Pairing: Minho x Seungyoon
Rate: PG
Note: เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิง มิได้มีเจตนาบิดเบือนประวัติศาสตร์และประเพณี ใดๆทั้งสิ้น
กีแซง สาวงามที่อุทิศตนสร้างความสำราญ ปรนนิบัตร
จงรักภักดีต่อเหล่าขุนนาง และกษัตริย์
กีแซง ศิลปินผู้สร้างความบันเทิงให้แก่ชายชนชั้นสูงศักดิ์ผู้มีลาภยศ
เงินทอง และที่ดินมากมาย
กีแซง ชนชั้นที่ถูกรังเกียจ
ถูกปฏิบัติด้วยเยี่ยงทาส
คังซึงยูน ไม่ใช่สาวงาม
เขาคือบุตรชายคนเล็กแห่งอดีตขุนนางใหญ่ของฝั่งโซรน บิดาของเขาถูกจับได้เรื่องสมทบคิดกันก่อกบฏกับเสนาบดีใหญ่อีกหลายท่าน
ตระกูลคังถูกสั่งประหารสิ้น ทว่าเขากลับถูกขายให้กับสำนักกีแซงต่างเมืองแห่งหนึ่งอย่างลับๆ
ด้วยใบหน้าที่งดงามราวสตรีเพศ อีกทั้งร่างกายอรชรเกินกว่าเด็กหนุ่มทั่วไป ทำให้เขาถูกเจ้าของหอนางโลมแห่งนี้จับแต่งตัวจนกลายเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่น
ผิวขาวเนียนละเอียดเป็นที่ต้องตาแก่ชายชนชั้นสูงผู้มักจะแวะเวียนเข้ามาใช้บริการในสถานที่แห่งนี้
หากแต่มิใช่ทุกคนที่จะได้ใช้บริการกีแซงวัยเยาว์ผู้นี้
เสียงไพเราะจากเกียวมุนโกตัวใหญ่ถูกบรรเลงด้วยมือขาวน้อย
ๆ น่าทนุทนอมของเด็กหนุ่ม ราตรีใดปรากฎร่างเสนาบดีใหญ่ของราชสำนัก ซึงยูนมักจะเป็นกีแซงคนแรก
ๆ ที่ถูกเรียกหา เด็กหนุ่มในชุดผ้าแพรสีแดงสดปักลวดลายอย่างประณีตผิดกับกีแซงคนอื่น
ๆ มิใช่สาวงามผู้ต้องนั่งปรนิบัตร มิใช่หญิงสาวที่ต้องไปนั่งเอาอกอาใจ
หรือพูดคุยกับท่านเสนาบดี
หากแต่มีหน้าที่คอยขับกล่อมสร้างความเพลิดเพลินให้แก่เหล่าชายสูงศักดิ์ทั้งหลายผ่านทางเสียงดนตรี
ใช่ว่าจะมีความสุขกับงานที่ทำ จากเด็กหนุ่มชนชั้นสูงที่มีแต่ผู้คนเฝ้าเอาใจ
กลับกลายมาเป็นชนชั้นล่างสุดของสังคม
ตีสีหน้าแย้มยิ้มบรรเลงดนตรีแลกกับการมีชีวิตอยู่ไปวันๆ
แต่ก็มิใช่ทุกข์ไปเสียทั้งหมด อย่างน้อยเขาก็มีความสุขกับการเล่นดนตรี
และอย่างน้อย... แม่หญิงแชรินก็นึกเอ็นดูเขามากพอตัว
ซึงยูน หรือ ยูนนา
กลายเป็นสาวงามเรืองชื่อด้านการดีดเกียวมุนโกที่ไพเราะจับใจในเวลาถัดมา
ด้วยใบหน้างดงามอีกทั้งความสามารถเป็นเลิศ
เหล่าขุนนางจึงหมายจะจับต้องดอกไม้งามดอกนี้กันนักต่อนัก
ทว่าเมื่อทราบว่าบุษผางามดอกนี้มีตำหนิกลับถอยห่างออกไปทันที
สาวงามที่พูดไม่ได้....
เพราะกายเป็นบุรุษเพศจึงมิอาจเปล่งคำพูดใดออกมาได้ขณะต้อนรับแขก
มิเช่นนั้นคงได้โดนโทษหนักไปตามๆกัน ทั้งตัวเขา เจ้าของหอนางโลม และกีแซงคนอื่น ๆ
ซึงยูนตื่นขึ้นมาในยามสาย
ตระเตรียมอาหารมื้อเช้าให้แก่แม่หญิงแชรินในทุก ๆ วัน เมื่อดวงตะวันคล้อยต่ำร่างบอบบางก็ต้องชำระร่างกาย
ผัดแป้ง ประทินผิวให้สวยใส และมีกลิ่นหอมอ่อนของเหล่าบุษผาติดตามร่างกายเหมือนกีแซงคนอื่น
ๆ เพื่อรอชายชนชั้นสูงศักดิ์เรียกหา ชีวิตดำเนินอย่างเรียบง่ายแบบนั้นมานานนับปี
จนกระทั่งชายหนุ่มรูปงามท่านหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
บทเพลงสุดท้ายถูกบรรเลงจนจบ
นิ้วเรียววางไว้บนเส้นโลหะก่อนเจ้าตัวจะค้อมศีรษะให้แก่บุรุษสูงวัยตรงหน้า
มือหนานั่นยกขึ้นจากบั้นเอวของสาวงามข้างกายมาปรบมืออย่างนึกชอบใจในบทเพลงที่เพิ่งจบไปเมื่อครู่
พวงเหรียญหลายสิบนยังถูกยื่นให้กับเขาเพื่อเป็นการตอบแทนสำหรับค่ำคืนนี้ เสียงหัวเราะดังสลับกับคำเอ่ยชมอยู่ครู่ใหญ่จนกระทั่งบานประตูถูกเลื่อนออกอย่างกะทันหัน ความเงียบจึงถูกโปรยไปทั่วห้องฉับพลัน
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ชายหนุ่มรูปงามซึ่งปรากฏกายอยู่หน้าประตูบานนั้น
เจ้าของร่างกายกำยำกวาดสายตาไปทั่วห้องก่อนจะหยุดลงที่เครื่องดนตรีสายชิ้นเดียวภายในนั้น เขาไล่สายตาไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวผู้นั่งอยู่ด้านหลังเกียวมุนโกตัวใหญ่นั่น
จ้องมองอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะย่างกายเข้าไปด้านใน
ทุกย่างก้าวนั้นทำเอาหัวใจดวงน้อยของผู้ถูกจับจ้องเต้นผิดจังหวะ
ซึงยูนไม่สามารถคาดเดาความคิดเจ้าของนัยน์ตาดุดันซึ่งเอาแต่จดจ้องเขาอยู่อย่างนั้นได้เลย
กลัว... กลัวเหลือเกินว่าความลับที่เก็บมานานจะมาถูกเปิดเผยเอาเสียตอนนี้
แก้วตาสีนิลหลุบต่ำลงเพื่อหลบดวงตาคมนั่น มิกล้าแม้แต่จะจดจ้องกลับไป นิ้วเรียวบีบเข้าหากันอย่างหวั่นเกรง
จะทำเช่นไรดี ข้าควรจักทำเช่นไร... หากว่าความลับของตัวข้านั้นถูกจับได้ขึ้นมาเล่า
หากว่าชายหนุ่มผู้นี้รับรู้ถึงความลับของข้าเล่า แม่หญิงแชริน และกีแซงคนอื่น ๆ ในสำนักจักเป็นเช่นไร
มิถูกประหารกันหมดหรืออย่างไร
ไม่เอาแล้ว ข้ามิอยากแบกรับ
มิอยากจดจำความโหดร้ายเหล่านั้นอีกแล้ว
ฝ่ายผู้มาใหม่ทอดมองเจ้าของบทเพลงซึ่งจบไปเมื่อครู่อย่างนึกเอ็นดู
ร่างขาวภายใต้ผ้าแพรสีชมพูอ่อนกำลังนั่งสั่นไหวอย่างนึกหวาดหวั่น
หญิงงามผู้นี้กำลังกลัวเขาอยู่เช่นนั้นหรือ เพราะเขาหน้าตาดุดันไปใช่หรือไม่
ร่างเล็ก ๆ นั่นสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อคนมาใหม่ทรุดกายลงนั่งตรงข้ามกับตน
“เป็นเจ้าใช่หรือไม่... ที่บรรเลงบทเพลงอันแสนไพเราะเมื่อครู่นั่น”
เสียงทุ่มเอ่ยถามสิ่งที่ตนพอจะเดาได้อยู่แล้วออกไป
ด้วยสัญชาตญาณของนักล่าจึงเผลอใช้สายตาสำรวจอีกฝ่ายไปโดยไม่รู้ตัว
หางตาที่แอบตวัดขึ้นมองเขานั้นชวนให้นึกขันอยู่ไม่น้อย ใบหน้าขาวพยักหน้าลงเพียงนิดเป็นการตอบคำถามของเขา
ท่าทางกล้าๆกลัวๆแต่แอบดื้อรั้นอยู่ในทีนั่นดูน่ารักและไร้เดียงสาเกินกว่ากีแซงนางไหนที่เคยพบ
ชายหนุ่มนึกสงสัยไม่น้อยว่าเหตุใดเด็กผู้หญิงผิวพรรณงดงามเช่นคนตรงหน้าจึงมาทำงานอยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้
มือขาวซึ่งบีบเข้าหากันแน่นชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อจำนวนมาก
ตากลมพยายามมองหาตัวช่วยแต่กลับค้นพบว่าในห้องแห่งนี้เหลือเพียงเขากับชายแปลกหน้าผู้นี้เสียแล้ว
ริมฝีปากของแม่ทัพหนุ่มเหยียดยิ้มเมื่อค้นพบของถูกใจชิ้นใหม่เข้าให้แล้ว
ดวงตาคมส่องประกายวาบวับอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เพียงแค่เห็นท่าทีดูไร้เดียงสาแตกต่างจากกีแซงนางอื่น ๆ
ซึ่งคอยแต่จะปรนนิบัตรเอาใจ ออดอ้อนให้ลุ่มหลงในเสน่หานั่น
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากีแซงวัยเยาว์นางนี้ชวนให้เขารู้สึกอย่างครอบครองยิ่งนัก
แต่ก็มิใช่ว่ากีแซงทุกคนที่จะสามารถครอบครองได้ด้วยเงินตรา....
และดูเหมือนว่าหญิงงามผู้นี้ก็คงเป็นกีแซงที่เข้าถึงยากเช่นกัน
“ช่วยบรรเลงเพลงเมื่อครู่ให้ข้าฟังได้หรือไม่”
มือขาวโผล่ออกมาจากชายแขนเสื้อเพียงนิดบรรจงวางลงบนเส้นลวดอย่างเสียไม่ได้
หากเป็นปกติแล้วซึงยูนจะบรรเลงเพลงหรือออกมาแสดงต่อหน้าแขกก็ต่อเมื่อแม่หญิงแชรินอนุญาตแล้วเท่านั้น
แต่เพราะความรู้สึกกลัวเข้าครอบครองพื้นที่ภายในจิตใจให้มืดดำไปเสียหมดจนนึกอะไรแทบไม่ออกทำให้เขาทำตามคำสั่งของอีกคนอย่างง่ายได้
ตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองมือเล็กซึ่งสั่นเทาเกินกว่าจะบรรเลงบทเพลงให้ตนได้ก็เผลอหัวเราะออกมาเบาๆ
“สั่นเช่นนี้แล้วเจ้าจักบรรเลงบทเพลงให้ข้าฟังได้เช่นใดเล่าแม่นางน้อย”
แม่ทัพใหญ่ยิ้มกรุ่มกริ่มพลางเอ่ยแซวอีกฝ่าย
ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ฝันขาวขบกัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือด พยายามจดจ้องอยู่เพียงที่นิ้วมือและสายเครื่องดนตรีตรงหน้าเท่านั้น
ตั้งสติ ซึงยูนนา เจ้าต้องมีสติอยู่เสมอ
เสียงอบอุ่นของท่านพ่อดังก้องอยู่ภายในหัว
ร่างบางสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกสติและขวัญกำลังใจกลับมา เขาจะทำตัวมีพิรุธไม่ได้เป็นอันขาด
เส้นโลหะสั่นไหวจากสัมผัสแผ่วของมือน้อย ๆ นั่นก่อให้เกิดเสียงดังกังวานเป็นเสียงดนตรีขับกล่อมแสนไพเราะชวนเพ้อฝัน
ดีดบรรเลงไปได้เพียงไม่กี่ห้องดนตรีแววตาวิตกกังวลก็หายไปจนหมดสิ้น
ร่างน้อยจมดิ่งลงไปสู่ห้วงของเสียงเพลงที่ตนรัก
สีหน้าดูมุ่งมั่นและอิ่มสุขไปพร้อมกันนั่นดึงดูดตาคมมิให้สามารถแลเหลียวไปจุดอื่นใดได้เลยแม้แต่น้อย
สัญชาตญาณผู้ล่าที่ขัดเกลามาตั้งแต่ยังเล็กดูเหมือนจะขาดหายไปชั่วขณะเสียแล้ว
ไม่รู้ตัวกระทั่งเสียงเดินอย่างเร่งที่สืบใกล้เข้ามาทุกที
บานประตูที่ไม่ได้ถูกปิดแต่แรกปรากฏเรือนร่างสง่างามของหญิงสาวผู้เป็นใหญ่ในที่แห่งนี้ หากแต่กลับมิมีใครให้ความสนใจนางเลยแม้แต่น้อย
มือเล็ก ๆ
กลับมาวางอยู่บนหน้าตักของตนอีกครั้งหลังจากบทเพลงเมื่อครู่จบลง
ภายในห้องเงียบสงัด มิมีเสียงใดเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน
ซึงยูนยังคงก้มหน้ามองนิ้วมือของตนอย่างไม่รู้ว่าจะเอาสายตาไปวางไว้ตรงใดดี
ต่างจากอีกฝ่ายที่จ้องมองเขาด้วยสายตาโลมเลียอย่างไม่ปิดบัง
อยากจะช้อนสายตาขึ้นมองท่าทีของชายผู้นี้ยิ่งนัก
เหตุใดจึงมานั่งจ้องเขาอยู่เยี่ยงนี้ ช่างเป็นบุรุษที่หยาบคายยิ่งนัก
ทั้งที่หมดเวลารับแขกของเขาในค่ำคืนนี้แล้วแท้ๆ
หากแต่บุรุษท่านนี้กลับเอาแต่มานั่งมองเขา ต้องการอันใดก็มิเอ่ยออกมาเสียที
จากที่หวาดกลัวเหลือเกินว่าความลับของตนจะถูกเผยออกมา ตอนนี้เด็กหนุ่มกลับรู้สึกเมื่อยเสียมากกว่า
อยากจะเหยียดขาเหยียดแขนมากกว่าที่จะต้องมานั่งปั่นหน้านิ่งอยู่แบบนี้
แต่เพราะบทบาทที่ได้รับนั้นเอง เขาจึงต้องมานั่งสงวนท่าทีอยู่เช่นนี้
งดงามยิ่งนัก
หญิงสาวตรงหน้าเขาช่างงดงามเกินกว่าผู้ใดที่เคยพานพบ อีกนิดได้ไหมเล่า
ข้าขอเมียงมองเจ้าอีกสักนิด หาใช่เพียงคิด
ทว่าชายหนุ่มกลับขยับกายเข้าใกล้อีกคนมากขึ้น
เครื่องดนตรีชิ้นโตมิอาจขวางกั้นมือใหญ่ซึ่งยกพาดผ่านขึ้นไปหมายจะเชยคางของอีกฝ่ายเพื่อให้มองหน้ากันได้ถนัดถนี่
เสียงกระแอมไอจากหน้าประตูดังขึ้นขัดจังหวะของชายหนุ่ม
หลังจากยืนมองท่าทางของบุรุษผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ของเมืองอยู่นาน ชายเจ้าสำราญซึ่งร้อยวันพันปีมิเคยย่างกายเข้ามาถึงหอนางโลมแห่งนี้
ด้วยใบหน้าคมและสีผิวคล้ำแดดนั่นดึงดูดบุตรสาวผู้เพียบพร้อมของเหล่าขุนนางมากมายจนมิต้องออกไปใฝ่หาหญิงงามที่ใดเพื่อให้มาปรนนิบัตรตนเลยแม้แต่น้อย
ไหนจะภริยาน้อยใหญ่ซึ่งแต่งเข้าบ้านเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ทางการเมืองเหล่านั้นอีกเล่า
เหตุใดจึงมานั่งส่งสายตาหวานเชื่อมให้แก่บุรุษด้วยกันเยี่ยงนั้น
อยากจะหัวเราะออกมาเสียให้ลั่นหากไม่เห็นสายตาเว้าวอนจากเจ้าลูกหมาน้อยตรงหน้านั่นเสียก่อนละก็นะ
“ข้าคงต้องขออภัยที่เข้ามาขัดจังหวะความสำราญของท่านแม่ทัพนะเจ้าคะ”
มือหนาชักกลับมาวางข้างกาย ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
แผ่นหลังเหยียดตรงไหล่และอกกว้างสง่างามยิ่งนัก สมดั่งคำล้ำลือว่าบุตรคนโตแห่งบ้านตระกูลซงนั้นควรค่าแก่การหมายปองยิ่ง
“ข้าขอขอบคุณที่ท่านแม่ทัพให้ความเอ็นดูแก่ยูนนาผู้น่ารักของข้ายิ่งนัก
หากแต่นางมิอาจให้ความสำราญทางกายแก่ท่านได้น่ะเจ้าค่ะ”
หญิงสาวยิ้มให้แก่ชายตรงหน้า ช่างเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้เขาหงุหงิดยิ่งนัก
ใบหน้าที่แสดงออกถึงความรู้เท่าทันและเหนือกว่านั่น...
“ท่านเข้าใจข้าผิดแล้วล่ะแม่นาง
ข้าเพียงแต่นึกเอ็นดูแม่นางน้อยผู้นี้ต่างหากเล่า”
“รึเจ้าคะ”
เด็กหนุ่มที่นั่งเงียบมานานทำได้เพียงแอบเบ้ปากให้กับคำตอบของเสียงทุ้มนั่น
นึกเอ็นดูอย่างนั้นรึ เอ็นดูอีท่าไหนถึงโน้มกายเข้ามาหมายจะแตะต้องเขากัน
ช่างเป็นการแก้ตัวที่ดูโง่เง่าอะไรเช่นนี้
“แม่นางน้อยผู้นี้บรรเลงเกียวมุนโกได้ไพเราะจับใจข้ายิ่งนัก”
“หากท่านนึกชมชอบในบทเพลงของนางล่ะก็
ท่านสามารถเรียกหาให้นางมาบรรเลงเกียวมุนโกได้ในวันถัดไปนะเจ้าคะ เพราะตอนนี้ก็เลยเวลาพักของนางมามากพอดูแล้ว
แต่หากท่านต้องการกีแซงนางใดไปปรนิบัตรล่ะก็ สามารถเรียกหาได้เลยนะเจ้าคะท่านแม่ทัพซง”
ริมฝีปากสีแดงสดขยับบอกให้หญิงสาวในความดูแลออกไปด้านนอกก่อนจะผายมือเชิญชายหนุ่มตรงหน้าออกไปยังห้องรับรองด้านนอกแทน
มินโฮไม่ได้เรียกหากีแซงคนไหนทว่ากลับเอ่ยลาแล้วเดินล่องลอยออกไปด้านนอก
คิ้วหนานั่นขมวดมุ่นแถมสีหน้ายังยุ่งเหยิงเกินกว่าใครจะกล้าเข้าไปเสวนาด้วย
ท่าทางเหล่านั้นทำเอาแชรินที่ลอบมองอยู่นานถึงกับนึกขันขึ้นมาในใจอีกครั้ง
ดูท่าจะเป็นเอามากนะเจ้าคะ ท่านแม่ทัพซงมินโฮ
“ผู้ชายร่างหมีเช่นนั้นจักมาชอบพอข้าได้อย่างไรกันเล่าท่านน้า”
เสียงโวยวายของเด็กหนุ่มดังเคล้าไปกับเสียงหัวเราะชอบใจจากคนรอบกาย ซึงยูนรู้สึกได้ว่าใบหน้าของเขาต้องแดงมากแน่
ๆ ก็ใครจะมาชอบกันเล่า
กับการที่ถูกหยอกล้อเรื่องที่แม่ทัพใหญ่นั่นมาขอให้เขาดีดเกียวมุนโกให้ฟัง
แล้วเขาก็ดันบ้าจี้ไปเล่นให้ฟังฟรีๆอีกแหนะ
แต่มันก็เพราะเขาต้องแสร้งทำเป็นพูดไม่ได้มิใช่หรือ
ถึงได้ทำให้เขาไม่สามารถปฏิเสธชายคนนั้นได้น่ะ
เขาจะไม่ยอมรับเป็นอันขาดว่าตัวเขาน่ะกลัวเพียงใด
เพียงเสี่ยววิที่สบเข้ากับตาคู่ดุนั่นน่ะ ซึงยูนกลัวเหลือเกิน กลัวว่าผู้มีพระคุณต่อเขาจักต้องมาตายไปต่อหน้าต่อตา
“ท่านก็ชอบใจไปกับท่านน้าแชรินด้วยรึ ท่านพี่ซึงฮุน”
เสียงเล็กๆนั่นหันไปแหวใส่ชายที่นั่งอ่านตำราอยู่ฝั่งตรงข้าม ให้ตายเหอะ
ซึงยูนอยากจะบ้าตาย นี่มันใช่เรื่องตลกที่ไหนกัน หากเจ้าหมีนั่นเกิดปล้ำเขาแล้วความแตกขึ้นมาจักทำเช่นใดเล่า
ไม่สนุกเลยนะ เขาไม่สนุกด้วยเลยสักนิด
“อะไรกัน ใช่ความผิดข้าที่ไหนกันเล่าที่เจ้าแต่งหญิงแล้วสวยขนาดนั้นน่ะ”
ตาเรียวละออกจากหน้ากระดาษแล้วหันมายิ้มขำให้กับคนอายุน้อยสุดอีกครั้ง
ซึงยูนเป็นเด็กน่ารัก
ครั้งแรกที่น้าสาวของเขาบอกว่าช่วยเด็กกบฏมาได้คนหนึ่งก็นึกหวั่นอยู่ในใจ
ว่าเจ้าเด็กนั่นจะพาความซวยมาให้หรือไม่ แต่พอเจอเข้ากับเจ้าเด็กตัวแสบนี่แล้วถึงได้เข้าใจว่าเหตุใดท่านน้าเขาจึงเอ่ยชมนัก
วันแรกที่เจอกันเด็กนั่นมีแววตาที่มืดมนจนเขาไม่อาจคาดเด่าได้ว่าเด็กตัวน้อยนั่นไปพบเจอกับเรื่องเลวร้ายเช่นใดมา
ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากพูดสิ่งใดออกมา
ยอมรับว่าตอนแรกเขาก็นึกหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน ขนาดว่าตนเป็นคนอัธยาศัยดียังเข้าถึงเจ้าเด็กนี่ยากจะตายไป
แม้จะอายุต่างกันไม่มาก แต่มันก็อดที่จะดุเจ้าเด็กที่ไม่ยอมพูดหรือทำความเคารพเขาเลยแม้แต่น้อย
เขาจำได้แม่นว่าวันนั้นซึงยูนร้องไห้ออกมามากจนเขากลัวเหลือเกินว่าเจ้าเด็กนี่อาจจะขาดใจตายก็ได้
น้ำตามากมายไหลออกมาดั่งสายธารใหญ่ที่หลั่งลงมาจากหน้าผาสูงชัน
และเป็นวันนั้นเองที่ปากอิ่มนั่นพูดทุกอย่างออกมา
เด็กตัวน้อยที่ร้องไห้จนตัวโยนอยู่ในอ้อมอกพี่ชายที่มิได้มีแม้แต่เศษเสี้ยวของสายโลหิตเดียวกันทว่ามันกลับทำให้ซึงยูนรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเหลือเกิน
ซึงฮุนสาบานกับตนนับแต่นั้นว่าเขาจะดูแลเจ้าน้องน้อยนี่เป็นอย่างดี
รู้สึกดูไม่ได้เลยสักนิด กับหน้าตาตอนเจ้าเด็กนั่นร้องไห้
พอนึกไปถึงเรื่องราวเมื่อสิบปีก่อนก็ได้แต่ยิ้มบางออกมา
และเผลอใช้สายตาอ่อนโยนทอดมองอีกฝ่ายอย่างไม่ได้ตั้งใจ
แต่แล้วก็ต้องหลุดออกจากภวังค์ความคิดเมื่อฝ่ามือบางของคนที่เขานึกเอ็นดูนั่นฟาดมาที่แขนเขาอย่างไม่เบาแรงนัก
“ท่านน่ะเงียบไปเลย มิเช่นนั้นข้าจักไปบอกท่านพี่แทฮยอนว่าคืนก่อนท่านน่ะจงใจจะมอมเหล้าเขา”
ไอกู....
เจ้าเด็กนี่มันร้ายเสียจริง
ซึงฮุนทำได้เพียงส่ายหน้าแล้วแสร้งทำเป็นหันไปสนใจตำราตรงหน้าต่ออีกครั้ง
“ไม่ต้องมาแอบยิ้มเลยนะเจ้าน่ะ เมื่อครู่เจ้าพูดว่าเช่นใดนะซึงยูน”
เสียงทรงอำนาจนั่นทำเอาสะดุ้งอีกครั้ง
ซึงยูนส่งยิ้มล้อเลียนมาให้ก่อนจะหุบยิ้มฉับพลันเมื่อถูกแม่หญิงแชรินดุเข้าให้อีกรอบ
“ไม่ต้องมายิ้ม ไปเข้านอนได้แล้ว แล้วเตรียมตัวไว้เลย
พรุ่งนี้ท่านมินโฮจักต้องมาเรียกหาเจ้าแน่นอน”
นั่นแหละร่างเล็กเด็กหนุ่มถึงได้เดินหน้ายู่กลับไปยังห้องพักของตน ดูเหมือนว่าราตรีนี้ซึงยูนคงจะนอนหลับมิสบายเป็นแน่....
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ด้วยความอยาก เลยสรุปว่าจะทดลองเขียนฟิคพีเรียดเรื่องนี้ตามพล็อตที่ว่างไว้ตอนแรกทั้งหมด
จะเขียนจบไหมไม่แน่ใจค่ะ แต่ตัวเราเองชอบพล็อตเรื่อง ยังเขียนได้ไม่ดีมาก แต่ก็จะหน้าด้านเขียน
555555555555555555555
จะเขียนจบไหมไม่แน่ใจค่ะ แต่ตัวเราเองชอบพล็อตเรื่อง ยังเขียนได้ไม่ดีมาก แต่ก็จะหน้าด้านเขียน
555555555555555555555
#ฟิคนอกวัง

เราชอบพล๊อตนะคะแปลกใหม่ดีและก็สนุกด้วย ลุ้นมากกลัวว่าใครจะจับผิดยูนได้555 ชอบที่อธิบายถึงมินโฮที่หลงเสน่ห์ยูนมันชวนให้เคลิ้มจริงๆ ว่างๆมาต่ออีกนะคะอยากอ่านต่อมากๆเลยค่ะ^^
ReplyDelete