Tuesday, August 11, 2015

[OS] My Goal.



My Goal.





PairingTaehyun x Seunghoon
Rate : 15+




โตขึ้นฝันอยากเป็นอะไรกันคะนักเรียน


          ช่างเป็นประโยคคำถามที่น่าเบื่อหน่าย ตั้งแต่เรียนมาจนถึงตอนนี้ก็โดนอาจารย์ถามมาไม่รู้จักกี่รอบต่อกี่รอบ เป็นคำถามที่นัมแทฮยอนไม่เคยให้คำตอบได้เหมือนกันซักครั้ง





“คิดไว้รึยังวะ จบ ม.6 จะต่อคณะอะไร”


         ผมเอ่ยถามเพื่อนซี้ที่นั่งเคี้ยวแซนวิชหมูหยองน้ำสลัดชิ้นละ 13 บาทที่ผมซื้อมาจาก 7-11 เมื่อเช้า เออครับนั่นของกูแย่งไปกินหน้าตาเฉยเลยครับเป็นเพื่อนที่ดีเหลือเกิน


“คงหมอละมั่ง”


          พูดออกมาทั้งๆที่ปากยังคงเคี้ยวแซนวิชตุ้ยๆ นอกจากจะไร้มารยาทแล้วยังเลอะเทอะน่าเกลียดอีกด้วย


“อย่างมึงอ่ะนะ กูเห็นวันๆเอาแต่เต้นแร้งเต้นกา จะเรียนหมอ ฮ เฮ้ยยย”


          ไอ้เพื่อนข้างๆมันไม่พูดอะไรครับ แค่ยกมือขึ้นมาตบหัวผมจนหน้าเกือบทิ่ม


“ทำไมอยากเรียนหมอวะ”
“หมาบางตัวชอบมีเรื่องไง กูกลัวมันตายก่อนกู เป็นหมอคอยช่วยรักษาหมามันหน่อยก็ดี”


          พูดเสร็จมันก็หันมายักคิ้วใส่แล้วก็ลุกออกไป คงคิดว่าเท่... แต่ผมชอบประโยคที่มันเพิ่งพูดออกมานะ คอยรักษาหมาบางตัว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบ อาจจะเป็นเพราะหมาในประโยคน่าจะเป็นผมละมั่งผมเลยชอบ


“กวนตีน”
“เออเร็ว เดี๋ยวสาย”


          ซึงฮุนหันมาเรียกผมให้วิ่งตามออกไปก่อนที่จะเข้าเรียนสาย มันเป็นเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่อนุบาลของผมครับ ผมเรียนห้องเดียวกับมันมาตลอดจนตอนนี้ ม.5 แล้วก็ยังเรียนอยู่ห้องเดียวกัน เราทั้งคู่เป็นคนฉลาดแต่ทั้งผมและมันก็ไม่ค่อยเอาดีเรื่องเรียนเท่าไหร่นักจริงๆอาจจะเป็นผมคนเดียวที่ไม่เอาดีด้านการเรียน


          ซึงฮุนมันเป็นเด็กหัวกะทิของห้องเลยครับ การบงการบ้านผมนี่ลอกมันแทบจะทั้งหมด แต่ข้อสอบไม่เคยลอกนะครับอ่านหนังสือสอบเองเหมือนกัน เห็นวันๆไอ้ซึงฮุนเอาแต่เต้นแร้งเต้นกาเล่นอะไรเพี้ยนๆไปตามภาษามันแต่เกรดมันนี่เกือบท็อปห้องเลยนะ


          ผิดกับผมที่ชอบศิลปะชอบประวัติศาสตร์ ขีดๆเขียนๆอะไรไปเรื่อยเปื่อยแต่ก็ไม่รู้ว่าจะดันทุรังมาเรียนแผนหนึ่งวิทย์-คณิตตามไอ้ซึงฮุนมันทำไม ปวดสมองมากครับทั้งสูตรฟิสิกส์ เคมี คณิต ไม่รวมชีวะที่แมร่งออกสอบทีทั้งเล่มอีก รู้สึกทรมานรอยหยักในสมองมาก ถึงเกรดผมจะอยู่ในระดับกลางๆแต่ผมว่าถ้าผมไปเรียนพวกสายศิลป์เกรดน่าจะดีกว่านี้นะ ผมยังแอบไปประกวดวาดรูปประกวดแต่งเพลงแต่งกลอนบ้างอยู่บ่อยๆเลย



“วันนี้จะมีรุ่นพี่ศิษย์เก่ามาแนะแนวเกี่ยวกับคณะต่างๆให้เราฟังนะจ๊ะ”


          คาบแนะแนวครับ..... น่าเบื่อ จริงๆไม่ต้องเข้าก็ได้แต่ไอ้ซึงฮุนก็ลากมาด้วยเหตุผลที่ว่า


มึงควรจะมองหาคณะที่อยากเรียนได้แล้วนะ เกรดเหี้ยขึ้นมาสอบไม่ติดคะแนนไม่ถึงแอดไม่ได้ ซวยนะมึง


          ขี้เกียจฟังมันบ่นครับก็เลยตามๆเข้ามา นี่อีกซักพักผมคงหลับคาโต๊ะไปตามระเบียบละครับ จริงๆผมก็มองๆไว้บ้างแล้วนะว่าตัวเองจะไปต่อคณะอะไรดี คือถ้าให้ไปพวกแพทย์ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ผมคงไปไม่ไหวหรอก ผมเป็นประเภททำความเข้าใจอะไรยาก ไม่ชอบอะไรที่มันมีแบบแผนมากมายนัก ผมว่าผมคงไม่เหมาะกับพวกนั้นเท่าไหร่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์หรือศิลปกรรมศาสตร์จึงเป็นทางเลือกหลักๆของผม


          พอคิดมาถึงตรงนี้จบ ม.6 ไปผมกับไอ้ซึงฮุนคงต้องแยกจากกันจริงๆแล้วล่ะครับ แต่คงไม่เลิกติดต่อกันหรอกเรารู้จักกันมานาน ขาดมันไปคงรู้สึกแปลกๆ ผมไม่อยากฉุดมันไว้หรอกนะถ้ามันจะไปได้ดี แล้วผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะตามมันไปไหวด้วย




          เป็นไปตามคาดครับไม่รู้ผมเผลอหลับไปตอนไหน ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็ไม่มีคนอยู่ในห้องแล้วเหลือแต่ไอ้ซึงฮุนที่นั่งกดเกมในมือถือของมันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ข้างๆ


“ไม่เรียกวะมึง”


           ไม่มีเสียงตอบรับจากคนข้างๆครับ หมั่นไส้ครับ สนใจแต่เกมแย่งเล่นแม่งเลยแล้วกัน ผมคว้ามือถือของไอ้ซึงฮุนมาเล่นแทนนั่นทำให้เจ้าตัวโวยวายนิดหน่อยแล้วก็นิ่งเงียบไป เกมของมันก็สนุกดีครับเล่นเอาผมนั่งกดเพลินจนเสียงออดเลิกเรียนดังนั่นละผมถึงคืนมือถือให้มัน


          เย็นนี้ผมกับไอ้ซึงฮุนว่าจะไปเดินตลาดกันนิดหน่อย เห็นมันบ่นอยากหาซื้อเสื้อใหม่ซัก 2 – 3 ตัว ผมกับมันก็เดินมาเรื่อยๆแวะร้านนู่นทีร้านนี้ที ไม่เห็นซึงฮุนมันจะถูกใจเสื้อตัวไหนเลยสักตัว คนเดินข้างๆอย่างผมก็เริ่มเหนื่อยครับ


“เฮ้ยมึงตรงนั้นมีร้านเทียน”


          ผมหันมาพูดกับไอ้ซึงฮุนด้วยแววตาเปล่งประกายแล้วก็วิ่งมุ่งหน้ามาร้านเทียนหอมโดยไม่สนใจไอ้ซึงฮุนเลยซักนิด ผมมาหยุดอยู่หน้าร้านเทียนหยิบกลิ่นนี้ดมทีกลิ่นนั้นดมที


“มึงๆกูชอบอันนี้ว่ะ มึงว่าหอมม่ะ”


          พอรู้สึกว่ามีคนมายืนมองอยู่ข้างๆผมก็เลยยื่นเทียนให้ดมโดยไม่ทันได้มอง มารู้อีกทีว่าคนที่ผมยื่นไปให้ไม่ใช่ไอ้เพื่อนซี้ตัวแสบแต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มากับแฟนของเขา ก็ตอนที่โดนไอ้ซึงฮุนสะกิดแขนอีกข้างแล้วครับ เล่นเอาแฟนของสาวเจ้าจ้องผมตาเขม็งเลย


“มึงๆ กูอยู่ทางนี้”
“เอ้า”


          อายครับ อยากจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีผมวางเทียนนั่นลงแล้วฉุดแขนเพื่อนออกมาจากร้านนั้นทันที


“ชอบแล้วไม่ซื้อวะ”
“ช่างแม่งกูอาย ไอ้เหี้ยแฟนเขาไม่ต่อยกูก็บุญแล้ว”


          เดินมาอีกซักพักเราสองคนก็มาหยุดอยู่ที่ร้านเสื้อยืดร้านประจำของไอ้ซึงฮุนที่อยู่เกือบท้ายตลาด มากี่ครั้งมันก็ซื้ออยู่ร้านเดียวนี่ละครับ ร้านนี้ชอบเปิดเพลงคลอไปด้วยในร้าน บางทีก็เปิดเสียงดังเผื่อแผ่ไปทั่วตลาดเลย คนชอบเต้นอย่างไอ้ซึงฮุนก็สนุกสิครับเลือกเสื้อไปเลื้อยไป เหมือนคนบ้า


          ซึงฮุนเลือกเสื้ออยู่สักพักมันก็หาเสื้อถูกใจได้สักที


“อะมึง จ่ายตังให้ทีนะเดี๋ยวกูมา”
“เอ้า ไรมึงวะ”
“เออกูปวดเยี่ยว เดี๋ยวกูมา”


          ไอ้ซึงฮุนยื่นเงินให้ผมแล้ววิ่งเอามือกุมเป้ากางเกงออกไปจากร้านอย่างไม่อายสายตาชาวบ้านชาวช่องเลยสักนิด สงสัยมันจะปวดมากจริงๆนั่นล่ะครับ วิ่งซะเร็วเชียว


          หลังจากซื้อเสื้อเสร็จเรียบร้อยพวกผมก็แวะซื้อไอติมโคน โคนละ 10 บาทมากินกันคนละโคนครับ แต่ไอ้คนข้างๆเหมือนจะไม่เข้าใจถึงคำว่าคนละโคน


“เฮ้ยชิมมั่งดิมึง”
“ก็รสมะนาวปกติป้ะ มึงไม่เคยกินไง๊”
“แทฮยอนอ่า กูขอชิมบ้างงงงงงง”


          ไม่พูดเปล่าครับ ไอ้คนข้างๆเริ่มวิ่งวนไปรอบๆตัวผมพร้อมกับทำเสียงอ้อนปัญญาอ่อน คือถ้าเป็นเด็กคงน่ารักแต่นี่มึงโตเป็นควายแล้วครับเพื่อน


“เออๆ”


          จนแล้วจนรอดผมก็ต้องยื่นไอติมโคนในมือให้มันเลีย


“น่ารัก อื้มมมมม อร่อยโคตรรรรรรร”


           ไอ้ซึงฮุนยื่นปากมาเลียไอติมรสมะนาวของผมไปหนึ่งครั้งก่อนจะทำตาโตแล้วเอ่ยชม เพื่อนสนิทตรงหน้าผมกำลังเลียรสมะนาวจากไอติมในมือของผมอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมตอนนี้สายตาผมที่จ้องมองไอติมอยู่ในตอนแรกกลับไปโฟกัสอยู่ที่ริมฝีปากบางของเพื่อน ลิ้นยาวที่ค่อยๆเลียไอติมที่เลอะปากเล็กน้อยหวังจะลิ้มรสทั้งหมดไม่ให้เหลือติดค้างที่ฝีปาก มันช่าง.... เย้ายวน



          เฮ้ยนี่ผมคิดอะไร ผมส่ายหัวแรงๆเพื่อไล่ความคิดแปลกๆออกจากหัว ไม่รู้หมู่นี้ทำไมคิดอะไรหื่นกามแบบนี้กับคนข้างๆตลอด ประสาทแน่ๆ ผมควรจะหาแฟนซักคนเผื่ออะไรมันจะดีขึ้น


“พอเลยมึง”


          ผมผลักหัวไอ้ซึงฮุนให้ออกไปห่างๆจากไอติมโคนในมือของผม


          หลังจากกินไอติมกันจนหมดผมก็ชวนไอ้ซึงฮุนมาหลบสูบบุหรี่อยู่ที่ซอกตึกแคบๆไม่ไกลจากตลาด หลังจากกินของหวานผมมักจะสูบบุหรี่ จำไม่ได้ว่าเริ่มสูบตอนไหนเหมือนกันรู้ตัวอีกทีก็มันติดเป็นนิสัยไปแล้ว
ไอ้ซึงฮุนคนไม่สูบบุหรี่ยืนมองอยู่ห่างๆ มันเคยขอให้ผมเลิกหลายครั้งนะแต่ไม่รู้สิผมเลิกไม่ได้อ่ะ มันก็เลยพยายามทำตัวให้ชินกับกลิ่นบุหรี่แทน


“เฮ้ยมึง ไอ้แทฮยอน !!!!!


          สูบบุหรี่ไปยังไม่ทันถึงครึ่งมวนผมก็ต้องปามันทิ้งฉุดแขนไอ้ซึงฮุนให้ออกวิ่ง แต่ก็ไม่ทันซะแล้วในซอกตึกแคบๆที่โดนล้อมหน้าล้อมหลังแบบนี้ นอกจากเหาะได้ผมก็ไม่คิดว่าจะมีวิธีไหนหนีคู่อริพวกนี้ได้


          ผมไปสร้างเรื่องไว้เยอะครับ ทั้งมองหน้าเขา กวนตีนเขา แย่งแฟนเขา ฟันแล้วทิ้งน้องสาวพี่สาวเขา จนบางทีผมไม่รู้หรอกว่าไอ้พวกที่ตามมีเรื่องกับผมนี่มันไม่พอใจอะไรผม ผมไม่ได้เป็นคนดีหรอกนะมีเรื่องประจำเหล้ายาบุหรี่เอาหมด  แต่ยานี่เลิกแล้วครับไอ้ซึงฮุนขอไว้ ถ้าไม่มีไอ้ซึงฮุนผมคงติดคุกติดตารางไปนานแล้วก็ได้


          เด็กนักเรียน ม.ปลาย 6 คนยืนล้อมหน้าล้อมหลังผมกับไอ้ซึงฮุนอยู่ ไม่มีทางหนีแล้วครับ


“มึงทิ้งน้องกู มึงต้องรับผิดชอบ”
“น้องมึงคนไหนวะ”


          ไม่ได้กวนตีนครับแต่ผมจำไม่ได้จริงๆ ผมหันไปมองหน้าไอ้ซึงฮุนที่เอามือล้วงกระเป๋าอย่างใจเย็น ผมไม่ได้ห่วงตัวเองหรอกนะถ้าจะมีเรื่อง ผมเชื่อในฝีมือการต่อสู้ของตัวเองว่ายังไงก็เอาตัวรอดได้แน่ๆ ห่วงก็แต่ไอ้คนข้างๆนอกจากเต้นกับเรียนดีแล้วมันต่อสู้ไม่เป็นหรอกครับ หลังก็ไม่ค่อยจะดีอยู่ถ้ามันเป็นอะไรขึ้นมาผมจะทำยังไงละ คงต้องสั่งให้มันหลบตีนดีๆแล้วละ


          ก่อนจะได้เอ่ยสั่งเพื่อนหมัดหนักๆก็กระแทรกเข้าหน้าผมเต็มๆ ฝ่ายนั่นวิ่งเข้ามาหมายเอาชีวิตของผมกับไอ้ซึงฮุน ผมพยายามที่จะปกป้องเพื่อนทั้งเหวี่ยงหมัดทั้งถีบทั้งเตะ แต่พวกมันมามากเหลือเกินผมคนเดียวจะต้านยังไงไหว


“ซอกตึกเก่า ข้างๆตลาด R
ั่นทำให้ บนั่
อกตึกเก่า ข้างๆตลาด มันมามากเหลือเกินผมคนเดียวจะต้านยังไงไหว
ของตัวเอง ห่วงก็แต่ไอ้คนข้างๆ นอกจากเต้นกับเรียนดีแล้วมันต่อสู้ไม่
          ไม่รู้ทำไมไอ้ซึงฮุนถึงตะโกนชื่อสถานที่ออกมาแบบนั้น ผมที่กำลังจะหันไปมองเพื่อนก็โดนไม้เบสบอลกระแทกหัวเข้าไปอย่างจัง


“ซ ซึง ซึง ฮุน”





          แล้วสติของผมก็ดับวูบไป รู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ที่โรงพยาบาลแล้วครับ ถามไปถามมาเลยรู้ว่าที่ไอ้ซึงฮุนยืนล้วงกระเป๋าอยู่คือมันกำลังกดโทรหาพี่ซึงฮยอนลูกพี่ลูกน้องคนสนิทของมัน ผมเลยยังมีชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิด


          หลังจากการมีเรื่องครั้งนั้นผมก็โดนสั่งห้ามไม่ให้พาไอ้ซึงฮุนไปเดินที่ตลาดนั้นอีกเลยครับ ทั้งๆที่กะว่าวันหลังจะแวะไปซื้อเทียนที่ร้านนั้นซักหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าโดนสั่งให้เลิกคบละครับนี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมพาไอ้ซึงฮุนไปโดนกระทืบ ที่บ้านมันเขายังให้มันคบผมเป็นเพื่อนอยู่ก็บุญแค่ไหนล่ะ


          วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายของปลายภาคเทอม 2 แล้วครับ อีกไม่กี่เดือนผมก็จะกลายเป็นเด็ก ม.6 ที่ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย เดาว่าช่วงนั้นไอ้ซึงฮุนต้องอ่านหนังสือจนไม่มีเวลาอยู่กับผมแน่ๆ ถ้ามันยังอยากเป็นหมออยู่อ่ะนะ หลังสอบห้องเรามีนัดฉลองกันครับที่ร้านหมูกระทะป้าแย้มใกล้ๆบ้านผมนี่เอง


“มึงอย่าแดกเหล้านะ”
“ซักนิดก็ไม่ได้หรอวะ สอบเสร็จทั้งที”
“มึงคออ่อนอ่ะ กูขี้เกียจดูแลตอนมึงเรื้อน”
“ใจร้ายนะมึง ทีตัวเองแดกหยั่งกะน้ำเปล่า”


          ผมกับไอ้ซึงฮุนเถียงกันเรื่องนี้ประจำครับ มันคออ่อนกินเหล้าไป 2 – 3 แก้วมันก็เมาคอพับแล้ว แต่ก็นั่นละผมไม่เคยห้ามมันได้ทันหรอก ชอบแอบเอาแก้วของผมไปกิน


“อ้าวเฮ้ย ๆ”


           พูดไม่ทันขาดคำไอ้ซึงฮุนก็ยกแก้วเหล้าของผมซัดเข้าปาก


“ไอ้เหี้ยนั่นเหล้าเพียว กูจะเอาไว้แกล้งไอ้แทฮยอนแท้ๆ”


          เพื่อนคนที่มีชงเหล้าอยู่บ่นอุบอิบ ต่อให้มันเป็นเหล้าเพียว กว่าที่ผมจะเมาก็คงหมดไปหลายขวดล่ะครับ แล้วอีกไม่กี่นาทีต่อมาไอ้ซึงฮุนมันก็คว้าแก้วคนอื่นไปกระดกอีกหนึ่งแก้ว จากนั้นก็หลับครับ คอพับกลางโต๊ะ


“กูว่าแล้วไง”


          ผมส่ายหัวอย่างระอา ค่อยๆประคองร่างเพื่อนให้ลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าสองใบขึ้นสะพายและขอตัวกลับบ้านก่อน งานฉลองมันไม่เคยสนุกเพราะผมต้องมานั่งดูแลมันทุกครั้งไงครับ


“พี่ซึงฮยอนครับ วันนี้ซึงฮุนค้างบ้านผมนะครับ”

“ครับ เดี๋ยวพี่มารับมันพรุ่งนี้เช้าก็ได้ครับ”

“ครับ สวัสดีครับ”


          ผมกดต่อสายหาพี่ซึงฮยอนเพื่อไม่ให้ที่บ้านต้องมานั่งเป็นห่วงไอ้ซึงฮุนที่จู่ๆก็ไม่กลับบ้าน


“อื้มมมมมมม”


          ไอ้เพื่อนตัวดีเริ่มเรื้อนแล้วครับ มันกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงของผมพลางส่งเสียงประหลาดๆออกมา เห็นแบบนั้นผมเลยออกไปอาบน้ำก่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการกับไอ้สิงโตเรื้อนบนเตียงนั่นทีหลัง


          อาบน้ำเสร็จผมก็หยิบกะละมังใส่น้ำมาเกือบเต็มพร้อมกับผ้าขนหนูเล็กๆอีกหนึ่งผืน คงต้องเช็ดตัวให้มันก่อนล่ะนะจะได้นอนสบายๆ เดินเข้ามาเจอซึงฮุนที่นอนนิ่งอยู่สงสัยจะหลับไปแล้ว ผมค่อยๆก้าวขึ้นเตียงเบาๆกลัวมันจะตื่นขึ้นมาโวยวาย


          มือผมปลดกระดุมเสื้อของเพื่อนออกทีละเม็ด ถอดเสื้อนักเรียนตัวบางกับเข็มขัดที่กางเกงออก ก่อนจะหันไปถอดถุงเท้าทั้งสองข้างต่อแล้วโยนไปข้างๆเตียง ผมค่อยๆเอาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วเช็ดตามตัวไอ้ซึงฮุนอย่างเบามือ ร่างขาวมีสีแดงระรื่อเพราะความร้อนจากแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ไอ้ซึงฮุนดูยั่วอารมณ์กามในตัวของผมมาก
         กล่เกลี่ยบริเวณโหนกแก้มสีแดงระรื่อของเพื่อน ใบหน้าค่อยๆเลื่อนเข้าหาแก้มแดงๆที่น่าหลงใหลนั้นลกนไปข้างๆเตียงงขึ้นมาเสียก


          ผมเอามือไปไกล่เกลี่ยบริเวณโหนกแก้มสีแดงระรื่อของเพื่อน ใบหน้าค่อยๆเลื่อนเข้าหาแก้มแดงๆที่น่าหลงใหลนั่นผมค่อยๆกดจมูกฝังลงไปที่แก้มนิ่มของคนบนเตียงอย่างแผ่วเบา กลิ่นตัวที่คุ้นเคยช่างหอมเหลือเกิน มือซนของผมเริ่มอยู่ไม่สุก มันไล่วนอยู่บริเวณต้นขาของคนหมดสติ ริมฝีปากของผมกำลังจะประกบเข้ากับริมฝีปากของเพื่อนรัก


“เฮ้ย”


          ก่อนจะเผลอทำอะไรลงไปสมองก็สั่งการให้หยุดทุกการกระทำ นี่เพื่อนนะไอ้แทฮยอน นี่เพื่อน ผมขยี้หัวแรงๆหลายทีก่อนจะลุกออกไปจากห้องพร้อมทั้งกะละมังและผ้าขนหนู เห็นทีว่าต้องไปล้างหน้าไล่ความหื่นกามในสมองซักหน่อยละ


          เปิดประตูห้องมาก็งงๆครับ ใครมันปิดไฟ ผมว่าก่อนออกไปผมก็ไม่ได้ปิดนะ ขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปกดเปิดไฟ ก็มีแสงเล็กๆสว่างขึ้นมาจากข้างเตียงเสียก่อน ผมเพ่งตามองไปยังไอ้คนตัวสูงที่เคยนอนสลบอยู่บนเตียงเมื่อครู่ ทำไมตอนนี้มันไปนั่งเล่นเทียนอยู่ข้างเตียงได้ล่ะ ซึงฮุนหันมากวักมือเรียกผมให้เข้าไปใกล้ๆ


“มึงจะจุดเทียนเล่นทำไม”
“ชู่”


          ไอ้ซึงฮุนยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปากเป็นเชิงบอกให้เงียบๆ


“กูเคยไปซื้อกลิ่นนี้มาตอนไหนวะ”
“เห็นมึงบอกชอบ วันนั้นตอนกลับจากห้องน้ำกูเลยแวะซื้อมา”
“แล้วเพิ่งให้กู ?”
“ของบางอย่างมันก็ต้องรอเวลาที่สมควรดิวะ มึงแมร่งไม่โรแมนติกเลย”


          เห็นเพื่อนพูดแบบนั้นผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เราสองคนนั่งมองกันเงียบๆโดนมีเทียนแท่งเล็กๆกั้นกลางอยู่


“กูมีเรื่องจะปรึกษามึง”


          ไอ้ซึงฮุนเป็นฝ่ายเปิดปากเอ่ยออกมาทำลายความเงียบลงนั้นผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อครับงรอให้ถึงเวลาที่สมควรก่อนถึงจะได้มันมา แต่ผมว่านี่มันนานเกินไปแล้ว


“ว่า”
“กูคิดว่ากูกำลังมีความรัก”


          สิ้นคำพูดของเพื่อนไอ้ก้อนเนื้อตรงอกซ้ายของผมก็กระตุกวูบ


“ใครวะ”


          ผมเริ่มก้มหน้าก้มตามองแท่งเทียนตรงหน้า ไม่กล้าสบตาเล็กๆนั้น กลัวมันจะรู้ถึงความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวผม


“กูไม่รู้ว่ากูไปรักเขาตอนไหน มารู้ตัวอีกทีกูก็อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา อยากเจอหน้าทุกวัน อยากคุยกันทุกคืน แต่กูก็รู้ว่ากูกับเขามันคงเป็นไปไม่ได้ แล้วกูก็ไม่รู้ว่ากูควรจะบอกเขาไหม”
“กูถามว่าใคร”


          คราวนี้เสียงของผมแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย รู้สึกเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้


“ทำไม มึงจะไปขู่ให้เค้ามาคบกับกูไง๊”


 ู้สึกเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้เล็กน้อย
รู้ว่ากูควรจะบอกเขาไหมดเวลา อยากเจอหน้าทุกวัน อยากคุยกันทุกคืนนกับตัวผม
ไม่สุก มันไล่วนอยู          คนตรงหน้าแสร้งพูดเป็นน้ำเสียงตลก กลบเกลื่อนน้ำตาที่กำลังไหลออกมา ผมไม่รู้ว่าทำไมน้ำตาของเพื่อนสนิทตรงหน้าถึงเอ่อร้นออกมามากมายขนาดนี้ ทำได้แค่เพียงยื่นมือออกไปปาดน้ำใสข้างแก้มแดงๆนั่นออก


“กูนะ เฝ้ามองเค้าอยู่ใกล้ๆ ใกล้จนกูไม่กล้าบอกออกไปกลัวว่ากูจะเข้าใกล้เค้าไม่ได้อีก”


          คนตรงหน้าเริ่มพูดออกมาพร้อมเสียงสะอื้น ผมไม่รู้ว่าควรจะปลอบมันยังไง ผมไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้ ไม่เคยเห็นซึงฮุนร้องไห้หนักขนาดนี้


“ก กู ควรทำ ท ทำยังไง”


          ร่างสูงเริ่มสะอื้นจนตัวโยน ผมจะช่วยมันได้ยังไง แบ่งเบาความเจ็บมันมาได้บ้างรึเปล่า


“มึงชอบพี่ซึงฮยอนหรอ”


          นั่นเป็นชื่อเดียวที่ผมนึกออก เพราะนอกจากผมไอ้ซึงฮุนก็ไม่ได้ใกล้ชิดใครนอกจากพี่ซึงฮยอน แต่ผมคิดผิด ซึงฮุนส่ายหน้าไปมาเบาๆ การที่มันเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดทำให้ผมเริ่มจะหงุดหงิด


“งั้นใคร”
“ฮึก ฮือออออ”


          คนตรงหน้าปล่อยโฮออกมาเหมือนกับว่ามันเก็บกดมานานเหลือเกิน


“ถ้าจะไม่บอกกูจะมาปรึกษากูทำไม”

้าจะไม่บอกกูจะปรึกษากูทำไมับว่ามันเก็บกดมานานเหลือเกิน
ได้ยั่วหรอกชีกว่านี้นะ ผมยังแอบไปประดวกวาดรูบ่อยๆเลย
          สิ่งที่ได้ยินกลับมามีแต่เสียงสะอื้นของคนตรงหน้า ความสงสัยมันทำให้ผมเริ่มรำคาญ หงุดหงิด มันจะมีใครที่ใกล้ชิดกับไอ้ซึงฮุนนอกจากผมอีกหรอ......


“อีซึงฮุน”


          ผมยกเทียนหอมที่กั้นกลางระหว่างเราทั้งสองคนออก ขยับตัวไปนั่งเข่าชิดกับเข่าของไอ้ซึงฮุน ยื่นแขนไปจับไหล่ทั้งสองข้างไว้ก่อนจะออกแรงบีบน้อยๆเพื่อให้มันเงยหน้าขึ้นมามองกันตรงๆ


“กูถามว่าใคร เพราะนอกจากกูกับพี่ซึงฮยอนจะมีใครที่ใกล้ชิดมึงอีก”


          ซึงฮุนไม่ตอบ แววตาสั่นไว้ที่น้ำตาเอ่อร้นอยู่เต็มไปหมดนั่นกำลังจ้องมองผมอยู่


“ถ้ามึงไม่ตอบกู กูจะคิดว่ามึงชอบกูแล้วนะ”


          ผมพูดเสียงแข็งอีกครั้ง แล้วเสียงสะอื้นที่เคยดังระงมอยู่ก็เงียบไป เสียงพัดลมบนเพดานทำให้ในห้องไม่เงียบจนเกินไปนัก


          หลังจากนิ่งเงียบมาสักพักซึงฮุนก็เริ่มออกแรงปัดมือที่จับไหล่ของมันไว้ออก ผมออกแรงต้านการปัดนั่น จนตอนนี้รู้สึกว่าบีบไหล่ซึงฮุนแรงไปพอสมควร


“ป ปล่อย กูเจ็บ”


          ซึงฮุนน้ำตาไหลอีกแล้ว มันยังคงออกแรงปัดป้องผมทั้งๆที่ก็รู้ว่าตัวเองสู้แรงผมไม่ได้หรอก


“ฮึก ก กูบอกว่าปล่อย”


          ปากก็เอ่ยซ้ำๆว่าปล่อย แต่ตาเรียวเล็กคู่นั่นกลับไม่หันมามองผมเลยสักนิด


“ซึงฮุน”


          ร่างบางหยุดการต่อต้าน ตอนนี้มันแค่นั่งก้มหน้าร้องไห้เงียบๆอยู่ตรงหน้าผม เห็นแบบนั้นผมจึงค่อยๆดึงมันเข้ามากอดไว้ ฝ่ามือลูบหลังไปมาเพื่อปลอบโยนคนตรงหน้า


“มึงชอบกูจริงๆหรอ”


          ผมถามย้ำอีกครั้ง แรงสั่นน้อยๆจากการพยักหน้าของไอ้คนในอ้อมกอดที่บริเวณแผงอกของผมนั่นถือเป็นคำตอบที่ชัดเจน ผมค่อยๆดึงคนตรงหน้าออกจากอ้อมกอดอย่างแผ่วเบา เรียวมือค่อยๆช้อนคางของอีกฝ่ายให้เงยหน้ามาตบตากัน


          ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา แก้มแดงระรื่อที่น่าจะเกิดจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ สายตาหวานเยิ้มกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ซึงฮุนคงกลัวที่จะผิดหวัง


          ผมโน้มหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายจนจมูกของเราชนกัน สายตาจดจ่ออยู่กับริมฝีปากอมชมพูของคนตรงหน้า ริมฝีปากที่ผมเพิ่งเข้าใจว่าตัวเองอยากได้มาครอบครองมากขนาดไหน ตอนนี้มันอยู่ใกล้มาก อีกแค่ไม่กี่เซนติเมตรผมก็จะได้ครอบครองมัน


          เปลือกตาของผมค่อยๆปิดลง ผมเอียงหน้าเล็กน้อยให้ได้องศากดริมฝีปากลงบนรีมฝีปากบางของอีกคนอย่างระมัดระวัง เพียงปากสัมผัสกันไม่ได้รุกล้ำอะไรไปมากกว่านั้น ก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างซ้ายเริ่มเต้นถี่รัวอีกครั้ง ผมถอนริมฝีปากออกจากปากของคนตรงหน้า สายตาของซึงฮุนดูตกใจกับการกระทำของผม


“ขอทะ..”


          ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยคำขอโทษออกไปก็ถูกประกบจูบจากคนตรงหน้า ซึงฮุนยื่นหน้ามาจูบผมไว้ การจูบที่ไม่รู้ประสีประสาจากคนตรงหน้าทำให้ผมได้แผลเล็กน้อยที่มุมปาก ผมขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้เราสองคนแนบชิดกันมากขึ้น ริมฝีปากเริ่มขยับหยอกล้อปากบางตรงหน้า ผมเม้มปากขบริมฝีปากล่างของอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะดูดปากนั่นแรงๆหลายครั้ง จูบที่อ่อนโยนเริ่มรุมแรงมากขึ้นพร้อมๆกับองศาความร้อนบนตัวของเราทั้งสองคนที่พุ่งสูงขึ้นด้วย ลิ้นร้อนไล่เลียกลีบปากของคนตรงหน้า อีกฝ่ายจึงเผยอปากเล็กน้อยเพื่อให้ลิ้นหยาบได้เข้าไปสำรวจด้านใน


          ลิ้นหยาบที่คละคลุ้งไปด้วยความฟาดของบุหรี่เข้าไปสำรวจบริเวณภายในโพรงปากของคนตรงหน้าทุกซอกทุกมุม จากจูบที่มีฝ่ายลุกล้ำอยู่เพียงฝ่ายเดียวตอนนี้อีกฝ่ายเริ่มขยับลิ้นตาม ตวัดลิ้นไปมาหยอกล้อกันอยู่ในโพรงปากนั้น หยาดเหงื่อเริ่มเกาะตามตัวของทั้งคู่


          ผมดูดปากแรงๆไปอีกครั้งก่อนจะถอนริมฝีปากออกมาเพื่อพักหายใจ แล้วกดจูบบดขยี้รุนแรงลงไปอีกครั้งจนอีกฝ่ายเริ่มส่งเสียงครางออกมา


“อ อื้อออ”

          ซึงฮุนเริ่มออกแรงผลักผมออก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ ผมฝังจมูกลงบนโหนกแก้มสูงนั้นอีกครั้งก่อนที่จะซุกไซร้ลงมาบริเวณต้นคอขาวของอีกคน มือซนเริ่มลูบไล้แผ่นหลังของอีกฝ่ายอย่างสนุกมือ

“พ พอแล้ว อ๊ะ”

          แขนแกร่งยกเอวร่างสูงตรงหน้าให้ขึ้นมานั่งบนตัก ใบหน้าเลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ที่บริเวณหน้าอกบาง เรียวลิ้นดูดเลียตุ่มไตสีชมพูระรื่อที่แสนยั่วยวนของอีกฝ่าย มือซนเริ่มลูบวนหน้าท้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ตะขอกางเกงนักเรียนของเพื่อนสนิทงผม

          ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตาเยิ้มของซึงฮุน แรงปรารถนาที่มีมากมายเหลือเกินทำให้ผมขาดความยับยั้งชั่งใจ กดจูบแรงๆฝังลงไปที่ฝีปากบางอีกครั้ง ซึงฮุนยกมือขึ้นกุมท้ายทอยของผมแล้วเริ่มจูบตอบอย่างเกๆกังๆ ตอนนี้กามอารมณ์ของผมพุ่งสูงจนแกนกลางด้านล่างตื่นตัวเต็มที่แล้ว

“อ อ๊ะ”

          ซึงฮุนถอนริมฝีปากออกด้วยความตกใจเพราะมือซนของผมปลดตะขอกางเกงออกเรียบร้อยแล้ว

“อื้มมมมมมม”

          เสียงครางหวานดังออกมาจากลำคอของร่างสูงตรงหน้าอีกครั้ง การมีอะไรเกินเลยกับเพื่อนสนิทมันเป็นเรื่องผิดรึเปล่าครับ ?

          แต่ตอนนี้ผมคงไม่สนมันแล้วล่ะ ผมค่อยๆโน้มตัวให้ซึงฮุนเอนไปด้านหลังนอนราบกับพื้น ปากก็ยังคงดูดร่างบางตรงหน้าไม่ยอมหยุด มือค่อยๆปลดเปลื้องชุดนอนลายทางสีขาวสลับเทาของตัวเองออกแล้วโยนมันทิ้งไป วินาทีนี้ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็หยุดนัมแทฮยอนไม่อยู่แล้วครับ




          หลังจากคืนนั้นซึงฮุนก็หายไปขาดการติดต่อทุกช่องทาง ผมไม่รู้ควรจะทำยังไงจะไปตามหามันที่ไหน ทุกที่ที่เคยไปด้วยกันก็ไม่เคยเจอแม้แต่เงาของไอ้สิงโตตัวดีนั่น เกือบเดือนแล้วที่ไม่เจอหน้า เกือบเดือนแล้วที่ไม่ได้พูดคุย ผมคิดถึง คิดถึงอีซึงฮุน ไม่ใช่ในฐานะเพื่อน

          .......แต่เป็นฐานะ คนรัก

          ใครจะไปรู้ว่าไอ้ความคิดประหลาดๆของผมที่เป็นมาได้สักระยะและเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆตอนช่วงปลายเทอม ม.5 คือการที่ผมตกหลุมรักเพื่อนตัวเอง

           แต่สิ่งที่ดีกว่านั้นคือมันกับผมคิดเหมือนกัน ที่ผมไม่เข้าใจคือ มันหายไปไหน...


ครืดดดดด ครืดดดดดดดดดดดดด

          เสียงมือถือซัมซุงฮีโร่เครื่องละ 699 บาทของผมสั่นอยู่บนโต๊ะหนังสือทำให้ผมรีบวิ่งไปดู หวังเพียงแต่ว่าให้มันขึ้นโชว์เบอร์ของคนที่คิดถึงเหลือเกิน

“มึงหายไปไหนมา ทำไมกูติดต่อไม่ได้”
กูจะไปซื้อเสื้อ รออยู่หน้าบ้านมึงเนี้ย ลงมา


          วิ่งออกมาหน้าบ้านก็พบร่างขาวสูงยืนยิ้มตาปิดอยู่ตรงหน้า คิดถึงเหลือเกินผมไม่รอช้าพุ่งตัวออกไปโอบกอดคนตรงหน้าไว้แน่น


“มึงหายไปไหนมา รู้มั้ยว่ากูคิดถึงกูเป็นห่วงจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว”
“ก็หลังจาก น นอนกับมึงคืนนั้น ก กูก็ไข้แดกอยู่ 2 อาทิตย์มือถือก็หาย มึงนั่นแหละไม่โผล่หน้ามาหากูที่บ้านบ้างเลยนะ”
“ก็กูถามพี่ซึงฮยอนเขาบอกมึงไม่อยู่บ้าน.... เป็นไข้สองอาทิตย์เลยหรอวะ มึงแมร่งอ่อนมากอะ”
“กูอยากได้เสื้อยืด ไปตลาด R กัน”


          เมื่อโดนแซวแบบนั้นไอ้คนที่เคยหน้าด้านก็เปลี่ยนเรื่องคุยเฉยเลยครับ

“เขาห้ามไม่ให้ไปไม่ใช่หรอวะ”
“มึงไม่บอกกูไม่บอก ใครจะรู้”


          ผมเดินโอบเอวซึงฮุนไปเดินเลือกเสื้อกันที่ตลาดต้องห้ามนั่นอีกครั้ง ไอ้ซึงฮุนแลดูมีความสุขมากเลยครับ มันได้เสื้อมาตั้ง 5 ตัว แถมมีเสื้อคู่ของผมกับมันด้วยอีกคนละตัว เนื่องจากใช้พลังงานไปเยอะตอนนี้เลยแวะนั่งกินพัดไทยร้านยายจวงอยู่หน้าตลาด


“ตอนนี้มึงกับกูมีสถานะเป็นอะไรกันวะ”


          จู่ๆไอ้คนข้างๆก็ทวงถามเรื่องสถานะระหว่างผมกับมันขึ้นมา


“เพื่อนที่ไหนเค้าใส่เสื้อคู่กันหรอมึง”
“ก็มีนะเพื่อนใส่เสื้อเหมือนกัน แปลกตรงไหน”


          ไอ้ซึงฮุนทำเป็นแสร้งไม่รู้ว่าผมหมายถึงอะไร


“เมียไง ควาย”


          ไอ้ซึงฮุนยื่นมือมาผลักหัวผมแรงๆหนึ่งที


“เมียพ่อง”
“แหม ทีตอนนอนร้องครางอยู่ใต้ร่างกูไม่เก่งงี้ว่ะ”
“เหี้ยนี่”


          ซึงฮุนเอากำปั้นเล็กๆนั้นมาต่อยแขนผมเบาๆหนึ่งที แก้มใสปรากฏสีเลือดฝาดจากความเขิน


“น่ารักเหี้ย”


          ผมหันไปพูดก่อนจะขยี้ผมคนตรงหน้าเบาๆ


“นัมแทฮยอน ไม่เจอนานนะ”


          น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นๆถูกเปล่งออกมาจากด้านหลังของซึงฮุน วัยรุ่นหน้าตาเอาเรื่อง 3 คนที่อายุไล่เลี่ยกับผมกำลังยืนถือไม้เบสบอลอยู่ในมือ


“วันนั้นกูถูกพักการเรียนเพราะพี่ชายของเพื่อนมึง กูต้องทำโทษแล้วละ”


          ผมฉุดแขนยาวๆของซึงฮุนให้วิ่งหนีออกมาจากในร้าน ตามแบบฉบับเรื่องน้ำเน่าผมต้องวิ่งโง่ๆมาหยุดอยู่ที่ซอยตันแคบๆแห่งหนึ่ง แล้วมันก็เป็นไปตามพล็อตเรื่องนั่นละครับผมพาซึงฮุนมาหยุดอยู่ทีซอยตันจริงๆ


          ผมดันร่างสูงให้มายืนอยู่ด้านหลัง การต่อสู้เริ่มเปิดฉากขึ้นอีกครั้งโดยมีผมเป็นศูนย์กลาง ไอ้ซึงฮุนที่พยายามปกป้องตัวเองมันทั้งเตะทั้งต่อยเพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วงผม ขณะที่กำลังจะถีบคู่อริตรงหน้าที่ด้านหลังผมก็มีชายอีคนยกไม้เบสบอลที่มีลวดหนามพันไว้ขึ้นสูงหวังจะฟาดหัวผมอย่างเต็มแรง


“แทฮยอน !!!!


          ภาพตรงหน้าทำเอาหัวใจผมแทบแตกสลาย ร่างสูงที่ผลักผมให้พ้นวิถีไม้ค่อยๆทรุดตัวลงตรงหน้า เลือดสีแดงข้นค่อยๆไหลออกมาช้าๆ


“โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”


          สติผมขาดไปแล้วผมทั้งเตะทั้งต่อยกลุ่มวัยรุ่นตรงหน้าสุดแรงเท่าที่มี งัดทุกกระบวนท่าแม่ไม้มวยไทยมาใช้ในการต่อสู้ ร่างทั้งสามนอนกองอยู่คนละทิศคนละทาง พอหันมามองร่างสูงที่นอนไร้สติแน่นิ่งอยู่หัวใจที่เคยเต้นถี่รัวเพราะความเหนื่อยก็แทบจะดับวูบ


          ผมแบกร่างสูงนั่นขึ้นหลังก่อนจะวิ่งออกมาโบกแท็กซี่ไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด


“ซึงฮุน มึงต้องไม่เป็นอะไร”


          ผมกอดร่างที่นอนนิ่งไว้อย่างหลวมๆกลัวว่าร่างตรงหน้าจะบุบสลายหายไป


“ก กู กูยังไม่ได้บอกรักมึงซักคำเลยนะ”




.
.
.
.
.
.
.




“เมียครับ กูไปทำงานก่อนนะ”


          ผมยื่นมือไปปัดผมหน้าม้าที่เริ่มยาวของคนรัก ค่อยๆโน้มหน้าลงไปฝังริมฝีปากบนหน้าผากน้อยๆของคนตรงหน้า


“เดี๋ยวกูกลับมาตัดผมให้นะ”


          ห้อง 905 ห้องพิเศษในโรงพยาบาลที่ผมกินอยู่หลับนอนทุกวัน หลังจากการทะเลาะวิวาทครั้งนั้นซึงฮุนก็ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย นายหลับนานเกินไปแล้วนะ ฝันดีอะไรรึไงถึงไม่ยอมตื่น


          ผมลูบแก้มใสอย่างทะนุถนอมปาดน้ำตาที่จู่ๆก็ไหลออกมาก่อนจะลุกออกจากห้องไป


          เหตุการณ์วันนั้นทำให้ผมตัดสินใจว่าจะเรียนหมอ ผมนอนหามรุ่งหามค่ำทุกวันเพื่ออ่านหนังสือเตรียมสอบ จากคนไม่เอาไหนไม่ตั้งใจเรียนล่องลอยไปวันๆอย่างผมก็กลายเป็นเด็กเรียนดีและสอบติดคณะแพทย์ศาสตร์ในที่สุด ตอนสอบว่ายากแล้วตอนเรียนยากกว่าหลายเท่าตัว


          ผมโทรมจนแทบจะเหมือนซอมบี้เดินได้ หลับหูหลับตาเรียนแทบจะไม่ได้พักผ่อน วันไหนที่ท้อผมจะมานั่งปรับทุกข์ให้ร่างไร้สตินั่นฟังเสมอ ทั้งหมดทั้งมวนนี้ก็เพื่อจะได้มาดูแลคนรักของผม


          จนกระทั่งเรียนจบผมก็ได้บรรจุเข้าโรงพยาบาลที่ซึงฮุนรักษาตัว ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เป็นแพทย์ประจำเคสของซึงฮุน ตอนนี้ก็ผ่านมา 8 ปีแล้ว 8 ปีที่อีซึงฮุนไม่ฟื้นขึ้นมา ซึงฮุนเคยบอกผมว่าของบางอย่างต้องรอให้ถึงเวลาที่สมควรก่อนถึงจะได้มันมา แต่ผมว่านี่มันนานเกินไปแล้ว ผมพยายามศึกษาทุกอย่างที่จะพอมีโอกาสทำให้ซึงฮุนฟื้นขึ้นมาแต่มันก็ไม่สำเร็จ ตอนนี้ผมทำได้แค่เฝ้ารอปาฏิหาริย์


          รอปาฏิหาริย์ที่จะทำให้เมียรักของผมตื่นขึ้นมาอีกครั้ง...... ผมจะรอ






.
.
.


“คุณหมอคะ คนไข้ห้อง 905 ฟื้นแล้วค่ะ”









My Goal/End
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ฟิคสั้นเรื่องที่สองที่เคยแต่งเลยนะเนี้ย ตอนนั้นอยากแต่งนัมแบดๆ
พี่ฮุนเลยเคะไป บล็อกโดนแบนอีกแล้ว ฮึก สะเทือนใจที่สุด
รีอัพครับผม ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน เย้


1 comment:

  1. ฮือออออออออออออ ฮุนหลับยาวไปนะพี่ฮุนเคะอันเดวววววววว สนุกมากคะขอบคุณนะคะไรท์

    ReplyDelete