Title: Anywhere, Anytime
Pairing: Taehyun x Seunghoon
Note: #MERRYtaehoon
ปล. ยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะ ขออภัยด้วยหากทำให้สะดุด
ไม่ใช่แค่บางเวลา… แต่เป็นทุกที่ทุกเวลาที่เราต้องการกันและกัน
เขาไม่ค่อยแน่ใจนักว่าความรู้สึกทุกอย่างตอนนี้มันเป็นเช่นไร มันยากที่จะอธิบายความรู้สึกตอนที่เห็นพี่สาวแท้ๆของตัวเองกำลังเสพสมกามาอยู่กับผู้ชายคนนั้น… คนที่เป็นคู่นอนของเขา
ในช่วงแรกเขาคิดว่ามันก็ไม่ได้เสียหายอะไร เราแค่มีความสัมพันธ์แบบปกปิด กินกันในที่ลับ ฟาดฟันกันในที่มืด และเป็นเพียงคนที่ไม่รู้จักกันในที่สาธารณะ
จนกระทั่งมันมากขึ้นมากขึ้น มากจนเขาเริ่มถูกความรู้สึกมืดดำเข้ากัดกินหัวใจ
เขาทั้งสองไม่ได้รู้จักกันโดยบังเอิญ ใช่ เพราะครั้งแรกที่เขาได้รู้จักกับผู้ชายที่ชื่อนัมแทฮยอนคือในวันที่พี่สาวของเขาเองพามาเปิดตัว
‘พ่อคะ แม่คะ ซึงฮุนนา นี่นัมแทฮยอน แฟนพี่”
น้ำเสียงเจื่อยแจ่วเอ่ยบอกพร้อมกับสีหน้าเปื้อนยิ้ม ซึงฮุนทำเพียงโค้งทักทายคนที่พี่สาวแนะนำให้รู้จักเท่านั้น เขาไม่ได้หวงพี่สาวมากมายเหมือนตอนเด็กๆ ซ้ำยังไม่ได้อยากจะทำความรู้จักอะไรกับชายคนนี้ให้มากมาย คิดเพียงว่าเดี๋ยวอีกไม่นานก็คงเลิกกันเหมือนรายอื่นๆ ทุกอย่างดำเนินไปเชกเช่นปกติทุกวัน เรากินข้าวเย็นพร้อมกันโดยมีแขกคนพิเศษร่วมโต๊ะด้วย จากนั้นเขาก็ขึ้นไปอาบน้ำ และเล่นวีดีโอเกมตามประสาวัยรุ่นทั่วไป
คืนนั้นพี่สาวของเขาจะต้องเข้าไปนอนที่ห้องของพ่อและแม่ เพราะห้องนอนของหล่อนถูกยกให้แฟนหนุ่มชั่วคราว ใครจะไปคิดว่านั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์แบบผิดๆของเขากับคนๆนั้น
กลางดึกในค่ำคืนของช่วงเวลาปิดเทอมคงเป็นเวลาเดียวที่ซึงฮุนรู้สึกว่ามันเป็นเวลาของเขาอย่างแท้จริง ในช่วงเวลาปิดเทอมแบบนี้ตอนกลางวันเด็กหนุ่มจะช่วยพ่อแม่ขายของอยู่หน้าร้าน ส่วนพี่สาวของเขาที่ทำงานอยู่ในตัวเมืองหลวงนั้นก็จะกลับมาบ้านสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้พ่อแม่ได้หายคิดถึง
และมันก็คงเป็นเรื่องธรรมดาใช่ไหมกับความรู้สึกต้องการทางเพศ อยากรู้และอยากลองของเด็กหนุ่มวัยขบเผาะแบบเขา คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของเจ้าตัวถูกตั้งรหัสผ่านตั้งแต่ซึงฮุนเริ่มเข้าม.ปลายได้ไม่กี่วัน Folders ลับมากมายถูกเก็บซ่อนไว้ในที่ๆเข้าถึงได้ยาก เพราะไฟล์ต้องห้ามมากมายที่เพื่อนรักหยิบยื่นให้ อีกทั้งบางส่วนที่เป็นฝ่ายหาโหลดมาเองมักจะถูกเปิดดูในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด
คืนนี้ก็เช่นกัน...
ข้อมือขาวขยับรูดรั้งชักพาอารมณ์ให้จมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ ริมฝีปากบางเผยอออกๆส่งเสียงครางผะแผ่วที่คิดว่าคงไม่มีใครตื่นมาได้ยินในค่ำคืนนี้
จนความรู้สึกทั้งหมดเข้ามาจ่อที่ปลายทางมือบางขยับถี่ขึ้นอีกนิดเพื่อเร่งเร้าสัมผัสอุ่นนั้น ทว่าหางตาที่หลืบไปเห็นเงาบางอย่างทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก ดวงตาเล็กเบิกกว้าง ขอบกางเกงยางยืดถูกดึงขึ้นมาปิดส่วนลับอย่างรีบร้อนเมื่อเห็นแขกผู้ไม่ได้รับเชิญยืนจ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่านได้ยากอยู่ตรงประตูนั่น
“อ่า… โทษที พี่เข้าผิดห้องน่ะ”
“สนใจมาดูด้วยกันไหมครับ”
อาจจะเพราะเป็นผู้ชายเหมือนกัน ซึงฮุนเลยไม่รู้สึกกระดากอายมากนักตอนที่เอ่ยถามอีกคนไป แม้จะนึกหงุดหงิดตัวเองอยู่ไม่น้อยที่ดันลืมล็อกประตูห้องให้เรียบร้อย เขาคิดว่าอีกฝ่ายที่โตกว่าคงไม่ตอบรับคำชวนประหลาดนั่นหรอก แต่ที่ประหลาดไปกว่านั้นก็คือร่างโปร่งนั่นกลับเดินเข้ามาในห้องพร้อมทำจัดการล็อกประตูให้อย่างเรียบร้อย คิ้วบางขมวดมุ่นตอนที่แทฮยอนลากเก้าอีกมานั่งข้างเขาชนิดว่าไหล่ชนกันเลยทีเดียว
“ดูไม่ถนัดน่ะ”
เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเปลี่ยนเฮดโฟนเป็นหูฟังปกติแล้วยื่นให้อีกคน เพราะสิ่งเร้าตรงหน้าดึงความสนใจของเด็กหนุ่มไปจนหมดทำให้เจ้าตัวไม่ได้รับรู้เลยคนโตกว่าไม่ได้ละสายตาไปจากเขาเลยแม้แต่เสี้ยววิ
ท่าทางกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอช่างน่าขันและน่าเอ็นดูไปพร้อมๆกันในความคิดของแทฮยอน ดวงตาสีนิลฉายแวบระยิบระยับเมื่อเห็นมือเรียวนั่นกำขอบเก้าอี้เอาไว้แน่น เขารู้ว่าเด็กน้อยข้างกายนี่คงจะอึดอัดน่าดู มุมปากวาดโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อได้ยินเสียงสบถในลำคอของอีกคน
“จะทำก็ได้นะ พี่ไม่ถือ”
เสียงหัวเราะหึดังขึ้นในลำคอขณะที่สีหน้าเหวี่ยงน้อยๆถูกส่งมาให้ และนั่นไม่ช่วยให้คนอย่างแทฮยอนสำนึกผิดที่เข้ามาขัดจังหวะอีกคนหรอก ในเมื่อเป็นคนชวนเขาเข้ามาอย่างเต็มใจเองนี่นะ รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นอีกครั้ง มือหนาที่สอดไว้ในกระเป๋ากางเกงกำลวดโลหะซึ่งใช้เปิดประตูเข้ามาเมื่อครู่อย่างอารมณ์ดี
เขาคิดไม่ผิดเลยจริงๆว่าเด็กคนนี้น่ารัก และดูมี’อะไร’ที่น่าสนใจกว่าคนทั่วๆไป
เสียงครางกระเส่าดังมาจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ บนหน้าจอปรากฏกิจกรรมเข้าจังหวะของชายหญิงคู่หนึ่ง และดูจะทำให้เด็กในวัยอยากรู้อยากลองนี่รู้สึกมากเอาการ ท่ากลืนน้ำลายลงคอนั่นดูตลกมากในสายตาของแทฮยอน ซึงฮุนที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว ตีสีหน้ายุ่งเหยิงพลางหันมามองอีกคนที่นั่งเบียดเขาอยู่ตอนนี้ แต่รอยยิ้มบางๆที่ฉาบอยู่บนใบหน้าของแทฮยอนนั้นทำให้เขานึกหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
“พี่จะไม่กลับห้องจริงๆหรือไงครับ”
แทฮยอนไม่ได้ตอบคำถามนั้น ร่างแกร่งโน้มเข้าหาอีกคนอย่างถือวิสาสะ นัยน์ตาสีนิลมองสำรวจใบหน้าของเด็กน้อยข้างกายแล้วนึกชอบใจไม่น้อย ซึงฮุนเป็นเด็กผิวขาว ใบหน้าเนียนใสนั่นคงเพราะผ่านการดูแลมาอย่างดี แก้มนุ่มฟูนี่ก็น่าจับมาฟัดเสียวันละหลายๆรอบ
ไม่ไหวแน่ๆ เขาอดทนมากกว่านี้ไม่ไหวจริงๆ
ดวงตาเลื่อนลงมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันน้อยๆอยู่ เขาสบตากับซึงฮุนครู่หนึ่งแล้วบรรจงกดจูบลงบนริมฝีปากสีชมพูนั่นเบาๆ บดเบียดเพียงให้หัวใจเต้นแรงขึ้นนิดหน่อยแล้วผละออกมามองใบหน้าของอีกคนที่กำลังหลับตาแน่น นิ้วหัวแม่มือที่มีไฝเป็นเอกลักษณ์ยกขึ้นคลึงริมฝีปากนิ่มอย่างหลงใหล เขาโน้มตัวเข้าไปอีกนิดแล้วกระซิบเสียงแหบให้อีกคนขนลุกเล่น
“อยากให้พี่ไปจริงๆเหรอ”
ซึงฮุนไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสต่อมาที่เขามอบให้ เพราะแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นตั้งแต่แรกทำให้เขาเคลิ้มไปกับการกระทำของอีกฝ่ายได้ไม่ยาก มือหน้าประคองลำคอของคนที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่ให้เชิดหน้าขึ้น จมูกโด่งซุกเข้าหากลิ่นกรุ่นบนเนื้อนวลของอีกฝ่าย ยกยิ้มเมื่ออีกคนไม่มีทีท่าจะขัดขืน ซ้ำยังเบียดกายเข้าหาเขาอย่างไม่รู้ตัวด้วยเสียอีก
จอสีเหลี่ยมที่เคยถูกใช้งานมืดไปโดยไม่มีใครสนใจมัน ทั้งที่ยังดูหนังนั่นไม่จบเสียด้วยซ้ำ กิจกรรมบนเก้าอี้ไม้นี่ดูจะน่าตื่นตาตื่นใจกว่าวีดีโอลับพวกนั้นเสียอีก
ในคร่าแรกเขาเพียงแค่อยากจะช่วยอีกฝ่ายให้ได้ปลดปล่อย ให้ได้ลองเรียนรู้การสุขสมในอีกรูปแบบหนึ่ง แทฮยอนไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะร่างกายของคนตรงหน้านี่ตอบสนองเขาดีเกินไป หรือเพราะเสียงครางหวานนั่นมันน่าฟังเหลือเกินกันแน่จึงทำให้เขาพาอีกคนก้าวข้ามคำว่าน้องชายของแฟนไปเรียบร้อยแล้ว ขีดจำกัดของความอดกลั้นพังลงเมื่อทุกหยาดหยดแรงอารมณ์ของซึงฮุนถูกปลดปล่อยออกมา แรงกระตุกรัดจากช่องทางคับแคบที่กระทำกับนิ้วเขามันทำให้ความอึดอัดเพิ่มทวีคุณจนไม่สามารถดึงสติกลับมาได้อีกแล้ว ขาเรียวถูกยกขึ้นพาดบ่าพร้อมกับแยกเข่าทั้งสองข้างของเด็กน้อยออกอย่างรีบเร่ง
ซึงฮุนพยายามถดกายหนี เขาเอ่ยห้ามอีกฝ่ายเมื่อคิดได้ว่านี่มันมากเกินไป แต่มีหรือที่เด็กไม่ประสีจะไปสู้คนมากประสบการณ์ได้
การสอดใส่กะทันหันคงรุนแรงเกินไปสำหรับเด็กชายที่มิเคยผ่ายมือใครมาก่อน ซึงฮุนพยายามห้ามเสียงร้องของตัวเองเอาไว้ มือขาวยกขึ้นมาปิดปากอย่างหวั่นเกรง มันเจ็บเสียจนหยาดน้ำตาไหลลงมาเปรอะเต็มใบหน้า นึกโทษตัวเองที่โอนอ่อนไปกับสัมผัสของอีกฝ่ายในทีแรก หากเขาปฏิเสธอย่างหนักแน่นทุกอย่างคงไม่เลยเถิดมาถึงขั้นนี้ แทฮยอนปลอบอีกคนโดยการจูบลงทั่วใบหน้าน่ารักนั่น นิ้วหัวแม่มือเกรี่ยลงบนแก้มนวลที่เขานึกอยากลองสัมผัสในคราแรก พร่ำบอกให้อีกคนใจเย็นๆ และหายใจเข้าลึกๆด้วยน้ำเสียงที่ใช้ไม่บ่อยนัก
และคนตรงหน้าก็เป็นเด็กดีทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย เพราะแบบนั้นจึงควรให้รางวัลไม่ใช่หรือ เด็กดีก็ควรได้รับความรัก และคืนนี้เขาคงได้รักอีกฝ่ายแรงๆไปอีกหลายรอบแน่ๆ ความซ่านเสียวรูปแบบใหม่ที่ถูกยัดเยียดทำให้ซึงฮุนเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ เสียงน้อยๆเริ่มดังออกมาจากริมฝีปากเล็กนั่นจนแทฮยอนเองก็นึกหวั่น
“จุจุ... เบาๆสิ เดี๋ยวพี่สาวของเธอก็ตื่นหรอก”
น่าแปลกที่หลังจากคืนนั้นผ่านพ้นไปซึงฮุนก็ยังคงทำตัวปกติ เขาไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนิทสนมกับแฟนหนุ่มของพี่สาวเลยแม้แต่น้อย คนทั้งสองเว้นระยะห่างระหว่างกันเอาไว้เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่นแล้วหันมาแนบชิดสนิทจนไร้ช่องว่างในยามไร้ผู้คน
“เสียงตอนเธอครางมันเซ็กซี่มากเลยรู้ไหม”
แทฮยอนพร่ำเอ่ยเหมือนดั่งคนเพ้อขณะที่จูบสะเปะสะปะไปทั่วบริเวณหน้าท้องของคนใต้ร่าง ซึงฮุนไม่ชอบตอนที่เขาถูกแทนตัวคำว่าเธอ เพราะถึงแม้ว่าตัวเขาจะเป็นฝ่ายนอนซมอยู่ใต้ร่างแกร่งนั่นก็ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นผู้หญิงเสียหน่อย
“โอเคๆ พี่ไม่แกล้งเธอแล้ว”
ว่าจบอีกฝ่ายก็พลิกร่างกายของซึงฮุนให้นอนคว่ำ จัดท่าทางให้เข้าทีก่อนจะเริ่มขยับกายอีกครั้ง
“ท… ที่จริงพี่… ค… ควรอยู่กับพี่สาวผม ไม่ใช่รึไง”
เสียงเล็กเอ่ยกระท่อนกระแท่นเพราะแรงโยกจากด้านหลังทำให้เขาเปล่งเสียงออกมาเป็นคำได้ลำบาก
นี่เป็นค่ำคืนคริสต์มาสอีฟที่ควรใช้เวลาฉลองกับคนรัก ใช่มันเป็นแบบนั้นแหละ ความจริงแล้วคืนนี้ซึงฮุนมีเลี้ยงฉลองกับเพื่อนม.ปลายปีสุดท้าย เขาบอกกับพ่อและแม่ว่าจะไปค้างบ้านเพื่อน ซึงฮุนไม่แน่ใจว่าแฟนของพี่สาวไปสืบมาจากไหนว่าเขาทำอะไรอยู่ส่วนใดของปูซานถึงได้ไปลากตัวเขาออกจากงาน แล้วพามายังห้องชุดแห่งหนึ่งแบบนี้ แทนที่เขาจะได้สนุกสุดเหวี่ยงกับเพื่อนแต่กลับได้มาสนุกสุดเหวี่ยงอีกแบบแทน
มันน่าตลกตรงที่ว่าเขาสองคนร่วมฉลองคริสต์มาสอีฟด้วยกันมาสามปีแล้วนี่สิ
ใครจะคิดล่ะว่าพี่สาวของเขากับชายคนนั้นจะคบกันได้นานขนาดนี้ จนตอนนี้ซึงฮุนใกล้เรียนจบมหาลัยแล้วทั้งคู่ก็ยังคงรักกันดี รวมทั้งการมีสัมผัสลับๆระหว่างเขากับแทฮยอนก็ด้วย มันยังคงดำเนินมาเรื่อยๆอย่างที่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะสามารถยั่งยืนมาได้จนถึงตอนนี้ สุดท้ายแล้วชายหญิงทั้งสองก็ตัดสินใจแต่งงานกัน
ในวันงานซึงฮุนได้พาแฟนสาวของเขามาเปิดตัวด้วย ทั้งคู่คบกันได้ไม่ถึงสองเดือนด้วยซ้ำ และแน่นอนว่าแทฮยอนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน หญิงข้างกายของซึงฮุนมีใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดู ผิวกายเนียนใสดูสุขภาพดี ดวงตากลมโต อีกทั้งจมูกรั้นขึ้นรับกับริมฝีปากกระจับสีสดชวนมองไม่น้อย ผมสีสว่างซึ่งปกติถูกรวบเอาไว้อย่างเรียบร้อยได้ปล่อยสยายปิดแผ่นหลังเปลือยเปล่า ชุดราตรีสีครีมอ่อนเป็นกระโปรงผ้าชีฟองฟู่ฟ่องไม่ได้ยาวละพื้น หากแต่กลับสั้นเลยเข่าของเธอขึ้นมานิดหน่อย ทั้งบริเวณหลังยังเปิดเปลือยลงมาขึ้นบั้นเอวอวดองค์เอวได้รูปแก่สายตาเพศตรงข้าม เพราะแบบนั้นผมที่เคยจัดแต่งมาอย่างงดีจึงถูกซึงฮุนสั่นให้ปล่อยลงมาแทน
แทฮยอนแทบไม่มีสมาธิเลยในคืนนั้น เขาโดนเจ้าสาวคนสวยตำหนิอยู่หลายหนเรื่องที่เหม่อลอย สุดท้ายก็เลยขอตัวออกมาสูบบุหรี่เพื่อดึงสติของตัวเองที่นอกงาน
ซึงฮุนที่ลอบสังเกตอีกฝ่ายเป็นระยะๆจึงเดินตามออกมาด้านนอกด้วย มือเล็กดึงมวนกระดาษที่อีกฝ่ายคาบไว้ออกก่อนจะบดริมฝีปากของตนเข้าไปแทนที เขาเพียงแค่ต้องการแลกลิ้น แต่ดูเหมือนคนโตกว่าจะไม่หยุดแค่นั้น มือหนาคว้าเข้าที่ก้นนิ่ม บีบนวดอย่างสนุกมือจนคนช่างยั่วฟาดมือเข้าที่ไหล่นั่นแหละเขาจึงหยุด
“ให้ตายเหอะนี่มันงานแต่งพี่สาวผมนะ”
“เธอเริ่มก่อนไม่ใช่รึไง”
ซึงฮุนมองค้อนใส่อีกคนเพราะสรรพนามบาดหูนั่น เขาส่ายหัวเพราะนึกระอาเกินกว่าจะพร่ำบ่นอีกฝ่ายเสียแล้ว ห้ามไปก็เท่านั้นคงต้องปล่อยเลยตามเลย แทฮยอนปรายตามองร่างที่สูงกว่าเขานิดหน่อยแต่ดูบอบบางนั่นกำลังสูบบุหรี่ของเขาอย่างชั่งใจ
“แฟนเธอสวยดีนะ”
ซึงฮุนหันกลับมายิ้มรับคำชมจากอีกฝ่าย เขาพ่นควันสีจางให้ล่องลอยไปกับอากาศ เหม่อมองออกไปยังนอกตัวอาคารซึ่งมีตึกรามบ้านช่องมากมายไกลสุดลูกหูลูกตา
“ไม่เห็นเคยบอกกันเลยว่านายมีแฟน”
“ผมต้องบอกพี่ด้วยเหรอครับ”
แทฮยอนไม่ชอบสายตาท้าทายของอีกคนตอนนี้เลย เด็กคนนี้ดูเหมือนจะง่ายแต่ก็ดื้อรั้นอยู่ในที บ่อยครั้งที่เขามักจะแพ้ทางความเอาแต่ใจความอยากเอาชนะของอีกฝ่าย
“ต้องบอกสิ เพราะเธอเป็นของพี่”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกส่งให้กับคนอายุมากกว่า ซึงฮุนจัดการดับบุหรี่ลงบนที่เขี่ย เขายื่นหน้าไปหอมแก้มคนพี่แล้วเดินหายเข้าไปในงานอีกครั้ง แทฮยอนรู้เดี๋ยวนั้นเองว่าเขารู้สึกกับอีกคนมากเกินไป มากจนอยากจะเก็บไว้เพียงคนเดียว หากเป็นไปได้เขาอยากจะขังเด็กนั่นเอาไว้ในห้อง ไม่อยากให้ใครเห็น ไม่อยากให้ใครรู้จัก และเป็นของเขาเพียงแค่คนเดียว
หลังเรียนจบซึงฮุนก็เข้าทำงานที่บริษัทแฟชั่นแห่งหนึ่งในโซล นั่นทำให้เขาได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านเดียวกันกับพี่สาวและพี่เขยของตัวเอง ถ้าถามว่าเขารู้สึกอึดอัดไหม ก็ตอบได้เลยว่าไม่ ตราบใดที่ช่องว่างระหว่างเขากับพี่เขยยังถูกเว้นระยะไว้เท่าเดิมเท่าที่เคยมีมันก็ไม่มีปัญหาอะไร
ซึงฮุนค่อนข้างจะงานยุ่ง ในบางครั้งเขาทำได้เพียงแค่แอบงีบแล้วลุกขึ้นมาจัดการกับกองงานตรงหน้าต่อ และนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นผู้ชายคนนั้นมีอะไรกับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา
ใช่... พี่สาวของเขาเอง
เพราะน้องชายที่ขอตัวไปนอนหลับและบอกว่าห้ามปลุกขึ้นมากินข้าวตั้งแต่ช่วงหัวค่ำดูเหมือนจะหลับอีกยาว แทฮยอนจึงปลุกเร้าอารมณ์ของภรรยาตนเองด้วยการปล้ำจูบอีกฝ่ายในขณะที่กำลังล้างจาน จนสุดท้ายแล้วกองภาชนะที่ใช้นมื้อเย็นก็ไม่ได้ถูกชำระล้างเพราะสุดท้ายแล้วเขาก็อุ้มอีกคนเข้าไปต่อในห้องนอน
ไม่ใช่ว่าไม่รู้ แต่เพราะไม่คิดว่าซึงฮุนจะตื่นเห็นมาเห็นฉากพวกนั้นกลางดึกต่างหาก เขาเห็นเงาคนทอดยาวมาจากหน้าประตูห้องนอนของอีกฝ่าย รู้สึกใจกระตุกวูบไปเสี้ยววิแล้วกลับมาเต้นระรัวอีกครั้งเพราะกิจกรรมตรงหน้า แทฮยอนได้ยินเสียงเปิดและปิดประตูอีกครั้งเขาเดาว่าซึงฮุนคงจะออกมาจากห้องนอนแล้วเจ้าตัวที่นอนกอดภรรยาซึ่งหลับสนิทอยู่จึงลุกออกมาจากห้องนอนบ้าง เขายืนมองซึงฮุนล้างจานชามต่อจากที่พี่สาวทำค้างไว้จนหมด คราบเหนียวที่เลอะอยู่บนพื้นถูกเด็กคนนั้นใช้ไม้ถูทำความสะอาดจนหมดทั้งสีหน้าง่วงงุนแบบนั้น
ช่างเป็นภาพที่เขาอธิบายอารมณ์ไม่ถูกเลยจริงๆ
แทฮยอนรู้สึกว่าเขาเองเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมากเกินไป เขาได้ทั้งภรรยาที่แสนดีและน้องชายของภรรยาที่แสนเร่าร้อนมาไว้ข้างกาย แต่นั่นเป็นเป็นเพียงความรู้สึกเข้าข้างตัวเองที่ว่าซึงฮุนเป็นของเขา
คืนหนึ่งที่ซึงฮุนบอกกับพี่สาวของเขาว่าจะไม่กลับมาค้างที่บ้าน เจ้าตัวออกไปเดทกับแฟนสาวคนเดิมที่ยังคุยกันมาจนถึงตอนนี้ เขาพาเธอไปทานข้าว ดูหนัง ก่อนจะไปเดินซื้อของกันที่ฮงแดในรอบดึก ใช่มันยาวนานมากแล้วสำหรับความสัมพันธ์ของเขาสองคน และมันก็สุกงอกในคืนนั้น ซึงฮุนไม่เข้าใจว่าตอนนี้เขารู้สึกเช่นไร มันไม่ได้อิ่มเอมเหมือนกับตอนที่ถูกพี่เขยเติมเต็ม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็สุขไปอีกแบบ
วันถัดมาเขากลับมาบ้านในช่วงเย็น ภายในบ้านดูเงียบผิดปกติจนกระทั่งเขาเดินมาเจอพี่เขยกำลังนั่งดูทีวีอยู่ ซึงฮุนไม่ได้ให้ความสนใจอีกฝ่ายมากนัก เขามีจุดหมายคือห้องนอนของตัวเอง แต่เพราะแทฮยอนหันมาเห็นเขาพอดีคนอายุน้อยกว่าจึงเลือกที่จะส่งยิ้มทักทายไปให้ ขายาวก้าวไปตามทางอย่างเคยชินก่อนจะชะงักเพราะถูกอีกคนรั้งเอาไว้
“รอยนี่มาจากไหน”
น้ำเสียงขุ่นเคืองถูกส่งมาให้พร้อมกับสายตาแข็งกร้าว คอเสื้อยืดของเขาแทบจะถูกดึงจนขาดติดมืออีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ รอยยิ้มสดใสที่ส่งให้เมื่อครู่หุบลงฉับพลันเมื่อได้ยินสิ่งที่แทฮยอนเค้นเสียงถาม
ทั้งที่ย้ำแล้วว่าอย่าทำรอยบนตัวเขา
เพราะซึงฮุนเอาแต่นิ่งเฉย ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาแม้แต่น้อยแทฮยอนจึงถอนหายใจยาวเหยียดออกมา มันผิดที่เขาเอง ยิ่งโกรธอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแปลว่าเขารู้สึกกับเด็กคนนี้มากเท่านั้น มันมากเกินไป มากเกินกว่าที่ขีดเส้นไว้ในตอนแรก เป็นเขาเองที่พยายามจะก้าวเข้าไปในโลกของเด็กคนนี้ และเป็นเขาอีกนั่นแหละที่ทำให้ผ้าผืนเทาๆนั่นยิ่งสีเข้มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อตั้งสติได้แล้วแทฮยอนก็คลายมือออกจากคอเสื้อของอีกฝ่าย ซึงฮุนจัดเสื้อผ้าของตัวเองที่ยับยู่แล้วเดินเข้าไปในห้องของตน
เด็กตัวบางออกมาจากห้องด้วยเสื้อตัดแขนตัวหลวมกับกางเกงผ้าสั้นกุด แทฮยอนเคยบ่นอยู่หลายครั้งว่าหากมิต้องการให้เขาตื่นตัวก็จงแต่งตัวให้มิดชิดกว่านี้ แต่นั่นไม่เคยเป็นผล
“เธอยังไม่กลับเหรอครับ”
“ไม่ คืนนี้พี่สาวของเธอจะไม่กลับมานอนที่นี่”
ดูเหมือนคำตอบจะถูกอกถูกใจเด็กน้อยผู้แสนดื้อรั้นของเขา ซึงฮุนส่งยิ้มบางมาให้กับคนอายุมากกว่าก่อนจะก้าวมาหาแล้ววาดขานั่งคร่อมตักอีกฝ่ายซึ่งทิ้งตัวอยู่บนโซฟาตัวใหญ่กลางบ้าน
“สนใจจะลบรอยให้ผมรึเปล่า”
แทฮยอนรู้ดีว่านั่นไม่ใช่คำถาม หากแต่เป็นคำอนุญาตให้เขาทิ้งรอยไว้บนร่างขาวๆนี่ได้ต่างหาก ซึงฮุนไม่ได้รอให้อีกฝ่ายตอบคำถามเขา มือนิ่มประคองสันกรามได้รูปของอีกคนไว้อย่างเบามือแล้วก้มลงมาใช้ริมฝีปากบดคลึงกับอวัยวะเดียวกันของอีกฝ่าย แทฮยอนลูบไล้แผ่นหลังและก้นกลมกลึงของอีกฝ่ายอย่างสนุกมือก่อนจะสอดเข้าไปภายในเสื้อของคนด้านบน กิจกรรมถูกสานต่อจนโซฟาตัวหนายวบตัวและพองขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่กระนั้นก็ยังไม่รู้สึกอิ่มเอมกับสัมผัสที่มอบให้และได้รับ ห้องนอนของคนน้องจึงดูจะเป็นสถานที่ๆน่าสนใจในการลบรอยเก่าด้วยการสร้างรอยใหม่ให้กับเจ้าตัว
ในบางครั้งซึงฮุนก็แอบคิดว่าเขากำลังเล่นบ้าอะไรอยู่ ทำไมถึงมีอะไรกับสามีของพี่สาวตัวเองได้ลงคอ แต่ทุกครั้งที่อีกฝ่ายมอบสัมผัสให้ความคิดที่ต้องการจะหยุดเรื่องพวกนี้ก็หายวับไปกับตา เขาสองคนเสพติดร่างกายของกันและกันเสียยิ่งว่าการเสพยาให้โทษเสียอีก ครั้งหนึ่งในวันที่ซึงฮุนไปทำงานต่างจังหวัดเขาเคยวีดีโอคอลแล้วเปิดกล้องกันทำเรื่องอย่างว่าโดยที่แทฮยอนทำมันในห้องนอนของคนน้องขณะที่พี่สาวกำลังอาบน้ำ เราเคยกระทั้งมีอะไรกันในห้องครัวขณะที่พี่สาวของเขาออกไปซื้อโกชูจังที่ซุปเปอร์ใกล้ๆบ้าน
มือเรียวจับเอาขอบซิ้งค์อ้างล้างจานแน่นเพื่อรอรับการกระแทกกายจากคนด้านหลัง ขาเนียนถูกแยกออกพอประมาณเพื่อให้การสอดใส่ง่ายขึ้น สะโพกมนยกขึ้นรับจังหวะของอีกฝ่ายอย่างไม่อิดออด ซึงฮุนไม่เคยปฏิเสธแทฮยอนแบบจริงๆจังๆสักครั้ง นั่นเพราะมันก็รู้สึกดีกับการถูกอีกฝ่ายกระทำยังไงล่ะ เพราะต้องทำเวลาให้ทันก่อนที่พี่สาวของเขาจะกลับมาเสื้อผ้าของทั้งคู่จึงอยู่บนตัวครบทุกชิ้น หากมีแต่กางเกงของซึงฮุนเท่านั้นแหละที่ถูกร่นลงมาถึงข้อเท้า จังหวะเร่งเร้าไม่ถูกผ่อนปรนหรืออ่อนโยนให้รู้สึกเหมือนถูกทะนุถนอมเลยแม้แต่น้อย แต่ก็นั่นแหละ เขาชอบสัมผัสนั้น ชอบเสียงทุ้มที่หอบหายใจอยู่ข้างใบหู ชอบเสียงเฉาะแฉะตอนโดนสอดกายเข้ามาแรงๆ ชอบเสียงกระทบกันจากกายหยาบของเราทั้งสอง
ซึงฮุนชอบร่างกายของแทฮยอน เขาชอบลีลากับเรื่องอย่างว่าซึ่งพี่เขยเป็นคนมอบให้
แทฮยอนเคยให้เหตุผลการแอบมีอะไรกับเขาในขณะที่คนรักอยู่ภายในบ้านว่ามันตื่นเต้นเร้าใจดี หลังจากได้ปล่อยอารมณ์พุ่งสูงกันไปคนละรอบ พี่สาวของเขาก็กลับเข้ามาเห็นคนทั้งคู่ช่วยกันล้างภาชนะซึ่งใช้ทำมื้อเย็นในวันนี้โดยที่ไม่รู้เลยว่าเสื้อผ้าของคนทั้งสองเพิ่งถูกจัดให้เข้าที่เข้าทางได้ไม่กี่นาทีก่อนหน้า เขาสามคนนั่งร่วมโต๊ะกันโดยที่แทฮยอนนั่งข้างหญิงสาวเพียงคนเดียวในบ้าน และซึงฮุนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
หญิงสาวถามถึงงานที่เขาทำอยู่ ก่อนจะเอ่ยถามถึงแฟนสาวที่เขาเคยพามายังงานแต่งครั้งนั้น เธอบอกว่าหลังจากนั้นก็ไม่เห็นคนน้องพามาบ้านอีกเลย ก่อนจะบ่นว่าให้ดูแลผู้หญิงที่อ่อนหวานแบบนั้นให้ดี ซึงฮุนทำเพียงยิ้มก่อนจะขอตัวกลับเข้าห้องเพื่อทำงานของตนให้เสร็จหลังจากจัดการล้างถ้วยชามเสร็จเรียบร้อยแล้ว
กระดาษขาวมากมายถูกวางเรียงรายไว้บนโต๊ะทำงาน แบบลายเสื้อล็อตใหม่ของเขายังไม่คงที่มากนัก เจ้าตัวจึงคิดว่านี่คงเป็นอีกคืนที่จะไม่ได้นอนเป็นแน่ แล้วเขาก็ไม่ได้นอนจริงๆ ไม่ใช่เพราะทำงานจนลืมเวลา แต่เป็นเพราะผู้ชายห้องตรงข้ามที่เอากุญแจสำรองไขเข้าห้องเขาอีกแล้วต่างหากล่ะ แขนแกร่งโอบรอบคอเขาจากด้านหลังแล้วกดจูบลงบนศีรษะกลม เจ้าของห้องไม่ได้มีท่าทีขัดหรือตอบรับสัมผัสนั้น เขาเพียงแค่นั่งขีดเขียนงานของตัวเองต่อไป
ไม่นานนักแทฮยอนก็ดึงเก้าอี้ของเขาออกห่างจากโต๊ะ เจ้าตัวจู่โจมปล้นจูบเขาอย่างดุเดือดประหนึ่งอดอยากเรื่องอย่างว่ามานานนับปี คนถูกคุกคามไม่ได้นึกหงุดหงิดเหมือนอย่างที่ควรเป็น เขากวัดลิ้นตอบโต้อีกฝ่ายอย่างถึงใจเมื่อทุกครั้ง เมื่อแทฮยอนตักตวงความหอมหวานของริมฝีปากเล็กนั่นจนพอใจแล้วเขาก็ดึงร่างอีกคนให้ยืนขึ้น เสื้อผ้าตัวบางถูกถอดออกอย่างรีบเร่งจนซึงฮุนต้องเอ่ยให้อีกคนหยุด
“พอเถอะครับ เมื่อหัวค่ำพี่ยังไม่อิ่มอีกรึไง”
ดูเหมือนแทฮยอนจะหิวจนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เขาเหวี่ยงคนน้องลงบนเตียงก่อนจะตามไปทาบทับแล้วไล่จูบเรือนร่างตั้งแต่หน้าผากลงมาจนถึงสะดื้อ ซึงฮุนออกแรงดึงอีกฝ่ายขึ้นมามองหน้ากันชัดๆแล้วยู่ปากใส่น้อยๆ
“เดี๋ยวพี่สาวผมก็ได้ยินเสียงขึ้นมาหรอกครับ”
“งั้น... ออกไปนอกระเบียงห้องเธอแล้วกัน”
แล้วคืนนั้นมันก็จบลงที่ระเบียง กว่าซึงฮุนจะได้พักก็เล่นเอาเกือบสว่าง ท้ายสุดแล้วงานของเขามันก็ไม่เรียบร้อยอย่างที่ควรจะเป็น หากจะโทษอีกฝ่ายอย่างเดียวก็คงไม่ใช่ แค่นึกถึงกริยาตอบสนองของตัวเองเมื่อคืนเขาก็รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาอีกรอบ เพียงแค่คิดถึงสัมผัสของอีกฝ่าย เพียงแค่จินตนาการถึงตอนที่เราร่วมเสพสมเรือนร่างของกันและกันเขาก็เกิดอารมณ์ขึ้นโดยง่าย
เพียงแค่เป็นนัมแทฮยอน ความต้องการของเขาก็ถูกจุดขึ้นได้โดยไม่ต้องทำอะไรมาก
“คืนนี้พี่ควรอยู่ฉลองกับพี่สาวของผมไม่ใช่รึไงครับ”
แทฮยอนไม่เคยถามว่าซึงฮุนไม่เบื่อที่จะถามคำถามนี้กับเขาหรือไร เพราะทุกคืนคริสต์มาสอีฟมันก็จะมีคำตอบแบบเดิมที่เอ่ยให้อีกคนฟังเสมอ
“ก็บอกแล้วไง พี่น่ะอยากกินของหวานในทุกๆคืนคริสต์มาสอีฟแบบนี้”
หรือให้พูดความจริงแล้ว เขาน่ออยากจะกินซึงฮุนแทบทุกที่และทุกเวลาด้วยซ้ำไป
หากให้เขาตอบคำถามนั้นอีกครั้ง คำถามที่ว่ารู้สึกอย่างไรตอนเห็นพี่สาวแท้ๆกำลังเสพสมอยู่กับคู่นอนของเขาแล้วล่ะก็ เขาคงตอบได้เพียงว่า ในตอนนั้นเขาคงรู้สึกไม่ต่างกัน คงรู้สึกแบบเดียวกับที่พี่สาวซึ่งกำลังมองเขาเล่นชู้กับพ่อของลูกในท้องหล่อนอยู่ในตอนนี้
ริมฝีปากบางวาดยิ้มให้กับคนที่หลั่งน้ำตาอยู่ตรงหน้าประตูนั่น คงจะเจ็บมากสินะ... ขอโทษนะครับพี่ แต่ผมต้องการเขา และเขา... ก็ขาดผมไม่ได้เช่นกัน
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ผิดศีลธรรมขั้นสุด หากเราเงียบหายไปจงมาเยี่ยมเราด้วย
เราไม่ชอบโอเลี้ยง ขอมอคค่าปั่นหวานน้อยสักแก้วก็พอ /กราบ

No comments:
Post a Comment