Title:
You complete me.
Paring:
Minho x Seunghoon
Note: ครึ่งแรกจากน้องบี้ ( @bebabybu )
#Frommetoyouproj
ถ้าลูกของคุณถามหาแม่ คุณจะทำอย่างไร?
ก. โทรหาแม่ของเด็ก
ข. พาเด็กไปที่ๆแม่ของเขาอยู่
แล้วถ้าคุณไม่สามารถทำทั้งสองอย่างนี้ได้เลยล่ะ ?
“
พ่อฮะ แม่อยู่ไหน ” ซงมินโฮที่กำลังเลือกชุดเครื่องแต่งกายในตู้เสื้อผ้า
ชะงักทันทีที่ได้ยินคำถาม จากซงมินกุก ลูกชายคนเดียวของเขา
พอหันหน้าไปมองก็เจอเจ้าลูกชายมองตาใสแป๋วกลับมา อย่างต้องการคำตอบ
แต่เขาก็ทำเพียงแค่ยิ้ม และหยิบชุดเครื่องแบบนักเรียนมาหนึ่งชุด
ก่อนจะเดินมานั่งคุกเข่าตรงหน้าเจ้าตัวเล็ก
“
รีบแต่งตัวแล้วไปโรงเรียนได้แล้วครับ ” มินโฮพูดก่อนจะจัดการจัดแต่งเสื้อผ้าลงบนตัวลูกชาย
ซึ่งมินกุกเองก็ให้ความร่วมมือ แต่คิ้วเล็กก็ยังไม่เลิกขมวด
และยังคงไม่เลิกจ้องหน้าคนเป็นพ่ออย่างนึกสงสัย
“
พ่อฮะ แล้วแม่จะมาหาเรามั้ย ” มินโฮก็ยังคงทำเพียงแค่ยิ้มบางๆและลูบหัวลูกชายของตัวเองเบาๆแทนคำตอบ
เขาเองก็ไม่รู้จะบอกเจ้าตัวเล็กที่ยังไงเกี่ยวกับคนที่ลูกของเขาเรียกว่าแม่
“
แม่อยู่ที่ๆไกลมากๆเลยครับ ไกลจนไม่สามารถมาหาเราได้ ” คำตอบของเขายิ่งทำให้มินกุกสงสัยเข้าไปใหญ่ เด็กอายุ3ขวบกว่าๆยังไม่สามารถที่จะเข้าใจในคำพูดยากๆของผู้ใหญ่ได้มากนัก
แต่มินโฮก็ไม่อยากที่จะพูดถึงเรื่องนี้จึงจูงมือลูกชายออกจากห้องเพื่อที่จะพาลงไปกินข้าวและไปโรงเรียน
ถึงแม้มันจะเป็นคำถามที่ลูกถามเขาทุกวัน
แต่มันเป็นเป็นเรื่องยากทีเดียวที่จะบอกเรื่องราวทุกอย่างให้ลูกได้ฟัง
เขาเลี้ยงลูกคนเดียวมาตั้งแต่มินกุกยังเป็นทารก
มันค่อนข้างลำบากมากสำหรับผู้ชายธรรมดาๆคนนึงที่อายุอานามยังไม่ถึงยี่สิบห้า
เขายอมรับว่ามินกุกเป็นความผิดพลาดของเขากับแฟนสาวในตอนที่ยังอยู่ในวัยเรียน
ด้วยความไม่ระวังในคืนๆหนึ่ง จึงทำให้เธอตั้งท้องตอนอายุแค่18ปี
ในตอนแรกเธอบอกกับเขาว่าเธอจะทำแท้ง
แต่มินโฮไม่อาจจะเห็นเด็กคนนึงซึ่งไม่ได้ทำอะไรผิดต้องมาจบชีวิตลงแบบที่เขาไม่ต้องการ
แล้วยิ่งเป็นลูกของเขาด้วย จึงได้ขอให้เธอเก็บเด็กคนนี้เอาไว้
และเขาจะเป็นคนเลี้ยงลูกเอง
หลังจากที่เธอคลอด
ลูกก็ถูกส่งตัวมาให้เขา เธอคนนั้นก็ถูกพ่อกับแม่ส่งให้ไปอยู่เมืองนอก
นับตั้งแต่นั้นมามินโฮกับแม่ของมินกุกก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน มินโฮได้ข่าวจากพ่อแม่ของเธอว่าเธอกำลังจะแต่งงาน
เจ้าบ่าวของเธอเป็นถึงนักธุรกิจชื่อดังที่จะสามารถเลี้ยงดูเธอให้สบายได้ทั้งชีวิต ซึ่งเขาก็คิดว่ามันดีกับเธอแล้วล่ะ
ถ้าจะถามว่าเขายังรักเธออยู่รึเปล่า
ก็ต้องบอกว่าความรู้สึกที่มีให้ตอนนี้คือเพื่อนที่ดีคนนึงเสียมากกว่า
เพราะคนที่เขารักมากที่สุดในตอนนี้ก็คือลูกของเขา ซงมินกุก
หลังจากที่ไปส่งมินกุกที่โรงเรียนแล้ว
มินโฮก็กลับมาที่คอนโด บ้านของเขาค่อนข้างมีฐานะ พ่อกับแม่มีกิจการเป็นของตัวเอง
และเขาก็จะคอยเข้าไปช่วยงานพ่อกับแม่อยู่เสมอ มินกุกเป็นที่เอ็นดูของทุกคนในบ้าน
ไม่มีใครที่รังเกียจลูกของเขา พ่อกับแม่ของมินโฮเองก็รักมินกุกเอามากๆ
แต่มินโฮเป็นคนไม่ชอบอยู่บ้าน เพราะมันลำบากต่อการเดินทางไปไหนมาไหน
เขาจึงขอมาอยู่คอนโดที่พ่อเคยซื้อไว้กับลูกสองคน
“ รอเดี๋ยวครับ! รอผมด้วย!
” ขณะที่มินโฮก้าวขาเข้าไปในลิฟต์และลิฟต์กำลังจะปิดตัวลง
ก็มีเสียงเรียกเอาไว้เสียก่อน เขาไม่มั่นใจว่าเสียงนั้นพูดกับเขารึเปล่า แต่พอเห็นมือข้างหนึ่งยื่นมาจับขอบประตูลิฟต์ไว้ไม่ให้ปิด
มินโฮก็เลยมั่นใจว่าเสียงเมื่อกี๊ตะโกนคุยกับเขา
ประตูลิฟต์ถูกเปิดออกอีกครั้ง
ปรากฏร่างของชายหนุ่มที่ไม่คุ้นตายืนหอบอยู่ตรงหน้า
มือข้างหนึ่งถือกล่องใบไม่ใหญ่มากไว้ ด้านหลังก็สะพายกระเป๋าเป้ไว้ด้วย ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นยิ้มให้มินโฮก่อนจะแทรกตัวเข้ามายืนในลิฟต์ด้วยกัน
จนลิฟต์ปิดตัวลง ทั้งสองคนก็ยังไม่ได้เอ่ยปากพูดคุยกัน
พวกเขายืนอยู่ด้วยกันในลิฟต์ซักพัก ก่อนที่มินโฮจะเป็นคนเอ่ยปากพูดก่อน
“ ไปชั้นไหนครับ? ” ชายหนุ่มแปลกหน้าหันไปตามเสียงที่ถูกเปล่งคำถามออกมา
เสียงหัวเราะเล็กๆดังขึ้นก่อนให้คำตอบมินโฮไป
และมันก็บังเอิญมากที่ห้องของเขาเองก็อยู่ชั้นที่อีกคนกำลังจะไป
ระหว่างที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนตัว
มินโฮก็เลยถือโอกาสแอบมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆซักหน่อย
ส่วนสูงของอีกคนนั้นสูงพอๆกับเขา
อาจจะสูงกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ แต่ร่างกายกับดูผอมบางกว่าเขามาก
แขนขาที่โผล่พ้นเนื้อผ้าก็ดูเล็กกว่าเขาครึ่งนึง
ไม่รู้ว่าเวลาลมพัดแรงๆนี่จะปลิวตามลมไปด้วยรึเปล่า
สงสัยจังเวลากินข้าวนี่เอาไปสะสมไว้ที่ไหน
ไม่นานลิฟต์ก็เคลื่อนตัวมาถึงชั้นที่พวกเขาจะต้องลง
มินโฮเป็นคนก้าวออกจากลิฟต์ก่อนและเดินไปยังหน้าห้องของตัวเองทันที
แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะหันมามองอีกคนที่เดินตามออกมา บนชั้นนี้มีห้องทั้งหมด4ห้อง
และห้องข้างๆของเขาก็เป็นห้องว่างที่ยังไม่มีคนเข้ามาอยู่
และมันคงเป็นเรื่องบังเอิญเรื่องที่สองเมื่อคนที่ขึ้นลิฟต์มาพร้อมเขา
เป็นคนที่จะมาอยู่ห้องข้างๆนี่เอง
“ อ้าวคุณ อยู่ห้องนี้หรอครับ
บังเอิญจัง ” รอยยิ้มสดใสถูกส่งมาให้เป็นครั้งที่สองของคนแปลกหน้าที่กำลังจะกลายมาเป็นเพื่อนบ้าน
ทำเอามินโฮยิ้มตามได้โดยง่ายพร้อมพยักหน้าตอบรับเบาๆ
“ คุณเพิ่งย้ายเข้ามาหรอครับ ? ”
“ อ่า ใช่ครับ แต่จริงๆผมซื้อห้องนี้ไว้นานแล้ว
แต่เพิ่งมีโอกาสย้ายเข้ามา ดีใจจังที่มีคุณเป็นเพื่อนข้างห้อง ” ท่าทางที่เฟรนด์ลี่ของอีกคน มินโฮเห็นแล้วก็แอบหัวเราะเบาๆ
คนตรงหน้าเขาตอนนี้คงเป็นเพื่อนบ้านที่ดูขี้เล่นไม่น้อย
ดูเข้ากับคนง่ายผิดกับเขาที่มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง
“ มีอะไรให้ผมช่วยเรียกได้เลยนะครับ
ผมซงมินโฮ ”
“ ขอบคุณนะครับคุณมินโฮ ผมอีซึงฮุน
ยินดีที่ได้รู้จักครับ ”
หลังจากที่ทักทายและทำความรู้จักกันเรียบร้อย
ทั้งมินโฮและซึงฮุนก็ได้แยกย้ายเข้าห้องของตัวเอง
มินโฮเข้ามาเคลียร์งานที่พ่อมอบหมายไว้ให้มันเสร็จรอเวลาที่จะไปรับลูกชายในตอนเย็น
เพราะอยู่กันแค่สองคนพ่อลูกการใช้ชีวิตของเขาจึงไม่ค่อยจะมีอะไรซักเท่าไหร่
ตื่นเช้าก็ไปส่งลูกไปโรงเรียน เสร็จแล้วก็กลับเข้ามาทำงานที่คอนโด
ไม่ก็เข้าไปช่วยงานพ่อแม่ที่บริษัท
ตอนเย็นก็ไปรับลูกที่โรงเรียนกลับมากินข้าวที่คอนโด ทำกับข้าวกินเองตามประสาพ่อกับลูก
ตอนค่ำๆก็นั่งดูทีวี นั่งเล่น สอนการบ้านลูกก่อนที่จะไปส่งเข้านอน
ในชีวิตประจำวันของมินโฮมีแต่เรื่องของมินกุกซะส่วนใหญ่
รองลงมาก็คงเป็นเรื่องครอบครัว
เพื่อนที่พอจะรู้จักก็พอจะมีแต่ก็ไม่ได้สนิทใจกันถึงขนาดไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ
นั่งทำงานไปเรื่อยๆจนเข็มนาฬิกาบอกเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง
ซึ่งเป็นเวลาที่มินกุกกำลังเลิกเรียน
มินโฮลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจก่อนจะเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งเนื้อแต่งตัวเตรียมออกไปรับลูกชาย
เขาหยิบกุญแจรถและกระเป๋าสตางค์เดินออกมาจากห้อง
สายตาก็เหลือบไปเห็นหน้าประตูห้องข้างๆมีอะไรที่ผิดปกติไปเลยเดินเข้าไปดู
ตัวหนังสือน่ารักๆบนกระดาษสีขาวที่เขียนชื่ออีซึงฮุนถูกติดไว้หน้าประตูบานใหญ่
มินโฮหลุดขำออกมาเมื่อนึกถึงเจ้าของชื่อที่นิสัยดูจะเด็กกว่าที่เขาคิด
เห็นแล้วก็นึกถึงเวลามินกุกเขียนชื่อตัวเองลงบนหน้าปกสมุดการบ้านเหมือนกัน
มินโฮใช้เวลาชั่วโมงกว่าในการไปรับลูกชายที่โรงเรียน
มีแวะซื้อของเข้ามาด้วยเพื่อจะทำอาหารกินกันตอนเย็น
สองพ่อลูกที่จูงมือกันขึ้นห้องเป็นภาพที่ชินตาของคนในคอนโด
และทุกคนก็ดูจะเอ็นดูมินกุกมากเหมือนกัน ถึงจะเลี้ยงลูกคนเดียวและเขาก็รักลูกมาก
แต่มินโฮไม่เคยตามใจมินกุกจนเสียคน เขาสอนลูกเหมือนผู้ชายสองคนคุยกัน
สอนให้ลูกอดทน และสอนให้ลูกเข้มแข็ง
พอเข้ามาในห้อง มินโฮก็ให้มินกุกไปอาบน้ำ
และตัวเองก็เดินเข้าครัวไปทำกับข้าว
อาหารที่เขาพอทำได้ก็เป็นอาหารง่ายๆไม่กี่อย่าง
ถึงอย่างนั้นก็ชอบจะทำให้ลูกกินมากกว่า แต่ถ้าหากไม่ว่างทำจริงๆ
มินโฮจะเลือกซื้ออาหารสำเร็จเข้ามาแทน
‘ ติ๊งหน่อง ’
เสียงกริ่งหน้าประตูที่นานๆทีจะได้ยิน
เพราะไม่ค่อยจะมีใครมาหาเขามากนัก มินโฮขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะละมือจากการทำอาหาร
ถอดผ้ากันเปื้อนวางไว้บนเคาน์เตอร์ แล้วเดินออกไปดู ทันทีที่ประตูเปิด
ถุงพลาสติกสองสามถุงก็ถูกยื่นมาตรงหน้าเขาโดยเร็ว
ก่อนที่จะปรากฏรอยยิ้มสดใสของคนข้างห้อง
“ กินข้าวกันครับ ”
“ เห? ” มินโฮแทบจะมีเวลาได้สงสัยหรือถามอะไรไปมากกว่านั้น
ซึงฮุนก็จัดการลากเจ้าของห้องที่ยืนทำหน้าเอ๋อเข้าไปด้านใน จัดแจงให้อีกคนนั่งบนเก้าอี้เหมือนกับตัวเองอยู่ห้องนี้มานาน
“ ครัวอยู่ไหนอ่ะคุณ ” ซึงฮุนถามคนที่ยังงงงวยอยู่
มินโฮเรียกสติให้ตัวเองกลับมาก่อนจะชี้ไปยังบริเวณที่เขาเพิ่งเดินออกมา
คนข้างห้องพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินถือถุงกับข้าวเข้าไปในนั้น
“ โหวคุณมินโฮ
นี่คุณทำกับข้าวเป็นด้วยหรอเนี่ย ” เสียงที่ดังมาจากในครัวทำให้เจ้าของชื่อหันไปมอง
จนตอนนี้มินโฮก็ยังเรียงลำดับเรื่องราวไม่ถูก
รู้แค่เพียงว่าเขาถูกลากเข้ามาในห้องของเขาเอง
และคนที่อยู่ในครัวตอนนี้ก็ชวนเขากินข้าวและหายเข้าไปในครัว
พออีกคนเดินออกมาโต๊ะก็เต็มไปด้วยอาหารหน้าตาน่ากิน
“ เอ้า กินได้แล้วคุณ ”
“ พ่อฮะ ทำอะไรกินอ่า หอมจัง ” ร่างกลมๆที่เดินเตาะแตะออกมาจากห้องเรียกความสนใจจากผู้ใหญ่สองคนบนโต๊ะอาหารได้เป็นอย่างดี
เด็กน้อยแก้มกลมมองหน้าซึงฮุนอย่างงงๆ เช่นเดียวกับซึงฮุนที่มองเด็กตรงหน้ากับมินโฮสลับกันไปมา
“ มินโฮ นี่ลูกคุณ? ” ชายหนุ่มข้างห้องดูจะตกใจไม่น้อยจึงเลือกที่จะถามมินโฮเพื่อความแน่ใจ
แต่ก็ได้รับคำตอบกลับมาเพียงรอยยิ้มและร่างของเด็กผู้ชายตัวเล็กที่วิ่งเข้าไปสวมกอดเจ้าของห้องเต็มรัก
“ มีลูกเร็วเหมือนกันนะคุณเนี่ย ”
ซึงฮุนหัวเราะเบาๆก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบจานมาเพิ่มอีกหนึ่งใบสำหรับลูกชายเจ้าของห้อง
มินโฮจัดการวางมินกุกลงบนเก้าอี้อีกตัว และหยิบผ้ากันเปื้อนที่อยู่ใกล้ๆมาใส่ให้
“ แล้วนี่ชื่ออะไรครับ พี่ชื่อซึงฮุนนะ ”
ทันทีที่เดินกลับมาประจำที่โต๊ะ ซึงฮุนก็จัดการตีสนิทกับเด็กแก้มกลมทันที
พอยิ่งมองก็รู้สึกว่ามินกุกหน้าเหมือนมินโฮมากจริงๆ
ถ้าบอกว่าเป็นแฝดกันก็ยังเชื่อเลย
“ มินกุกฮะ ” พอเริ่มลงมือกินข้าวที่ซึงฮุนเป็นคนซื้อมาเลี้ยงเพื่อทำความรู้จักกับเพื่อนบ้าน
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
ดูเหมือนว่าซึงฮุนกับมินกุกจะเข้ากันได้ดีเกินคาด
อีกคนดูมีเรื่องราวสนุกๆเยอะแยะเต็มไปหมด
จนบางทีมินโฮก็ยังแอบยิ้มตามตอนที่ซึงฮุนกำลังเล่าเรื่อง
“ กุ้กกี้อา ข้าวเลอะแล้ว กินยังไงเนี่ย
” คำพูดเชิงดุแต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูพูดขึ้นก่อนที่ซึงฮุนจะใช้นิ้วเขี่ยข้าวเบาๆที่แก้มกลมๆของมินกุก
มินโฮที่นั่งดูอยู่ก็หลุดขำออกมาเมื่อเห็นว่าบนหน้าของอีกฝ่ายเองก็ไม่แพ้กับลูกชายของเขาเท่าไหร่
ก็ไม่ใช่เด็กๆแล้วแต่ก็กินข้าวเลอะเป็นเด็กไปได้
ถ้าซึงฮุนถามว่ามินกุกกินข้าวยังไงให้เลอะ เขาเองก็อยากจะถามอีกคนเหมือนกันว่ากินยังไงให้เลอะเหมือนมินกุก
“ คุณซึงฮุนครับ ”
“ ครับ? ”
“ ข้าวเลอะแก้มน่ะครับ ”
“ เหหห~ ” ซึงฮุนอุทานออกมาเสียงดังก่อนที่จะใช้มือทั้งสองข้างเช็ดทั่วไปหน้า
คนที่มองดูอยู่รู้สึกว่าภาพตอนนี้ดูตลกแต่ก็ดูน่าเอ็นดูไม่น้อย
หลังจากที่กินข้าวกันเสร็จ ซึงฮุนก็เป็นคนอาสาล้างจานให้
มินโฮก็พามินกุกไปนั่งดูทีวีบนโซฟา และเขาเองก็ไม่ลืมที่จะเดินไปหยิบโน๊ตบุ๊คที่ยังทำงานค้างไว้อยู่ออกมาด้วย
ไม่นานซึงฮุนก็ล้างจานเสร็จและเดินมาหาสองพ่อลูก
มินกุกที่เห็นพี่ชายข้างห้องเดินมาก็รีบวิ่งถลาเข้าใส่โดยเร็ว
เพราะนานๆทีจะมีคนมาเล่นด้วยที่ห้องแบบนี้ มินกุกเลยดูจะชอบซึงฮุนเป็นพิเศษ ตอนสองคนพี่น้องเล่นกัน
มินโฮเองก็แอบชำเลืองดูทั้งคู่อยู่เป็นระยะๆ พอเห็นว่าไม่มีอะไรน่าห่วง
เขาหยุดสนใจ แล้วก้มหน้าตั้งใจทำงานของตัวเองต่อให้เสร็จ เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ
งานของมินโฮก็เป็นอันเสร็จและส่งเข้าเมล์ให้พ่อเรียบร้อย
เสียงหัวเราะคิกคักของสองพี่น้องที่ดังอยู่เมื่อครู่ก็ดูจะหายไปพร้อมๆกัน มินโฮละสายตาออกจากจอโน๊ตบุ๊คเพื่อหันไปดูลูกของเขา
ก็พบว่าซึงฮุนกำลังนอนอยู่บนพื้นพรมโดยมีมินกุกนอนอยู่บนหน้าท้อง
ภาพตรงหน้าเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของมินโฮได้เป็นอย่างดี เจ้าของห้องวางโน๊ตบุ๊คไว้บนโซฟาก่อนจะเดินมานั่งยองๆมองร่างของคนสองคนที่กองรวมกันอยู่
จ้องใบหน้าของลูกชายที่หลับปุ๋ยก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นไปมองใบหน้าของคนที่เพิ่งรู้จักกัน
ใบหน้ายามหลับของอีซึงฮุนดูเด็กน้อยพอๆกับมินกุก
ยิ่งแก้มกลมๆทั้งสองข้างที่ดูเหมือนกันราวกับ copy&paste คำถามที่มินโฮเคยตั้งไว้ตอนเจอซึงฮุนตอนแรกตอนนี้มันได้คลายความสงสัยได้แล้วล่ะ
ว่าเวลากินข้าวลงไปแล้วซึงฮุนเอาไขมันไปเก็บไว้ที่ไหน จะว่าไปซึงฮุนเองก็คงเป็นคนที่แปลกเอามากๆ
เป็นคนที่เข้ากับคนอื่นง่ายมากๆ ง่ายจนเขาเองแทบไม่รู้ตัวว่าไปสนิทด้วยตอนไหน
แต่ถึงอย่างนั้นซึงฮุนเองก็ดูจะเป็นคนดีไม่มีพิษมีภัย มันคงเป็นเรื่องดีๆมากๆที่ทุกๆวันมินกุกจะไม่เหงาอีกต่อไปถ้ามีซึงฮุนอยู่ข้างห้อง
มินโฮนั่งมองภาพตรงหน้าอยู่พักนึงจนเจ้าก้อนกลมๆที่นอนอยู่บนหน้าท้องของซึงฮุนขยับตัวนั่นแหละเขาถึงนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรปล่อยให้เจ้าตัวน้อยนอนอยู่ในท่าทางแบบนั้น
แขนแกร่งค่อยๆอุ้มลูกรักเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอย่างเบามือที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนอีกคนที่กำลังหลับพริ้มอยู่
เขาพาลูกชายเข้ามาในห้องนอนก่อนจะบรรจงวางลูกรักลงบนหมอนนุ่ม เครื่องปรับอากาศถูกเปิดและปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม
ชายหนุ่มเดินไปกระชับผ้าห่มผืนหนาให้ลูกรัก
ใบหน้าคมโน้มเข้าหาเจ้าตัวน้อยแล้วกดจูบเบาๆที่กลุ่มผมนิ่มดั่งเช่นที่ทำทุกวันเมื่อส่งชีวิตน้อยๆแสนรักนั่นเข้านอน
เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กหลับสนิทด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มมินโฮก็หมุนตัวกลับมายังประตู
หมายจะไปปลุกแขกที่นอนหลับอยู่บนพรมด้านนอก
“ อะ อ้าว.... ”
เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกคนยืนหาวหวอดอยู่ที่ข้างประตู
“ ผมกำลังจะไปปลุกคุณอยู่พอดี
”
“
ผมรู้สึกตัวตั้งแต่คุณอุ้มกุ้กกี้มาแล้วล่ะครับ ”
มินโฮยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เก้อก่อนจะหลุบตามองพื้นเมื่อพบว่าตัวเองคงไปรบกวนการนอนของอีกคนเข้าให้
“ ขอโทษที่ทำให้ตื่นนะครับ ”
“
ถ้าผมไม่ตื่นคุณจะปล่อยให้ผมนอนตรงนั้นเหรอครับคุณมินโฮ ” สีหน้ามึนงงของเจ้าของห้องทำให้ซึงฮุนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ
“ คุณ.... ผมล้อเล่น ”
“ เอ่อ.... กาแฟมั้ยครับ ”
และเพราะไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์ตรงหน้า มินโฮจึงเอ่ยชวนอีกคนคุยด้วยเรื่องที่พอจะทำได้อย่างเช่นการชวนดื่มกาแฟ....
ซึ่งเขาก็เพิ่งคิดได้ว่ามันเป็นการกระทำที่ดูโง่เง่าสิ้นดี
“ เวลานี้เหรอครับ ”
เจ้าของห้องถึงกับหน้าชาน้อยๆกับเหตุการณ์ตรงหน้า คุณพ่อลูกหนึ่งที่ไม่เคยเปิดประตูรับใครเข้าห้องมาก่อนเกิดอาการประหม่าขึ้นมาเสียแล้ว
ท่าทางเก้ๆกังๆนั่นทำให้ซึงฮุนยิ้มกว้างออกมา
เขาก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกว่าคนขี้อายคงทำตัวไม่ถูกในเวลาแบบนี้
“ ผมแซวเล่นน่ะคุณ.... งั้น ผมกลับห้องก่อนนะ
ฝันดีครับมินโฮ ”
“ อะ เอ่อ.... ราตรีสวัสดิ์ครับ
”
บรรยากาศตอนเช้ามืดในสวนสาธารณะค่อนข้างเย็นเล็กน้อย
ลมหนาวพัดผ่านผ้าวอร์มที่มีเนื้อระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยมจนคนที่สวมใส่อยู่รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นหลังจากผ่านการวิ่งไปมารอบๆสวนเพื่อออกกำลังกายในยามเช้า
เสื้อวอร์มสีเขียวเข้มคาดขาวถูกรูดซิปขึ้นจนมิดลำคอ
คอเสื้อยกสูงขึ้นปิดปากเล็กๆของเจ้าของเรือนร่าง ซึงฮุนตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้า
อันที่จริงต้องบอกว่าเขานอนไม่หลับต่างหาก
ความจริงแล้วการย้ายมาอยู่ที่นี้เป็นเพราะเขาเพิ่งได้รับอิสระจากทางบ้านให้มาทำงานที่ใฝ่ฝันมานานเสียที
นี่จะเป็นเช้าวันแรกของการทำงานใหม่ของเขา
“ อาาา
ตื่นเต้นชะมัด ” บ่นพึมพำคนเดียวแล้วก้มหน้าลงยิ้มกับตัวเองจนดวงตาวาดเป็นเส้นโค้ง
ขายาวก้าวเข้ามาในห้องกว้าง
โทรศัพท์ภายในถูกยกขึ้นจรดใบหู รอสายอยู่เพียงครู่ก่อนที่ปากบางๆนั่นจะขยับสั่งรายการอาหารเช้าขึ้นมาทาน
แขนยาวชูขึ้นจนสุดสอดประสานมือเข้าหากันแล้วบิดขี้เกียจเล็กน้อย
อาบน้ำคือเป้าหมายต่อไปที่เขาจะทำ
เสียงดนตรี Jazz เปิดคลอเบาๆอยู่ภายในห้อง
เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาดตาถูกเลือกให้มาประดับอยู่บนเรือนร่างขาวนุ่มนิ่มในวันนี้
กระดุมแขนเสื้อถูกติดอย่างเรียบร้อยก่อนเจ้าตัวจะจัดคอเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเขาจึงเดินไปเปิดมันออก
อาหารเช้าที่สั่งก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะในครัว พนักงานโค้งให้เขาก่อนจะออกไปจากห้องซึงฮุนค่อยๆละเลียดกินอาหารตรงหน้าอย่างช้าๆ
เขายังมีเวลาอีก 2 ชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาเข้างาน
ที่พักซึ่งถูกซื้อเอาไว้นานแล้วอยู่ไม่ไกลไปจากสถานที่ทำงานของเขามากนักทำให้ไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อน
ซึงฮุนใช้เวลาในการขับรถไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มาถึงยังสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเขา
ขายาวก้าวไปตามทางเดิน ตาเรียวมองสำรวจบริเวณโดยรอบ
เด็กเล็กเดินจูงมือมากับเหล่าผู้ปกครองด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข
ภาพตรงหน้าทำให้เขานึกถึงสองพ่อลูกข้างห้อง เพื่อนบ้านใหม่ที่แสนน่ารัก
มินกุกกับมินโฮหน้าเหมือนกันราวกับถอดแบบมา.... จะมีก็แต่สีผิวล่ะมั้งที่มินโฮออกจะคล้ำกว่าเจ้าตัวเล็กอยู่นิดหน่อย
เขาแอบขำออกมาเบาๆกับความคิดของตัวเอง ทำไมถึงแอบนินทาเพื่อนใหม่แบบนี้นะอีซึงฮุน
ก้าวต่อไปอีกนิดเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องๆหนึ่ง
ประตูกระจกใสทำให้สามารถมองเห็นบุคคลที่กำลังทำงานอยู่ด้านในได้
ตาเรียวสะดุดเข้ากับชื่อของคนที่เขากำลังตามหาบนโต๊ะตัวนึง
ริมฝีปากบางวาดขึ้นเป็นเส้นโค้งก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวเข้าไปยังด้านใน
“ ตั้งใจเรียนนะครับมินกุก
”
“ ฮะพ่อ
”
ร่างกลมยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มของคนเป็นพ่อก่อนจะหมุนตัวกลับหลังวิ่งเข้าห้องเรียน
เมื่อเข้ามาในห้องทานตะวันที่แสนคุ้นเคย กระเป๋าเป้ก็ถูกวางลงบนชั้นที่ด้านหลังห้องเรียนก่อนที่ดวงตากลมโตจะสอดส่ายมองหาเพื่อนสนิทไปทั่วห้อง
ขาป้อมก้าวเดินเตาะแตะไปหาเด็กชายอีกคนซึ่งกำลังยืนรวมกลุ่มกับเพื่อนๆอยู่
“
แทโอ ทำอะไรกันอยู่เหรอ ” เพราะวันนี้คุณพ่อแวะไปคุยธุระด่วนกับคุณปู่ก่อน มินกุกจึงมาโรงเรียนสายกว่าปกตินิดหน่อย
เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆต่างต่อแถวทำอะไรซักอย่างอยู่ตัวเองก็สงสัยขึ้นมา
“
นม.... คุณครูคนใหม่ซื้อนมมาแจกแหละมินกุก ”
เด็กผมหน้าม้าตัวขาวอีกคนหันมาตอบพร้อมรอยยิ้ม
กุกกี้จึงเดินไปต่อหลังของแทโอที่ยืนอยู่เป็นคนสุดท้าย รออยู่เพียงไม่นานก็ถึงคิวของเด็กตัวกลม
สองเท้าเล็กค่อยๆขยับไปหาคุณครูที่นั่งอยู่บนพื้นตรงหน้า และเมื่อครูหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาคนตัวเล็กก็ตะโกนเรียกด้วยความตกใจปนดีใจ
“
พี่ซึงฮุน!! ”
“
เหหหหห? กุกกีกุ้กกี้ ”
ดวงตาเรียวเบิกกว้างก่อนจะหัวเราะเสียงดังแล้วยกมือขึ้นรองรับเด็กตัวกลมที่พุ่งตัวใส่เขาอย่างแรง
เสียงเล็กหัวเราะเอิกอากออกมาเมื่อโดนคนพี่จี้เอวเข้าให้
เด็กหลายคนที่ยังยืนล้อมรอบตัวของคุณครูคนใหม่อยู่ต่างก็พากันทำสีหน้าสงสัยอาการสนิทกันผิดปกติของคนทั้งคู่
มินกุกหัวเราะร่าจนเริ่มเหนื่อยนั่นแหละซึงฮุนจึงหยุดแกล้ง
เด็กน้อยผละออกจากพี่ชายตัวสูงขึ้นมายืนดีๆ
“
พี่ซึงฮุนมาทำอะไรที่นี่เหรอฮะ ”
มินกุกเอ่ยถามออกมาด้วยความฉงนพลางเอียงคอน้อยๆอย่างน่ารักน่าเอ็นดูจนซึงฮุนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบกลุ่มผมนุ่นนั่นเบาๆ
“
จุๆ อยู่โรงเรียนเรียกพี่ซึงฮุนไม่ได้นะครับ ต้องเรียกว่าคุณครูซึงฮุนนะกุ้กกี้ ” และดูเหมือนเด็กน้อยจะยังไม่เข้าใจที่คนอายุมากกว่าเอ่ยบอก
ซึงฮุนจึงเฉลยให้ว่าต่อจากนี้ไปเขาจะมาเป็นคุณครูประจำชั้นให้กับห้องทานตะวันของมินกุก
งานใหม่ที่ว่าของอีซึงฮุนก็คือการมาเป็นคุณครูของโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้นั่นเอง
ซึงฮุนชอบเด็ก เขาสามารถอยู่กับเด็กตัวเล็กๆได้ทั้งวันโดยไม่มีเบื่อ
อีกทั้งตัวเขาเองเป็นคนเข้ากับคนง่ายจึงทำให้เป็นที่รักของเด็กๆได้ไม่ยาก
ซึงฮุนเรียนจบด้วยปริญญาตรีสองใบ คือบริหารธุรกิจ 1 ใบสำหรับจบมาดูแลกิจการของครอบครัว
ศิลปกรรมศาสตร์อีก 1 ใบ สำหรับสิ่งที่เขาชอบ และซึงฮุนกำลังมีโครงการจะต่อปริญญาโทในคณะออกแบบอีกด้วย
ก่อนจะไปช่วยดูแลกิจการของครอบครัวรุ่นพี่ที่มหาลัยซึ่งเป็นผู้บริหารโรงเรียนแห่งนี้ได้ทาบทามตัวของเขาเอาไว้เพื่อมาเป็นคุณครูสอนศิลปะให้กับเด็กอนุบาลตัวน้อยๆเหล่านี้
ร่างสูงตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด หลังจากนั้นก็ได้มาแอบซื้อคอนโดทิ้งเอาไว้แล้วกลับไปทุ่มเทให้กับกิจการทางบ้านเพื่อทำตามข้อตกลงของพ่อกับแม่ว่าหากเขาทำให้กิจการทางบ้านอยู่ตัวแล้วก็สามารถที่จะได้มาทำตามความฝันได้
กว่าทุกอย่างจะลงตัวก็ผ่านไปเกือบ 3 ปี หลังจากกิจการที่บ้านอยู่ตัวซึงฮุนก็สอนงานให้กับพี่สาวของเขาแล้วติดต่อมายังรุ่นพี่คนเดิม
ประจวบเหมาะกับที่ทางโรงเรียนมีครูสาวลาออกไปหนึ่งคนจึงทำให้ซึงฮุนได้เข้ามาบรรจุที่โรงเรียนแห่งนี้ทันที
“
เวลาอยู่ที่โรงเรียนกุ้กกี้ต้องเรียกครูว่าคุณครูซึงฮุนเข้าใจมั้ยครับ ” คุณครูหนุ่มเอ่ยย้ำอีกครั้งกับเด็กชายแก้มกลมตรงหน้า
“ ฮะ
คุณครูพี่ซึงฮุน ”
หลังจากเด็กๆดื่มนมกันจนหมดแล้วซึงฮุนก็เริ่มการสอนครั้งแรกของเขาทันที
ตารางเรียนของวันนี้เป็นวิชาภาษาอังกฤษ เขาจึงสอนให้เด็กเล็กๆหัดท่องตัวอักษรตามเขาทีละตัว
เสียงใสของเด็กๆในห้องต่างเอ่ยพร้อมเพรียง
ซึงฮุนสลับการสอนกับการเล่นสนุกไปควบคู่กัน
ทำให้คาบเรียนวันนี้ไม่น่าเบื่ออย่างที่เคยเป็นมา
เด็กๆในห้องทานตะวันต่างก็หลงรักคุณครูคนใหม่อย่างรวดเร็ว รวมทั้งมินกุกที่ชอบซึงฮุนอยู่แล้วก็ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่
เย็นวันนี้ระหว่างรอมินโฮมารับจากที่ปกติมินกุกจะต้องไปเล่นกับเพื่อนๆกลับกลายเป็นว่ามานั่งเล่นกับคุณครูหนุ่มจนไม่ยอมขยับไปไหน
เรียกได้ว่าเจ้าเด็กตัวกลมตัวติดกับพี่ชายแก้มกลมข้างห้องไปเสียแล้ว
จนกระทั่งเมื่อมินโฮมารับ แทนที่เจ้าตัวจะวิ่งไปหาคนพ่ออย่างเคยกลับจูงมือคุณครูคนใหม่ไปด้วย
“
สวัสดีครับมินโฮ ”
“
สวัสดีครับคุณซึงฮุน.... เอ่อ มาทำอะไรที่นี่เหรอครับ ”
“
คุณครูพี่ซึงฮุนเป็นคุณครูของมินกุกฮะพ่อ ” เป็นมินกุกที่แย่งตอบคำถามของพ่อขึ้นมา
มือป้อมกุมมือเรียวของคนอายุเยอะกว่าเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“
คุณครูพี่ซึงฮุนกลับด้วยกันนะฮะ.... ได้มั้ยฮะพ่อ ” ประโยคแรกเอ่ยบอกกับคนตัวสูงข้างกายส่วนประโยคหลังหันมาอ้อนขอจากคนเป็นพ่อที่ยืนอยู่ตรงหน้า
การกระทำน่ารักๆนั่นทำเอาผู้ใหญ่ทั้งคู่ยืนมองหน้ากันนิ่งก่อนจะหลุดยิ้มออกมา
มือเรียวแกะมือป้อมที่กุมอยู่ออกอย่างอ่อนโยนก่อนจะย่อตัวลงนั่งข้างๆกัน
รอยยิ้มกว้างถูกส่งให้ลูกศิษย์ตัวน้อยแล้วยกมือขึ้นบีบแก้มกลมๆนั่นอย่างมันเขี้ยว
“
ครูเอารถมาครับมินกุก ไว้เจอกันที่คอนโดนะครับ ” น้ำเสียงติดแหลมเอ่ยอย่างอ่อนโยน เด็กตรงหน้าพยักหน้ารับแล้วจึงเดินไปจับมือคุณพ่อที่ยืนรออยู่แทน
“
แล้วเจอกันนะฮะคุณครูพี่ซึงฮุน ”
หลังจากเด็กนักเรียนกลับบ้านหมดแล้วผู้บริหารหรือรุ่นพี่คนสนิทของอีซึงฮุนอย่างยางฮยอนซอกก็ชวนกันไปทานมื้อค่ำและเพราะไม่ได้พบกันนานแล้วการเจอกันครั้งนี้จึงทำให้ทั้งคู่มีเรื่องพูดคุยกันมากมายจนเผลอแปบเดียวเวลาก็ได้ล่วงเลยไปเกือบจะสี่ทุ่มแล้ว
ครูหนุ่มเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเขานัดกับเด็กตัวกลมข้างห้องเอาไว้จึงต้องขอตัวกลับเสียก่อน
ซึงฮุนแวะซื้อขนมติดไม้ติดมือมาสองสามอย่างเพื่อเอาไปไถ่โทษที่เขาดันเผลอลืมนัดไปเสียสนิท
‘ ติ๊งหน่อง ’
มินโฮละออกจากหนังสือเล่มหนาตรงหน้าเมื่อเสียงกริ่งดังขึ้น
ตาคมเหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาบนข้อมือพลางนึกสงสัยว่าใครมาเอาป่านนี้ พอบานประตูเปิดออกก็ต้องผงะเล็กน้อยเพราะคนตรงหน้าคือบุคคลที่ไม่ได้เจอกันมานานมากแล้ว
และเขาก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกด้วยซ้ำ
“
ไม่เจอกันนานนะมินโฮ ” หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่แสนคุ้นเคยยืนอยู่ตรงหน้า
“
เอ่อ.... ไปคุยกันตรงนู้นเถอะ ” ร่างบางเดินตามอีกคนมายังโซนนั่งเล่นของคอนโดที่จัดไว้ด้านหน้าลิฟต์ของทุกชั้น
มินโฮผายมือให้อีกคนนั่งลงบนโซฟาข้างๆกัน
“ ม-
มินกุกเป็นยังไงบ้าง ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
เขารู้สึกผิดที่เคยคิดจะหนีปัญหาโดยการเอาเด็กออก
“
มิมกุกสบายดี แกเป็นเด็กดีน่ะ ”
“
อ่า.... ดีจัง ” ความเงียบโปรยตัวลงช้าๆ
มือหนากุมกันไว้อย่างไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน
หญิงสาวเริ่มรับรู้ได้ถึงความอึดอัดที่กำลังก่อตัวขึ้น
“
คุณได้บอกเขามั้ย.... เรื่องของชั้น ”
ร่างสูงส่ายหน้าเบาๆก่อนจะเอ่ยตอบว่ามินกุกยังเด็ก
เจ้าตัวเล็กไม่อาจจะเข้าใจเรื่องยากๆแบบนี้ได้ในตอนนี้
หากแต่เขาไม่ได้คิดจะปิดบังเรื่องแม่ของมินกุก มินโฮคิดว่าเมื่อลูกโตพอที่จะเข้าใจ
เขาจะบอกกับมินกุกด้วยตัวเอง
“
มินโฮคือ.... คือชั้นอยากขอโทษ สำหรับสิ่งที่ผ่านมา ”
“
ไม่หรอก ผมสิต้องขอบคุณ ขอบคุณที่คุณกำเนิดมิมกุกมาให้กับผม ” มินโฮเอ่ยทุกอย่างออกมาด้วยใจจริง
เขารู้สึกว่ามินกุกคือของขวัญแสนล้ำค่าที่ไม่อาจหาได้จากที่ไหน
คนทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันโดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก
ในขณะนั้นเองที่ประตูลิฟต์เปิดออก เผยให้เห็นร่างบอบบางของคนข้างห้อง
มินโฮและซึงฮุนค้อมหัวให้กันเป็นการทักทายเล็กน้อย
ก่อนคนมาใหม่จะเดินจากไปโดยที่มินโฮยังคงทอดสายตามองตามแผ่นหลังบางนั่นไป
หญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกันมองตามสายตาของคู่สนทนาไป เขาพอจะเดาๆออกถึงสายตาแบบนั้นของอีกคน
สายตาที่ดูอ่อนโยนกว่าปกติ
แต่นั่นไม่ใช่ธุระที่เธอจะต้องเข้าไปยุ่ง
เธอเพียงแค่จะมาบอกลา
“
ชั้น.... ชั้นกำลังจะแต่งงาน ”
“
ยินดีด้วยนะ ” ทั้งคู่พูดคุยกันอีกสองสามประโยคก่อนที่จะบอกลากันไปด้วยรอยยิ้ม
ขายาวก้าวออกมาจากลิฟต์อย่างอารมณ์ดี
แอบตกใจนิดหน่อยที่เห็นเพื่อนบ้านกำลังยืนคุยกับหญิงสาวคนหนึ่งอยู่
ซึงฮุนค้อมหัวทักทายมินโฮเล็กน้อยก่อนจะเดินผ่านไป
เขามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องของอีกคนพลางนึกตัดสินใจว่าจะเอายังไงกับของในมือดี
“
แขวนทิ้งไว้ดีมั้ยน่ะ.... อ่า ”
บ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าห้องของตัวเองไปและกลับออกมาพร้อมถุงขนมในมือกระดาษกาวและคาบปากกาเอาไว้ในปากอีก
1 แท่ง
ตาเรียวมองหาอะไรบางอย่างที่พอจะแขวนถุงขนมของเขาได้โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครอีกคนกำลังเดินมา
มินโฮชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างผอมบางของเพื่อนข้างห้องกำลังก้มๆเงยๆอยู่ที่หน้าประตูห้องของเขา
“
ทำอะไรอยู่เหรอครับคุณซึงฮุน ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทำเอาอีกคนสะดุ้งโหยง
ซึงฮุนหันมายิ้มแห้งๆให้กับเจ้าของห้องที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ด้านหลัง
“
เอ่อ.... ผมเห็นคุณมีแขกเลยไม่อยากรบกวนน่ะครับ คิดว่ากุ้กกี้คงจะหลับแล้วด้วย
” สิ้นเสียงซึงฮุนก็เกิดความเงียบขึ้นระหว่างคนสองคนที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน
“ ฝากให้กุ้กกี้ด้วยนะคุณ ”
มือบางยื่นถุงให้กับคนตรงหน้า มินโฮรับมาแล้วกล่าวขอบคุณเสียงเบา
“ อย่าแอบกินนะครับ ขนมนั่นของกุ้กกี้....
ส่วนน้ำผลไม้นั่นของคุณ ” ซึงฮุนหมุนตัวกลับห้องทว่ากลับโดนคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน
“ เอ่อ.... แวะดื่มอะไรก่อนมั้ยครับ ”
ถ้าถามว่าอะไรทำให้ชายหนุ่มเอ่ยถามไปแบบนั้นทั้งๆที่ห้องของเขาก็อยู่ติดกันแค่นี้ล่ะก็มินโฮคงให้คำตอบไม่ได้เหมือนกัน
รู้แค่ว่าบางที.... สนิทกับคนข้างห้องไว้ก็น่าจะดีเหมือนกัน
“
ดื่ม?.... ”
ท่าทางทวนคำแล้วเอียงคอเป็นเชิงตั้งคำถามของอีกคนทำให้มินโฮอดนึกถึงเด็กแก้มกลมของเขาไม่ได้
อะไรจะน่ารักเหมือนกันขนาดนี้นะ
“ กา....
”
“
แน่นอนว่าไม่ใช่กาแฟหรอกครับ ” ซึงฮุนขำออกมาเบาๆเมื่ออีกคนรีบพูดแก้ทันควัน
“
ขอบคุณนะครับ แต่ผมไม่รบกวนดีกว่า ” ร่างสูงก้าวกลับไปยังประตูห้องของตัวเองก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้คนข้างห้องอีกครั้ง
“
คุณก็อย่านอนดึกนะครับมินโฮ มินกุกกี้ต้องไปเรียนแต่เช้านะ ” พูดจบก็ก้าวเข้าไปในห้องของตัวเองโดยไม่รอให้อีกคนได้เอ่ยตอบอะไร
บานประตูงับผิดลงเบาๆชายหนุ่มผิวเข้มที่ยืนอยู่ถึงได้ยิ้มกว้างออกมา
“
ฝันดีครับคุณครูซึงฮุน ”
หลังจากนั้นซึงฮุนก็แทบจะกลายเป็นแขกประจำของสองพ่อลูกตระกูลซง
ในบางวันที่มินโฮมีธุระในตอนเช้ามินกุกก็จะไปโรงเรียนพร้อมกับซึงฮุนแทน ในทุกมื้อเย็นทั้งสามจะได้ร่วมโต๊ะกัน
บางครั้งมินโฮอาสาเป็นคนทำอาหารโดยมีซึงฮุนเป็นลูกมือ
แต่เพราะเขาทำเป็นอยู่ไม่กี่อย่าง ซึงฮุนจึงเป็นคนลงมือทำเสียเองในบางครั้งที่มีโอกาส
และมีซื้อเข้ามาบ้างเมื่อพวกเขาไม่มีเวลาที่จะทำ มินโฮรู้สึกว่าตั้งแต่มีซึงฮุนมาอยู่ข้างห้องมินกุกก็ร่าเริงขึ้นเยอะ
ลูกชายที่น่ารักของเขามีเพื่อนเล่นแถมยังมีคนคอยสอนการบ้านตลอด
ไม่ต้องนั่งเหงาเล่นคนเดียวเมื่อเขาต้องทำงานเหมือนอย่างเคย และในวันไหนที่เขาติดธุระต้องไปข้างนอกก็สามารถฝากมินกุกให้ซึงฮุนดูแลได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงมากนัก
และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่มินกุกไปตามตัวคุณครูหนุ่มให้มานั่งสอนการบ้านเพราะมินโฮกำลังยุ่งอยู่กับกองงานตรงหน้า
ใบหน้าคมคายละออกจากงานก่อนจะพบว่าตัวเลขบอกเวลาบนหน้าจอบ่งบอกว่าตอนนี้เลยเวลานอนของเจ้าตัวเล็กมานานแล้ว
หันไปมองสองพี่น้องที่นั่งเล่นกันอยู่บนพื้นพรมก็พบว่าดวงตาของมินกุกใกล้จะปิดอยู่รอมร่อ
“
มินโฮครับ ให้ผมไปส่งกุ้กกี้เข้านอนให้มั้ย ”
เพราะดูจากท่าทางแล้วงานของมินโฮคงยังไม่เสร็จ ซึงฮุนจึงขันอาสาพาร่างกลมบนตักไปนอน
มินโฮส่งยิ้มมาให้ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ
“
ขอบคุณนะครับ แต่มินกุกคงนอนไม่หลับแน่ๆถ้าผมไม่จุ๊บหน้าผากเขาก่อนเข้านอน ”
“
แหม เป็นคุณพ่อที่น่ารักจังเลยนะครับคุณเนี่ย ”
แขนเรียวส่งเจ้าตัวเล็กให้กับคนเป็นพ่อก่อนจะมองตามสองพ่อลูกที่พากันหายเข้าไปในห้องนอน
กองหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลป์บนโต๊ะทำให้ซึงฮุนนึกฉงน
และด้วยความขี้สงสัยเขาจึงเอ่ยขอเจ้าของห้องเพื่อเปิดอ่านดู เมื่อได้รับอนุญาตแล้วมือเรียวจึงหยิบเอาหนังสือเหล่านั้นขึ้นมาเปิด
ตัวอักษรบางส่วนในบทความถูกปากกาสีขีดเน้นเอาไว้พร้อมกับมีกระดาษกาวแผ่นเล็กแปะสรุปติดไว้ด้วยยิ่งทำให้ซึงฮุนแปลกใจ
แต่เพราะใบงานบางอย่างที่ถูกเปิดค้างเอาไว้บนหน้าจอโน๊ตบุ๊คจึงทำให้เข้าใจว่าอีกคนกำลังทำรายงานอยู่
“
นี่คุณเรียนอยู่ปีไหนเหรอครับมินโฮ ” เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องออกมาจากห้องนอนของลูกชายแล้ว
“
ปีสุดท้ายแล้วล่ะครับ ” เสียงทุ่มเอ่ยตอบแล้วหายเข้าไปในโซนครัว
ใช่มินโฮกำลังเรียนมหาลัยชั้นปีสุดท้าย
เพราะถึงแม้ว่าเขาจะมีลูกตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เขาก็ยังคงไม่ทิ้งการเรียน
มินโฮเลือกเรียนมหาลัยเปิดเผื่อที่เขาจะได้มีเวลาดูแลลูกได้อย่างเต็มที่
เขาเดินออกมาพร้อมกับนมอุ่นๆ 2 แก้ว มือหนายื่นแก้วหนึ่งให้กับคนร่างบางที่นั่งอยู่บนโซฟาก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆกันเพราะซึงฮุนนั่งอยู่ตรงกองหนังสือที่เขากางทิ้งเอาไว้พอดี
มือหนาหยิบเอาส่วนที่กำลังพิมพ์อยู่ขึ้นมาอ่านก่อนที่นิ้วสีเข้มจะเคาะลงบนแป้นพิมพ์
ส่วนคนข้างกายก็จิบนมไปพลางอ่านหนังสือไปพลาง
“
ตรงนี้มันผิดอยู่นะคุณ ”
“ ตรงไหนครับ
” เจ้าของห้องหันกลับไปตามตามเสียงทักแต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าแก้มขาวของคนตัวบางข้างกายอยู่ไม่ไกลมากนัก
ตาเรียวเล็กนั่นจดจ่ออยู่ที่หน้าจอโน๊ตบุ๊คของเขา
“
ตั้งแต่ย่อหน้าแรกเลยอ่ะคุณ ”
เสียงติดแหลมซึ่งกำลังเอ่ยบอกไม่ได้เข้าสู่โสตประสาทของคนถามเลยแม้แต่น้อย
ตาคมจดจ้องไปทั่วซีกหน้าของอีกคนก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงริมฝีปากบางเล็กๆนั่น ซึงฮุนยกมือขึ้นดันไหล่กว้างซึ่งโผล่พ้นแขนเสื้อกล้ามออกมาให้หลบก่อนที่เจ้าตัวจะยื่นนิ้วเรียวสวยไปเคาะแป้นพิมพ์แทนนักศึกษาที่เอาแต่นั่งนิ่งโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกจ้องมองอยู่
ใบหน้าขาวตีกันยุ่งเหยิงเมื่อได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะอยู่ข้างหู สายตาดุๆถูกส่งให้อีกคนอย่างเอาเรื่อง
“
ขำอะไรของคุณครับมินโฮ นี่ผมกำลังช่วยคุณอยู่นะ ”
“
คราบนมน่ะครับ.... กินเลอะเป็นเด็กๆเลย ” พูดไปก็เอานิ้วหัวแม่มือเกลี่ยบนริมฝีปากที่มีคราบขาวของอีกคนไปด้วยอย่างลืมตัว
พวงแก้มใสถูกเลือดฝาดสูบฉีดขึ้นมากองรวมกันจนขึ้นสีระเรื่อชวนมองยิ่งกว่าเดิม
มินโฮเพิ่งจะสังเกตว่าเขาทั้งคู่อยู่ใกล้กันขนาดไหน
ตาคมไม่อาจละไปจากริมฝีปากนุ่มๆที่เพิ่งใช้เรียวนิ้วสัมผัสไปเมื่อครู่ได้เลย
ใบหน้าคมโน้มเข้าหาอีกคนทั้งๆที่ยังมีสติ เขารู้.... รู้ว่าตัวเองกำลังจะทำอะไร
มือหนาเชยคางของคนที่หลุบหน้าต่ำลงให้ขึ้นมาสบตากันก่อนที่ริมฝีปากหยักทั้งสองจะประกบเข้าหากัน
สัมผัสเพียงแผ่ว แตะกันเพียงเบาๆทว่ากลับเนิ่นนานเสียจนก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายต่างก็พากันเต้นรุนแรงจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน
ซึงฮุนที่เพิ่งตั้งสติได้เป็นฝ่ายผละริมฝีปากออกก่อน
กระแอมไอแก้เก้อน้อยๆก่อนจะหยิบหนังสือบนตักขึ้นมาทำท่าเปิดอ่าน
ส่วนมินโฮก็ได้แต่เกาท้ายทอยแก้เขินลอบยิ้มอยู่คนเดียว
“ ว่าแต่ตรงไหนผิดเหรอครับคุณซึงฮุน
”
เพราะเสียงหัวใจที่เต้นแรงจนเกินไปจึงทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงเปิดประตูห้องนอนของเจ้าตัวเล็ก
มินกุกสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกจึงเดินออกมาเพื่อจะไปขอนอนกับมินโฮ
ทว่าฉากปากประกบกันเมื่อครู่ทำเอาเด็กน้อยต้องรีบยกมือขึ้นตะครุบปากของตัวเอง
มินกุกยังเด็ก แต่เขารู้ว่าท่าทางแบบนั้นคือการแสดงความรักต่อกัน
มือป้อมยกขึ้นปิดตาของตัวเองและหมุนตัวกลับเข้าห้องนอนไปอย่างเงียบเชียบก่อนจะหัวเราะคิกคักแล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
ผ่านไปหลายปีคนสองห้องก็สนิทกันมากขึ้นจนบางคนในคอนโดคิดว่าสองคนนี้กำลังคบหาดูใจกันเสียแล้ว
ห้องของซึงฮุนแทบจะมีเอาไว้เพียงเก็บของและอาบน้ำเท่านั้นเอง ซึงฮุนมักจะมาหลับอยู่ในห้องของมินกุกเสียส่วนใหญ่
เขายังคงมาช่วยสอนการบ้านให้มินกุกตลอด ช่วงไหนที่งานของมินโฮค่อนข้างยุ่งยากซึงฮุนก็จะเป็นฝ่ายส่งมินกุกเข้านอนจนเผลอหลับไปพร้อมๆกัน
และในบางครั้งเขาก็ช่วยมินโฮทำงานด้วยจนบางคืนเขาทั้งคู่ก็เผลอหลับซบกันอยู่ที่โต๊ะหน้าทีวี
มินกุกโตขึ้นเยอะจนเข้าเรียนชั้นประถมหนึ่งแล้ว
โตพอที่มินโฮจะอธิบายเรื่องแม่ให้มินกุกได้เข้าใจ
เด็กน้อยไม่ได้งอแงมินกุกเข้าใจการตัดสินใจของคนทั้งสอง
คำพูดที่มักจะเอ่ยถามหาแม่ไม่เคยหลุดออกจากปากของมินกุกอีกเลยตั้งแต่มีพี่ชายข้างห้องอย่างซึงฮุน
เขาไม่ได้รู้สึกขาดหรืออยากได้ใครเข้ามาเพิ่มเติม
มินกุกไม่ได้รู้สึกแย่เมื่อเพื่อนล้อเรื่องแม่ของเขาอีกแล้ว
“
มินกุกอยากไปสวนสนุกจังเลยฮะพ่อ ”
เด็กแก้มกลมเอ่ยขึ้นในขณะที่นั่งเล่นฟิกเกอร์ไดโนเสาร์อยู่ตรงเบาะหลัง
“
งั้นคืนนี้พ่อจะรีบเคลียร์งานแล้วเราไปกันพรุ่งนี้ดีมั้ยครับ ”
มินโฮเอ่ยบอกพร้อมทั้งสบตากับลูกชายผ่านกระจกหลัง
เด็กน้อยยิ้มดีใจจนดวงตาเรียวแทบจะปิดลง
“
พี่ซึงฮุนไปด้วยกันนะฮะ นะ.... นะ นะ ไปกับมินกุกนะฮะ ”
เด็กน้อยหันไปอ้อนพี่ชายข้างห้องที่นั่งอยู่ตรงเบาะข้างคนขับ
ซึงฮุนสบตากับมินโฮเล็กน้อยเป็นเชิงถามความคิดเห็น
“
พ่อฮะ ชวนพี่ซึงฮุนหน่อยซิ ”
“
ถ้าไม่รบกวน.... ไปช่วยผมดูเจ้าแสบหน่อยนะคุณ ” เสียงทุ้มเอ่ยชวนโดยไม่ได้หันมามองคนข้างกาย
ซึงฮุนตอบตกลงเบาๆจึงทำให้เด็กน้อยเบาะหลังร้องตะโกนออกมาอย่างดีใจ
ผิดกับคนพ่อที่ทำเพียงลอบยิ้มเท่านั้น
ทั้งสามนั่งรถมาด้วยกันซักพักก็มาถึงคอนโด
พักหลังมานี้ซึงฮุนมักจะอาศัยรถของมินโฮมาในวันที่เจ้าตัวไม่ได้ติดธุระอะไร เพราะที่ทำงานของเขากับโรงเรียนใหม่ของมินกุกอยู่ข้างๆกันนี่เอง
ร่างสูงก้าวลงจากรถมือข้างหนึ่งถูกมินกุกกอบกุมเอาไว้
โดยที่มืออีกข้างของเด็กน้อยก็จับมือของคนพ่อเอาไว้มั่น
คนทั้งสามก้าวเข้าคอนโดไปพร้อมกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ซึงฮุนขอตัวไปอาบน้ำที่ห้องก่อนแล้วจะกลับมาเตรียมอาหารพร้อมกับสอนการบ้านให้มินกุกเหมือนเช่นทุกคืน
“
พ่อรักพี่ซึงฮุนมั้ยฮะ ” เสียงใสกระซิบถามคนเป็นพ่อก่อนที่สายตาของคนทั้งคู่จะไปหยุดอยู่ที่ร่างบางซึ่งยืนเตรียมอาหารเย็นอยู่ในครัว
“
แล้วมินกุกยังอยากมีแม่อยู่มั้ยครับ ”
“
อืม.... ก็ถ้าแม่เป็นพี่ซึงฮุนมินกุกก็โอเคนะฮะพ่อ ” เสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากคนทั้งสองทำให้ซึงฮุนที่อยู่ในครัวหันมามองแล้วเผลอยิ้มตามไปด้วย
“
สองพ่อลูกตรงนั้นน่ะ มากินข้าวได้แล้วครับ ” ซึงฮุนตะโกนเรียกก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนแล้วนั่งลงบนเก้าอี้
สายตาก็ยังคงทอดมองสองพ่อลูกที่นั่งกระซิบกระซาบกันไม่เลิกด้วยความเอ็นดู
“
พรุ่งนี้พ่อก็หาโอกาสขอพี่ซึงฮุนเป็นแฟนซะนะฮะ ”
ร่างเล็กกระซิบทิ้งท้ายไว้ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาว่าที่คุณแม่ซึ่งนั่งรออยู่ในห้องครัว
ตอนนี้มินโฮมีคำตอบสำหรับคำถามนั่นแล้ว..... ถ้าลูกถามหาแม่
ก็หาแม่ดีๆให้ลูกซักคนสิครับ
“
ซึงฮุนครับ.... คืนนี้อยู่ช่วยผมเคลียร์งานด้วยนะ ”
You complete me. /END.
-
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
สวัสดีชาวเรือมินฮุน
อาจจะฟินไม่สุดต้องขอโทษด้วยนะคะ ;____;
ก่อนอื่นต้องสุขสันต์วันเกิดพ่อมินโฮคนฮอตด้วยค่ะ
ดีใจที่มี
Project นี้ขึ้นมา เมื่อก่อนฟิคคู่นี้หาอ่านยากมากเลย 555555
แอบตกใจความยากของโจทย์นิดหน่อยตรงที่ต้องเขียนครึ่งหลังต่อจากไรท์เตอร์ท่านอื่น
ตอนแรกไม่กล้าจะเข้าร่วมค่ะ
กลัวทำพัง(ซึ่งทำพังจริงๆ) แต่พอคิดว่ามันท้าทายดีก็เลยตอบตกลง
พอได้ฟิคแนวอบอุ่นๆมาแทบปาดน้ำตาเลยค่ะ
ถ้าใครพอจะเคยอ่านงานเรามาบ้างจะรู้ว่าเราไม่เคยเขียนฟิคนุ่มๆอุ่นๆเลย
ก็เลยลบๆเขียนๆอยู่หลายรอบเลยทีเดียว
ขอบคุณที่แวะเข้ามาเสพฟิคนะคะ
อาจจะไม่ได้หวานอะไรมากแต่ตั้งใจเขียนนะ ;__;
ติชม
ให้คำแนะนำ หรือทวงคำผิดได้นะคะ
สามารถอ่านฟิคอีก
11 เรื่องได้ในแท็ก #frommetoyouproj

No comments:
Post a Comment