[OS] New
toy.
Pairing : Seunghoon x Taehyun
Rate : G
เด็กหัวกลมวัยสิบขวบปั่นจักรยานคันโปรดมาจากโรงเรียน
เด็กชายร่างบางจอดยานพาหนะคันไม่เล็กไม่ใหญ่ไปสำหรับตนไว้ที่หน้าบ้านหลังเล็กแถบชานเมือง
ขายาวๆวิ่งไปในตัวบ้านอย่างรีบร้อนและสีหน้าแย้มยิ้มเข้าไปกอดหลังมารดาที่ยืนกุลีกุจออยู่ในห้องครัว
“มาถึงก็อ้อนใหญ่เลยนะซึงฮุนนา”
“ออมม่ามีอะไรให้กินบ้าง
น้องฮุนหิวจังเลย”
เด็กชายยิ้มตาหยีให้มารดาที่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ หญิงสูงวัยยื่นพายแอปเปิ้ลชิ้นสวยให้แก่คนเป็นลูกก่อนจะลูบเบาๆที่กลุ่มผมนุ่มสีดำขลับ
“ขอบคุณครับ”
ซึงฮุนรับพายแสนหอมนั่นมาก่อนจะวิ่งขึ้นไปยังห้องนอนของตนเองที่อยู่ด้านบน มือน้อยๆวางพายไว้บนโต๊ะก่อนจะเหวี่ยงกระเป๋าเป้ลงบนเตียงเล็กๆในห้อง
ชุดเครื่องแบบนักเรียนชั้นประถมถูกถอดออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเสื้อยืดตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงวอมสีดำ
ริมฝีปากยกยิ้มให้กับภาพของตนเองที่ฉายอยู่ในกระจกใบใหญ่
หยิบพายขึ้นมากัดก่อนจะออกวิ่งลงไปยังด้านล่างอีกครั้ง
เสียงฝีเท้ากระทบบันไดไม้ดังลั่นบ้านทำให้หญิงสูงวัยรับรู้ได้ว่าตอนนี้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนกำลังจะออกไปซนข้างนอกอีกตามเคย
“น้องฮุนไปเล่นกับซึงยูนนะครับออมม่า”
เสียงเล็กๆตะโกนบอกคนเป็นแม่ตั้งท่าเตรียมพร้อมจะปั่นจักรยานออกจากบ้านอีกครั้งทว่า...
“ซึงฮุนพาน้องไปเล่นด้วยซิลูก”
คุณแม่เดินยิ้มออกมาที่หน้าบ้านพร้อมกับจูงมือเด็กชายตัวจ่ำม้ำที่เขาไม่เคยเห็นมาด้วยอีกคน
คนถูกเรียกมองภาพนั้นด้วยความฉงน
“ไปเอาเด็กหน้าแมวนี่มาจากไหนเนี้ยออมม่า”
ซึงฮุนจอดรถไว้ดังเดิมแล้วเดินมาย่อตัวนั่งชันเข่าอยู่ด้านหน้าเด็กตัวเตี้ยกว่าเขานิดนึง
เขายื่นมือออกไปบีบแก้มย้วยนั่นอย่างหมั้นเคี้ยว
“ไปเรียกน้องแบบนั้นได้ยังไง...
จำคุณอานัมจีฮยอนที่เคยอยู่บ้านข้างๆเราได้มั้ยลูก”
ซึงฮุนพยักหน้าตอบคำถามแม่
ดวงตาเรียวเล็กยังคงจดจ้องอยู่ที่เด็กตรงหน้า มือเล็กยื่นไปแตะที่หัวคิ้วบางๆของคนน้องด้วยความสนใจ
“อาเขาไปต่างประเทศ
เลยมาฝากให้แม่ดูแลน้องจนกว่าเขาจะกลับมา”
“แล้วอาจะกลับมาเมื่อไหร่หรอครับ”
ซึงฮุนเอ่ยถามทั้งๆที่ยังคงจับแก้มจับคิ้วจับแขนเด็กตรงหน้าอย่างสนุกมือเช่นเดิม
“อีก 2 ปีจ๊ะ”
“ห๊ะ!!!!!!”
“ก็อาเขาไปเรียนต่อหน่ะ คงนานหน่อย”
ซึงฮุนไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมอาที่เคยอยู่ข้างบ้านจะต้องไปเรียนไกลถึงต่างประเทศ
แม้จะสงสัยว่าทำไมถึงเอาเด็กนี่มาฝากไว้ที่บ้านของเขานานขนาดนั้นแต่ก็เลือกที่จะไม่ถาม
ในเมื่อมีเด็กน้อยหน้าแมวมาทำตัวน่ารักน่าหยิกอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาคิดว่านี่คงเป็นของเล่นชิ้นใหม่ที่จะเอาไปแบ่งเพื่อนเล่นในเย็นนี้
ย้ำว่าของเล่น
“น้องชื่ออะไรครับออมม่า”
“แทฮยอนจ๊ะ นัมแทฮยอน”
“ปะแทฮยอน ไปเล่นกัน”
ซึงฮุนยื่นมือไปจับข้อมือเล็กของน้องก่อนจะพาออกเดิน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดออกมาที่มุมปากบาง
มือเรียวค่อยๆสอดใต้ข้อพับรักแร้แล้วออกแรงยกเด็กตัวอ้วนให้ขึ้นนั่งเบาะซ้อนท้ายจักรยานของเขา
“อย่ากลับให้มันค่ำมากนะลูก”
“คร้าบบบบบบ”
ซึงฮุนขานรับแม่ก่อนจะปั่นจักรยานออกมาตามถนนเล็กๆ
ต้นไม้สูงใหญ่ออกกิ่งก้านชูช่อมากมายจนกลายเป็นอุโมงค์ยาวไปตามทาง
สายลมพัดอ่อนๆปะทะใบหน้าขาวทำให้รู้สึกสดชื่น
เขาสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดก่อนจะเร่งฝีเท้าถีบที่พักเท้าให้ไวขึ้นโดยไม่สนใจคนด้านหลังเลยซักนิด
เด็กหน้าแมวถูกเหวี่ยงตามแรงเมื่อจู่ๆความเร็วของจักรยานก็เพิ่มขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
มือป้อมๆเกี่ยวรั้งเอวคนพี่ไว้ได้ทันท่วงที
หากยื่นมือไปช้ากว่านี้เขาคงตกลงไปนอนกลิ้งอยู่บนถนนนั่นแล้วแน่ๆ
ซึงฮุนเอี่ยวตัวกลับมามองคนด้านหลังเล็กน้อย
เมื่อเห็นสีหน้าหวาดๆของคนน้องก็นึกสนุกปั่นรถให้เร็วขึ้นอีก
มือเล็กกำเสื้อของคนพี่เอาไว้แน่น
จากที่ใช้มือจับเพียงข้างเดียวบัดนี้มือทั้งสองข้างของแทฮยอนกำลังโอบกอดเอวของคนพี่เอาไว้แน่นพร้อมกับซุกใบหน้าเล็กลงบนแผ่นหลังพี่ชายตัวสูง
จักรยานคันสวยเคลื่อนตัวมาจอดอยู่ใต้ต้นซากุระใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางสนามเด็กเล่นของหมู่บ้าน
แทฮยอนมองสำรวจพื้นที่รอบๆก่อนจะถูกพี่ชายตัวสูงจับอุ้มลงมาจากเบาะรถ
ซึงฮุนวางของเล่นชิ้นใหม่ของเขาลงบนม้านั่งยาวที่ตั้งข้างๆต้นซากุระก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ
แทฮยอนจ้องมองคนพี่ด้วยตาใสแป๋วโดยไม่เอ่ยอะไรออกมา
“เป็นใบ้หรอเราอ่ะ”
ซึงฮุนเอ่ยถามก่อนจะใช้นิ้วจิ้มแขนนิ่มๆของน้องเบาๆ
“ป่าว”
แทฮยอนตอบเพียงสั้นๆก่อนจะหันไปมองด้านหน้า
ทั้งคู่นั่งข้างกันอยู่เงียบๆแทฮยอนปล่อยให้ซึงฮุนจับเนื้อจับตัวเขาได้ตามต้องการโดยไม่เอ่ยปากพูดอะไรออกมาซักคำ
ไม่นานนักก็มีเด็กผมยุ่งตัวบางวิ่งเข้ามาหาเขาทั้งสองคนอย่างเหนื่อยหอบ
“ทะ โทษ เฮ่อ โทษทีวะซึงฮุน กะ เฮ่อ
กูขี้แตกนิดหน่อย”
ซึงฮุนขำลั่นกับคำอธิบายของเพื่อนก่อนจะหันมามองคนข้างตัวแล้วส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปให้น้องอีกครั้ง
“แล้วเด็กนี่ใครอ่ะ”
“น้อง... ชื่อแทฮยอนนี่”
“ผู้หญิงหรอวะ”
คำถามของเพื่อนรักทำเอาซึงฮุนลงไปขำกลิ้งกับพื้นอย่างไม่อายสายตาเด็กคนอื่นที่วิ่งเล่นอยู่ในบริเวณนั้น
“ผู้ชาย แทฮยอนเป็นผู้ชาย”
คนถูกกล่าวหาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนจะเสหน้าไปมองทางคนที่ลงไปนอนขำกลิ้งกับพื้น
“เฮ้ย ไม่เชื่อหรอก ไหนดูดิ๊มีจู๋ป่าว”
ซึงยูนยังคงไม่ลดละความพยายามยัดเยียดความเป็นหญิงให้
เขาก้าวเท้าเข้าใกล้เด็กชายแปลกหน้ามากขึ้นหมายจะจับถอดกางเกงของอีกคนเพื่อพิสูจน์ความเป็นชายแต่ดูเหมือนแทฮยอนจะรู้ทัน
มือป้อมยกขึ้นกุมเป้ากางเกงก่อนจะลุกขึ้นแล้วไปยืนข้างหลังซึงฮุนที่ตอนนี้กำลังนั่งขำเขากับซึงยูนอยู่
ซึงฮุนเห็นน้องมายืนด้านหลังตนก็หันไปยักคิ้วให้เพื่อนอย่างรู้กันก่อนจะหันหลังไปดึงกางเกงขาสั้นของคนน้องลงเผยให้เห็นชั้นในตัวน้อยสีขาวสะอาด
ก้อนเนื้อนูนๆกลางลำตัวทำให้ซึงยูนและซึงฮุนหันมามองหน้ากันก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“ย๊าส์ย๊าส์ ผู้ชายจริงๆด้วยว่ะ
5555555555”
แทฮยอนที่ยืนเหวออ้าปากค้างอยู่เมื่อครู่รีบก้มลงดึงกางเกงของตนขึ้น
แก้มใสขึ้นสีเล็กน้อยก่อนจะเดินกระทืบเท้าไปนั่งบนม้านั่งยาวอีกครั้ง
“ไปเล่นกัน”
ซึงฮุนเดินไปจับข้อมือน้องก่อนจะออกแรงฉุดให้ลุกแล้วเดินตามเขามา
ซึงฮุนชี้ให้แทฮยอนขึ้นนั่งบนชิงช้าสีสันสดใสก่อนจะบอกให้ซึงยูนไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
เด็กทั้งสองยักคิ้วให้กันจากนั่นซึงฮุนก็ออกแรงเหวี่ยงชิงช้าที่แทฮยอนนั่งอยู่ให้แกว่งไปด้านหน้าที่ซึงยูนยืนอยู่
ซึงยูนออกแรงผลักขาของแทฮยอนเพื่อให้แกว่งไปยังด้านหลังและซึงฮุนก็เหวี่ยงกลับมาอีกครั้ง
ทั้งสองทำแบบนี้ผลัดกันไปมาจนชิงช้าที่ลอยอยู่ต่ำๆลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ
สูงขึ้นๆจนเด็กที่นั่งอยู่ด้านบนนึกหวาดกลัว
มือป้อมกำโซ่เหล็กไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ดวงตาเล็กสั่นระริกอย่างห้ามไม่ได้
ด้วยความที่หูทั้งสองข้างของแทฮยอนได้ยินเสียงไม่เท่ากันเสียงลมที่ก้องเข้าหูข้างขวากับภาพเบลอๆตรงหน้าจึงเริ่มทำให้คนบนชิงช้ามึนหัว
มือเล็กที่เคยกำโซ่เอาไว้แน่นบัดนี้มันค่อยๆปล่อยออกช้าๆเพื่อนำมากุมหูข้างขวาเอาไว้
แรงเหวี่ยงจากทางด้านหลังที่มาเร็วจนเกินไปทำให้ซึงยูนที่ยืนอยู่ด้านตั้งตัวไม่ทันและเขาใช้มือเพียงข้างเดียวผลักขาของแทฮยอนกลับไปทางด้านหลัง
นั่นทำให้ตัวชิงช้าแกว่งเอนไปมาเสียการทรงตัว
“เฮ้ย!! / เฮ้ย!! / ตุบ!!”
แทฮยอนตกลงจากชิงช้าตัวสวยที่ยังคงแกว่งไปมาอย่างไร้จุดหมาย
โลหะแข็งกวัดแกว่งไปมาพร้อมๆกับแทฮยอนที่ค่อยๆเงยหน้าขึ้นพอดี
“โอ๊ย!!”
แล้วมุมที่นั่งแข็งของชิงช้าก็กระแทกเข้าเต็มๆที่หัวกลมของเด็กหน้าแมว
ซึงยูนหันไปจับชิงช้าเอาไว้ก่อนที่จะเดินไปดูหัวโนๆของน้องในขณะที่ซึงฮุนเอายืนมองด้วยสายตาเป็นห่วงอยู่ห่างๆ
น้ำใสๆคลออยู่ที่หางตาน้อยๆของแทฮยอนเด็กน้อยยกมือขึ้นกุมหัวก่อนจะหันขวับไปมองคนพี่ที่พาเขามา
ซึงฮุนเห็นแบบนั้นก็หัวเราะลั่นมันไม่ใช่ความผิดเขาซักหน่อยที่แทฮยอนตกลงมาจากชิงช้า
ก็จับมือไม่แน่นเองนี่หว่า คนโดนแกล้งมองท่าทางเหล่านั้นด้วยความโกรธเคืองแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
แทฮยอนหันไปเห็นลูกสนุขตัวน้อยนอนหมอบอยู่ข้างถังขยะใบโตใกล้ๆเสาชิงช้า
เขาเดินเข้าไปดูใช้มือเล็กยื่นไปลูบหัวลูกสุนัขที่เนื้อตัวเลอะมอมแมมอย่างทะนุถนอม
“โอ๊ะหมานี่”
เมื่อมองตามเด็กคิ้วตกที่เดินหนีไปก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีลูกสุนัขตัวเล็กกำลังนอนหมอบอยู่ด้วย
ซึงฮุนเดินเข้าไปใกล้ๆเขาย่อตัวลงแล้วนั่งมองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กนั่นอย่างสนอกสนใจ
รอยเลือดบนขาหน้ากับใบหน้าของลูกสุนัขทำเอาซึงฮุนตกใจอยู่ไม่น้อย
มือเรียวยื่นไปยกลูกสุนัขขึ้นโอบอุ้ม
“เฮ้ยมันเลือดออกด้วยอ่ะพาไปหาหมอดิเร็วๆ”
ซึงฮุนหันไปบอกเพื่อนอย่างร้อนรน
ซึงยูนรีบไปคว้าจักรยานของเพื่อนมาขึ้นคร่อมรอให้คนเพื่อนที่อุ้มลูกสุนัขอยู่ขึ้นมาซ้อนท้ายตน
“รออยู่นี่อย่าไปไหนนะแทฮยอน”
“มะ...”
ยังไม่ทันจะเอ่ยท้วงอะไรจักรยานคันสวยก็พุ่งไปข้างหน้าเรียบร้อยแล้ว
นี่เขากำลังลูกปล่อยทิ้งไว้ในสถานที่แปลกตานี่จริงๆหรอ
เด็กน้อยก้มหน้างุดมองมือเล็กๆของตัวเองก่อนจะเผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ
ด้วยความที่คนด้านหลังตัวหนักกว่าซึงยูนจึงปั่นจักรยานได้ค่อนข้างช้านั่นทำให้กินเวลาเป็นอย่างมากในการเดินทางมายังคลินิกสัตว์ในพื้นที่ใกล้ๆ
ซึงฮุนวิ่งหน้าตาตื่นเข้าไปด้านในก่อนจะค่อยๆวางลูกสุนัขลงบนเคาน์เตอร์
“พี่หมอจินอูครับ หมา หมามันเลือดออก
ชะ ช่วยมันด้วยนะครับ”
“อ่า ใจเย็นๆนะซึงฮุนอ่า... ไหนพี่หมอขอดูหน่อยนะครับตัวเล็ก”
คุณหมอใจดีพูดยิ้มแย้มกับเด็กน้อยในประโยคแรก
ส่วนประโยคหลังนี่เพียงเอ่ยเบาๆพูดกับสุนัขบาดเจ็บตรงหน้าเท่านั้น
“มันโดนกัดมานี่
พวกนายไปเจอมันมาจากไหนเนี้ย”
“มันนอนหมอบอยู่ที่ถังขยะในสนามอ่ะครับพี่หมอ”
เป็นซึงยูนที่เป็นคนตอบคำถามเพราะเพื่อนอีกคนเอาแต่จ้องมองลูกสุนัขที่กำลังถูกล้างแผลอยู่อย่างไม่วางตา
ลูกสุนัขเนื้อตัวมอมแมมถูกจับทำความสะอาดและทำแผลให้เรียบร้อยก็นอนหลับไปซึงฮุนเอาแต่นั่งลูบหัวอยู่ไม่ห่าง
ซึงยูนที่เห็นว่าตนออกจากบ้านมานานแล้วก็ขอตัวกลับบ้านไปก่อน
เหลือเพียงพี่หมอจินอูเจ้าของคลินิกเด็กน้อยซึงฮุนกับลูกสุนัขบาดเจ็บเท่านั้น
“เอาน้องหมาไว้ที่นี่ก่อนนะซึงฮุนนา
นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วรีบกลับบ้านก่อนเถอะ”
ซึงฮุนพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่ายก่อนจะค่อยๆคลายมือออกจากลูกสุนัขและยืนมองพี่หมอเอาเจ้าตัวเล็กเข้าไปนอนในกรงของคลินิก
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็กล่าวลาคุณหมอและเดินออกมาปั่นจักรมุ่งหน้ากลับบ้าน
“เหี้ยละ”
อีกไม่กี่เมตรก็จะถึงบ้านสองชั้นหลังเล็กของเขาแล้วซึงฮุนหักเลี้ยวรถกลับพร้อมกับเร่งถีบเท้าปั่นให้ไวขึ้น
เม็ดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามใบหน้าและฝ่ามือคิ้วบางขมวดกันเป็นปมพร้อมกับใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
ขออย่าให้เจ้านั่นเป็นอะไรเลย
ซึงฮุนมองเห็นกลุ่มเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเขากำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่
ขายาวกระโดดลงจากจักรยานคันสวยและปล่อยมันทิ้งไว้ตรงนั้นโดยไม่สนใจว่าโครงเหล็กเหล่านั่นจะบุบสลายบ้างหรือไม่
สายตาแข็งกร้าวจ้องมองไปยังกลุ่มเด็กที่ส่งเสียงหัวเราะลั่นสนาม
มองลอดเข้าไปก็เห็นแทฮยอนที่เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยเส้นสีมากมายจากปากกายืนตัวแข็งทื่ออยู่
ซึงฮุนผลักเด็กชายตรงหน้าออกจนกระเด็นไปข้างๆ
มือเรียวคว้าข้อมือของน้องชายก่อนจะพาเดินออกมาจากวงล้อมเด็กเกเรพวกนั้นแต่ข้อมืออีกข้างที่ว่างอยู่กลับถูกมือของใครก็ไม่รู้คว้าเอาไว้ซะก่อน
แรงฉุดนั่นทำให้ซึงฮุนหันกลับไปมองตาขวาง
“จะเอาของเล่นกูไปไหน”
น้ำเสียงแข็งกร้าวถูกเปล่งออกมาจากหัวโจกคนหนึ่ง ซึงฮุนจึงสะบัดมือออกอย่างแรง
“ของเล่นมึงที่ไหน นี่น้องกูอย่าสะเออะ”
สิ้นเสียงซึงฮุนก็โดนต่อยเข้าที่หน้าเต็มๆ เด็กน้อยเซตามแรงแต่ยังคงทรงตัวยืนตรงได้ตามปกติ
สายตาแข็งกระด้างถูกส่งไปยังคนปล่อยหมัดเมื่อครู่
“แน่ใจใช่มั้ยว่าจะมีเรื่องกับกู”
มือเรียวกำเข้าหากันแน่นก่อนจะเหวี่ยงไปกระแทกกับใบหน้าคนตรงหน้า
เด็กหัวโจกเมื่อครู่ล้มคว่ำลงไปกับพื้น ที่มุมปากมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย
มือกร้านเช็ดที่มุมปากของตนก่อนจะร้องโอดโอ๊ยออกมาเสียงสั่นและวิ่งหนีหายไปและเด็กที่เหลือก็เลยวิ่งตามกลับไปด้วย
“ทำไมไม่สู้มันละเจ้าบ้า”
ซึงฮุนเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังจูงเด็กหน้าแมวมายังรถจักรยานที่นอนตายอยู่ใกล้ๆ
สิ่งที่ได้ตอบกลับมาคือความเงียบไม่ผิดไปจากที่เขาคาดไว้
เขาปล่อยมือออกจากน้องก่อนจะไปยกจักรยานขึ้นตั้งแล้วสำรวจความเสียหายคร่าวๆก่อนจะเดินกลับมาอุ้มน้องขึ้นรถ
ตาเล็กมองไปยังเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยรอยปากกาหลากสีแล้วได้แต่ส่ายหัวเบาๆ
“ทำไมไม่กลับบ้านอ่ะ จำทางไม่ได้หรอ”
เขาเอ่ยถามอีกครั้งเมื่อปั่นจักรยานออกมาจากสวนนั่นแล้ว
เพราะเส้นทางจากบ้านมายังสนามเด็กเล่นไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากถึงกับทำให้เด็ก 9 ขวบจำไม่ได้
แสงไฟสีส้มสาดส่องไปทั่วบริเวณถนนเส้นเล็กเหมือนอย่างเคย
เขาปั่นมันอย่างช้าๆไม่ได้รีบร้อนหรือมีอารมณ์อยากจะแกล้งคนน้องเหมือนเมื่อตอนขามา
“งุนงุน... บอกให้นัมรออยู่ตรงนั้น”
แทฮยอนตอบเสียงแผ่วซึ่งมันสามารถเรียกรอยยิ้มจากคนปั่นได้เป็นอย่างมาก
“นานขนาดอ่ะนะ”
“แล้ว... แล้วถ้านัมกลับคนเดียว...”
ซึงฮุนจอดรถเมื่อเห็นว่าคนน้องเงียบไป
เขาเอาขาสองข้างยันพื้นแล้วหันกลับมามองคนน้องที่กำลังก้มหน้างุดโดยที่มือสองข้างกำชายเสื้อของเขาเอาไว้แน่น
“กลับคนเดียวแล้วทำไม”
“ก็ถ้านัมกลับคนเดียวงุนงุนก็จะโดนคุณป้าดุเอา”
ซึงฮุนยิ้มขำกับคำตอบที่ได้รับ
มือเรียวยื่นไปลูบหัวน้องเบาๆก่อนจะออกปั่นจักรยานอีกครั้ง
“ไอ้เด็กหน้าแมวเอ้ย”
ปากบางบ่นอุบอิบกับตัวเองเบาๆพร้อมกับรอยยิ้มที่หุบไว้ไม่อยู่
ซึงฮุนนำรถเข้ามาจอดในบ้านก่อนจะยกเจ้าหน้าแมวข้างหลังลง
เจ้าตัวเล็กเมื่อขาถึงพื้นก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้าน
ซึงฮุนที่เดินตามเข้ามาได้ยินเสียงบ่นของหญิงสูงวัยก็ไม่ได้สนใจอะไร
เขาเดินตามคนน้องที่วิ่งหายเข้าไปในห้องนอนของมารดา
“ไปนอนห้องพี่มั้ย”
เขาเอ่ยถามแทฮยอนที่เตรียมตัวจะอาบน้ำและเมื่อเห็นน้องพยักหน้าก็เดินเข้าไปจูงมืออีกคนลงไปเข้าห้องน้ำชั้นล่าง
“เดี๋ยวช่วยขัด”
เขาจับแทฮยอนนั่งลงบนม้านั่งตัวเล็กปล่อยให้อีกคนตักน้ำราดตัวก่อนจะหยิบใยบวบมาเทครีมอาบน้ำลงไปแล้วออกแรงขัดตามรอยปากกาเบาๆ
เขามองผิวขาวของน้องที่ค่อยๆขึ้นสีแดงอย่างนึกสงสาร
ถ้าเขาไม่ปล่อยน้องไว้คนเดียวคงไม่เป็นแบบนี้
“เจ็บก็บอกนะ”
แทฮยอนพยักหน้ารับโดยในมือก็เล่นตุ๊กตาโลมาตัวเล็กที่ทำจากยางซึ่งเป่าลมเข้าไปจนตัวมันพองโต
ซึงฮุนกับแทฮยอนใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆในห้องน้ำกว่ารอยปากกานั่นจะจางลง
ซึงฮุนบอกให้เจ้าตัวเล็กออกไปกินข้าวก่อนถ้ากินเสร็จแล้วจะขึ้นไปรอบนห้องนอนเขาเลยก็ได้
สายน้ำเย็นไหลผ่านใบหน้าแย้มยิ้ม
ดวงตาเรียวเล็กแทบจะปิดสนิททุกครั้งที่เขายิ้มออกมา มือเรียวยกขึ้นลูบใบหน้าที่มีรอยยิ้มหวานประดับอยู่
“พรุ่งนี้คงต้องไปประกาศหน่อยแล้วว่าของเล่นของเขา
เขาเล่นได้คนเดียวเท่านั้น”
ซึงฮุนขำกับคำพูดของตัวเองออกมาน้อยๆก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไป
เขาเดินเข้าไปนั่งทานข้าวกับพ่อแม่และพี่สาวที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
ถามหาเด็กหน้าแมวก็ได้คำตอบว่าน้องขึ้นไปรอบนห้องแล้ว หลังจากได้คำตอบซึงฮุนกับรีบยัดข้าวเข้าปากจนหมดแล้ววิ่งขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองทันที
แสงไฟสว่างในห้องเผยให้เห็นร่างเล็กที่นอนขดอยู่บนเตียงของเขา
ซึงฮุนเดินไปยืนมองใกล้ๆก่อนจะปิดไฟแล้วค่อยๆแทรกตัวลงนอนบนพื้นที่อันน้อยนิด
เด็กน้อยคว้าของเล่นชิ้นใหม่นั่นมาไว้ในอ้อมกอดสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆเข้าจมูกแล้วผลอยหลับไปในที่สุด
เนื่องจากแทฮยอนเพิ่งย้ายมาทำให้ต้องเข้าเรียนกลางคันที่โรงเรียนเดียวกับซึงฮุน
เช้านี่การเดินทางไปเรียนซึงฮุนจึงมีของเล่นหน้าแมวนั่งซ้อนท้ายไปด้วยต่างจากทุกที
ทั้งสองแยกกันที่หน้าห้องของแทฮยอน
เป็นซึงฮุนที่เดินมาส่งและฝากฝังน้องไว้กับครูประจำห้องเสร็จสับ
ตลอดทั้งเช้าซึงฮุนจิตใจแทบจะไม่อยู่กับตัว เป็นห่วงว่าของเล่นของเขาจะเรียนรู้เรื่องมั้ย
เข้ากับเพื่อนใหม่ได้รึเปล่า
ซึงยูนที่จับสังเกตได้เลยแนะนำให้เพื่อนตัวดีแอบไปดูน้องด้วยกันตอนพักกลางวัน
ในขณะที่เด็กทั้งสองกำลังก้าวเดินเพื่อไปยังห้องเรียนของแทฮยอน
ตาเรียวก็หันไปเห็นกลุ่มเด็กกำลังส่งเสียงโวยวายกันอยู่ที่สนามเด็กเล่น
“นั่นแทฮยอนนี่ของมึงอ่ะ”
ซึงยูนชี้ให้เพื่อนมองตาม
ภาพถัดมาที่เห็นคือแทฮยอนกำลังถูกเด็กอีกคนผลักจนล้มลงไป
สองขายาวๆของซึงฮุนวิ่งเข้าไปหาทันที
“มินโฮอย่าแกล้งน้องของพี่ดิ”
เด็กผิวเข้มมองไปยังต้นเสียงแล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าคนพูดคืออีซึงฮุนรุ่นพี่ที่เขาค่อนข้างจะสนิทเพราะมักจะเล่นด้วยกันบ่อยๆและชอบอะไรเหมือนๆกันเลยคุยกันถูกคอ
“เป็นอะไรมั้ยแทฮยอน”
ซึงยูนหันไปถามน้องของเพื่อนด้วยความเห็นห่วง มือเล็กกำลังจะเอื้อมไปช่วยพยุงน้องให้ลุกขึ้นแต่ก็ต้องชักกลับเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวดีมาย่อตัวหันหลังอยู่ตรงหน้าแทฮยอน
“ขึ้นมาเร็ว”
ซึงฮุนหันไปทำเสียงดุใส่แทฮยอนให้ขึ้นขี่หลังเขาไวๆ
ซึงยูนจับมือน้องให้โอบรอบคอของซึงฮุนไว้อย่างงงๆก่อนจะไปเห็นแผลถลอกที่เข่าของแทฮยอนแล้วจึงเข้าใจการกระทำของเพื่อน
เมื่อยืนทรงตัวได้ซึงฮุนก็ออกวิ่งตรงไปยังห้องพยาบาลโดยมีเด็กหน้าแมวขี่อยู่บนหลังอย่างรวดเร็ว
ซึงยูนยืนมองเพื่อนตัวเองที่วิ่งไปไกลก่อนจะเดินไปตบบ่ามินโฮเบาๆ
“ตกกระป๋องแล้วไอ้มินโฮ ทำใจซะ”
หลังจากวันนั้นก็แทบไม่มีใครกล้าแกล้งแทฮยอนอีกเลย
มินโฮที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกกันกลับกลายเป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด
แทฮยอนและซึงฮุนมาโรงเรียนพร้อมกันในทุกเช้า กินข้าวด้วยกันทุกมื้อกลางวัน
ไปหาลูกสุนัขที่เก็บได้และถูกพี่หมอจินอูผู้แสนใจดีรับเลี้ยงเอาไว้ด้วยกันทุกวัน
ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดกระทั่งเวลานอนก็นอนด้วยกันไม่ห่างจนเรียกได้ว่าถ้าเห็นแทฮยอนที่ไหนต้องเห็นซึงฮุนที่นั่น
และถ้าเห็นซึงฮุนที่ไหนใกล้ๆนั่นต้องมีแทฮยอนอยู่ด้วย
เวลาล่วงเลยไปกว่า 5 ปีที่อาจีฮยอนฝากแทฮยอนไว้กับที่บ้านของซึงฮุน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจีฮยอนได้แวะเวียนมาหาแทฮยอนบ้างเมื่อมีโอกาส
แต่เพราะต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยนั่นทำให้การเรียนของเขาจบช้าว่าที่คาดการณ์ไว้
แต่นั่นถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับซึงฮุน
ความสนิทสนมและผูกพันที่ค่อยๆก่อตัวทำให้เขาไม่อยากให้แทฮยอนจากไปไหน
แต่ความสุขทั้งหมดกำลังจะหายไปเมื่อเช้าวันนี้แทฮยอนได้รับข่าวดีจากออมม่าของเขาว่าอาจีฮยอนเรียนจบแล้ว
และกำลังจะกลับมารับแทฮยอนกลับไปอยู่ด้วยกันหลังจากจัดการเรื่องที่พักได้เรียบร้อยแล้ว
ขายาวถีบที่พักเท้าไปอย่างช้าๆ
ดวงตาเหม่อลอยไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย
“พี่ซึงฮุน”
“พี่ ซึง ฮุน”
คนที่ซ้อนท้ายอยู่เอ่ยเรียกอยู่นานจนถอนหายใจออกมา
แทฮยอนมองแผ่นหลังกว้างอย่างไม่เข้าใจ หลายวันมานี้พี่ซึงฮุนของเขาดูไม่สดใสเลย ไม่มาแกล้งมาเล่นเหมือนอย่างเคยทำ
ขาสองข้างค่อยๆลุกขึ้นยืนมือเรียวจับไหล่คนขี่เอาไว้แน่นก่อนจะก้มหน้าไปตะโกนข้างหูอีกคน
“พี่ซึงฮุนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!!!”
เสียงตะโกนทำเอาสติที่หลุดลอยไปไกลวิ่งกลับเข้าร่าง
จักรยานสั่นโครงเครงไปตามทางเพราะความตกใจทำให้ซึงฮุนทรงตัวไม่อยู่
“เฮ้ย!! / เฮ้ย!!”
และในที่สุดจักรยานคันสวยก็พุ่งลงข้างทางแต่ก่อนที่รถจะล้มลงแทฮยอนก็กระโดดออกจากเบาะหลังได้ทันเวลา
ร่างโปร่งรีบวิ่งไปดูอีกคนที่โดนโครงเหล็กทับอยู่
“เฮ้ย เป็นไรมากป่าวพี่”
ซึงฮุนส่ายหน้าก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นยืนและเดินไปนั่งม้านั่งข้างทางใกล้ๆบริเวณนั้น
แทฮยอนมองอีกคนอย่างงงๆก่อนจะยกรถขึ้นแล้วจูงไปจอดไว้ข้างๆม้านั่ง
“นั่งดิ ยืนมองอยู่ได้”
แทฮยอนยืนมองคนพี่กำลังปัดเศษหญ้าตามตัวเมื่อโดนสั่งก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอแต่ก็ยอมนั่งลงข้างๆอย่างว่าง่าย
“พี่เป็นอะไร... เบื่อผมแล้วหรอ”
ซึงฮุนหันไปมองใบหน้าเพียงครึ่งของคนน้องที่ทอดสายตาไปยังถนนด้านหน้า
“พี่กลัว พี่ไม่อยากให้แทฮยอนไปไกลๆ
ไกลจากสายตาพี่”
“เหงาก็เล่นกับไอ้มินโฮไปสิพี่
เดี๋ยวผมไปฝากฝังให้เลย”
คำพูดของแทฮยอนทำให้ซึงฮุนขำออกมาเบาๆ
“พี่แค่ไม่อยากให้แทฮยอนจากไป
อยากอยู่ใกล้ๆอยากดูแล ถ้า...”
แทฮยอนหันกลับมามองคนพี่อีกครั้ง
นั่นทำให้ตาชั้นเดียวของคนทั้งคู่ประสานกัน ต่างฝ่ายต่างจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกคน
เกิดความเงียบขึ้นมาในชั่วอึดใจแต่เพราะซึงฮุนที่ยังพูดไม่จบประโยคนั่นทำให้แทฮยอนเอ่ยทวนขึ้นมา
“ถ้า”
“ถ้าแทฮยอนไปสนิทกับคนอื่นมากกว่าพี่
พี่คงเสียใจ”
ริ้วแดงจางๆก่อตัวขึ้นบริเวณแก้มใสของเด็กคิ้วประหลาด
รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นอย่างห้ามไม่ได้
“หวงน้องว่างั้นเหอะ”
“พี่ไม่รู้จะพูดยังไง คือพี่ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้นาย
ไม่อยากให้ใครมาแทนที่พี่”
“นี่สารภาพรักป่ะเนี้ย”
แทฮยอนหันหน้าหนีอีกคนเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าของตนเริ่มจะร้อนมากเกินความจำเป็น
“ถ้าสารภาพรักจะโดนปฏิเสธป่ะ”
น้ำเสียงทะเล้นที่ดังใกล้ๆหูทำให้แทฮยอนหันกลับมามองทันที
และนั่นทำให้จมูกของคนทั้งคู่ชนกันโดยบังเอิญ สองตาประสานกันอีกครั้งอย่างสื่อความหมายก่อนที่แทฮยอนจะเป็นฝ่ายหลุบตามองต่ำด้วยความเขินอาย
“ตะ แต่ผมเป็นผู้ชาย”
ซึงฮุนยิ้มแกล้มแทบปริ
มือเรียวเชยคางคนตรงหน้าให้เงยขึ้นมาสบตากันอีกครั้ง
“ถึงขั้นนี้แล้วคิดว่าพี่สนหรอ”
“งะ งั้น งั้นผมก็ ตกลงครับ”
คำตอบที่ได้ยินทำเอาใจที่เต้นแรงอยู่แล้วยิ่งเต้นแรงเข้าไปอีก
ซึงฮุนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆใบหน้าใสของเด็กหน้าแมวอีกครั้งก่อนจะเอ่ยประโยคที่ชวนให้ใจของอีกคนต้องทำงานหนักเข้าไปอีกออกมา
“เมื่อก่อนนายเป็นของเล่นที่พี่เล่นได้คนเดียว
แต่ตอนนี้นายเป็นไอ้เด็กหน้าแมวที่ใจเต้นแรงได้เพราะพี่คนเดียวเข้าใจมั้ย”
แล้วปากบางก็ทาบทับลงไปบนหน้าผากมนของคนตรงหน้า
“จะว่าพี่แก่แดดก็ได้
แต่ขอมัดจำไว้ก่อนนะ”
ทั้งสองนั่งกุมมือกันอยู่บนม้านั่งริมทางจนแสงแดดที่เคยสาดส่องถูกแทนที่ด้วยแสงนวลจากหลอดไฟ
หัวใจของคนทั้งคู่ถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกที่ตรงกันและไออุ่นที่ส่งผ่านให้กันและกัน
ณ. เวลานี้ซึงฮุนไม่สนอีกต่อไปแล้วว่าอีกคนจะต้องห่างเขาไปไกลแค่ไหน
หากแต่ถ้ายังคงมั่นคงกันอย่างที่เป็นเหมือนทุกวันนี้ระหว่างเขาทั้งคู่คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
หลังจากนั้นไม่นานแทฮยอนก็ย้ายไปอยู่กับแม่ที่เมืองหลวง
หลายปีผ่านไปทั้งแทฮยอนและซึงฮุนต่างก็โตเป็นหนุ่ม
ระยะเวลาที่ผ่านมาเขาทั้งคู่ติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์มือถือและโปรแกรมแชทต่างๆมากมายที่มีให้เลือกใช้เยอะจนเกินความจำเป็น
ทั้งคู่ต่างเป็นกำลังใจให้กันและกันฝ่าฟันเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในบางครั้ง
ผ่านช่วงเวลาที่ทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไปจนความรักที่มีนั่นแน่นแฟ้นมากขึ้นไปอีก
เวลาปิดเทอมแทฮยอนก็มักจะขออนุญาตแม่ของตนมาอยู่กับซึงฮุนที่บ้านหลังเล็กอีกครั้ง
ทั้งคู่ใช้เวลาที่มีอยู่น้อยนิดอย่างไม่ศูนย์เปล่า
ต่างก็เติมเต็มช่วงเวลาที่ขาดหายไปอย่างไม่ลดละ
อ้อมกอดอุ่นๆที่เคยมอบให้กันยังคงอบอุ่นเหมือนวันแรกที่ได้รับ
ริมฝีปากนุ่มยังคงส่งความรู้สึกดีๆให้กันเสมอมาและยังคงเป็นแบบนี้ตลอดไป
คนทั้งคู่ยังคงเสมอต้นเสมอปลาย
ให้เกียรติซึ่งกันและกัน มั่นคงต่อความรักที่อีกคนมีให้เสมอมาเพื่อรอวันเวลาที่เขาทั้งสองจะได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้งและตลอดไป....
-
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ก็ยังคงความป่วยเสมอต้นเสมอปลายสำหรับฟิคของเราเนอะ
55555555555555
นานๆจะเขียนฟิคใสๆที
ละมุนไม่สุดจริงๆ ;_;

No comments:
Post a Comment