงระรื่อนั่นมาประกบจูบ
ดูดกลืนริมฝีปากรสฝาดนั่นอย่างหื่นกระหายแล้วสอดเรียวลิ้นเข้าไปต้อนลิ้นเล็กด้านใน
ซึงฮุนไม่ได้สมยอมในทีแรก
แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน ลิ้นเล็กเริ่มเกี่ยวหยอกล้อกลับมาพร้อมกับแรงดูดดึงที่ริมฝีปากนุ่ม
สติที่เลื่อนลอยของผมเริ่มขาดหายเมื่อมือซนของตัวเองสอดเข้าไปใต้เสื้อของเขา
ผิวเนียนนั่นทำเอาหยุดไม่ได้ที่จะสัมผัสมัน มือเรียวของเขาเกี่ยวรั้งต้นคอของผมให้แนบชิดมากขึ้น
มือข้างที่ว่างของผมเลื่อนไปลูบไล้แผ่นหลังของเขาก่อนจะโน้มตัวลงและกดเขาให้นอนราบลงไปกับโซฟาสีเข้ม
เพราะกำลังมัวเมาอยู่กับจูบรสฝาดนั่นทำให้ผมไม่รู้ว่ามีคนเข้ามาในห้อง
“มึงสองคนคบกันเหรอ”
สติของผมมีไม่มากพอที่จะแยกแยะว่าเสียงที่กำลังเอ่ยถามอยู่นี่เป็นเสียงของใคร
มือหยาบเลิกชายเสื้อของอีกฝ่ายขึ้นก่อนที่จะละจูบออกอย่างอ้อยอิ่งแล้วเปลี่ยนเป็นใช้ปลายจมูกซุกไซ้ที่ซอกคอซึ่งเต็มไปด้วยรอยสักของเขา
“ในวงห้ามคบกัน กูเคยเตือนพวกมึงแล้ว”
คำพูดชวนขัดอารมณ์นั่นทำให้ผมหัวเสียไม่น้อย
แต่ไม่รู้เพราะความมึนเมาในสารเคมีที่เสพเข้าไปก่อนหน้าหรือรสฝาดๆจากเหล้าในปากของอีกฝ่ายกันแน่ที่ทำให้ผมไม่คิดจะหยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่
ผมละจากหน้าท้องขาวที่หดเกร็งนั่นเพียงนิดแล้วเอ่ยตอบคำถามนั้นโดยที่มือหนาก็ยังคงเล้าโลมคนใต้ร่างอย่างสนุกมือ
“กูแค่จะเอากัน”
จมูกโด่งไล่คลอเคลียลงไปที่หน้าท้องของอีกคนก่อนจะเลิกเสื้อนั่นขึ้นแล้วดูดดึงแอ่งสะดือแรงๆตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง
เสียงปิดประตูพร้อมกับกดล็อคให้เสร็จสรรพนั่นเรียกรอยยิ้มจากผมได้เป็นอย่างดี
ผมประกบจูบกับเขาอีกครั้งและตอนนี้เขาตอบรับกลับมาตั้งแต่สัมผัสแรก
วันนี้ทำให้ผมรู้จักเขาอีกข้อ ว่านอกจากจะแสบพอตัวแล้วเขายังจูบเก่งมากอีกด้วย
จูบยาวนานของเราทั้งสองดูดดื่มจนเกิดเสียงดูดดึงดังไปทั่วห้อง เสื้อที่สวมใส่ถูกเหวี่ยงไปคนละทิศละทาง
มือหยาบปลดเข็มขัดของเขาออกก่อนจะพยายามดึงเอาอาภรณ์ที่ปกปิดช่วงล่างนั่นออกมาทั้งหมดในคราวเดียว
ผมจ้องมองไอ้เฝือกแสนเกะกะที่ขาของเขาด้วยอารมณ์คุกรุ่น
“เอาออกซิ”
สิ้นคำอนุญาตนั่นเจ้าเฝือกแข็งก็ถูกผมเหวี่ยงไปอีกทาง
ร่างกายเปล่าเปลือยของเราทั้งคู่ถาโถมเข้าหากันตามแรงอารมณ์ที่สูงขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุดพัก
ร่างกายเหมือนลอยขึ้นไปบนท้องฟ้ากว้างก่อนจะถูกกระชากลงมาสู่เหวลึกที่เต็มไปด้วยสำลีนุ่มๆครั้งแล้วครั้งเล่า
ในหูได้ยินเพียงเสียงกายหยาบกระทบกันดังแข่งกับเสียงครางอื้ออึงอย่างสุขสมของเราทั้งสอง
ผ่านไปหลายชั่วโมงกับกิจกรรมเร่าร้อนนั่น
ผมไม่รู้ว่าเราแตะขอบสวรรค์กันไปกี่รอบ
รู้แต่เพียงว่าเราทั้งสองใช้พื้นที่ในห้องโถงนี่อย่างคุ้มค่า
แทบจะทุกตารางนิ้วที่ย่างกายเข้าไปสอดประสานกัน
มันเป็นเซ็กซ์ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา แน่นอนว่าผมชอบมัน
ร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยจากสงครามรักนั่นไม่ได้ทำให้ผมหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย
กลับกัน ผมรู้สึกดีมากเสียด้วยซ้ำ
เกมรักครั้งสุดท้ายจบลงไปเมื่อ 20
นาทีก่อน เขาสวมกางเกงหนังสีดำตัวเดิมกลับเข้าไปที่ขาเรียวนั่น ก้าวเดินไปเปิดตู้เย็นที่อัดแน่นไปด้วยเหล้าและเบียร์พร้อมกับหยิบขวดแก้วราคาแพงติดมือออกมาด้วย
“ทำอะไร”
ผมที่สวมเพียงบ็อกเซอร์เอ่ยถามกับการกระทำของเขา
“หิว”
คำตอบสั้นๆนั่นทำเอาคิ้วขมวดมุ่น
ผมเดินไปคว้าขวดแก้วนั่นกลับไปเก็บในตู้ก่อนจะหยิบกางเกงยีนส์ของตัวเองขึ้นมาสวม
เดินไปเก็บเสื้อที่กระจัดกระจายไปคนละทางมาใส่แล้วโยนให้กับเขาอีกหนึ่งตัว แจ็คเก็ตหนังสีแดงสดถูกสวมใส่บนตัวของผมในขณะที่เขายังคงนั่งมองการกระทำของผมนิ่งๆ
ผมถอนหายใจออกมาเบาๆจับเสื้อตัวที่โยนไปให้เมื่อครู่ยัดใส่ร่างบางนั่นแล้วดึงมือเรียวของเขาให้เดินตามออกมา
“ไปหาอะไรกินกัน”
แสงไฟสาดส่องไปทั่วท้องถนนร้างผู้คนเงียบสงัดเหมือนดั่งเช่นทุกคืน
ผมจูงมือเขาเข้าไปในร้านสะดวกซื้อนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันคนละถ้วยแล้วกลับมายังห้องทีเราเพิ่งจัดหนักกันไปเมื่อครู่
ตอนนี้เตาผิงด้านในถูกจุดเชื้อเพลิงขึ้นจากใครซักคนในวง
มินโฮนั่งลูบผมหญิงสาวที่ผมเจอตรงตรอกนั่นด้วยใบหน้าเหม่อลอย
ส่วนซึงยูนกับจินอูก็นั่งเช็ควีดีโอการแสดงล่าสุดของเราที่ถูกถ่ายเก็บเอาไว้ในกล้องอยู่ตรงโต๊ะฝั่งตรงข้าม
“ฝันดี”
เขาบอกเพียงเท่านั้นก่อนจะทิ้งตัวลงนอนที่โซฟาตัวเดิม
จินอูเงยหน้าขึ้นมามองนิดหน่อยก่อนจะหันไปสนใจงานในมือต่อ
ซึงยูนเดินเข้ามาหาผมแล้วลากออกไปด้านนอก
“กูเคยเตือนตั้งแต่เข้ามาใหม่ๆแล้วนะว่าอย่าคบกัน”
เสียงเรียบๆนั่นกลับฟังดูน่ารำคาญขึ้นมาทันทีเมื่อเอ่ยประโยคเมื่อครู่ออกมา
ผมยกมือขึ้นเสยผมสีทองของตัวเองไปด้านหลังเป่าลมหายใจออกมาและพยายามควบคุมสติของตัวเอง
มันค่อนข้างจะหงุดหงิดนิดหน่อยกับคำพูดของคนตรงหน้า
“กูไม่อยากให้มีปัญหากันทีหลัง
กูไม่อยากให้วงแตกถ้ามึงกับมันเลิกกันขึ้นมา”
“กูแค่เอากันจริงๆ”
ผมตอบไปแบบนั้นทั้งๆที่ในใจก็วูบไหวแปลกๆ ถ้าแค่เอากันแล้วแยกผมคงไม่ลากหมอนั่นออกไปหาอะไรกินแทนที่จะปล่อยให้มันกระดกเหล้าเข้าปากตามแบบทุกทีที่เห็นมันทำหลังจากไปเอากับใครซักคนมา
ผมรู้.... ว่ากำลังมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปในความรู้สึกของผม
“มึงได้ยินนะไอ้ซึงฮุน
ว่าแทฮยอนมันบอกว่ามึงสองคนแค่เอากัน”
สายตาที่คุยกับคนด้านหลังผมทำให้ใจกระตุกวูบ ซึงฮุนยืนอยู่ข้างหลัง....
และได้ยินทุกอย่าง ใบหน้าขาวนั่นพยักหน้ารับน้อยๆก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านใน
“กูจะคอยดู”
ซึงยูนเดินมาหยุดอยู่ข้างๆแล้วพูดประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นๆ
เป็นหัวหน้าวงมันเหนื่อย ผมเข้าใจ และผมก็ไม่อยากมีปัญหาเล็กๆน้อยๆพวกนั้นเช่นกัน
หลังจากวันนั้นผมกับซึงฮุนที่ไม่ค่อยจะคุยกันอยู่แล้วก็ยิ่งเงียบใส่กันหนักเข้าไปอีก
บางครั้งเราก็แค่นั่งข้างกัน จูบกัน แล้วจบลงที่เตียง
โดยที่ไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันมากนัก เหมือนคู่นอนที่เวลาอยากก็เอากัน
หมดธุระแล้วก็จากกันไป แต่วันนี้มันกลับไม่ใช่แบบนั้น
ซึงฮุนหายไปกับผู้ชายคนหนึ่งที่ผมไม่รู้จักแล้วกลับมาพร้อมกับรอยสีกุหลาบเต็มคอ
ร่างสูงโบกมือทักผมนิดหน่อยก่อนจะหยิบขวดเบียร์ออกมาเปิดแล้วยื่นให้ผมอีกขวด
หมอนั่นนั่งลงที่โต๊ะฝั่งตรงข้าม ในห้องโถงกว้างที่มีเพียงเราแค่สองคนเท่านั้น ความเงียบค่อยๆโปรยลงรอบกายมีเพียงเสียงปะทุของกองไฟในเตาพิงเท่านั้นที่ดังออกมาเป็นระยะๆ
ซึงยูน จินอูและมินโฮขึ้นไปนอนที่ชั้นบนเพื่อพักเอาแรงกันตั้งแต่แสดงเสร็จหลังจากที่ไม่ได้หลับได้นอนกันมาหลายคืน
“ไปเอากับใครมา”
ผมทำลายความเงียบที่แสนอึดอัดนั่นลง
ซึงฮุนทำเพียงแค่ปรายตามามองผมก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแผ่ว
“เรื่องของกู”
“แต่มึงเป็นเมียกู”
ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมพูดแบบนั้น หึงเหรอ?
ก็คงใช่ เสียงหัวเราะขึ้นจมูกของคนฝั่งตรงข้ามยิ่งทำให้ผมอารมณ์เสียหนักเข้าไปอีก
“มึงพูดเองว่าแค่เอากัน
แล้วมึงจะมาทวงอะไรจากกู”
คำพูดยาวๆที่นานๆจะได้ยินครั้งนั่นทำเอาผมตัวชาวาบ ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะกวาดข้าวของบนโต๊ะลงพื้นเพื่อระบายอารมณ์
และเมื่อบนโต๊ะไม่เหลืออะไรแล้วผมจึงปาเฝือกขาของเขาที่ไม่ได้ใช้การแล้วเข้าไปในกองเพลิง
“โธ่เว้ย!!
เออกูยอมรับ ตอนนั้นกูแค่อยากจะเอามึง”
คำพูดของผมไม่ได้สะทกสะท้านคนฟังแม้แต่น้อย
เขาทำเพียงจิบเบียร์ในมือเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“จะบอกว่าตอนนี้มึงชอบกูงั้นซิ”
จบคำพูดของเขาผมก็กระชากแขนเล็กๆนั่นขึ้นมาชั้นบนก่อนจะโยนเขาลงกับเตียงแล้วตามไปทาบทับทันที
เสื้อผ้าบนตัวของซึงฮุนถูกฉีกขาด ก่อนที่ผมจะถาโถมร่างใส่เข้าไปไม่ยั้งและอารมณ์ขุ่นเคืองตอนนี้มันทำให้ผมรุนแรงมากกว่าปกติ
“ม มึง....
เจ็บ กูเจ็บ”
น้ำเสียงขาดๆหายๆของเขาไม่ได้ดึงสติของผมให้กลับมาเลยแม้แต่น้อย
จนกระทั่งผมที่พลิกร่างของเขาเพื่อจะเปลี่ยนท่าเพิ่งจะมาสังเกตเห็นของเหลวสีแดงสดที่ไหลออกมาตามหน้าขาของเขา
ดวงตาเรียวเล็กเต็มไปด้วยน้ำอุ่นๆคลออยู่เต็มหน่วย
ใจผมเหมือนหล่นวูบลงไปในทะเลลึก ผมคว้าเอาร่างของเขาเข้ามากอดไว้แน่น
“ขอโทษ
กูขอโทษ”
ซึงฮุนผลักผมออกก่อนจะถดตัวหนีไปอยู่อีกฝั่งของเตียง
น้ำตาหยดหนึ่งของมันไหลลงอาบแก้มก่อนที่มือเรียวสวยนั่นจะปาดมันทิ้งไป
สายตาแข็งกร้าวถูกส่งมายังผมที่เพิ่งกระทำเรื่องระยำลงไป
“กูไปข้างนอก
กูอยากไปเอากับคนอื่น”
“..........”
“แต่กูเอากับใครไม่ลงเพราะในหัวมีแต่เรื่องของมึง”
หัวใจเต้นแรงกับประโยคเมื่อครู่
แต่เพียงหลังจากนั้นไม่กี่นาทีมันกลับรู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเข้าที่ก้อนเนื้อนี่อย่างแรงจนจุกไปหมดเพราะประโยคจากคนตรงหน้า
“แต่หลังจากนี้
กูจะตัดเรื่องของมึงออกจากหัวกูให้หมด”
ซึงฮุนเดินออกจากห้องไปแล้ว มีเพียงคราบเลือดและเสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดของมันที่ยังหลงเหลืออยู่ในห้อง
ผมทำได้เพียงนั่งนิ่งๆอยู่ภายในห้องปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเรื่อยๆเต็มสองข้างแก้ม
จินอูที่ผมคิดว่าหลับไปแล้วเดินเข้ามาด้านในก่อนจะส่งขวดเหล้าให้กับผม มันนั่งอยู่เป็นเพื่อนจนถึงช่วงบ่ายของอีกวันก่อนที่จะขอไปเตรียมตัวสำหรับงานแสดงวันนี้
วันนั้นผมดีดกีตาร์ผิดคอร์ดจนโดนซึงยูนไล่ให้กลับมาที่ห้อง
สายตาของซึงฮุนที่มองมายังผมนั่นว่างเปล่าจนน่าใจหาย
ที่ข้างๆที่เคยมีอีกคนมานั่งกินเหล้าอยู่ใกล้ๆตอนนี้มันกลับไม่มีเหลืออยู่อีกแล้ว
หลายสัปดาห์ผ่านไปเราสองคนเหมือนคนที่ไม่รู้จักกัน
เราเจอกันเพียงแค่บนเวทีแสดงเท่านั้น
ทุกครั้งที่เดินมาเฉียดกันเพียงนิดเขาก็จะเบี่ยงตัวออกห่าง และนั่นมันทำให้คนในวงต่างก็อึดอัดไปด้วย
ยอมรับว่าตอนนั้นในหัวของผมมันคิดอะไรไม่ออกเลย
ทุกครั้งที่หลับตาในสมองมีแต่ภาพของซึงฮุนอยู่เต็มไปหมด ผมคิดถึงสัมผัสของมัน
คิดถึงเสียงมัน คิดถึงเวลาที่เราออกไปหาอะไรกินทุกครั้งหลังจากมีอะไรกัน
คิดถึงภาพของมันที่นั่งอยู่ข้างๆ คิดถึงแม้กระทั่งกลิ่นเฉพาะตัวอ่อนๆปะปนอยู่กับกลิ่นเหล้าบนร่างขาวๆของมัน
ผมคิดถึงมันจนเสียการเสียงานอยู่บ่อยครั้ง
ผมต้องทำยังไงมันถึงจะเหมือนเดิม
คืนนี้พวกเราไม่มีงานแสดง
ซึงยูนจึงเรียกประชุมกันในช่วงหัวค่ำ ผมกับเขากลับเข้ามาในห้องโถงเป็นคนแรกๆ
บรรยากาศชวนอึดอัดทำให้ผมเลือกที่จะนั่งเสพสารสีขาวเข้าร่างกายเพื่อให้สมองผ่อนคลายขึ้น
ส่วนเขาก็นั่งกระดกเหล้าเอาเป็นเอาตายอยู่อีกฝั่ง
บานประตูไม้ถูกเปิดออกก่อนจะเผยให้เห็นร่างของอีกสามคนในวงที่เดินเข้ามาพร้อมกัน
“เอาตรงๆเลยนะ
พวกมึงควรไปนั่งปรับความเข้าใจกันให้รู้เรื่อง ไม่ใช่มาเมินใส่กันแบบนี้มันพาลทำให้กูอึดอัดไปด้วย”
เป็นมินโฮที่เอ่ยขึ้นก่อนมาอย่างหัวเสีย เรื่องคืนวันนั้นทุกคนในวงต่างก็รับรู้
ไม่ใช่เพียงจินอูที่เข้ามานั่งปลอบ
แต่อีกสองคนต่างก็ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงโวยวายจากด้านล่าง
เพียงแต่ไม่มีใครคิดจะเข้ามายุ่งเพราะไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายมาถึงขนาดนี้
“กูให้เวลาพวกมึงสองคนหนึ่งคืน
เคลียร์กันให้เรียบร้อย มึงจะเอากันต่อหรือจะมีใครออกจากวงก็ตัดสินใจกันซะแล้วกูจะมาเอาคำตอบพรุ่งนี้”
ซึงยูนพูดไว้เท่านั้นก่อนจะเดินออกไปด้านนอกพร้อมกับมินโฮ
จินอูเดินเข้ามาตบไหล่ผมเบาๆแล้วตามอีกสองคนออกไปด้านนอก
ห้องโถงมืดๆไม่ได้ถูกเปิดไฟหรือจุดเตาผิงดั่งเช่นทุกวัน
แสงสว่างจากด้านนอกพอจะช่วยทำให้เห็นอะไรต่ออะไรในห้องได้บ้าง
ซึงฮุนลุกขึ้นไปจับลูกบิดประตูแล้วก็พบว่ามันถูกล็อคจากด้านนอก
หมอนั่นถอนหายใจออกมาแรงๆแล้วเดินไปหยิบขวดเหล้าออกมาจากตู้เย็นก่อนจะยกขึ้นซดเพียวๆแบบที่ชอบทำ
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงพอๆกับขวดเหล้าที่เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ
“กู.... ขอโทษ”
คำพูดแผ่วๆของผมทำให้หมอนั่นเงยหน้าขึ้นมากระตุกยิ้มมุมปากให้ก่อนจะหันไปซดเหล้าในมือต่อ
“มึง....
ตัดเรื่องของกูออกจากหัวไปหมดแล้วจริงๆเหรอวะ”
มันไม่ตอบอะไร เพียงแค่ถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยืนก้าวเท้าขึ้นบันไดหมายจะขึ้นไปยังชั้นบน
ผมเดินไปคว้าแขนของมันเอาไว้ก่อนจะกระชากมันลงมาเผชิญหน้ากัน
“อยากเอากูเหรอ
เอาสิ”
มันไขว้แขนเล็กนั่นจับชายเสื้อขึ้นแล้วถอดออกไปให้พ้นจากร่างกาย
มือเรียวลูบไล้ไปตามโครงหน้าของผมจนผมต้องใช้มือของตัวเองไปจับมือของมันมากุมเอาไว้
“ให้โอกาสกูซักครั้งไม่ได้เหรอ”
เป็นครั้งแรกกับการเอ่ยขออะไรใครซักคน
น้ำเสียงและแววที่ส่งไปให้มันนั่นจริงจังอย่างไม่ปิดบัง
ผมได้แต่ภาวนาให้มันรับรู้ถึงสิ่งที่กำลังสื่อไปเท่านั้นก็พอแล้ว
และดูเหมือนพระเจ้าจะไม่ใจร้ายกับผมมากนักเมื่อผมเห็นว่าแววตาว่างเปล่านั่นกลับมาไหววูบอีกครั้ง
“ในวงเขาไม่ให้คบกันมึงก็รู้”
น้ำเสียงอ่อนลงพร้อมกับสายตาที่หลุบลงต่ำของคนตรงหน้าทำให้ผมคว้ามันมากอดไว้แน่น
ผมยกคางขึ้นเกยไหล่กว้างๆเอาไว้ก่อนจะกดจูบหนักๆตรงลาดไหล่ที่กำลังสั่นเทาของมัน
“ไม่ต้องมีสถานะก็ได้
ขอแค่มึงกับกูมีแค่กันและกันก็พอแล้ว”
“..........”
“กูจะอยู่ดูแลมึง
จะไม่เรียกร้องอะไรขอแค่.... ขอแค่มึงมีแค่กูก็พอแล้ว”
ไม่ต้องเอ่ยตอบอะไร
แค่เพียงอ้อมแขนที่ยกขึ้นมากอดตอบของมันเท่านั้นก็พอแล้ว
-
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เหอ เหอ เหอ พีจีสิบสามจีจีเหรอ? เรียกเลือดมาก
ReplyDeleteไอ้คำว่า กูแค่จะเอา นี่มัน โอ้ย @#$%%!$@#
ชั้นหวีดเลยพี่ชาย >///<
ชอบฉากงุนงุนเลือดออกจังเลยพี่ชาย มาโซดี ชั้นชอบ //เอ๊ะ
อารมณ์ฟิคก้โอเคอยู่นะ ที่บอกว่าชอบฉากงุนเลือดออก
เพราะอารมณ์มันประชดประชันดี เออ ประชดแบบแบดๆ
ขอบคุณสำหรับฟิคลั่นค่ะ ลั่นมาบ่อยๆ นะคะ จะรอ :-)
อร้ายยยย กว่าจะมาเมนท์ได้555
ReplyDeleteหวีดแรงมาก สงสารจึงงุน555
ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ อ่านแล้วฟินแรง <3