My
Goal.
Pairing : Taehyun
x Seunghoon
Rate : 15+
โตขึ้นฝันอยากเป็นอะไรกันคะนักเรียน
ช่างเป็นประโยคคำถามที่น่าเบื่อหน่าย
ตั้งแต่เรียนมาจนถึงตอนนี้ก็โดนอาจารย์ถามมาไม่รู้จักกี่รอบต่อกี่รอบ เป็นคำถามที่นัมแทฮยอนไม่เคยให้คำตอบได้เหมือนกันซักครั้ง
“คิดไว้รึยังวะ จบ ม.6 จะต่อคณะอะไร”
ผมเอ่ยถามเพื่อนซี้ที่นั่งเคี้ยวแซนวิชหมูหยองน้ำสลัดชิ้นละ 13
บาทที่ผมซื้อมาจาก 7-11 เมื่อเช้า เออครับนั่นของกูแย่งไปกินหน้าตาเฉยเลยครับเป็นเพื่อนที่ดีเหลือเกิน
“คงหมอละมั่ง”
พูดออกมาทั้งๆที่ปากยังคงเคี้ยวแซนวิชตุ้ยๆ
นอกจากจะไร้มารยาทแล้วยังเลอะเทอะน่าเกลียดอีกด้วย
“อย่างมึงอ่ะนะ กูเห็นวันๆเอาแต่เต้นแร้งเต้นกา
จะเรียนหมอ ฮ เฮ้ยยย”
ไอ้เพื่อนข้างๆมันไม่พูดอะไรครับ แค่ยกมือขึ้นมาตบหัวผมจนหน้าเกือบทิ่ม
“ทำไมอยากเรียนหมอวะ”
“หมาบางตัวชอบมีเรื่องไง กูกลัวมันตายก่อนกู
เป็นหมอคอยช่วยรักษาหมามันหน่อยก็ดี”
พูดเสร็จมันก็หันมายักคิ้วใส่แล้วก็ลุกออกไป
คงคิดว่าเท่... แต่ผมชอบประโยคที่มันเพิ่งพูดออกมานะ คอยรักษาหมาบางตัว
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบ อาจจะเป็นเพราะหมาในประโยคน่าจะเป็นผมละมั่งผมเลยชอบ
“กวนตีน”
“เออเร็ว เดี๋ยวสาย”
ซึงฮุนหันมาเรียกผมให้วิ่งตามออกไปก่อนที่จะเข้าเรียนสาย
มันเป็นเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่อนุบาลของผมครับ ผมเรียนห้องเดียวกับมันมาตลอดจนตอนนี้
ม.5 แล้วก็ยังเรียนอยู่ห้องเดียวกัน เราทั้งคู่เป็นคนฉลาดแต่ทั้งผมและมันก็ไม่ค่อยเอาดีเรื่องเรียนเท่าไหร่นักจริงๆอาจจะเป็นผมคนเดียวที่ไม่เอาดีด้านการเรียน
ซึงฮุนมันเป็นเด็กหัวกะทิของห้องเลยครับ
การบงการบ้านผมนี่ลอกมันแทบจะทั้งหมด แต่ข้อสอบไม่เคยลอกนะครับอ่านหนังสือสอบเองเหมือนกัน
เห็นวันๆไอ้ซึงฮุนเอาแต่เต้นแร้งเต้นกาเล่นอะไรเพี้ยนๆไปตามภาษามันแต่เกรดมันนี่เกือบท็อปห้องเลยนะ
ผิดกับผมที่ชอบศิลปะชอบประวัติศาสตร์
ขีดๆเขียนๆอะไรไปเรื่อยเปื่อยแต่ก็ไม่รู้ว่าจะดันทุรังมาเรียนแผนหนึ่งวิทย์-คณิตตามไอ้ซึงฮุนมันทำไม
ปวดสมองมากครับทั้งสูตรฟิสิกส์ เคมี คณิต ไม่รวมชีวะที่แมร่งออกสอบทีทั้งเล่มอีก
รู้สึกทรมานรอยหยักในสมองมาก ถึงเกรดผมจะอยู่ในระดับกลางๆแต่ผมว่าถ้าผมไปเรียนพวกสายศิลป์เกรดน่าจะดีกว่านี้นะ
ผมยังแอบไปประกวดวาดรูปประกวดแต่งเพลงแต่งกลอนบ้างอยู่บ่อยๆเลย
“วันนี้จะมีรุ่นพี่ศิษย์เก่ามาแนะแนวเกี่ยวกับคณะต่างๆให้เราฟังนะจ๊ะ”
คาบแนะแนวครับ..... น่าเบื่อ
จริงๆไม่ต้องเข้าก็ได้แต่ไอ้ซึงฮุนก็ลากมาด้วยเหตุผลที่ว่า
มึงควรจะมองหาคณะที่อยากเรียนได้แล้วนะ
เกรดเหี้ยขึ้นมาสอบไม่ติดคะแนนไม่ถึงแอดไม่ได้ ซวยนะมึง
ขี้เกียจฟังมันบ่นครับก็เลยตามๆเข้ามา
นี่อีกซักพักผมคงหลับคาโต๊ะไปตามระเบียบละครับ จริงๆผมก็มองๆไว้บ้างแล้วนะว่าตัวเองจะไปต่อคณะอะไรดี
คือถ้าให้ไปพวกแพทย์ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ผมคงไปไม่ไหวหรอก
ผมเป็นประเภททำความเข้าใจอะไรยาก ไม่ชอบอะไรที่มันมีแบบแผนมากมายนัก ผมว่าผมคงไม่เหมาะกับพวกนั้นเท่าไหร่
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์หรือศิลปกรรมศาสตร์จึงเป็นทางเลือกหลักๆของผม
พอคิดมาถึงตรงนี้จบ ม.6 ไปผมกับไอ้ซึงฮุนคงต้องแยกจากกันจริงๆแล้วล่ะครับ
แต่คงไม่เลิกติดต่อกันหรอกเรารู้จักกันมานาน ขาดมันไปคงรู้สึกแปลกๆ ผมไม่อยากฉุดมันไว้หรอกนะถ้ามันจะไปได้ดี
แล้วผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะตามมันไปไหวด้วย
เป็นไปตามคาดครับไม่รู้ผมเผลอหลับไปตอนไหน
ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็ไม่มีคนอยู่ในห้องแล้วเหลือแต่ไอ้ซึงฮุนที่นั่งกดเกมในมือถือของมันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ข้างๆ
“ไม่เรียกวะมึง”
ไม่มีเสียงตอบรับจากคนข้างๆครับ
หมั่นไส้ครับ สนใจแต่เกมแย่งเล่นแม่งเลยแล้วกัน ผมคว้ามือถือของไอ้ซึงฮุนมาเล่นแทนนั่นทำให้เจ้าตัวโวยวายนิดหน่อยแล้วก็นิ่งเงียบไป
เกมของมันก็สนุกดีครับเล่นเอาผมนั่งกดเพลินจนเสียงออดเลิกเรียนดังนั่นละผมถึงคืนมือถือให้มัน
เย็นนี้ผมกับไอ้ซึงฮุนว่าจะไปเดินตลาดกันนิดหน่อย
เห็นมันบ่นอยากหาซื้อเสื้อใหม่ซัก 2 – 3 ตัว
ผมกับมันก็เดินมาเรื่อยๆแวะร้านนู่นทีร้านนี้ที
ไม่เห็นซึงฮุนมันจะถูกใจเสื้อตัวไหนเลยสักตัว
คนเดินข้างๆอย่างผมก็เริ่มเหนื่อยครับ
“เฮ้ยมึงตรงนั้นมีร้านเทียน”
ผมหันมาพูดกับไอ้ซึงฮุนด้วยแววตาเปล่งประกายแล้วก็วิ่งมุ่งหน้ามาร้านเทียนหอมโดยไม่สนใจไอ้ซึงฮุนเลยซักนิด
ผมมาหยุดอยู่หน้าร้านเทียนหยิบกลิ่นนี้ดมทีกลิ่นนั้นดมที
“มึงๆกูชอบอันนี้ว่ะ มึงว่าหอมม่ะ”
พอรู้สึกว่ามีคนมายืนมองอยู่ข้างๆผมก็เลยยื่นเทียนให้ดมโดยไม่ทันได้มอง
มารู้อีกทีว่าคนที่ผมยื่นไปให้ไม่ใช่ไอ้เพื่อนซี้ตัวแสบแต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มากับแฟนของเขา
ก็ตอนที่โดนไอ้ซึงฮุนสะกิดแขนอีกข้างแล้วครับ เล่นเอาแฟนของสาวเจ้าจ้องผมตาเขม็งเลย
“มึงๆ กูอยู่ทางนี้”
“เอ้า”
อายครับ อยากจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีผมวางเทียนนั่นลงแล้วฉุดแขนเพื่อนออกมาจากร้านนั้นทันที
“ชอบแล้วไม่ซื้อวะ”
“ช่างแม่งกูอาย
ไอ้เหี้ยแฟนเขาไม่ต่อยกูก็บุญแล้ว”
เดินมาอีกซักพักเราสองคนก็มาหยุดอยู่ที่ร้านเสื้อยืดร้านประจำของไอ้ซึงฮุนที่อยู่เกือบท้ายตลาด
มากี่ครั้งมันก็ซื้ออยู่ร้านเดียวนี่ละครับ ร้านนี้ชอบเปิดเพลงคลอไปด้วยในร้าน
บางทีก็เปิดเสียงดังเผื่อแผ่ไปทั่วตลาดเลย
คนชอบเต้นอย่างไอ้ซึงฮุนก็สนุกสิครับเลือกเสื้อไปเลื้อยไป เหมือนคนบ้า
ซึงฮุนเลือกเสื้ออยู่สักพักมันก็หาเสื้อถูกใจได้สักที
“อะมึง จ่ายตังให้ทีนะเดี๋ยวกูมา”
“เอ้า ไรมึงวะ”
“เออกูปวดเยี่ยว เดี๋ยวกูมา”
ไอ้ซึงฮุนยื่นเงินให้ผมแล้ววิ่งเอามือกุมเป้ากางเกงออกไปจากร้านอย่างไม่อายสายตาชาวบ้านชาวช่องเลยสักนิด
สงสัยมันจะปวดมากจริงๆนั่นล่ะครับ วิ่งซะเร็วเชียว
หลังจากซื้อเสื้อเสร็จเรียบร้อยพวกผมก็แวะซื้อไอติมโคน
โคนละ 10 บาทมากินกันคนละโคนครับ แต่ไอ้คนข้างๆเหมือนจะไม่เข้าใจถึงคำว่าคนละโคน
“เฮ้ยชิมมั่งดิมึง”
“ก็รสมะนาวปกติป้ะ มึงไม่เคยกินไง๊”
“แทฮยอนอ่า กูขอชิมบ้างงงงงงง”
ไม่พูดเปล่าครับ ไอ้คนข้างๆเริ่มวิ่งวนไปรอบๆตัวผมพร้อมกับทำเสียงอ้อนปัญญาอ่อน
คือถ้าเป็นเด็กคงน่ารักแต่นี่มึงโตเป็นควายแล้วครับเพื่อน
“เออๆ”
จนแล้วจนรอดผมก็ต้องยื่นไอติมโคนในมือให้มันเลีย
“น่ารัก อื้มมมมม อร่อยโคตรรรรรรร”
ไอ้ซึงฮุนยื่นปากมาเลียไอติมรสมะนาวของผมไปหนึ่งครั้งก่อนจะทำตาโตแล้วเอ่ยชม
เพื่อนสนิทตรงหน้าผมกำลังเลียรสมะนาวจากไอติมในมือของผมอีกครั้ง
ไม่รู้ทำไมตอนนี้สายตาผมที่จ้องมองไอติมอยู่ในตอนแรกกลับไปโฟกัสอยู่ที่ริมฝีปากบางของเพื่อน
ลิ้นยาวที่ค่อยๆเลียไอติมที่เลอะปากเล็กน้อยหวังจะลิ้มรสทั้งหมดไม่ให้เหลือติดค้างที่ฝีปาก
มันช่าง.... เย้ายวน
เฮ้ยนี่ผมคิดอะไร ผมส่ายหัวแรงๆเพื่อไล่ความคิดแปลกๆออกจากหัว
ไม่รู้หมู่นี้ทำไมคิดอะไรหื่นกามแบบนี้กับคนข้างๆตลอด ประสาทแน่ๆ ผมควรจะหาแฟนซักคนเผื่ออะไรมันจะดีขึ้น
“พอเลยมึง”
ผมผลักหัวไอ้ซึงฮุนให้ออกไปห่างๆจากไอติมโคนในมือของผม
หลังจากกินไอติมกันจนหมดผมก็ชวนไอ้ซึงฮุนมาหลบสูบบุหรี่อยู่ที่ซอกตึกแคบๆไม่ไกลจากตลาด
หลังจากกินของหวานผมมักจะสูบบุหรี่
จำไม่ได้ว่าเริ่มสูบตอนไหนเหมือนกันรู้ตัวอีกทีก็มันติดเป็นนิสัยไปแล้ว
ไอ้ซึงฮุนคนไม่สูบบุหรี่ยืนมองอยู่ห่างๆ
มันเคยขอให้ผมเลิกหลายครั้งนะแต่ไม่รู้สิผมเลิกไม่ได้อ่ะ
มันก็เลยพยายามทำตัวให้ชินกับกลิ่นบุหรี่แทน
“เฮ้ยมึง ไอ้แทฮยอน !!!!!”
สูบบุหรี่ไปยังไม่ทันถึงครึ่งมวนผมก็ต้องปามันทิ้งฉุดแขนไอ้ซึงฮุนให้ออกวิ่ง
แต่ก็ไม่ทันซะแล้วในซอกตึกแคบๆที่โดนล้อมหน้าล้อมหลังแบบนี้
นอกจากเหาะได้ผมก็ไม่คิดว่าจะมีวิธีไหนหนีคู่อริพวกนี้ได้
ผมไปสร้างเรื่องไว้เยอะครับ ทั้งมองหน้าเขา
กวนตีนเขา แย่งแฟนเขา ฟันแล้วทิ้งน้องสาวพี่สาวเขา จนบางทีผมไม่รู้หรอกว่าไอ้พวกที่ตามมีเรื่องกับผมนี่มันไม่พอใจอะไรผม
ผมไม่ได้เป็นคนดีหรอกนะมีเรื่องประจำเหล้ายาบุหรี่เอาหมด แต่ยานี่เลิกแล้วครับไอ้ซึงฮุนขอไว้
ถ้าไม่มีไอ้ซึงฮุนผมคงติดคุกติดตารางไปนานแล้วก็ได้
เด็กนักเรียน ม.ปลาย 6
คนยืนล้อมหน้าล้อมหลังผมกับไอ้ซึงฮุนอยู่ ไม่มีทางหนีแล้วครับ
“มึงทิ้งน้องกู มึงต้องรับผิดชอบ”
“น้องมึงคนไหนวะ”
ไม่ได้กวนตีนครับแต่ผมจำไม่ได้จริงๆ
ผมหันไปมองหน้าไอ้ซึงฮุนที่เอามือล้วงกระเป๋าอย่างใจเย็น
ผมไม่ได้ห่วงตัวเองหรอกนะถ้าจะมีเรื่อง ผมเชื่อในฝีมือการต่อสู้ของตัวเองว่ายังไงก็เอาตัวรอดได้แน่ๆ
ห่วงก็แต่ไอ้คนข้างๆนอกจากเต้นกับเรียนดีแล้วมันต่อสู้ไม่เป็นหรอกครับ
หลังก็ไม่ค่อยจะดีอยู่ถ้ามันเป็นอะไรขึ้นมาผมจะทำยังไงละ คงต้องสั่งให้มันหลบตีนดีๆแล้วละ
ก่อนจะได้เอ่ยสั่งเพื่อนหมัดหนักๆก็กระแทรกเข้าหน้าผมเต็มๆ
ฝ่ายนั่นวิ่งเข้ามาหมายเอาชีวิตของผมกับไอ้ซึงฮุน ผมพยายามที่จะปกป้องเพื่อนทั้งเหวี่ยงหมัดทั้งถีบทั้งเตะ
แต่พวกมันมามากเหลือเกินผมคนเดียวจะต้านยังไงไหว
“ซอกตึกเก่า ข้างๆตลาด R”
ไม่รู้ทำไมไอ้ซึงฮุนถึงตะโกนชื่อสถานที่ออกมาแบบนั้น
ผมที่กำลังจะหันไปมองเพื่อนก็โดนไม้เบสบอลกระแทกหัวเข้าไปอย่างจัง
“ซ ซึง ซึง ฮุน”
แล้วสติของผมก็ดับวูบไป รู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ที่โรงพยาบาลแล้วครับ
ถามไปถามมาเลยรู้ว่าที่ไอ้ซึงฮุนยืนล้วงกระเป๋าอยู่คือมันกำลังกดโทรหาพี่ซึงฮยอนลูกพี่ลูกน้องคนสนิทของมัน
ผมเลยยังมีชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
หลังจากการมีเรื่องครั้งนั้นผมก็โดนสั่งห้ามไม่ให้พาไอ้ซึงฮุนไปเดินที่ตลาดนั้นอีกเลยครับ
ทั้งๆที่กะว่าวันหลังจะแวะไปซื้อเทียนที่ร้านนั้นซักหน่อย
แต่ก็ยังดีกว่าโดนสั่งให้เลิกคบละครับนี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมพาไอ้ซึงฮุนไปโดนกระทืบ
ที่บ้านมันเขายังให้มันคบผมเป็นเพื่อนอยู่ก็บุญแค่ไหนล่ะ
วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายของปลายภาคเทอม
2 แล้วครับ อีกไม่กี่เดือนผมก็จะกลายเป็นเด็ก ม.6 ที่ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย
เดาว่าช่วงนั้นไอ้ซึงฮุนต้องอ่านหนังสือจนไม่มีเวลาอยู่กับผมแน่ๆ
ถ้ามันยังอยากเป็นหมออยู่อ่ะนะ หลังสอบห้องเรามีนัดฉลองกันครับที่ร้านหมูกระทะป้าแย้มใกล้ๆบ้านผมนี่เอง
“มึงอย่าแดกเหล้านะ”
“ซักนิดก็ไม่ได้หรอวะ สอบเสร็จทั้งที”
“มึงคออ่อนอ่ะ
กูขี้เกียจดูแลตอนมึงเรื้อน”
“ใจร้ายนะมึง
ทีตัวเองแดกหยั่งกะน้ำเปล่า”
ผมกับไอ้ซึงฮุนเถียงกันเรื่องนี้ประจำครับ มันคออ่อนกินเหล้าไป 2 – 3
แก้วมันก็เมาคอพับแล้ว แต่ก็นั่นละผมไม่เคยห้ามมันได้ทันหรอก
ชอบแอบเอาแก้วของผมไปกิน
“อ้าวเฮ้ย ๆ”
พูดไม่ทันขาดคำไอ้ซึงฮุนก็ยกแก้วเหล้าของผมซัดเข้าปาก
“ไอ้เหี้ยนั่นเหล้าเพียว กูจะเอาไว้แกล้งไอ้แทฮยอนแท้ๆ”
เพื่อนคนที่มีชงเหล้าอยู่บ่นอุบอิบ
ต่อให้มันเป็นเหล้าเพียว กว่าที่ผมจะเมาก็คงหมดไปหลายขวดล่ะครับ แล้วอีกไม่กี่นาทีต่อมาไอ้ซึงฮุนมันก็คว้าแก้วคนอื่นไปกระดกอีกหนึ่งแก้ว
จากนั้นก็หลับครับ คอพับกลางโต๊ะ
“กูว่าแล้วไง”
ผมส่ายหัวอย่างระอา
ค่อยๆประคองร่างเพื่อนให้ลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าสองใบขึ้นสะพายและขอตัวกลับบ้านก่อน
งานฉลองมันไม่เคยสนุกเพราะผมต้องมานั่งดูแลมันทุกครั้งไงครับ
“พี่ซึงฮยอนครับ
วันนี้ซึงฮุนค้างบ้านผมนะครับ”
“ครับ เดี๋ยวพี่มารับมันพรุ่งนี้เช้าก็ได้ครับ”
“ครับ สวัสดีครับ”
ผมกดต่อสายหาพี่ซึงฮยอนเพื่อไม่ให้ที่บ้านต้องมานั่งเป็นห่วงไอ้ซึงฮุนที่จู่ๆก็ไม่กลับบ้าน
“อื้มมมมมมม”
ไอ้เพื่อนตัวดีเริ่มเรื้อนแล้วครับ
มันกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงของผมพลางส่งเสียงประหลาดๆออกมา
เห็นแบบนั้นผมเลยออกไปอาบน้ำก่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการกับไอ้สิงโตเรื้อนบนเตียงนั่นทีหลัง
อาบน้ำเสร็จผมก็หยิบกะละมังใส่น้ำมาเกือบเต็มพร้อมกับผ้าขนหนูเล็กๆอีกหนึ่งผืน
คงต้องเช็ดตัวให้มันก่อนล่ะนะจะได้นอนสบายๆ เดินเข้ามาเจอซึงฮุนที่นอนนิ่งอยู่สงสัยจะหลับไปแล้ว
ผมค่อยๆก้าวขึ้นเตียงเบาๆกลัวมันจะตื่นขึ้นมาโวยวาย
มือผมปลดกระดุมเสื้อของเพื่อนออกทีละเม็ด
ถอดเสื้อนักเรียนตัวบางกับเข็มขัดที่กางเกงออก ก่อนจะหันไปถอดถุงเท้าทั้งสองข้างต่อแล้วโยนไปข้างๆเตียง
ผมค่อยๆเอาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วเช็ดตามตัวไอ้ซึงฮุนอย่างเบามือ
ร่างขาวมีสีแดงระรื่อเพราะความร้อนจากแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ไอ้ซึงฮุนดูยั่วอารมณ์กามในตัวของผมมาก
ผมเอามือไปไกล่เกลี่ยบริเวณโหนกแก้มสีแดงระรื่อของเพื่อน
ใบหน้าค่อยๆเลื่อนเข้าหาแก้มแดงๆที่น่าหลงใหลนั่นผมค่อยๆกดจมูกฝังลงไปที่แก้มนิ่มของคนบนเตียงอย่างแผ่วเบา
กลิ่นตัวที่คุ้นเคยช่างหอมเหลือเกิน มือซนของผมเริ่มอยู่ไม่สุก
มันไล่วนอยู่บริเวณต้นขาของคนหมดสติ
ริมฝีปากของผมกำลังจะประกบเข้ากับริมฝีปากของเพื่อนรัก
“เฮ้ย”
ก่อนจะเผลอทำอะไรลงไปสมองก็สั่งการให้หยุดทุกการกระทำ
นี่เพื่อนนะไอ้แทฮยอน นี่เพื่อน ผมขยี้หัวแรงๆหลายทีก่อนจะลุกออกไปจากห้องพร้อมทั้งกะละมังและผ้าขนหนู
เห็นทีว่าต้องไปล้างหน้าไล่ความหื่นกามในสมองซักหน่อยละ
เปิดประตูห้องมาก็งงๆครับ ใครมันปิดไฟ
ผมว่าก่อนออกไปผมก็ไม่ได้ปิดนะ ขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปกดเปิดไฟ ก็มีแสงเล็กๆสว่างขึ้นมาจากข้างเตียงเสียก่อน
ผมเพ่งตามองไปยังไอ้คนตัวสูงที่เคยนอนสลบอยู่บนเตียงเมื่อครู่
ทำไมตอนนี้มันไปนั่งเล่นเทียนอยู่ข้างเตียงได้ล่ะ ซึงฮุนหันมากวักมือเรียกผมให้เข้าไปใกล้ๆ
“มึงจะจุดเทียนเล่นทำไม”
“ชู่”
ไอ้ซึงฮุนยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปากเป็นเชิงบอกให้เงียบๆ
“กูเคยไปซื้อกลิ่นนี้มาตอนไหนวะ”
“เห็นมึงบอกชอบ
วันนั้นตอนกลับจากห้องน้ำกูเลยแวะซื้อมา”
“แล้วเพิ่งให้กู ?”
“ของบางอย่างมันก็ต้องรอเวลาที่สมควรดิวะ
มึงแมร่งไม่โรแมนติกเลย”
เห็นเพื่อนพูดแบบนั้นผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
เราสองคนนั่งมองกันเงียบๆโดนมีเทียนแท่งเล็กๆกั้นกลางอยู่
“กูมีเรื่องจะปรึกษามึง”
ไอ้ซึงฮุนเป็นฝ่ายเปิดปากเอ่ยออกมาทำลายความเงียบ
“ว่า”
“กูคิดว่ากูกำลังมีความรัก”
สิ้นคำพูดของเพื่อนไอ้ก้อนเนื้อตรงอกซ้ายของผมก็กระตุกวูบ
“ใครวะ”
ผมเริ่มก้มหน้าก้มตามองแท่งเทียนตรงหน้า ไม่กล้าสบตาเล็กๆนั้น
กลัวมันจะรู้ถึงความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวผม
“กูไม่รู้ว่ากูไปรักเขาตอนไหน
มารู้ตัวอีกทีกูก็อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา อยากเจอหน้าทุกวัน อยากคุยกันทุกคืน แต่กูก็รู้ว่ากูกับเขามันคงเป็นไปไม่ได้
แล้วกูก็ไม่รู้ว่ากูควรจะบอกเขาไหม”
“กูถามว่าใคร”
คราวนี้เสียงของผมแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย รู้สึกเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้
“ทำไม มึงจะไปขู่ให้เค้ามาคบกับกูไง๊”
คนตรงหน้าแสร้งพูดเป็นน้ำเสียงตลก กลบเกลื่อนน้ำตาที่กำลังไหลออกมา
ผมไม่รู้ว่าทำไมน้ำตาของเพื่อนสนิทตรงหน้าถึงเอ่อร้นออกมามากมายขนาดนี้ ทำได้แค่เพียงยื่นมือออกไปปาดน้ำใสข้างแก้มแดงๆนั่นออก
“กูนะ เฝ้ามองเค้าอยู่ใกล้ๆ
ใกล้จนกูไม่กล้าบอกออกไปกลัวว่ากูจะเข้าใกล้เค้าไม่ได้อีก”
คนตรงหน้าเริ่มพูดออกมาพร้อมเสียงสะอื้น ผมไม่รู้ว่าควรจะปลอบมันยังไง
ผมไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้ ไม่เคยเห็นซึงฮุนร้องไห้หนักขนาดนี้
“ก กู ควรทำ ท ทำยังไง”
ร่างสูงเริ่มสะอื้นจนตัวโยน
ผมจะช่วยมันได้ยังไง แบ่งเบาความเจ็บมันมาได้บ้างรึเปล่า
“มึงชอบพี่ซึงฮยอนหรอ”
นั่นเป็นชื่อเดียวที่ผมนึกออก
เพราะนอกจากผมไอ้ซึงฮุนก็ไม่ได้ใกล้ชิดใครนอกจากพี่ซึงฮยอน แต่ผมคิดผิด
ซึงฮุนส่ายหน้าไปมาเบาๆ การที่มันเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดทำให้ผมเริ่มจะหงุดหงิด
“งั้นใคร”
“ฮึก ฮือออออ”
คนตรงหน้าปล่อยโฮออกมาเหมือนกับว่ามันเก็บกดมานานเหลือเกิน
“ถ้าจะไม่บอกกูจะมาปรึกษากูทำไม”
สิ่งที่ได้ยินกลับมามีแต่เสียงสะอื้นของคนตรงหน้า
ความสงสัยมันทำให้ผมเริ่มรำคาญ หงุดหงิด มันจะมีใครที่ใกล้ชิดกับไอ้ซึงฮุนนอกจากผมอีกหรอ......
“อีซึงฮุน”
ผมยกเทียนหอมที่กั้นกลางระหว่างเราทั้งสองคนออก
ขยับตัวไปนั่งเข่าชิดกับเข่าของไอ้ซึงฮุน
ยื่นแขนไปจับไหล่ทั้งสองข้างไว้ก่อนจะออกแรงบีบน้อยๆเพื่อให้มันเงยหน้าขึ้นมามองกันตรงๆ
“กูถามว่าใคร
เพราะนอกจากกูกับพี่ซึงฮยอนจะมีใครที่ใกล้ชิดมึงอีก”
ซึงฮุนไม่ตอบ
แววตาสั่นไว้ที่น้ำตาเอ่อร้นอยู่เต็มไปหมดนั่นกำลังจ้องมองผมอยู่
“ถ้ามึงไม่ตอบกู
กูจะคิดว่ามึงชอบกูแล้วนะ”
ผมพูดเสียงแข็งอีกครั้ง
แล้วเสียงสะอื้นที่เคยดังระงมอยู่ก็เงียบไป
เสียงพัดลมบนเพดานทำให้ในห้องไม่เงียบจนเกินไปนัก
หลังจากนิ่งเงียบมาสักพักซึงฮุนก็เริ่มออกแรงปัดมือที่จับไหล่ของมันไว้ออก
ผมออกแรงต้านการปัดนั่น จนตอนนี้รู้สึกว่าบีบไหล่ซึงฮุนแรงไปพอสมควร
“ป ปล่อย กูเจ็บ”
ซึงฮุนน้ำตาไหลอีกแล้ว
มันยังคงออกแรงปัดป้องผมทั้งๆที่ก็รู้ว่าตัวเองสู้แรงผมไม่ได้หรอก
“ฮึก ก กูบอกว่าปล่อย”
ปากก็เอ่ยซ้ำๆว่าปล่อย
แต่ตาเรียวเล็กคู่นั่นกลับไม่หันมามองผมเลยสักนิด
“ซึงฮุน”
ร่างบางหยุดการต่อต้าน
ตอนนี้มันแค่นั่งก้มหน้าร้องไห้เงียบๆอยู่ตรงหน้าผม เห็นแบบนั้นผมจึงค่อยๆดึงมันเข้ามากอดไว้
ฝ่ามือลูบหลังไปมาเพื่อปลอบโยนคนตรงหน้า
“มึงชอบกูจริงๆหรอ”
ผมถามย้ำอีกครั้ง
แรงสั่นน้อยๆจากการพยักหน้าของไอ้คนในอ้อมกอดที่บริเวณแผงอกของผมนั่นถือเป็นคำตอบที่ชัดเจน
ผมค่อยๆดึงคนตรงหน้าออกจากอ้อมกอดอย่างแผ่วเบา
เรียวมือค่อยๆช้อนคางของอีกฝ่ายให้เงยหน้ามาตบตากัน
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา
แก้มแดงระรื่อที่น่าจะเกิดจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ สายตาหวานเยิ้มกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ซึงฮุนคงกลัวที่จะผิดหวัง
ผมโน้มหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายจนจมูกของเราชนกัน
สายตาจดจ่ออยู่กับริมฝีปากอมชมพูของคนตรงหน้า ริมฝีปากที่ผมเพิ่งเข้าใจว่าตัวเองอยากได้มาครอบครองมากขนาดไหน
ตอนนี้มันอยู่ใกล้มาก อีกแค่ไม่กี่เซนติเมตรผมก็จะได้ครอบครองมัน
เปลือกตาของผมค่อยๆปิดลง
ผมเอียงหน้าเล็กน้อยให้ได้องศากดริมฝีปากลงบนรีมฝีปากบางของอีกคนอย่างระมัดระวัง
เพียงปากสัมผัสกันไม่ได้รุกล้ำอะไรไปมากกว่านั้น
ก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างซ้ายเริ่มเต้นถี่รัวอีกครั้ง
ผมถอนริมฝีปากออกจากปากของคนตรงหน้า สายตาของซึงฮุนดูตกใจกับการกระทำของผม
“ขอทะ..”
ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยคำขอโทษออกไปก็ถูกประกบจูบจากคนตรงหน้า
ซึงฮุนยื่นหน้ามาจูบผมไว้ การจูบที่ไม่รู้ประสีประสาจากคนตรงหน้าทำให้ผมได้แผลเล็กน้อยที่มุมปาก
ผมขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้เราสองคนแนบชิดกันมากขึ้น
ริมฝีปากเริ่มขยับหยอกล้อปากบางตรงหน้า ผมเม้มปากขบริมฝีปากล่างของอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะดูดปากนั่นแรงๆหลายครั้ง
จูบที่อ่อนโยนเริ่มรุมแรงมากขึ้นพร้อมๆกับองศาความร้อนบนตัวของเราทั้งสองคนที่พุ่งสูงขึ้นด้วย
ลิ้นร้อนไล่เลียกลีบปากของคนตรงหน้า อีกฝ่ายจึงเผยอปากเล็กน้อยเพื่อให้ลิ้นหยาบได้เข้าไปสำรวจด้านใน
ลิ้นหยาบที่คละคลุ้งไปด้วยความฟาดของบุหรี่เข้าไปสำรวจบริเวณภายในโพรงปากของคนตรงหน้าทุกซอกทุกมุม
จากจูบที่มีฝ่ายลุกล้ำอยู่เพียงฝ่ายเดียวตอนนี้อีกฝ่ายเริ่มขยับลิ้นตาม
ตวัดลิ้นไปมาหยอกล้อกันอยู่ในโพรงปากนั้น หยาดเหงื่อเริ่มเกาะตามตัวของทั้งคู่
ผมดูดปากแรงๆไปอีกครั้งก่อนจะถอนริมฝีปากออกมาเพื่อพักหายใจ แล้วกดจูบบดขยี้รุนแรงลงไปอีกครั้งจนอีกฝ่ายเริ่มส่งเสียงครางออกมา
“อ อื้อออ”
ซึงฮุนเริ่มออกแรงผลักผมออก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ
ผมฝังจมูกลงบนโหนกแก้มสูงนั้นอีกครั้งก่อนที่จะซุกไซร้ลงมาบริเวณต้นคอขาวของอีกคน
มือซนเริ่มลูบไล้แผ่นหลังของอีกฝ่ายอย่างสนุกมือ
“พ พอแล้ว อ๊ะ”
แขนแกร่งยกเอวร่างสูงตรงหน้าให้ขึ้นมานั่งบนตัก
ใบหน้าเลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ที่บริเวณหน้าอกบาง เรียวลิ้นดูดเลียตุ่มไตสีชมพูระรื่อที่แสนยั่วยวนของอีกฝ่าย
มือซนเริ่มลูบวนหน้าท้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ตะขอกางเกงนักเรียนของเพื่อนสนิท
ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตาเยิ้มของซึงฮุน
แรงปรารถนาที่มีมากมายเหลือเกินทำให้ผมขาดความยับยั้งชั่งใจ
กดจูบแรงๆฝังลงไปที่ฝีปากบางอีกครั้ง ซึงฮุนยกมือขึ้นกุมท้ายทอยของผมแล้วเริ่มจูบตอบอย่างเกๆกังๆ
ตอนนี้กามอารมณ์ของผมพุ่งสูงจนแกนกลางด้านล่างตื่นตัวเต็มที่แล้ว
“อ อ๊ะ”
ซึงฮุนถอนริมฝีปากออกด้วยความตกใจเพราะมือซนของผมปลดตะขอกางเกงออกเรียบร้อยแล้ว
“อื้มมมมมมม”
เสียงครางหวานดังออกมาจากลำคอของร่างสูงตรงหน้าอีกครั้ง
การมีอะไรเกินเลยกับเพื่อนสนิทมันเป็นเรื่องผิดรึเปล่าครับ ?
แต่ตอนนี้ผมคงไม่สนมันแล้วล่ะ ผมค่อยๆโน้มตัวให้ซึงฮุนเอนไปด้านหลังนอนราบกับพื้น
ปากก็ยังคงดูดร่างบางตรงหน้าไม่ยอมหยุด มือค่อยๆปลดเปลื้องชุดนอนลายทางสีขาวสลับเทาของตัวเองออกแล้วโยนมันทิ้งไป
วินาทีนี้ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็หยุดนัมแทฮยอนไม่อยู่แล้วครับ
หลังจากคืนนั้นซึงฮุนก็หายไปขาดการติดต่อทุกช่องทาง
ผมไม่รู้ควรจะทำยังไงจะไปตามหามันที่ไหน ทุกที่ที่เคยไปด้วยกันก็ไม่เคยเจอแม้แต่เงาของไอ้สิงโตตัวดีนั่น
เกือบเดือนแล้วที่ไม่เจอหน้า เกือบเดือนแล้วที่ไม่ได้พูดคุย ผมคิดถึง
คิดถึงอีซึงฮุน ไม่ใช่ในฐานะเพื่อน
.......แต่เป็นฐานะ คนรัก
ใครจะไปรู้ว่าไอ้ความคิดประหลาดๆของผมที่เป็นมาได้สักระยะและเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆตอนช่วงปลายเทอม
ม.5 คือการที่ผมตกหลุมรักเพื่อนตัวเอง
แต่สิ่งที่ดีกว่านั้นคือมันกับผมคิดเหมือนกัน
ที่ผมไม่เข้าใจคือ มันหายไปไหน...
‘ครืดดดดด ครืดดดดดดดดดดดดด’
เสียงมือถือซัมซุงฮีโร่เครื่องละ 699 บาทของผมสั่นอยู่บนโต๊ะหนังสือทำให้ผมรีบวิ่งไปดู
หวังเพียงแต่ว่าให้มันขึ้นโชว์เบอร์ของคนที่คิดถึงเหลือเกิน
“มึงหายไปไหนมา ทำไมกูติดต่อไม่ได้”
‘กูจะไปซื้อเสื้อ
รออยู่หน้าบ้านมึงเนี้ย ลงมา’
วิ่งออกมาหน้าบ้านก็พบร่างขาวสูงยืนยิ้มตาปิดอยู่ตรงหน้า
คิดถึงเหลือเกินผมไม่รอช้าพุ่งตัวออกไปโอบกอดคนตรงหน้าไว้แน่น
“มึงหายไปไหนมา รู้มั้ยว่ากูคิดถึงกูเป็นห่วงจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว”
“ก็หลังจาก น นอนกับมึงคืนนั้น ก
กูก็ไข้แดกอยู่ 2 อาทิตย์มือถือก็หาย มึงนั่นแหละไม่โผล่หน้ามาหากูที่บ้านบ้างเลยนะ”
“ก็กูถามพี่ซึงฮยอนเขาบอกมึงไม่อยู่บ้าน....
เป็นไข้สองอาทิตย์เลยหรอวะ มึงแมร่งอ่อนมากอะ”
“กูอยากได้เสื้อยืด ไปตลาด R
กัน”
เมื่อโดนแซวแบบนั้นไอ้คนที่เคยหน้าด้านก็เปลี่ยนเรื่องคุยเฉยเลยครับ
“เขาห้ามไม่ให้ไปไม่ใช่หรอวะ”
“มึงไม่บอกกูไม่บอก ใครจะรู้”
ผมเดินโอบเอวซึงฮุนไปเดินเลือกเสื้อกันที่ตลาดต้องห้ามนั่นอีกครั้ง
ไอ้ซึงฮุนแลดูมีความสุขมากเลยครับ มันได้เสื้อมาตั้ง 5 ตัว แถมมีเสื้อคู่ของผมกับมันด้วยอีกคนละตัว
เนื่องจากใช้พลังงานไปเยอะตอนนี้เลยแวะนั่งกินพัดไทยร้านยายจวงอยู่หน้าตลาด
“ตอนนี้มึงกับกูมีสถานะเป็นอะไรกันวะ”
จู่ๆไอ้คนข้างๆก็ทวงถามเรื่องสถานะระหว่างผมกับมันขึ้นมา
“เพื่อนที่ไหนเค้าใส่เสื้อคู่กันหรอมึง”
“ก็มีนะเพื่อนใส่เสื้อเหมือนกัน
แปลกตรงไหน”
ไอ้ซึงฮุนทำเป็นแสร้งไม่รู้ว่าผมหมายถึงอะไร
“เมียไง ควาย”
ไอ้ซึงฮุนยื่นมือมาผลักหัวผมแรงๆหนึ่งที
“เมียพ่อง”
“แหม
ทีตอนนอนร้องครางอยู่ใต้ร่างกูไม่เก่งงี้ว่ะ”
“เหี้ยนี่”
ซึงฮุนเอากำปั้นเล็กๆนั้นมาต่อยแขนผมเบาๆหนึ่งที
แก้มใสปรากฏสีเลือดฝาดจากความเขิน
“น่ารักเหี้ย”
ผมหันไปพูดก่อนจะขยี้ผมคนตรงหน้าเบาๆ
“นัมแทฮยอน ไม่เจอนานนะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นๆถูกเปล่งออกมาจากด้านหลังของซึงฮุน
วัยรุ่นหน้าตาเอาเรื่อง 3 คนที่อายุไล่เลี่ยกับผมกำลังยืนถือไม้เบสบอลอยู่ในมือ
“วันนั้นกูถูกพักการเรียนเพราะพี่ชายของเพื่อนมึง
กูต้องทำโทษแล้วละ”
ผมฉุดแขนยาวๆของซึงฮุนให้วิ่งหนีออกมาจากในร้าน
ตามแบบฉบับเรื่องน้ำเน่าผมต้องวิ่งโง่ๆมาหยุดอยู่ที่ซอยตันแคบๆแห่งหนึ่ง
แล้วมันก็เป็นไปตามพล็อตเรื่องนั่นละครับผมพาซึงฮุนมาหยุดอยู่ทีซอยตันจริงๆ
ผมดันร่างสูงให้มายืนอยู่ด้านหลัง
การต่อสู้เริ่มเปิดฉากขึ้นอีกครั้งโดยมีผมเป็นศูนย์กลาง
ไอ้ซึงฮุนที่พยายามปกป้องตัวเองมันทั้งเตะทั้งต่อยเพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วงผม
ขณะที่กำลังจะถีบคู่อริตรงหน้าที่ด้านหลังผมก็มีชายอีคนยกไม้เบสบอลที่มีลวดหนามพันไว้ขึ้นสูงหวังจะฟาดหัวผมอย่างเต็มแรง
“แทฮยอน !!!!”
ภาพตรงหน้าทำเอาหัวใจผมแทบแตกสลาย
ร่างสูงที่ผลักผมให้พ้นวิถีไม้ค่อยๆทรุดตัวลงตรงหน้า เลือดสีแดงข้นค่อยๆไหลออกมาช้าๆ
“โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”
สติผมขาดไปแล้วผมทั้งเตะทั้งต่อยกลุ่มวัยรุ่นตรงหน้าสุดแรงเท่าที่มี
งัดทุกกระบวนท่าแม่ไม้มวยไทยมาใช้ในการต่อสู้ ร่างทั้งสามนอนกองอยู่คนละทิศคนละทาง
พอหันมามองร่างสูงที่นอนไร้สติแน่นิ่งอยู่หัวใจที่เคยเต้นถี่รัวเพราะความเหนื่อยก็แทบจะดับวูบ
ผมแบกร่างสูงนั่นขึ้นหลังก่อนจะวิ่งออกมาโบกแท็กซี่ไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
“ซึงฮุน มึงต้องไม่เป็นอะไร”
ผมกอดร่างที่นอนนิ่งไว้อย่างหลวมๆกลัวว่าร่างตรงหน้าจะบุบสลายหายไป
“ก กู กูยังไม่ได้บอกรักมึงซักคำเลยนะ”
.
.
.
.
.
.
.
“เมียครับ กูไปทำงานก่อนนะ”
ผมยื่นมือไปปัดผมหน้าม้าที่เริ่มยาวของคนรัก
ค่อยๆโน้มหน้าลงไปฝังริมฝีปากบนหน้าผากน้อยๆของคนตรงหน้า
“เดี๋ยวกูกลับมาตัดผมให้นะ”
ห้อง 905 ห้องพิเศษในโรงพยาบาลที่ผมกินอยู่หลับนอนทุกวัน
หลังจากการทะเลาะวิวาทครั้งนั้นซึงฮุนก็ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย
นายหลับนานเกินไปแล้วนะ ฝันดีอะไรรึไงถึงไม่ยอมตื่น
ผมลูบแก้มใสอย่างทะนุถนอมปาดน้ำตาที่จู่ๆก็ไหลออกมาก่อนจะลุกออกจากห้องไป
เหตุการณ์วันนั้นทำให้ผมตัดสินใจว่าจะเรียนหมอ
ผมนอนหามรุ่งหามค่ำทุกวันเพื่ออ่านหนังสือเตรียมสอบ
จากคนไม่เอาไหนไม่ตั้งใจเรียนล่องลอยไปวันๆอย่างผมก็กลายเป็นเด็กเรียนดีและสอบติดคณะแพทย์ศาสตร์ในที่สุด
ตอนสอบว่ายากแล้วตอนเรียนยากกว่าหลายเท่าตัว
ผมโทรมจนแทบจะเหมือนซอมบี้เดินได้
หลับหูหลับตาเรียนแทบจะไม่ได้พักผ่อน วันไหนที่ท้อผมจะมานั่งปรับทุกข์ให้ร่างไร้สตินั่นฟังเสมอ
ทั้งหมดทั้งมวนนี้ก็เพื่อจะได้มาดูแลคนรักของผม
จนกระทั่งเรียนจบผมก็ได้บรรจุเข้าโรงพยาบาลที่ซึงฮุนรักษาตัว
ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เป็นแพทย์ประจำเคสของซึงฮุน ตอนนี้ก็ผ่านมา 8 ปีแล้ว 8
ปีที่อีซึงฮุนไม่ฟื้นขึ้นมา ซึงฮุนเคยบอกผมว่าของบางอย่างต้องรอให้ถึงเวลาที่สมควรก่อนถึงจะได้มันมา
แต่ผมว่านี่มันนานเกินไปแล้ว
ผมพยายามศึกษาทุกอย่างที่จะพอมีโอกาสทำให้ซึงฮุนฟื้นขึ้นมาแต่มันก็ไม่สำเร็จ
ตอนนี้ผมทำได้แค่เฝ้ารอปาฏิหาริย์
รอปาฏิหาริย์ที่จะทำให้เมียรักของผมตื่นขึ้นมาอีกครั้ง...... ผมจะรอ
.
.
.
“คุณหมอคะ คนไข้ห้อง 905 ฟื้นแล้วค่ะ”
My
Goal/End
-
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ฟิคสั้นเรื่องที่สองที่เคยแต่งเลยนะเนี้ย
ตอนนั้นอยากแต่งนัมแบดๆ
พี่ฮุนเลยเคะไป
บล็อกโดนแบนอีกแล้ว ฮึก สะเทือนใจที่สุด
รีอัพครับผม
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน เย้

ฮือออออออออออออ ฮุนหลับยาวไปนะพี่ฮุนเคะอันเดวววววววว สนุกมากคะขอบคุณนะคะไรท์
ReplyDelete