Tuesday, August 11, 2015

[OS] New toy.





[OS] New toy.





Pairing : Seunghoon x Taehyun
Rate : G




          เด็กหัวกลมวัยสิบขวบปั่นจักรยานคันโปรดมาจากโรงเรียน เด็กชายร่างบางจอดยานพาหนะคันไม่เล็กไม่ใหญ่ไปสำหรับตนไว้ที่หน้าบ้านหลังเล็กแถบชานเมือง ขายาวๆวิ่งไปในตัวบ้านอย่างรีบร้อนและสีหน้าแย้มยิ้มเข้าไปกอดหลังมารดาที่ยืนกุลีกุจออยู่ในห้องครัว


“มาถึงก็อ้อนใหญ่เลยนะซึงฮุนนา”
“ออมม่ามีอะไรให้กินบ้าง น้องฮุนหิวจังเลย”


          เด็กชายยิ้มตาหยีให้มารดาที่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ หญิงสูงวัยยื่นพายแอปเปิ้ลชิ้นสวยให้แก่คนเป็นลูกก่อนจะลูบเบาๆที่กลุ่มผมนุ่มสีดำขลับ


“ขอบคุณครับ”


          ซึงฮุนรับพายแสนหอมนั่นมาก่อนจะวิ่งขึ้นไปยังห้องนอนของตนเองที่อยู่ด้านบน มือน้อยๆวางพายไว้บนโต๊ะก่อนจะเหวี่ยงกระเป๋าเป้ลงบนเตียงเล็กๆในห้อง ชุดเครื่องแบบนักเรียนชั้นประถมถูกถอดออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเสื้อยืดตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงวอมสีดำ


          ริมฝีปากยกยิ้มให้กับภาพของตนเองที่ฉายอยู่ในกระจกใบใหญ่ หยิบพายขึ้นมากัดก่อนจะออกวิ่งลงไปยังด้านล่างอีกครั้ง


          เสียงฝีเท้ากระทบบันไดไม้ดังลั่นบ้านทำให้หญิงสูงวัยรับรู้ได้ว่าตอนนี้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนกำลังจะออกไปซนข้างนอกอีกตามเคย


“น้องฮุนไปเล่นกับซึงยูนนะครับออมม่า”


          เสียงเล็กๆตะโกนบอกคนเป็นแม่ตั้งท่าเตรียมพร้อมจะปั่นจักรยานออกจากบ้านอีกครั้งทว่า...


“ซึงฮุนพาน้องไปเล่นด้วยซิลูก”


          คุณแม่เดินยิ้มออกมาที่หน้าบ้านพร้อมกับจูงมือเด็กชายตัวจ่ำม้ำที่เขาไม่เคยเห็นมาด้วยอีกคน คนถูกเรียกมองภาพนั้นด้วยความฉงน


“ไปเอาเด็กหน้าแมวนี่มาจากไหนเนี้ยออมม่า”


          ซึงฮุนจอดรถไว้ดังเดิมแล้วเดินมาย่อตัวนั่งชันเข่าอยู่ด้านหน้าเด็กตัวเตี้ยกว่าเขานิดนึง เขายื่นมือออกไปบีบแก้มย้วยนั่นอย่างหมั้นเคี้ยว


“ไปเรียกน้องแบบนั้นได้ยังไง... จำคุณอานัมจีฮยอนที่เคยอยู่บ้านข้างๆเราได้มั้ยลูก”


          ซึงฮุนพยักหน้าตอบคำถามแม่ ดวงตาเรียวเล็กยังคงจดจ้องอยู่ที่เด็กตรงหน้า มือเล็กยื่นไปแตะที่หัวคิ้วบางๆของคนน้องด้วยความสนใจ


“อาเขาไปต่างประเทศ เลยมาฝากให้แม่ดูแลน้องจนกว่าเขาจะกลับมา”
“แล้วอาจะกลับมาเมื่อไหร่หรอครับ”


          ซึงฮุนเอ่ยถามทั้งๆที่ยังคงจับแก้มจับคิ้วจับแขนเด็กตรงหน้าอย่างสนุกมือเช่นเดิม


“อีก 2 ปีจ๊ะ”
“ห๊ะ!!!!!!
“ก็อาเขาไปเรียนต่อหน่ะ คงนานหน่อย”


          ซึงฮุนไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมอาที่เคยอยู่ข้างบ้านจะต้องไปเรียนไกลถึงต่างประเทศ แม้จะสงสัยว่าทำไมถึงเอาเด็กนี่มาฝากไว้ที่บ้านของเขานานขนาดนั้นแต่ก็เลือกที่จะไม่ถาม ในเมื่อมีเด็กน้อยหน้าแมวมาทำตัวน่ารักน่าหยิกอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาคิดว่านี่คงเป็นของเล่นชิ้นใหม่ที่จะเอาไปแบ่งเพื่อนเล่นในเย็นนี้ ย้ำว่าของเล่น


“น้องชื่ออะไรครับออมม่า”
“แทฮยอนจ๊ะ นัมแทฮยอน”
“ปะแทฮยอน ไปเล่นกัน”


           ซึงฮุนยื่นมือไปจับข้อมือเล็กของน้องก่อนจะพาออกเดิน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดออกมาที่มุมปากบาง มือเรียวค่อยๆสอดใต้ข้อพับรักแร้แล้วออกแรงยกเด็กตัวอ้วนให้ขึ้นนั่งเบาะซ้อนท้ายจักรยานของเขา


“อย่ากลับให้มันค่ำมากนะลูก”
“คร้าบบบบบบ”


          ซึงฮุนขานรับแม่ก่อนจะปั่นจักรยานออกมาตามถนนเล็กๆ ต้นไม้สูงใหญ่ออกกิ่งก้านชูช่อมากมายจนกลายเป็นอุโมงค์ยาวไปตามทาง สายลมพัดอ่อนๆปะทะใบหน้าขาวทำให้รู้สึกสดชื่น เขาสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดก่อนจะเร่งฝีเท้าถีบที่พักเท้าให้ไวขึ้นโดยไม่สนใจคนด้านหลังเลยซักนิด


          เด็กหน้าแมวถูกเหวี่ยงตามแรงเมื่อจู่ๆความเร็วของจักรยานก็เพิ่มขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว มือป้อมๆเกี่ยวรั้งเอวคนพี่ไว้ได้ทันท่วงที หากยื่นมือไปช้ากว่านี้เขาคงตกลงไปนอนกลิ้งอยู่บนถนนนั่นแล้วแน่ๆ


          ซึงฮุนเอี่ยวตัวกลับมามองคนด้านหลังเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าหวาดๆของคนน้องก็นึกสนุกปั่นรถให้เร็วขึ้นอีก มือเล็กกำเสื้อของคนพี่เอาไว้แน่น จากที่ใช้มือจับเพียงข้างเดียวบัดนี้มือทั้งสองข้างของแทฮยอนกำลังโอบกอดเอวของคนพี่เอาไว้แน่นพร้อมกับซุกใบหน้าเล็กลงบนแผ่นหลังพี่ชายตัวสูง







          จักรยานคันสวยเคลื่อนตัวมาจอดอยู่ใต้ต้นซากุระใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางสนามเด็กเล่นของหมู่บ้าน แทฮยอนมองสำรวจพื้นที่รอบๆก่อนจะถูกพี่ชายตัวสูงจับอุ้มลงมาจากเบาะรถ


          ซึงฮุนวางของเล่นชิ้นใหม่ของเขาลงบนม้านั่งยาวที่ตั้งข้างๆต้นซากุระก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ แทฮยอนจ้องมองคนพี่ด้วยตาใสแป๋วโดยไม่เอ่ยอะไรออกมา


“เป็นใบ้หรอเราอ่ะ”


          ซึงฮุนเอ่ยถามก่อนจะใช้นิ้วจิ้มแขนนิ่มๆของน้องเบาๆ


“ป่าว”


          แทฮยอนตอบเพียงสั้นๆก่อนจะหันไปมองด้านหน้า


          ทั้งคู่นั่งข้างกันอยู่เงียบๆแทฮยอนปล่อยให้ซึงฮุนจับเนื้อจับตัวเขาได้ตามต้องการโดยไม่เอ่ยปากพูดอะไรออกมาซักคำ ไม่นานนักก็มีเด็กผมยุ่งตัวบางวิ่งเข้ามาหาเขาทั้งสองคนอย่างเหนื่อยหอบ


“ทะ โทษ เฮ่อ โทษทีวะซึงฮุน กะ เฮ่อ กูขี้แตกนิดหน่อย”


          ซึงฮุนขำลั่นกับคำอธิบายของเพื่อนก่อนจะหันมามองคนข้างตัวแล้วส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปให้น้องอีกครั้ง


“แล้วเด็กนี่ใครอ่ะ”
“น้อง... ชื่อแทฮยอนนี่”
“ผู้หญิงหรอวะ”


          คำถามของเพื่อนรักทำเอาซึงฮุนลงไปขำกลิ้งกับพื้นอย่างไม่อายสายตาเด็กคนอื่นที่วิ่งเล่นอยู่ในบริเวณนั้น


“ผู้ชาย แทฮยอนเป็นผู้ชาย”


          คนถูกกล่าวหาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนจะเสหน้าไปมองทางคนที่ลงไปนอนขำกลิ้งกับพื้น


“เฮ้ย ไม่เชื่อหรอก ไหนดูดิ๊มีจู๋ป่าว”


          ซึงยูนยังคงไม่ลดละความพยายามยัดเยียดความเป็นหญิงให้ เขาก้าวเท้าเข้าใกล้เด็กชายแปลกหน้ามากขึ้นหมายจะจับถอดกางเกงของอีกคนเพื่อพิสูจน์ความเป็นชายแต่ดูเหมือนแทฮยอนจะรู้ทัน มือป้อมยกขึ้นกุมเป้ากางเกงก่อนจะลุกขึ้นแล้วไปยืนข้างหลังซึงฮุนที่ตอนนี้กำลังนั่งขำเขากับซึงยูนอยู่


          ซึงฮุนเห็นน้องมายืนด้านหลังตนก็หันไปยักคิ้วให้เพื่อนอย่างรู้กันก่อนจะหันหลังไปดึงกางเกงขาสั้นของคนน้องลงเผยให้เห็นชั้นในตัวน้อยสีขาวสะอาด ก้อนเนื้อนูนๆกลางลำตัวทำให้ซึงยูนและซึงฮุนหันมามองหน้ากันก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง


“ย๊าส์ย๊าส์ ผู้ชายจริงๆด้วยว่ะ 5555555555”


          แทฮยอนที่ยืนเหวออ้าปากค้างอยู่เมื่อครู่รีบก้มลงดึงกางเกงของตนขึ้น แก้มใสขึ้นสีเล็กน้อยก่อนจะเดินกระทืบเท้าไปนั่งบนม้านั่งยาวอีกครั้ง


“ไปเล่นกัน”


          ซึงฮุนเดินไปจับข้อมือน้องก่อนจะออกแรงฉุดให้ลุกแล้วเดินตามเขามา ซึงฮุนชี้ให้แทฮยอนขึ้นนั่งบนชิงช้าสีสันสดใสก่อนจะบอกให้ซึงยูนไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม เด็กทั้งสองยักคิ้วให้กันจากนั่นซึงฮุนก็ออกแรงเหวี่ยงชิงช้าที่แทฮยอนนั่งอยู่ให้แกว่งไปด้านหน้าที่ซึงยูนยืนอยู่


          ซึงยูนออกแรงผลักขาของแทฮยอนเพื่อให้แกว่งไปยังด้านหลังและซึงฮุนก็เหวี่ยงกลับมาอีกครั้ง ทั้งสองทำแบบนี้ผลัดกันไปมาจนชิงช้าที่ลอยอยู่ต่ำๆลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ สูงขึ้นๆจนเด็กที่นั่งอยู่ด้านบนนึกหวาดกลัว มือป้อมกำโซ่เหล็กไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ดวงตาเล็กสั่นระริกอย่างห้ามไม่ได้


          ด้วยความที่หูทั้งสองข้างของแทฮยอนได้ยินเสียงไม่เท่ากันเสียงลมที่ก้องเข้าหูข้างขวากับภาพเบลอๆตรงหน้าจึงเริ่มทำให้คนบนชิงช้ามึนหัว มือเล็กที่เคยกำโซ่เอาไว้แน่นบัดนี้มันค่อยๆปล่อยออกช้าๆเพื่อนำมากุมหูข้างขวาเอาไว้ แรงเหวี่ยงจากทางด้านหลังที่มาเร็วจนเกินไปทำให้ซึงยูนที่ยืนอยู่ด้านตั้งตัวไม่ทันและเขาใช้มือเพียงข้างเดียวผลักขาของแทฮยอนกลับไปทางด้านหลัง


          นั่นทำให้ตัวชิงช้าแกว่งเอนไปมาเสียการทรงตัว


“เฮ้ย!! / เฮ้ย!! / ตุบ!!


          แทฮยอนตกลงจากชิงช้าตัวสวยที่ยังคงแกว่งไปมาอย่างไร้จุดหมาย โลหะแข็งกวัดแกว่งไปมาพร้อมๆกับแทฮยอนที่ค่อยๆเงยหน้าขึ้นพอดี


“โอ๊ย!!


          แล้วมุมที่นั่งแข็งของชิงช้าก็กระแทกเข้าเต็มๆที่หัวกลมของเด็กหน้าแมว ซึงยูนหันไปจับชิงช้าเอาไว้ก่อนที่จะเดินไปดูหัวโนๆของน้องในขณะที่ซึงฮุนเอายืนมองด้วยสายตาเป็นห่วงอยู่ห่างๆ


          น้ำใสๆคลออยู่ที่หางตาน้อยๆของแทฮยอนเด็กน้อยยกมือขึ้นกุมหัวก่อนจะหันขวับไปมองคนพี่ที่พาเขามา ซึงฮุนเห็นแบบนั้นก็หัวเราะลั่นมันไม่ใช่ความผิดเขาซักหน่อยที่แทฮยอนตกลงมาจากชิงช้า ก็จับมือไม่แน่นเองนี่หว่า คนโดนแกล้งมองท่าทางเหล่านั้นด้วยความโกรธเคืองแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา


           แทฮยอนหันไปเห็นลูกสนุขตัวน้อยนอนหมอบอยู่ข้างถังขยะใบโตใกล้ๆเสาชิงช้า เขาเดินเข้าไปดูใช้มือเล็กยื่นไปลูบหัวลูกสุนัขที่เนื้อตัวเลอะมอมแมมอย่างทะนุถนอม


“โอ๊ะหมานี่”


           เมื่อมองตามเด็กคิ้วตกที่เดินหนีไปก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีลูกสุนัขตัวเล็กกำลังนอนหมอบอยู่ด้วย ซึงฮุนเดินเข้าไปใกล้ๆเขาย่อตัวลงแล้วนั่งมองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กนั่นอย่างสนอกสนใจ


          รอยเลือดบนขาหน้ากับใบหน้าของลูกสุนัขทำเอาซึงฮุนตกใจอยู่ไม่น้อย มือเรียวยื่นไปยกลูกสุนัขขึ้นโอบอุ้ม


“เฮ้ยมันเลือดออกด้วยอ่ะพาไปหาหมอดิเร็วๆ”


          ซึงฮุนหันไปบอกเพื่อนอย่างร้อนรน ซึงยูนรีบไปคว้าจักรยานของเพื่อนมาขึ้นคร่อมรอให้คนเพื่อนที่อุ้มลูกสุนัขอยู่ขึ้นมาซ้อนท้ายตน


“รออยู่นี่อย่าไปไหนนะแทฮยอน”
“มะ...”


         ยังไม่ทันจะเอ่ยท้วงอะไรจักรยานคันสวยก็พุ่งไปข้างหน้าเรียบร้อยแล้ว นี่เขากำลังลูกปล่อยทิ้งไว้ในสถานที่แปลกตานี่จริงๆหรอ เด็กน้อยก้มหน้างุดมองมือเล็กๆของตัวเองก่อนจะเผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ


          ด้วยความที่คนด้านหลังตัวหนักกว่าซึงยูนจึงปั่นจักรยานได้ค่อนข้างช้านั่นทำให้กินเวลาเป็นอย่างมากในการเดินทางมายังคลินิกสัตว์ในพื้นที่ใกล้ๆ


          ซึงฮุนวิ่งหน้าตาตื่นเข้าไปด้านในก่อนจะค่อยๆวางลูกสุนัขลงบนเคาน์เตอร์


“พี่หมอจินอูครับ หมา หมามันเลือดออก ชะ ช่วยมันด้วยนะครับ”
“อ่า ใจเย็นๆนะซึงฮุนอ่า... ไหนพี่หมอขอดูหน่อยนะครับตัวเล็ก”


          คุณหมอใจดีพูดยิ้มแย้มกับเด็กน้อยในประโยคแรก ส่วนประโยคหลังนี่เพียงเอ่ยเบาๆพูดกับสุนัขบาดเจ็บตรงหน้าเท่านั้น


“มันโดนกัดมานี่ พวกนายไปเจอมันมาจากไหนเนี้ย”
“มันนอนหมอบอยู่ที่ถังขยะในสนามอ่ะครับพี่หมอ”


          เป็นซึงยูนที่เป็นคนตอบคำถามเพราะเพื่อนอีกคนเอาแต่จ้องมองลูกสุนัขที่กำลังถูกล้างแผลอยู่อย่างไม่วางตา


           ลูกสุนัขเนื้อตัวมอมแมมถูกจับทำความสะอาดและทำแผลให้เรียบร้อยก็นอนหลับไปซึงฮุนเอาแต่นั่งลูบหัวอยู่ไม่ห่าง ซึงยูนที่เห็นว่าตนออกจากบ้านมานานแล้วก็ขอตัวกลับบ้านไปก่อน เหลือเพียงพี่หมอจินอูเจ้าของคลินิกเด็กน้อยซึงฮุนกับลูกสุนัขบาดเจ็บเท่านั้น


“เอาน้องหมาไว้ที่นี่ก่อนนะซึงฮุนนา นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วรีบกลับบ้านก่อนเถอะ”


           ซึงฮุนพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่ายก่อนจะค่อยๆคลายมือออกจากลูกสุนัขและยืนมองพี่หมอเอาเจ้าตัวเล็กเข้าไปนอนในกรงของคลินิก เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็กล่าวลาคุณหมอและเดินออกมาปั่นจักรมุ่งหน้ากลับบ้าน


“เหี้ยละ”


          อีกไม่กี่เมตรก็จะถึงบ้านสองชั้นหลังเล็กของเขาแล้วซึงฮุนหักเลี้ยวรถกลับพร้อมกับเร่งถีบเท้าปั่นให้ไวขึ้น เม็ดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามใบหน้าและฝ่ามือคิ้วบางขมวดกันเป็นปมพร้อมกับใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ


          ขออย่าให้เจ้านั่นเป็นอะไรเลย


          ซึงฮุนมองเห็นกลุ่มเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเขากำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ ขายาวกระโดดลงจากจักรยานคันสวยและปล่อยมันทิ้งไว้ตรงนั้นโดยไม่สนใจว่าโครงเหล็กเหล่านั่นจะบุบสลายบ้างหรือไม่ สายตาแข็งกร้าวจ้องมองไปยังกลุ่มเด็กที่ส่งเสียงหัวเราะลั่นสนาม มองลอดเข้าไปก็เห็นแทฮยอนที่เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยเส้นสีมากมายจากปากกายืนตัวแข็งทื่ออยู่


          ซึงฮุนผลักเด็กชายตรงหน้าออกจนกระเด็นไปข้างๆ มือเรียวคว้าข้อมือของน้องชายก่อนจะพาเดินออกมาจากวงล้อมเด็กเกเรพวกนั้นแต่ข้อมืออีกข้างที่ว่างอยู่กลับถูกมือของใครก็ไม่รู้คว้าเอาไว้ซะก่อน


          แรงฉุดนั่นทำให้ซึงฮุนหันกลับไปมองตาขวาง


“จะเอาของเล่นกูไปไหน”


          น้ำเสียงแข็งกร้าวถูกเปล่งออกมาจากหัวโจกคนหนึ่ง ซึงฮุนจึงสะบัดมือออกอย่างแรง


“ของเล่นมึงที่ไหน นี่น้องกูอย่าสะเออะ”


          สิ้นเสียงซึงฮุนก็โดนต่อยเข้าที่หน้าเต็มๆ เด็กน้อยเซตามแรงแต่ยังคงทรงตัวยืนตรงได้ตามปกติ สายตาแข็งกระด้างถูกส่งไปยังคนปล่อยหมัดเมื่อครู่


“แน่ใจใช่มั้ยว่าจะมีเรื่องกับกู”


          มือเรียวกำเข้าหากันแน่นก่อนจะเหวี่ยงไปกระแทกกับใบหน้าคนตรงหน้า เด็กหัวโจกเมื่อครู่ล้มคว่ำลงไปกับพื้น ที่มุมปากมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย มือกร้านเช็ดที่มุมปากของตนก่อนจะร้องโอดโอ๊ยออกมาเสียงสั่นและวิ่งหนีหายไปและเด็กที่เหลือก็เลยวิ่งตามกลับไปด้วย


“ทำไมไม่สู้มันละเจ้าบ้า”


           ซึงฮุนเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังจูงเด็กหน้าแมวมายังรถจักรยานที่นอนตายอยู่ใกล้ๆ สิ่งที่ได้ตอบกลับมาคือความเงียบไม่ผิดไปจากที่เขาคาดไว้ เขาปล่อยมือออกจากน้องก่อนจะไปยกจักรยานขึ้นตั้งแล้วสำรวจความเสียหายคร่าวๆก่อนจะเดินกลับมาอุ้มน้องขึ้นรถ


         ตาเล็กมองไปยังเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยรอยปากกาหลากสีแล้วได้แต่ส่ายหัวเบาๆ


“ทำไมไม่กลับบ้านอ่ะ จำทางไม่ได้หรอ”


          เขาเอ่ยถามอีกครั้งเมื่อปั่นจักรยานออกมาจากสวนนั่นแล้ว เพราะเส้นทางจากบ้านมายังสนามเด็กเล่นไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากถึงกับทำให้เด็ก 9 ขวบจำไม่ได้ แสงไฟสีส้มสาดส่องไปทั่วบริเวณถนนเส้นเล็กเหมือนอย่างเคย เขาปั่นมันอย่างช้าๆไม่ได้รีบร้อนหรือมีอารมณ์อยากจะแกล้งคนน้องเหมือนเมื่อตอนขามา


“งุนงุน... บอกให้นัมรออยู่ตรงนั้น”


          แทฮยอนตอบเสียงแผ่วซึ่งมันสามารถเรียกรอยยิ้มจากคนปั่นได้เป็นอย่างมาก


“นานขนาดอ่ะนะ”
“แล้ว... แล้วถ้านัมกลับคนเดียว...”


          ซึงฮุนจอดรถเมื่อเห็นว่าคนน้องเงียบไป เขาเอาขาสองข้างยันพื้นแล้วหันกลับมามองคนน้องที่กำลังก้มหน้างุดโดยที่มือสองข้างกำชายเสื้อของเขาเอาไว้แน่น


“กลับคนเดียวแล้วทำไม”
“ก็ถ้านัมกลับคนเดียวงุนงุนก็จะโดนคุณป้าดุเอา”


          ซึงฮุนยิ้มขำกับคำตอบที่ได้รับ มือเรียวยื่นไปลูบหัวน้องเบาๆก่อนจะออกปั่นจักรยานอีกครั้ง


“ไอ้เด็กหน้าแมวเอ้ย”


          ปากบางบ่นอุบอิบกับตัวเองเบาๆพร้อมกับรอยยิ้มที่หุบไว้ไม่อยู่


          ซึงฮุนนำรถเข้ามาจอดในบ้านก่อนจะยกเจ้าหน้าแมวข้างหลังลง เจ้าตัวเล็กเมื่อขาถึงพื้นก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้าน ซึงฮุนที่เดินตามเข้ามาได้ยินเสียงบ่นของหญิงสูงวัยก็ไม่ได้สนใจอะไร เขาเดินตามคนน้องที่วิ่งหายเข้าไปในห้องนอนของมารดา


“ไปนอนห้องพี่มั้ย”


          เขาเอ่ยถามแทฮยอนที่เตรียมตัวจะอาบน้ำและเมื่อเห็นน้องพยักหน้าก็เดินเข้าไปจูงมืออีกคนลงไปเข้าห้องน้ำชั้นล่าง


“เดี๋ยวช่วยขัด”


          เขาจับแทฮยอนนั่งลงบนม้านั่งตัวเล็กปล่อยให้อีกคนตักน้ำราดตัวก่อนจะหยิบใยบวบมาเทครีมอาบน้ำลงไปแล้วออกแรงขัดตามรอยปากกาเบาๆ เขามองผิวขาวของน้องที่ค่อยๆขึ้นสีแดงอย่างนึกสงสาร ถ้าเขาไม่ปล่อยน้องไว้คนเดียวคงไม่เป็นแบบนี้


“เจ็บก็บอกนะ”


          แทฮยอนพยักหน้ารับโดยในมือก็เล่นตุ๊กตาโลมาตัวเล็กที่ทำจากยางซึ่งเป่าลมเข้าไปจนตัวมันพองโต


          ซึงฮุนกับแทฮยอนใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆในห้องน้ำกว่ารอยปากกานั่นจะจางลง ซึงฮุนบอกให้เจ้าตัวเล็กออกไปกินข้าวก่อนถ้ากินเสร็จแล้วจะขึ้นไปรอบนห้องนอนเขาเลยก็ได้


          สายน้ำเย็นไหลผ่านใบหน้าแย้มยิ้ม ดวงตาเรียวเล็กแทบจะปิดสนิททุกครั้งที่เขายิ้มออกมา มือเรียวยกขึ้นลูบใบหน้าที่มีรอยยิ้มหวานประดับอยู่


“พรุ่งนี้คงต้องไปประกาศหน่อยแล้วว่าของเล่นของเขา เขาเล่นได้คนเดียวเท่านั้น”


          ซึงฮุนขำกับคำพูดของตัวเองออกมาน้อยๆก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไป


          เขาเดินเข้าไปนั่งทานข้าวกับพ่อแม่และพี่สาวที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ถามหาเด็กหน้าแมวก็ได้คำตอบว่าน้องขึ้นไปรอบนห้องแล้ว หลังจากได้คำตอบซึงฮุนกับรีบยัดข้าวเข้าปากจนหมดแล้ววิ่งขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองทันที


          แสงไฟสว่างในห้องเผยให้เห็นร่างเล็กที่นอนขดอยู่บนเตียงของเขา ซึงฮุนเดินไปยืนมองใกล้ๆก่อนจะปิดไฟแล้วค่อยๆแทรกตัวลงนอนบนพื้นที่อันน้อยนิด เด็กน้อยคว้าของเล่นชิ้นใหม่นั่นมาไว้ในอ้อมกอดสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆเข้าจมูกแล้วผลอยหลับไปในที่สุด






          เนื่องจากแทฮยอนเพิ่งย้ายมาทำให้ต้องเข้าเรียนกลางคันที่โรงเรียนเดียวกับซึงฮุน เช้านี่การเดินทางไปเรียนซึงฮุนจึงมีของเล่นหน้าแมวนั่งซ้อนท้ายไปด้วยต่างจากทุกที


          ทั้งสองแยกกันที่หน้าห้องของแทฮยอน เป็นซึงฮุนที่เดินมาส่งและฝากฝังน้องไว้กับครูประจำห้องเสร็จสับ


          ตลอดทั้งเช้าซึงฮุนจิตใจแทบจะไม่อยู่กับตัว เป็นห่วงว่าของเล่นของเขาจะเรียนรู้เรื่องมั้ย เข้ากับเพื่อนใหม่ได้รึเปล่า ซึงยูนที่จับสังเกตได้เลยแนะนำให้เพื่อนตัวดีแอบไปดูน้องด้วยกันตอนพักกลางวัน


           ในขณะที่เด็กทั้งสองกำลังก้าวเดินเพื่อไปยังห้องเรียนของแทฮยอน ตาเรียวก็หันไปเห็นกลุ่มเด็กกำลังส่งเสียงโวยวายกันอยู่ที่สนามเด็กเล่น


“นั่นแทฮยอนนี่ของมึงอ่ะ”


          ซึงยูนชี้ให้เพื่อนมองตาม ภาพถัดมาที่เห็นคือแทฮยอนกำลังถูกเด็กอีกคนผลักจนล้มลงไป สองขายาวๆของซึงฮุนวิ่งเข้าไปหาทันที


“มินโฮอย่าแกล้งน้องของพี่ดิ”


          เด็กผิวเข้มมองไปยังต้นเสียงแล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าคนพูดคืออีซึงฮุนรุ่นพี่ที่เขาค่อนข้างจะสนิทเพราะมักจะเล่นด้วยกันบ่อยๆและชอบอะไรเหมือนๆกันเลยคุยกันถูกคอ


“เป็นอะไรมั้ยแทฮยอน”


         ซึงยูนหันไปถามน้องของเพื่อนด้วยความเห็นห่วง มือเล็กกำลังจะเอื้อมไปช่วยพยุงน้องให้ลุกขึ้นแต่ก็ต้องชักกลับเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวดีมาย่อตัวหันหลังอยู่ตรงหน้าแทฮยอน


“ขึ้นมาเร็ว”


          ซึงฮุนหันไปทำเสียงดุใส่แทฮยอนให้ขึ้นขี่หลังเขาไวๆ ซึงยูนจับมือน้องให้โอบรอบคอของซึงฮุนไว้อย่างงงๆก่อนจะไปเห็นแผลถลอกที่เข่าของแทฮยอนแล้วจึงเข้าใจการกระทำของเพื่อน เมื่อยืนทรงตัวได้ซึงฮุนก็ออกวิ่งตรงไปยังห้องพยาบาลโดยมีเด็กหน้าแมวขี่อยู่บนหลังอย่างรวดเร็ว


          ซึงยูนยืนมองเพื่อนตัวเองที่วิ่งไปไกลก่อนจะเดินไปตบบ่ามินโฮเบาๆ


“ตกกระป๋องแล้วไอ้มินโฮ ทำใจซะ”


          หลังจากวันนั้นก็แทบไม่มีใครกล้าแกล้งแทฮยอนอีกเลย มินโฮที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกกันกลับกลายเป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด แทฮยอนและซึงฮุนมาโรงเรียนพร้อมกันในทุกเช้า กินข้าวด้วยกันทุกมื้อกลางวัน ไปหาลูกสุนัขที่เก็บได้และถูกพี่หมอจินอูผู้แสนใจดีรับเลี้ยงเอาไว้ด้วยกันทุกวัน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดกระทั่งเวลานอนก็นอนด้วยกันไม่ห่างจนเรียกได้ว่าถ้าเห็นแทฮยอนที่ไหนต้องเห็นซึงฮุนที่นั่น และถ้าเห็นซึงฮุนที่ไหนใกล้ๆนั่นต้องมีแทฮยอนอยู่ด้วย


          เวลาล่วงเลยไปกว่า 5 ปีที่อาจีฮยอนฝากแทฮยอนไว้กับที่บ้านของซึงฮุน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจีฮยอนได้แวะเวียนมาหาแทฮยอนบ้างเมื่อมีโอกาส แต่เพราะต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยนั่นทำให้การเรียนของเขาจบช้าว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่นั่นถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับซึงฮุน


           ความสนิทสนมและผูกพันที่ค่อยๆก่อตัวทำให้เขาไม่อยากให้แทฮยอนจากไปไหน แต่ความสุขทั้งหมดกำลังจะหายไปเมื่อเช้าวันนี้แทฮยอนได้รับข่าวดีจากออมม่าของเขาว่าอาจีฮยอนเรียนจบแล้ว และกำลังจะกลับมารับแทฮยอนกลับไปอยู่ด้วยกันหลังจากจัดการเรื่องที่พักได้เรียบร้อยแล้ว


          ขายาวถีบที่พักเท้าไปอย่างช้าๆ ดวงตาเหม่อลอยไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย


“พี่ซึงฮุน”

“พี่ ซึง ฮุน”


          คนที่ซ้อนท้ายอยู่เอ่ยเรียกอยู่นานจนถอนหายใจออกมา แทฮยอนมองแผ่นหลังกว้างอย่างไม่เข้าใจ หลายวันมานี้พี่ซึงฮุนของเขาดูไม่สดใสเลย ไม่มาแกล้งมาเล่นเหมือนอย่างเคยทำ ขาสองข้างค่อยๆลุกขึ้นยืนมือเรียวจับไหล่คนขี่เอาไว้แน่นก่อนจะก้มหน้าไปตะโกนข้างหูอีกคน


“พี่ซึงฮุนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!!!


          เสียงตะโกนทำเอาสติที่หลุดลอยไปไกลวิ่งกลับเข้าร่าง จักรยานสั่นโครงเครงไปตามทางเพราะความตกใจทำให้ซึงฮุนทรงตัวไม่อยู่


“เฮ้ย!! / เฮ้ย!!


         และในที่สุดจักรยานคันสวยก็พุ่งลงข้างทางแต่ก่อนที่รถจะล้มลงแทฮยอนก็กระโดดออกจากเบาะหลังได้ทันเวลา


          ร่างโปร่งรีบวิ่งไปดูอีกคนที่โดนโครงเหล็กทับอยู่


“เฮ้ย เป็นไรมากป่าวพี่”


          ซึงฮุนส่ายหน้าก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นยืนและเดินไปนั่งม้านั่งข้างทางใกล้ๆบริเวณนั้น แทฮยอนมองอีกคนอย่างงงๆก่อนจะยกรถขึ้นแล้วจูงไปจอดไว้ข้างๆม้านั่ง


“นั่งดิ ยืนมองอยู่ได้”


          แทฮยอนยืนมองคนพี่กำลังปัดเศษหญ้าตามตัวเมื่อโดนสั่งก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอแต่ก็ยอมนั่งลงข้างๆอย่างว่าง่าย


“พี่เป็นอะไร... เบื่อผมแล้วหรอ”


          ซึงฮุนหันไปมองใบหน้าเพียงครึ่งของคนน้องที่ทอดสายตาไปยังถนนด้านหน้า


“พี่กลัว พี่ไม่อยากให้แทฮยอนไปไกลๆ ไกลจากสายตาพี่”
“เหงาก็เล่นกับไอ้มินโฮไปสิพี่ เดี๋ยวผมไปฝากฝังให้เลย”


          คำพูดของแทฮยอนทำให้ซึงฮุนขำออกมาเบาๆ


“พี่แค่ไม่อยากให้แทฮยอนจากไป อยากอยู่ใกล้ๆอยากดูแล ถ้า...”


          แทฮยอนหันกลับมามองคนพี่อีกครั้ง นั่นทำให้ตาชั้นเดียวของคนทั้งคู่ประสานกัน ต่างฝ่ายต่างจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกคน เกิดความเงียบขึ้นมาในชั่วอึดใจแต่เพราะซึงฮุนที่ยังพูดไม่จบประโยคนั่นทำให้แทฮยอนเอ่ยทวนขึ้นมา

“ถ้า”
“ถ้าแทฮยอนไปสนิทกับคนอื่นมากกว่าพี่ พี่คงเสียใจ”


          ริ้วแดงจางๆก่อตัวขึ้นบริเวณแก้มใสของเด็กคิ้วประหลาด รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นอย่างห้ามไม่ได้


“หวงน้องว่างั้นเหอะ”
“พี่ไม่รู้จะพูดยังไง คือพี่ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้นาย ไม่อยากให้ใครมาแทนที่พี่”
“นี่สารภาพรักป่ะเนี้ย”


          แทฮยอนหันหน้าหนีอีกคนเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าของตนเริ่มจะร้อนมากเกินความจำเป็น


“ถ้าสารภาพรักจะโดนปฏิเสธป่ะ”


          น้ำเสียงทะเล้นที่ดังใกล้ๆหูทำให้แทฮยอนหันกลับมามองทันที และนั่นทำให้จมูกของคนทั้งคู่ชนกันโดยบังเอิญ สองตาประสานกันอีกครั้งอย่างสื่อความหมายก่อนที่แทฮยอนจะเป็นฝ่ายหลุบตามองต่ำด้วยความเขินอาย


“ตะ แต่ผมเป็นผู้ชาย”


          ซึงฮุนยิ้มแกล้มแทบปริ มือเรียวเชยคางคนตรงหน้าให้เงยขึ้นมาสบตากันอีกครั้ง


“ถึงขั้นนี้แล้วคิดว่าพี่สนหรอ”
“งะ งั้น งั้นผมก็ ตกลงครับ”


           คำตอบที่ได้ยินทำเอาใจที่เต้นแรงอยู่แล้วยิ่งเต้นแรงเข้าไปอีก ซึงฮุนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆใบหน้าใสของเด็กหน้าแมวอีกครั้งก่อนจะเอ่ยประโยคที่ชวนให้ใจของอีกคนต้องทำงานหนักเข้าไปอีกออกมา


“เมื่อก่อนนายเป็นของเล่นที่พี่เล่นได้คนเดียว แต่ตอนนี้นายเป็นไอ้เด็กหน้าแมวที่ใจเต้นแรงได้เพราะพี่คนเดียวเข้าใจมั้ย”


          แล้วปากบางก็ทาบทับลงไปบนหน้าผากมนของคนตรงหน้า


“จะว่าพี่แก่แดดก็ได้ แต่ขอมัดจำไว้ก่อนนะ”


          ทั้งสองนั่งกุมมือกันอยู่บนม้านั่งริมทางจนแสงแดดที่เคยสาดส่องถูกแทนที่ด้วยแสงนวลจากหลอดไฟ หัวใจของคนทั้งคู่ถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกที่ตรงกันและไออุ่นที่ส่งผ่านให้กันและกัน


          ณ. เวลานี้ซึงฮุนไม่สนอีกต่อไปแล้วว่าอีกคนจะต้องห่างเขาไปไกลแค่ไหน หากแต่ถ้ายังคงมั่นคงกันอย่างที่เป็นเหมือนทุกวันนี้ระหว่างเขาทั้งคู่คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง








          หลังจากนั้นไม่นานแทฮยอนก็ย้ายไปอยู่กับแม่ที่เมืองหลวง หลายปีผ่านไปทั้งแทฮยอนและซึงฮุนต่างก็โตเป็นหนุ่ม ระยะเวลาที่ผ่านมาเขาทั้งคู่ติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์มือถือและโปรแกรมแชทต่างๆมากมายที่มีให้เลือกใช้เยอะจนเกินความจำเป็น


          ทั้งคู่ต่างเป็นกำลังใจให้กันและกันฝ่าฟันเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในบางครั้ง ผ่านช่วงเวลาที่ทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไปจนความรักที่มีนั่นแน่นแฟ้นมากขึ้นไปอีก


          เวลาปิดเทอมแทฮยอนก็มักจะขออนุญาตแม่ของตนมาอยู่กับซึงฮุนที่บ้านหลังเล็กอีกครั้ง ทั้งคู่ใช้เวลาที่มีอยู่น้อยนิดอย่างไม่ศูนย์เปล่า ต่างก็เติมเต็มช่วงเวลาที่ขาดหายไปอย่างไม่ลดละ อ้อมกอดอุ่นๆที่เคยมอบให้กันยังคงอบอุ่นเหมือนวันแรกที่ได้รับ ริมฝีปากนุ่มยังคงส่งความรู้สึกดีๆให้กันเสมอมาและยังคงเป็นแบบนี้ตลอดไป


          คนทั้งคู่ยังคงเสมอต้นเสมอปลาย ให้เกียรติซึ่งกันและกัน มั่นคงต่อความรักที่อีกคนมีให้เสมอมาเพื่อรอวันเวลาที่เขาทั้งสองจะได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้งและตลอดไป....




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ก็ยังคงความป่วยเสมอต้นเสมอปลายสำหรับฟิคของเราเนอะ 55555555555555
นานๆจะเขียนฟิคใสๆที ละมุนไม่สุดจริงๆ ;_;



No comments:

Post a Comment