Tuesday, January 26, 2016

[OS] Hold me please.




Hold me please.





cr.ภาพต้นฉบับ: KittyGallannaugh                            




Pairing: Seunghoon x Taehyun
Rate: PG 
Note: Hold Me Tight – BTS : https://youtu.be/qouPAzQeXZ8










          บ้านไม้ขนาดกลางตั้งโดดเดี่ยวอยู่ในสวนกว้างบนเนินเขาสูง บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดพาเอาอากาศเย็นเข้ามากระทบตัวบ้านกับเสียงกิ่งไม้เสียดสีกันตามแรงลมเท่านั้นที่ทำให้ที่นี้ดูไม่วังเวงจนเกินไป รถสปอร์ตรุ่นเล็กสายพันธุ์ญี่ปุ่นสีเขียวแก่คันงามจอดอยู่ในโรงจอดรถกว้าง โดยเว้นพื้นที่ว่างเอาไว้สำหรับรถอีกคัน....


          รถอีกคันที่ไม่รู้ว่าวันนี้จะเข้ามาใช้พื้นที่รึเปล่า


          ท้องฟ้าสีน้ำเงินสลับขาวถูกย้อมด้วยสีส้มและสีคราม แสงไฟส่องทางเปิดขึ้นอัตโนมัติเมื่อความสว่างจากดวงอาทิตย์นั่นลับไป


          บ้านสองชั้นที่ด้านบนมีกระจกอยู่รอบด้านกลับมืดสนิท ประตูไม้บานใหญ่ที่เป็นทางเข้าเดียวของตัวบ้านยังคงปิดสนิท มีเพียงแสงไฟจากห้องครัวชั้นล่างที่ส่องสว่างออกมาจากบานหน้าต่างที่ถ้าไม่สังเกต ก็คงไม่รู้ว่ามันเปิดอยู่


          ร่างสูงโปร่งของเจ้าของบ้านนั่งไขว่ห่างอยู่บนเก้าอี้บาร์ทรงสูง แขนยาววางเท้าไว้กับเคาน์เตอร์บาร์ซึ่งปูด้วยหินสีดำสนิท ดวงตาเล็กเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่าง นิ้วชี้เรียวเกลี่ยปากแก้ววิสกี้ทรงกว้างอย่างล่องลอยก่อนจะกระดกน้ำสีสวยที่บรรจุอยู่เข้าไปในลำคอจนหมด เหยือกใสบรรจุของเหลวชนิดเดียวกันเอาไว้ถูกโยกไปมา ในขณะที่กำลังพิจารณาว่าจะเทมันลงสู่แก้วทรงเตี้ยในมือหรือจะนำมันไปวางไว้บนชั้นตามเดิมดีก็มีเสียงรถยนต์เคลื่อนตัวเข้ามาในบ้านดังเล็ดลอดเข้ามาสู่โสตประสาทเสียก่อน







          ไม่กี่นาทีต่อจากนั้นก็ปรากฏร่างโปร่งคุ้นตา....


          เขาทอดสายตามายังผมที่นั่งจ้องเขาอยู่จากตรงนี้ เพียงเสี้ยววิที่หยาดน้ำอุ่นไหลอาบลงมาข้างแก้มเขาก็ตัดสินใจเดินผ่านผมขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ไฟด้านบนถูกเปิดให้สว่างก่อนที่เสียงกุกกักจะดังตามมา


          เขาคงกำลังเก็บของ....


          ร่างสูงถอนหายใจออกมายาวเหยียดก่อนจะวางแก้ววิสกี้ลงกับพื้นหินเย็นเฉียบตรงหน้า ปากเหยือกสีใสในมืออีกข้างถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากเพื่อให้ของเหลวร้อนนั่นไหลเข้าสู่ร่างกาย


          หวังเพียงว่าจะช่วยให้ผมลืมบางอย่างได้ชั่วขณะ


          เสียงบนชั้นสองค่อยๆเงียบลงพร้อมๆกับน้ำสีอำพันในเหยือกที่หมดไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมพาเอาร่างของตัวเองมานั่งพิงขอบบันไดบ้านแบบนี้ ซึงฮุนหัวเราะขึ้นมาเบาๆอย่างนึกสมเพชในตัวเอง ซบหน้าลงกับพื้นกระเบื้องเย็นไปอย่างอ่อนแรง เปลือกตาสีอ่อนค่อยๆปิดลงพร้อมกับสติที่กำลังดำดิ่งลงไปในห้วงความทรงจำทีละนิด


          พลันภาพชายหนุ่มแสนรักก็ปรากฏแก่สายตา.... ใบหน้าเรียวสวยส่งยิ้มกว้างมาให้อย่างจริงใจ ผมกำลังพยายามที่จะพยุงตัวลุกขึ้นยืน วิ่งเข้าไปโผกอดอีกคนเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไป


          แต่แล้วทุกอย่างก็ดับลงเหลือเพียงความมืดมิดวังเวงเสียจนรู้สึกอึดอัดไปหมด


          ทรมาน ราวกับดวงใจถูกควักออกไปจากอก


          ก้อนเนื้อน้อยๆที่อยู่ด้านซ้ายค่อยๆเต้นช้าลงจนรู้สึกด้านชาไปในที่สุด


“ขอโทษนะ แทฮยอนอา”











          กระเป๋าเป้ใบใหญ่ถูกสะพายขึ้นบนบ่าหลังจากที่เขาจัดการขนย้ายของใช้ส่วนตัวลงไปใส่ไว้ที่หลังรถของตนเรียบร้อยแล้ว มือหนาลูบลงบนกรอบรูปสี่เหลี่ยมที่ถูกตั้งไว้บนโต๊ะทำงานตัวเก่าของเขา


          ภาพชายหนุ่มสองคนยืนกอดกันด้วยความรักใคร่ คนนึงคือเขา.... และอีกคนที่กำลังโอบกอดเขาเอาไว้ก็คือเจ้าของบ้านหลังนี้ อ้อมกอดอุ่นๆนั่นโอบกอดเขาเอาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าจะมีใครมาพรากเราสองคนออกจากกัน ใบหน้าขาวโน้มลงมาประทับจูบลงบนปลายจมูกโด่งของคนในอ้อมกอดอย่างแสนรัก ไม่อายต่อสายตาของคนรอบกาย ทำประหนึ่งว่าโลกทั้งใบมีเพียงแค่เขาสองคน


          ใช่.... เมื่อก่อนโลกของเขามีเพียงกันและกันแค่สองคน จนวันนึงซึงฮุนพาเอาใครอีกคนเข้ามาแทรกกลางระหว่างเรา


          ฉากรักเร่าร้อนฉายชัดอยู่ในความทรงจำของเขา ภาพซึงฮุนกับใครอีกคนที่เขาไม่รู้จักกำลังร่วมรักกันอยู่ที่โซฟากลางบ้านหลังนี้ เขาไม่ได้อาละวาด ทำเพียงเดินไปตบหน้าชายหนุ่มที่เขารักแล้วเดินหันหลังจากมา หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปอยู่กับเพื่อน ทำใจอยู่หลายเดือนจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์ยาวนานของเราลงไว้เพียงเท่านี้








“เดี๋ยวผมจะเข้าไปเก็บของนะ”


          นั่นเป็นประโยคแรกที่ผมเอ่ยขึ้นหลังจากเราไม่ได้คุยกันมาซักพักใหญ่ๆ ใบหน้าของอีกฝ่ายดูเรียบนิ่งหลังจากที่ผมพูดจบ ซึงฮุนเอาแต่เงียบและนั่นมันทำให้ผมอึดอัด เขาไม่มีคำอธิบายหรือคำขอโทษใดๆที่จะพูดกับผม ไม่มีการยื้อหรือรั้งใดๆระหว่างเราเกิดขึ้น


          วันนี้ผมเข้ามาเก็บของทุกอย่างออกไปจากสถานที่แห่งนี้ ความทรงจำดีๆมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวตั้งแต่ตอนที่ผมเลี้ยวรถเข้ามาในตัวบ้าน


          ด้านบนบ้านมืดสนิททำให้ผมคิดว่าเขาไม่อยู่ที่นี้ แต่เพียงแค่ก้าวเข้ามาเห็นร่างสูงนั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ที่ผมเคยใช้มันนั่งมองเวลาเขาทำอาหารให้ทานกลับทำให้ขาแข้งของผมไร้เรี่ยวแรง ผมหยุดยืนอยู่ที่หัวบันไดจ้องมองสบเข้าไปในดวงตาเหม่อลอยของเขา


          ผมเม้มปากแน่นเมื่อความรู้สึกบางอย่างลึกๆในใจกำลังก่อตัวขึ้น


          ฉับพลันที่คิดว่าควรจะขึ้นไปทำธุระของตัวเองให้เสร็จสิ่งที่ผมไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น


          น้ำตาของขาไหลลงอาบแก้มเนียนสีแดงระเรื่อ ผมรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอึกบางอย่างกำลังจุกอยู่ในลำคอ ความรู้สึกหลากหลายตีตื้นขึ้นมาจนชวนเวียนหัว หัวใจเต้นแรงอย่างบีบคั้นจนผมต้องเลือกเดินจากภาพนั้นมาให้ไวที่สุด ก่อนที่กำแพงที่สร้างเอาไว้จะพังทลายลง


          ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวเก่ง ก้าวลงไปยังชั้นล่างช้าๆหวังเพียงแค่ว่าขอให้เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น


          แต่แล้วสายตาของผมก็หันไปเห็นร่างสูงนอนคว่ำอยู่ตรงบันได แขนข้างนึงเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด ใกล้ๆกันมีเศษแก้วที่ผมคิดว่าคงจะเป็นเหยือกวิสกี้ที่เขากำลังดื่มเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว


          ผมมองสลับไปมาระหว่างประตูบ้าน กับร่างอดีตคนรักที่นอนไร้สติอยู่บนกระเบื้องเย็น


          ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะเดินไปยังรถส่วนตัวที่จอดอยู่ด้านนอก กระเป๋าเป้ถูกวางลงบนเบาะข้างคนขับ ก่อนที่เสียงปิดประตูจะดังขึ้นอีกครั้ง


          ผมค่อยๆสาวเท้าเข้าไปหาร่างไร้สตินั่น จับแขนข้างที่มีเลือดไหลขึ้นมาพลิกตรวจดูบาดแผล รู้สึกโล่งอกเมื่อรอยบาดนั่นไม่ได้ลึกอะไรมากนัก


          ผมพยุงร่างของเขาขึ้นมาชั้นบน วางร่างสูงลงสู่เตียงนุ่มที่เราเคยใช้ร่วมกัน จัดการถอดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทนั่นแล้วปลดเข็มขัดกับกางเกงยีนส์สีซีดออกไปจากร่างของคนบนเตียง ผมนำเสื้อกับกางเกงของเขาไปโยนใส่ตะกร้าที่มันถูกวางเอาไว้มุมเดิม เดินไปหยิบกะละมังและผ้าขนหนูผืนเล็กที่ไม่เคยถูกย้ายไปไว้ตรงอื่นอย่างคุ้นชิน เปิดน้ำใส่ลงไปจนเกือบเต็มแล้วนำมาจัดการชำระร่างกายให้กับอดีตคนรัก


          บาดแผลถูกทำความสะอาดและใช้ผ้ากอซพันเอาไว้อย่างเรียบร้อย กล่องอุปกรณ์ปฐมพยาบาลถูกยกไปตั้งไว้บนชั้นหนังสือชั้นเดิมที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือที่ผมเคยใช้อ่านมันร่วมกับเขาตั้งแต่สมัยเรียน เผลอยืนจ้องมันอยู่นาน นานจนน้ำอุ่นๆไหลคลออยู่เต็มหน่วยตา ผมปาดน้ำตานั่นออกแล้วส่ายหัวน้อยๆให้กับความรู้สึกที่เกิดขึ้น


          ก้าวลงมาชั้นล่างของบ้าน เดินเข้าไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านที่ห้องเก็บของใต้บันได จัดการทำความสะอาดพื้นที่เต็มไปด้วยของเหลวร้อนผสมกับเลือดสีขุ่นและเศษแก้วกระจายอยู่ ล้างแก้วที่ถูกวางทิ้งไว้ก่อนจะคว่ำมันไว้ที่เดิมเหมือนที่เคยวางไว้ตอนย้ายเข้ามาใหม่







          หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว แทฮยอนเดินสำรวจบ้านไม้หลังงามที่เขาเคยอาศัยมากว่า 4 ปี นึกใจหายที่วันพรุ่งนี้ทุกอย่างจะกลายเป็นเพียงอดีต คิดถึงวันวานที่หอมหวานของเขาทั้งคู่ก็พาลทำให้ความรู้สึกวูบโหวงเหมือนหน้าอกกำลังเป็นรูลึกตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง


          เสียงตึงตังดังมาจากชั้นสองทำให้แทฮยอนรีบวิ่งขึ้นไปดูทันที


          ภาพตรงหน้าทำให้เขาต้องยกมือเสยผมขึ้นไปไว้ด้านหลังอย่างหัวเสีย ซึงฮุนล้มอยู่ตรงหน้าห้องน้ำ แขนยาวๆนั่นคงจะไปชนเข้ากับอะไรซักอย่างจนผ้าที่พันเอาไว้อาบโชกไปด้วยเลือด เสียงประตูที่เปิดออกอย่างรวดเร็วทำให้ซึงฮุนหันไปมองคนที่ยืนอยู่หน้าประตู ดวงตาสีแดงก่ำเบิกกว้างนิ่งค้างก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเจ้าของกำลังคิดอะไรอยู่


          แทฮยอนเดินกลับไปที่ชั้นหนังสือ หยิบเอาอุปกรณ์ทำแผลนั่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาพยุงร่างสูงให้นั่งลงที่ปลายเตียง ลากเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานมาวางไว้ใกล้ๆก่อนจะทรุดตัวลงไปแล้วจัดการทำแผลอีกคนให้เสร็จ


          ซึงฮุนใช้เวลาที่อีกคนกำลังจัดการกับบาดแผลให้เขาในการลอบมองใบหน้าวิตกกังวลของคนรักเก่าพรางตะโกนด่าตัวเองอยู่ในใจ


          ทำลงไปได้ยังไง ทำคนที่รักเขาหมดทั้งหัวใจลงไปได้ยังไงกันนะอีซึงฮุน


          หยาดน้ำใสไหลอาบแก้มก่อนจะหยดลงบนฝ่ามือของคนที่กำลังพันผ้ากอซให้เขาอยู่ แทฮยอนชะงักมือไปก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของอดีตคนรักที่กำลังร่ำไห้ออกมาทั้งๆที่ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้นใดๆเกิดขึ้น สบตากันเพียงนิดแล้วแทฮยอนก็เป็นฝ่ายหลบตามองกลับมายังสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่


          เขาเก็บอุปกรณ์ทั้งหลายลงในกล่องอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนที่เคยทำ


“ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำ มันไม่ลึกมากแต่ต้องทำแผลทุกวัน”


          เอ่ยบอกเสียงเรียบก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินจากไป





กอดหน่อยได้มั้ย


          ประโยคที่ไม่คิดว่าจะได้ยินถูกเอ่ยออกมาจากเจ้าของมือที่กำลังกุมข้อมือของเขาเอาไว้ ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นก่อนที่แทฮยอนจะหันกลับไปแล้วสวมกอดอีกคนเอาไว้แน่น


          ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่คนทั้งสองส่งความอบอุ่นและความรู้สึกเท่าที่มีให้กันผ่านอ้อมกอดนั้น อยากจะเก็บเกี่ยวความรู้สึกนี้ไว้ให้นานแสนนาน ไม่อยากจาก.... แต่ก็ไม่อยากเจ็บ นาฬิกาแขวนที่ฝาผนังดังบอกเวลาเที่ยงคืนทำให้ทั้งสองร่างผละออกจากกัน ความเงียบโปรยปรายลงภายในชั่วอึดใจก่อนที่แทฮยอนจะเป็นฝ่ายบอกลาแล้วเดินกลับออกมายังรถของตัวเอง




“ขับรถดีๆนะ..... ที่รัก”


          ประโยคหลังถูกเอ่ยเพียงแผ่วเบาในขณะที่แผ่นหลังของคนในความหมายได้ถูกบานประตูไม้กลืนกินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



          น้ำตาหยดแล้วหยดเหล่าหลั่งไหลออกมาไม่หยุด เขาไม่รู้ว่าหลังจากนี้ชีวิตที่ไม่มีแทฮยอนมันจะเป็นยังไง ซึงฮุนไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้รึเปล่าหากสิ่งมีชีวิตที่เขาแสนรักได้กลายเป็นคนอื่นไปแล้ว


          สมควรแล้วกับสิ่งเลวๆที่ก่อ....



          แต่ซึงฮุนก็ยังคงเป็นซึงฮุน ถึงตอนนี้เขารู้ว่าตัวเองเลวแต่เขาก็ยังคงอยากมีแทฮยอนอยู่ข้างๆเหมือนดั่งวันวาน


          หากว่าพระเจ้าไม่ใจร้ายจนเกินไป เขาขอได้มั้ย ขอให้แทฮยอนอย่างเพิ่งมีใคร แล้วเขาจะกลับไปรับแทฮยอนกลับมา






.
.
.

.

          ใครเล่าจะรู้ ว่าคนเข้มแข็งที่เป็นฝ่ายขอจากลาจะมาจอดรถร้องไห้ฟูมฟายอยู่ไม่ไกลจากบ้านไม้หลังนั้น เขาไม่รู้ว่าตัวเองเคยไปทำบาปกรรมอะไรเอาไว้ แต่ถ้าหากพระเจ้าไม่ใจร้ายจนเกินไป เขาขอได้มั้ย....


          ขอให้ซึงฮุนกลับมาเป็นคนเดิม คนที่รักเพียงเขาคนเดิมก็พอ





เส้นทางในวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไรไม่มีใครรู้
หากถ้าคุณมีคนที่ดีอยู่ข้างกาย จงกอดเขาเอาไว้ให้แน่นที่สุด..... แล้วอย่าปล่อยมือ



Hold me please./END
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ฟิคลั่นในวันที่ยังไม่ได้นอน.... คืนที่ 2 แล้วกับการอดนอนค่ะออมม่า (ร้องไห้)
ส่วนตัวชอบเพลง Hold me tight ของบังทันมากเลยค่ะ
มันเป็นความรู้สึกของคนที่รู้ว่าผิด แต่ก็ยังอยากจะขอให้เขาเชื่อมั่นในเรา
รู้สึกว่าเป็นการเห็นแก่ตัวที่แสดงออกมาในรูปแบบที่เจ็บปวดนิดๆ
จริงๆมันแค่ลั่นเท่านั้นเอง








No comments:

Post a Comment