Start.
Pairing: Taehyun x Seunghoon
Rate: G
Note: ยังไม่ได้แก้คำผิดค่ะ
คุณเคยเฝ้ามองใครซักคนมั้ย?
ผม... เฝ้ามองเขามากว่า 4 ปีแล้วล่ะ
เขาเป็นเหมือนแสงสว่างเจิดจ้าจนบางครั้งถ้าเผลอมองนานๆเข้าดวงตาของคุณก็จะพล่าเลือน
ผมได้แต่เฝ้ามองเขาอยู่เงียบๆตรงนี้...
เราสองคนไม่มีอะไรที่เข้ากันได้แม้แต่น้อย ทุกอย่างล้วนอยู่ตรงข้ามไปหมดจนผมเองก็คิดว่าเราทั้งสองคงเป็นได้เพียงแค่เส้นขนานที่ไม่มีวันมาบรรจบกันได้
ผมคิดว่าเขาคงไม่รู้จักผม หรืออาจจะจำผมไม่ได้ด้วยซ้ำทั้งๆที่บ้านของเราอยู่ตรงข้ามกัน...
ผมย้ายจากปูซานเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงเพื่อเรียนต่อ ผมเจอเขาครั้งแรกในวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่
ความเซ่อซ่าทำให้เขาต้องพาผมไปส่งที่ตึกคณะซึ่งอยู่เพียงแค่ถนนกั้นกลาง
หลังจากนั้นไม่กี่วันผมก็ค้นพบว่าบ้านของคุณอาที่ผมมาขออาศัยนั้นอยู่ตรงข้ามกับบ้านของ
‘เขา’ พอดี
เราเรียนอยู่ในตึกของคณะที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน
เขาเรียนวิศวะแต่ผมเรียนสถาปัตย์ เขาเป็นเดือนคณะในขณะที่ผมเป็นเพียงคนไร้ตัวตนในสาขา
ผม... กับเขา
เราไม่เพียงแต่ไม่เคยคุยกัน ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขา... จะเคยเห็นผมผ่านเข้าไปในกรอบม่านตาคู่นั้นบ้างรึเปล่า
หากเขาเป็นแสงสว่างที่เจิดจ้า
ผมคงเป็นเพียงเงามืดๆที่เมื่อแสงส่องผ่านลงมามันก็มักจะจางหายไป
ที่เกาะกลางถนนซึ่งกั้นกลางระหว่างคณะวิศวะกับสถาปัตย์เอาไว้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนอันดับต้นๆของผม
ไม่ว่าจะเป็นเวลาก่อนเข้าเรียนหรือหลังเลิกเรียน ถ้าหากไม่มีธุระอะไรผมก็มักจะมานั่งที่โต๊ะใต้ต้นไม้สูงนั่นเสมอ
ในกระเป๋าเป้มักจะมีสมุดทำมือเล่มเล็กเอาไว้จดบันทึกบางอย่างเกี่ยวกับ ‘เขา’
ทั้งตารางเวลาที่เขาจะโผล่มาให้เห็น...
ลักษณะการแต่งตัว ท่าทางที่กระทำในขณะนั้น รวมถึงอารมณ์ของเขาในเวลานั่นๆที่ผมเห็นอีกด้วย
ไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนที่ผมเริ่มทำตัวเหมือนกับสาวน้อยแบบนี้...
อาจจะตั้งแต่ครั้งที่เขาจับเต่าตัวหนึ่งซึ่งทำท่าจะข้ามถนนจากหน้าคณะของเขาแล้วนำไปโยนลงสระน้ำของคณะผม
หรืออาจจะตอนที่เขามานั่งหลับอยู่ตรงม้านั่งฝั่งตรงข้ามของผมก็ได้
บ่อยครั้งที่เรามักจะยืนอยู่ข้างกันตอนข้ามทางม้าลาย
หรือแม้กระทั่งนั่งรถเมล์ข้างกันในระหว่างกลับบ้าน ช่วงแรกๆที่ผมได้อยู่ใกล้เขาโดยบังเอิญมักจะทำให้เกิดอาการประหม่าเพราะหัวใจของผมมันเต้นรุนแรงมากจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
แต่พอหลายครั้งเข้าผมจึงเข้าใจว่าสำหรับเขาแล้วผมอาจจะไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ...
เพราะขนาดว่าผมยืนอยู่ตรงหน้า
ฉีกยิ้มกว้างไปให้เขากลับทำเพียงใบหน้าเรียบเฉยตอบกลับมา
ตัวอักษรภาษาอังกฤษ 10 ตัว N
A M T A E H Y U และ N ถูกเขียนอย่างบรรจงลงในหน้ากระดาษสีอ่อนหลังจากที่ผมได้รู้ชื่อของเขาตอนเจอกันครั้งที่
12 ของสัปดาห์แรกแห่งการเปิดเทอม
ผมจำได้ว่าวันนั้นเขานั่งฟุบหน้าลงกับท่อนแขนที่วางไว้บนโต๊ะตัวถัดไปจากที่ผมนั่ง
วันนั้นเขาโดนเพื่อนคณะเดียวกันตะโกนเรียกอยู่หลายครั้งจนผมยังอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมจึงขี้เซาถึงขนาดนั้น
จนกระทั่งชื่อเต็มๆนั่นถูกตะโกนออกมาพร้อมกับการชะโงกหน้าเข้าไปใกล้กับใบหูของเขานั่นแหละเจ้าตัวจึงเงยหน้าขึ้นมา
ภาพสเก็ตช์ชายหนุ่มที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงกำลังซุกอยู่ในอ้อมแขนเป็นภาพแรกที่ผมวาดขึ้น
จำไม่ได้แล้วว่าวันๆหนึ่งผมวาดภาพเขาออกมาได้กี่ภาพ
แต่รวมๆแล้วตอนนี้ผมมีสมุดทำมือที่เต็มไปด้วยภาพวาดเขาอยู่ 6 เล่ม และตอนนี้หน้าสุดท้ายของเล่มที่
7 ก็กำลังจะถูกเติมเต็มเช่นกัน ทว่ามันไม่ใช่ภาพสเก็ตช์เหมือนหน้าก่อนๆ...
แต่กลับเป็นกระดาษโฟโต้แผ่นเล็กที่มีชายหนุ่มกำลังฉีกยิ้มกว้างมาให้กล้องต่างหาก
มันเกิดขึ้นเมื่อวันก่อน...
ขณะที่ผมแอบมานั่งมองเขาเหมือนดั่งเช่นทุกวัน ต่างกันตรงที่วันนี้ผมหยิบกล้องตัวโปรดพร้อมกับเลนส์เทเลติดตัวมาด้วย
สองมือเรียวจับตัวกล้องให้มั่นก่อนที่นิ้วชี้สวยจะกดลงเบาๆที่ปุ่มชัตเตอร์
ผมมั่นใจว่าตอนนั้นเขาไม่เห็นผมแน่ๆ
ทว่าภาพที่ได้ออกมากลับทำเอาหัวใจเต้นรุนแรงหนักกว่าทุกครั้ง
ริมฝีปากสีอ่อนนั่นวาดขึ้นเป็นเส้นโค้งพร้อมกับดวงตาเรียวที่เกือบจะปิดสนิทปรากฏเด่นชัดขึ้นบนหน้าจอแสดงผล
รอยยิ้มนั่น... ดวงตานั่น...
มันเหมือนกับจงใจส่งมาให้ผมชัดๆ
และหลังจากนั้นไม่นานผมก็มีสุดรวมภาพถ่ายของเขาเอาไว้พกคู่กับสมุดสเก็ตช์อีกเล่ม
อีกไม่กี่เดือนผมก็จะจบการศึกษาปริญญาตรี...
อีกไม่กี่เดือนผมอาจจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว
การเฝ้ามองเขามันทำให้ผมมีความสุขมาก
แม้เจ้าตัวอาจจะไม่เคยรับรู้เลยก็ตาม ความคิดหนึ่งก่อเกิดขึ้นในหัว...
ผมว่าผมควรจะบอกเขาซักครั้ง แค่บอก... แม้เขาจะไม่ตอบรับก็ตาม
ผมกำลังยืนตัวสั่นอยู่ที่โต๊ะหน้าตึกคณะของเขา...
นิ้วเรียวกำเข้าหากันนั่นจนมือขาวๆขึ้นสีแดงเถือก และนั่นเขา...
กำลังยืนคุยและหัวเราะอยู่กับเหล่าเพื่อนฝูง
ให้ตายเหอะ... ผมก้าวขาไม่ออก แทบจะอยากหายตัวไปจากตรงนี้ด้วยซ้ำ
“เอาวะ ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย”
การแอบรักมาเกือบ 5
ปีของผมกำลังจะสิ้นสุดลงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
ขายาวกำลังพยายามก้าวเดินทว่าเขากลับเดินมาทางนี้ และกำลังจะเดินผ่านผมไป...
“ครับ?”
เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงถามเมื่อมือเล็กๆของผมฉุดรั้งแขนของเขาเอาไว้
“อ- เอ่อ... แทฮยอน...
ขอคุยด้วยแปบนึงได้มั้ย”
ผมเอ่ยตอบไปทั้งๆที่หลบตาเขาอยู่
หากหูไม่ได้เพี้ยนไปเอง ผมคิดว่าผมได้ยินเสียงเขาหัวเราะออกมาเบาๆนะ
ผมคิดว่าเขาคงจะประติเสธ มือข้างที่ว่างกำเอาไว้แน่นจนรู้สึกปวดไปหมดเมื่อได้ยินเสียงเขาตะโกนบอกเพื่อนให้ไปก่อนนั่นแหละผมจึงละสายตาออกจากรองเท้าของเขา
สีหน้าของคนตรงหน้าดูเรียบเฉยปะปนไปกับความสงสัยเพียงน้อยนิด
ความเงียบและความอึดอัดโปรยตัวลงรอบๆบริเวณที่เราทั้งสองยืนอยู่
หัวใจของผมเต้นแรงและเร็วจนกลัวว่ามันจะระเบิดออกได้ในเร็วๆนี้
ให้ตายเหอะ... ผมไม่กล้าพูด
ริมฝีปากเล็กๆของผมพยายามอ้าออกอยู่หลายครั้ง
ทว่าน้ำเสียงติดแหลมที่ได้ยินอยู่ทุกวันกลับไม่ดังออกมา
ผมนึกขอบคุณคนตรงหน้าที่ยังคงยืนอยู่ตรงนี้ ยังคงรอฟังสิ่งที่ผมอยากจะพูด
จมูกที่ไม่ได้โด่งอะไรมากมายสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอีกครั้งก่อนที่ผมจะใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อเปล่งประโยคนั้นออกมา
“ร- เรา... เราชอบนายอ่ะ”
เปลือกตาสีน้ำนมปิดแน่นพร้อมกับเล็บที่จิกลงบนฝ่ามือของตัวเองจนเป็นรอยในขณะที่สารภาพออกไป
แต่เนิ่นนานหลายนาทีผ่านไปผมกลับไม่ได้ยินเสียงตอบรับอะไรกลับมาเลยแม้แต่น้อย ดวงตาที่ปิดสนิทเมื่อครู่ค่อยๆเปิดขึ้นเพื่อแอบมองว่าคนตรงหน้ายังยืนอยู่เหมือนก่อนหน้านี้หรือไม่
หากว่าเขาหายไปแล้วล่ะ... ผมจะทำเช่นไร
ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายค่อยๆเต้นช้าลงผิดจากไม่กี่นาทีที่แล้วที่มันรัวเร็วจนน่ากลัว...
ผมไม่คาดหวังว่าเขาจะตอบรับ แต่บอกตรงๆว่าผมก็ไม่อยากให้เขาเดินหนีไปเหมือนกัน
ตาเรียวเล็กของผมเบิกกว้างนิดหน่อยเมื่อพบว่าคนตรงงหน้ายังคงยืนอยู่ที่เดิม
ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้กับคนตรงหน้า...
อย่างน้อยเขาก็ยืนฟังผมพูดล่ะน่ะ
“นึกว่าจะไม่ได้ยินแล้วซะอีก”
“ห- ห๊ะ”
ให้ทายตอนนี้หน้าตาผมคงจะตลกมากสำหรับเขา
ประโยคประหลาดๆนั่นทำให้ผมแปลกใจมาก... ผมไม่คิดว่าเขาจะรู้อยู่ก่อนแล้ว
ให้ตายเหอะ แล้วสิ่งที่เหนือความคาดหมายไปไกลก็เกิดขึ้น... คนตรงหน้าของผมกำลังกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ
ขายาวภายใต้กางเกงยีนส์นั่นก้าวเข้ามาหาผมช้าๆก่อนที่มือหนาจะยื่นมาจับมือของผมไปกุมเอาไว้
“เป็นแฟนกันนะ อีซึงฮุน”
สิ่งที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น...
หากถ้าเราไม่มีความกล้าที่จะเริ่ม เราคงไม่มีทางที่จะพบกับความสำเร็จ
ความรักก็เช่นกัน
You will never win if you
never begin.
Start/END.
-
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
สั่นๆ
ลั่นค่ะ

No comments:
Post a Comment