Wednesday, April 19, 2017

[OS] Your gift





Your gift.






Pairing: Seunghoon x Taehyun
Rate: PG-17
Note: จริงๆเขียนไว้ตั้งแต่ธันวาปี58 แล้วค้างไว้ที่ 50%
แต่เพราะคงไม่ได้เขียนต่อแล้ว นึกเสียดายก็เลยเอามาลงไว้เผื่อใครหาฟิคอ่านน่ะค่ะ




          เปลือกตาอันหนักอึ่งคอยๆปรือขึ้นก่อนจะกระพริบถี่ๆเพื่อปรับให้รับกับสภาพแสงสว่างภายในห้องแคบๆของตน ความปวดร้าวแผ่ซานไปทั่วตัวเหมือนร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ความเมื่อยล้าที่สะสมมาเป็นเวลานานจากการอดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันทำให้แทบจะไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไรเลย


          เด็กหนุ่มพยุงตัวขึ้นมานั่งบนฟูกเล็กๆที่ถูกแบ่งปันพื้นที่กับน้องชายด้วยสภาพอิดโรยเต็มที อ้าปากหาวหวอดแล้วก้มลงไปดมกลิ่นเสื้อที่ใส่อยู่ ใบหน้าขาวรีบผละออกจากเสื้อทันทีเพราะเมื่อคืนตอนกลับมาจากทำงานเขาก็หลับไปทั้งอย่างนั้น ไม่ได้มีการอาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่ประการใดผลที่ตามมาคือกลิ่นของมันไม่เป็นที่พึงประสงค์มากนัก


          เขายกมือขึ้นเสยผมหน้าที่ยาวลงมาจนปรกดวงตาขึ้นไปด้านหลัง ตาชั้นเดียวปิดลงอีกครั้งก่อนจะลืมตาขึ้นในหนึ่งอึดใจต่อมาเพื่อมองปฏิทินขนาด A5 บนโต๊ะญี่ปุ่นข้างๆ เสียงถอนหายใจเล็กๆดังลอดออกมาจากปากก่อนที่มันจะค่อยๆเหยียดจนเกิดเป็นรอยยิ้มบางๆประดับอยู่บนใบหน้า


          ยิ้ม... รับวันใหม่ที่แสนจะเหนื่อยหน่ายดั่งเช่นทุกวัน


          วันเสาร์... วันหยุดสุดสัปดาห์ที่นักเรียนไฮสคูลหลายๆคนได้หยุดพักผ่อน วันที่น่าจะได้นอนอุตุอยู่กับฟูกนอนแสนสบายของตัวเอง หากแต่มันไม่ใช่กับเขา


“อ่า แทฮยอน.... แกจะท้อไม่ได้นะ ครอบครัวหวังพึ่งแกอยู่”


          ร่างโปร่งยกมือขึ้นตบแก้มเรียกสติเบาๆก่อนจะยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมเมื่อหันไปเห็นร่างน้องชายที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างๆ


“สู้โว้ย!!”


          เขาชูมือขึ้นจนสุดแขนก่อนจะตะโกนให้กำลังใจตัวเองลั่น


“ตะโกนทำบ้าอะไรของลูกเนี้ยห๊ะ!! แม่จะนอน”


          น้ำเสียงเหวี่ยงๆจากแม่ที่นอนอยู่ในห้องดังออกมา ถ้าให้เดาตอนนี้แม่ของเขาคงกำลังพยายามข่มตาหลับอีกครั้งเป็นแน่พอนึกภาพตามก็ทำให้อดขำออกมาไม่ได้


          เขาจึงเอ่ยขอโทษเสียงเบาก่อนจะย่องเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย


          เสื้อยืดสีดำถูกสวมทับกางเกงยีนส์สีเข้มก่อนที่เจ้าตัวจะลงไปนั่งที่ฟูกอีกครั้ง ตรวจดูธนบัตรที่มีอยู่ไม่กี่ใบในกระเป๋าก่อนจะหยิบแผ่นกระดาษมีค่านั่นสอดไว้ใต้กระเป๋าเงินของน้องที่วางไว้บนโต๊ะ


“ดงฮยอนอ่า พี่วางเงินไว้บนโต๊ะนะ ตั้งใจเรียนล่ะ”


          กระซิบแผ่วที่ข้างหูน้องพอเห็นว่าอีกคนพยักหน้าหงึกหงักก็ฝังจมูกลงไปที่กลุ่มผมนิ่มแล้วยีเส้นผมเล็กนั่นเล่นเบาๆอีกสองสามทีก่อนจะลุกออกจากบ้านไป


          แทฮยอนปั่นจักรยานคันเก่าๆออกมาจากห้องเช่าหลังเล็กของตนไปรับหนังสือพิมพ์จำนวนมากจากร้านหนังสือที่อยู่ถัดจากห้องเช่าของเขาไปไม่กี่ถนน นำไปส่งตามบ้านต่างๆเพื่อแลกกับเงินค่าจ้างอันน้อยนิด เขาเข้าไปตามตรอกเล็กๆที่แสนคุ้นเคยก่อนจะจอดที่หน้าบ้านแต่ละหลัง สอดม้วนกระดาษเข้าไปตรงช่องของประตูสำหรับบ้านที่ประตูมีช่องใส่หรือช่องว่าง เหวี่ยงข้ามเข้าไปในตัวบ้านบ้างสำหรับบ้านที่ตัวประตูปิดมิดชิด


          หลังจากหนังสือพิมพ์จำนวนมากหมดลงเขาก็ปั่นจักรยานมาหยุดอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อเล็กๆพิงมันไว้กับเสาไฟแล้วเดินเข้าไปในร้าน


          แทฮยอนค้อมหัวให้กับเจ้าของร้านที่กำลังยืนทำอะไรบางอย่างที่หลังเค้าเตอร์


          มือเรียวยื่นไปหยิบนมจืดหนึ่งกล่องก่อนจะเดินกลับมาเลือกดูขนมปังที่หน้าเคาน์เตอร์


“ส่งหนังสือพิมพ์เสร็จแล้วเหรอเรา”
“ใช่ครับลุงจาง.... นี่เงินครับ”
“เอาไปเถอะ ลุงเลี้ยง”


           ร่างโปร่งโค้งขอบคุณเป็นพัลวันจนลุงเจ้าของร้านต้องออกปากไล่ให้เด็กหนุ่มไปทำงานต่อ แทฮยอนโค้งขอบคุณอีกครั้งก่อนจะเดินออกมายังเสาไฟหน้าร้านที่เขาจอดยานพาหนะเอาไว้ ในขณะที่กำลังวาดขาขึ้นพาดจักรยานก็มีรถหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาขว้างทางเขาเข้าพอดี


          ชายในชุดสูทสีเข้มสวมแว่นตาดำก้าวลงมาจากรถก่อนจะวิ่งอ้อมไปเปิดประตูให้กับคนที่นั่งอยู่ด้านหลังด้วยท่าทางนอบน้อม หลังจากประตูนั่นเปิดออกก็ปรากฏร่างสูงของชายอีกคนที่มีผิวขาวจัดจนสะดุดตา เสื้อยืดคอกลมสีขาวถูกสวมทับด้วยสูทสีกรมท่ากับกางเกงขายาวสีเข้ากัน และเพราะรองเท้าผ้าใบที่สวมอยู่จึงทำให้คนตรงหน้าดูเหมือนวัยรุ่นมากกว่าคนวัยทำงานทั่วไป แทฮยอนทำปากขมุบขมิบนึกหมั่นไส้คนรวยขึ้นมาเสียอย่างนั้น


          คิดว่ามีเงินมีรถหรูๆแล้วจะจอดที่ไหนก็ได้รึยังไงกันนะ ซึ่งนั่นเป็นจังหวะเดียวกับที่ดวงตาเรียวเล็กของชายผู้ดูมีภูมิฐานหันมามองเขาเข้าพอดี


“นี่จอดรถขว้างทางคนอื่นเขาได้ยังไง ขยับรถหน่อยซิ”


          น้ำเสียงติดแหลมที่กำลังพูดตำหนิคนขับรถลอยเข้ามาในโสตประสาททำให้ร่างโปร่งต้องเงยหน้าขึ้นมอง ตาเรียวประสานเข้ากับตาเล็กของคนตรงหน้าชั่วขณะก่อนที่โหนกแก้มขาวของคนตรงหน้าจะยกตัวขึ้นสูงจนดันให้ดวงตานั่นปิดลง ริมฝีปากบางวาดขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้างแล้วค้อมหัวให้เขาน้อยๆเป็นเชิงขอโทษ


           รถหรูตรงหน้าค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปจากหน้าร้านตามคำสั่งของร่างสูงที่กำลังเดินผ่านเขาเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ


          แทฮยอนหลุดยิ้มออกมาก่อนจะคิดว่าคนรวยก็ไม่ได้นิสัยแย่เสมอไป


          ในขณะที่แทฮยอนกำลังจะปั่นจักรยานคู่ใจออกไปคุณลุงเจ้าของร้านก็มาสะกิดไหล่ของเขาเอาไว้ซะก่อน


“ครับลุง?”
“เอานี่ ลุงให้... เอาไว้กินตอนพักนะ”


          ซองพลาสติกใสที่บรรจุขนมปังก้อนกลมไส้ครีมชิ้นใหญ่เอาไว้ถูกยื่นมาให้เด็กหนุ่มก่อนที่คุณลุงเจ้าของร้านจะยกมือขึ้นตบบ่ากว้างนั่นเบาๆหลายที


“แต่ของซื้อของขายนะครับลุง”
“ผู้ใหญ่ให้ก็ต้องรับซิ อย่าเสียมารยาท”


          แทฮยอนก้มหัวขอบคุณอีกครั้งก่อนจะปั่นจักรยานออกไปยังจุดหมายต่อไปทันที ชายสูงวัยที่ผมเริ่มเปลี่ยนสีแล้วยืนมองแทฮยอนจนแผ่นหลังนั่นเลี้ยวหายเข้าไปตรงสี่แยกที่มีตึกสูงตั้งอยู่ เขาหันกลับเข้าไปในร้านก็พบกับชายสวมสูทที่ยืนรอคิดเงินอยู่ที่เคาน์เตอร์


“อ่า ขอโทษทีนะคุณ”
“นั่นลูกลุงเหรอครับ”


          ร่างสูงเอ่ยถามขึ้นก่อนจะวางข้าวของลงบนเคาน์เตอร์


“ไม่ใช่ลูกลุงหรอก ไอ้หนูนั่นเป็นเด็กในซอยนี่แหละ เห็นแบบนั้นน่ะขยันมากเลยนะ ตั้งแต่พ่อตายไปลุงก็เห็นเจ้านั่นทำงานช่วยแม่มาตั้งแต่เล็กๆ”


          คนตัวสูงวาดรอยยิ้มออกมากับคำตอบที่ได้ยิน


“เดี๋ยวนี้หายากนะครับ เด็กดีๆแบบนั้น”







          จักรยานคันเก่าจอดลงที่ข้างร้านหนังสือแห่งหนึ่งก่อนที่เจ้าของจะจัดการคล้องโซ่เข้ากับเหล็กของที่จอดจักรยาน แทฮยอนเดินเข้าไปยังด้านในก่อนจะค้อมหัวให้กับรุ่นพี่ซึ่งยืนอยู่หลังเค้าเตอร์แล้วเดินหายเข้าไปหลังร้าน ตู้เสื้อผ้าเล็กๆถูกเปิดออกเผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน 2 ตัวถูกแขวนเอาไว้ เขาหยิบเสื้อตัวที่มีเข็มกลัดสลักชื่อของตนมาสวมใส่แล้วหันไปส่องกระจกยาวที่แขวนไว้ข้างๆ มือหนาจับปลายเสื้อยัดเข้าไปในกางเกงให้เรียบร้อย เดินออกมาจากหลังร้านมุ่งหน้าไปยังด้านหลังเค้าเตอร์ที่มีหนังสือใหม่จำนวนมากรอให้เขาเอาไปจัดวางใส่ชั้น


“อันนี้คีย์ข้อมูลหมดแล้วใช่มั้ยครับฮยอง”


          รุ่นพี่ร่างเล็กหันมาส่งยิ้มหวานแล้วพยักหน้าให้เบาๆ สองแขนค่อยๆประคองลังใส่หนังสือใบใหญ่เข้ามาไว้ในอ้อมกอด ชะเง้อคอมองไปด้านข้างเพื่อมองทางเดินเนื่องจากลังกระดาษมีขนาดใหญ่อยู่พอสมควรแถมยังมีหนังสือที่ถูกวางซ้อนกันเลยขึ้นมาจนล้นลัง


           เขาแยกส่วนหนึ่งออกไว้ที่แท่นสำหรับจัดแสดงของหนังสือใหม่ด้านหน้า และนำส่วนที่เหลือมาวางไว้ที่ชั้นของหนังสือตามแต่ละประเภทแต่กระนั้นก็ยังคงเหลือบางเล่มที่ไม่สามารถนำขึ้นชั้นได้เนื่องจากจำนวนที่มากเกินไป


          หลังจากจัดหนังสือบนชั้นเสร็จแทฮยอนก็ยกลังใบเดิมที่ตอนนี้มีหนังสือเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งลังขึ้นมาไว้แนบอก ขายาวก้าวขึ้นบันไดเพื่อไปยังห้องเก็บหนังสือบนชั้นสอง


          ตาเรียวเบิกกว้างเมื่อพบว่าด้านบนมีลังหนังสือที่วางเอาไว้อย่างไม่เป็นระเบียบเต็มไปหมด คงเป็นเด็กพาร์ทไทม์อีกคนที่นำมาวางทิ้งไว้โดยไม่คิดจะจัดให้เข้าที่เข้าทาง ร่างโปร่งส่ายหัวไปมาอย่างเหนื่อยหน่ายพลางก่นด่าอีกคนในใจ เจอหน้าคงต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่องเสียแล้ว



ฟู่~
            เป่าลมออกมาจากปากบางก่อนที่จะยกมือทั้งสองขึ้นปัดฝุ่นตามร่างกาย หลังจากจัดการกับลังกระดาษที่แยกหนังสือแต่ละเล่มออกจากกันให้เข้าที่เข้าทางเป็นที่เรียบร้อยแล้วแทฮยอนก็เดินลงมาล้างหน้าที่ด้านหลังร้าน ขายาวก้าวกลับเข้ามาด้านในหมายจะช่วยจัดหนังสือที่เหลืออีกเป็นกองแต่เขากลับถูกรุ่นพี่จินฮวานซึ่งก้มหน้าก้มตาคีย์ข้อมูลหนังสือใหม่เข้าระบบบอกให้ไปช่วยหาหนังสือเล่มหนึ่งให้กับคุณลูกค้าคนหนึ่งแทน


          แน่นอนว่าเขาต้องกลับขึ้นไปบนห้องร้อนๆนั่นอีกครั้ง


          แทฮยอนกลับลงมาด้วยมือเปล่า เขาเดินไปบอกรุ่นพี่ตัวเล็กว่าหนังสือนั้นหมดพอดี และเพราะจินฮวานกำลังวุ่นวายอยู่กับระบบคอมพิวเตอร์ตรงหน้าจึงขอให้แทฮยอนช่วยไปบอกคุณลูกค้าที่ยืนดูหนังสือใหม่อยู่


“เอ่อ.... ขออภัยนะครับคุณลูกค้า”


           ร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่าดูภูมิฐานหันมามองตามเสียงเรียกก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูงแทนการเอ่ยถาม


“พอดีหนังสือที่คุณลูกค้าต้องการหมดน่ะครับ ไม่ทราบว่าสนใจจะสั่งซื้อมั้ยครับ”
“ถ้าสั่งนี่ไม่ทราบว่าจะได้เร็วสุดวันไหนครับ”
“พรุ่งนี้ตอนเย็นๆก็มารับได้แล้วครับ”


           คุณลูกค้าพยักหน้าเข้าใจก่อนจะยิ้มกับคำตอบที่ได้ยิน แทฮยอนรู้สึกคุ้นตากับร้อยยิ้มกว้างที่ฉีกยิ้มเสียจนตาหยีของคนตรงหน้า แต่เขาก็นึกไม่ออกว่าตัวเองไปเคยเจอหรือพบคนตรงหน้ามาบ้างหรือเปล่า รู้แค่เพียงว่าไอ้รอยยิ้มนี่ทำให้เขาเผลอยิ้มตามเสียแล้ว


“อืม.... งั้นผมสั่งที่นี้เลยแล้วกันครับ”
“ถ้าเช่นนั้นเชิญคุณลูกค้ากรอกใบสั่งซื้อได้ที่เคาน์เตอร์เลยครับ”


          แทฮยอนผายมือไปยังด้านหน้าก่อนจะวิ่งไปหยิบเอาใบสั่งซื้อและปากกาลูกลื่นส่งให้กับคุณลูกค้าตรงหน้า เขามองตามเรียวมือที่กำลังตวัดไปมาขีดเขียนตัวอักษรลงตามช่องใส่ข้อมูลต่างๆจนครบถ้วน คุณลูกค้าเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เขาอีกครั้งก่อนจะยื่นใบสั่งซื้อคืนกลับมา


“ไม่ทราบว่าจะจ่ายมัดจำล่วงหน้าก่อนหรือจ่ายทั้งหมดเลยครับ”
“ผมจ่ายทั้งหมดเลยครับ”


          บัตรเครดิตแบบไม่จำกัดวงเงินถูกยื่นมาให้ แทฮยอนจึงจัดการทุกอย่างต่ออย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าคุณลูกค้าจะรอนาน มือหนายื่นกระดาษใบเล็กพร้อมการ์ดแข็งสีดำขลับและใบชำระเงินให้กับร่างสูงตรงหน้า


“เดี๋ยวถ้าหนังสือมาถึงแล้วทางร้านจะติดต่อไปตามเบอร์โทรที่คุณลูกค้ากรอกไว้นะครับ กรุณานำใบชำระเงินและใบสั่งซื้อติดตัวมาด้วยนะครับ ขอบคุณที่ใช้บริการครับผม”


          ร่างโปร่งโค้งให้กับคนตรงหน้าก่อนที่คุณลูกค้าตัวสูงจะค้อมหัวลงเล็กน้อยแล้วจากไปพร้อมกับรอยยิ้มกว้างนั่น


“ยิ้มใหญ่เลยนะ หลงรักลูกค้าเหรอแทฮยอนอ่า”


          เสียงเล็กเอ่ยแซวจนร่างโปร่งถึงกับหน้าแดงออกมา


“หลงบ้าอะไรละพี่ คุณลูกค้าคนนั้นเวลายิ้มน่ารักออก เป็นพี่ๆก็ยิ้มตามแบบผมนี่แหละ”







          หลังจากถอดเสื้อยูนิฟอร์มของร้านลงตะกร้าเรียบร้อยแล้วแทฮยอนก็เดินออกมาที่เคาน์เตอร์ซึ่งมีร่างเล็กยืนกดโทรศัพท์มือถือเล่นอยู่เขากล่าวลาแล้วโค้งให้กับรุ่นพี่จินฮวาน ขายาวก้าวออกมายังยานพาหนะของตนปลดโซ่คล้องออกแล้ววาดเท้าขึ้นขี่มุ่งหน้าไปยังบ้านหลังเล็กของตนอีกครั้ง


          แทฮยอนแทบจะกระโดดลงจากรถจักรยานของตนเอง(ถ้าหากไม่กลัวว่ามันจะพังเสียก่อน)เมื่อปั่นจักรยานมาถึงหน้าบ้านเขาก็พบว่าคุณแม่คนสวยกำลังเข็นรถขายต๊อกโบกีออกจากบ้านด้วยท่าทางทุรักทุเร


“มาแม่ เดี๋ยวเค้าเข็นเอง”
“กลับมาเหนื่อยๆไปพักไปลูก เดี๋ยวแม่เข็นเอง”
“ไม่เห็นเหนื่อยเลยแม่”


           พูดจบคนเป็นลูกก็หอมแก้มแม่ไปฟอดใหญ่ก่อนจะจับมือของหญิงสูงวัยออกจากรถเข็นแล้วใช้กำลังดันรถไปยังที่หมายเสียเอง


           รถเข็นคันเล็กถูกจอดลงที่ริมถนนในที่ประจำของมัน แทฮยอนยกโต๊ะและเก้าอี้ขนาดเล็กออกมาจัดวางให้เรียบร้อย หยิบผ้าออกมาเช็ดถูทำความสะอาดแล้วหันไปช่วยคุณแม่คนสวยจัดจานชามให้เข้าที่เข้าทาง


“น้องยังไม่กลับเหรอครับแม่”
“วันนี้เห็นว่าอาจารย์จะติวเพิ่มให้น่ะ เลยกลับค่ำหน่อย”


           แทฮยอนพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเช็ดมือกับผ้าสะอาด


“จะไปแล้วเหรอลูก กินอะไรก่อนมั้ย”


          คนเป็นแม่ถามอย่างห่วงใยก่อนที่ลูกชายคนโตของเธอจะส่ายหน้าแล้วบอกลาพร้อมกับเดินกลับบ้านเช่าไป เธอถอนหายใจออกมาน้อยๆอย่างนึกสงสารลูกรัก ตั้งแต่สามีจากไปด้วยอุบัติเหตุแทฮยอนก็กลายเป็นเสาหลักของบ้าน ทำงานแทบจะทุกอย่างเพราะเธอที่มีร่างกายไม่สู้ดีนัก แม้แทฮยอนจะยังเรียนอยู่แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องการศึกษาเท่าที่ควร ลำพังเธอที่ขายต๊อกอยู่ทุกเย็นจนถึงดึกก็ไม่พอจะเลี้ยงดูลูกทั้งสองให้มีการศึกษาที่ดี


          ลูกชายคนโตอย่างแทฮยอนจึงเสียสละมาทำงานช่วยเขาเพื่อส่งลูกคนเล็กให้ได้เรียนในที่ดีๆแทน


“แม่ขอโทษนะแทฮยอนอ่า”







          ร่างโปร่งอาบน้ำแต่งตัวอีกครั้งชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีดถูกสวมใส่ไปบนเรือนร่าง ยกกระเป๋าสะพายใบใหญ่ขึ้นพาดบ่าก่อนจะเดินไปหยิบน้ำที่ตู้เย็นขึ้นมาดื่ม เสียงเปิดประตูบ้านดังขึ้นทำให้เขาหันไปมองร่างน้องชายที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


          มือหนายกขึ้นลูบหัวทุยของคนที่เดินเข้ามากอดรอบเอวของเขาเอาไว้


“เป็นไงวันนี้”
“วันนี้คุณครูติวให้เยอะมากเลยพี่แทฮยอน”
“แล้วเข้าใจรึเปล่า”
“เข้าใจซิครับ นี่ใคร... นี่นัมดงแฮยอนคนหล่อน้องพี่แทฮยอนคนโคตรหล่อเชียวนะ”


          คนเป็นพี่หัวเราะลั่นเมื่อได้ยินคำเยินยอนั่น แทฮยอนยีผมน้องเล่นก่อนจะบอกให้อีกคนออกไปช่วยแม่ขายของส่วนตัวเขาก็ออกไปทำงานเป็นเด็กพาร์ทไทม์ให้กับร้านไอศกรีมเล็กๆในตลาด


          ช่วงหัวค่ำจนถึงสี่ทุ่มแทฮยอนจะทำงานที่ร้านไอศกรีมนี้ทุกวันก่อนจะไปช่วยคุณแม่เก็บร้าน แต่เพราะพักหลังมานี้ทั้งเขาและดงฮยอนที่โตขึ้นต่างก็มีค่าใช้จ่ายมาขึ้นเมื่อเร็วๆนี้เขาเลยไปขอให้รุ่นพี่จินฮวานช่วยหางานเพิ่มให้เขาทำช่วงดึกๆของคืนวันศุกร์-อาทิตย์


          นี่เป็นอีกวันที่หลังจากช่วยแม่เก็บร้านเสร็จแทฮยอนก็มุ่งหน้ามายังสถานบันเทิงแห่งหนึ่งที่เขาเพิ่งเริ่มเข้ามาทำงานได้ 1-2 อาทิตย์ก่อน และเพราะอายุที่ยังไม่ถึงจึงทำให้เขาต้องระวังตัวมากเป็นพิเศษเพราะมันอาจจะทำให้ซวยไปถึงรุ่นพี่ของพี่จินฮวานที่ฝากเขาเข้ามาทำงานแห่งนี้แน่ๆ


          แทฮยอนได้ทำหน้าที่เป็นดีเจพิเศษประจำคืนนี้หลังจากที่ผ่านการอบรมของดีเจรุ่นพี่ในร้านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ค่ำคืนวันเสาร์แบบนี้ทำให้สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา และเขาก็ได้แต่ภาวนาให้คืนนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีดั่งเช่นทุกคืน


           การก้าวเข้ามาของใครบางคนทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นไปทั่วบริเวณทางเข้าของสถานบริการแห่งนี้ สาวสวยหลายคนถึงกับหยุดสายตาเอาไว้ที่คนๆนี้เพียงคนเดียวแน่นอนรวมถึงหนุ่มๆอีกหลายคนด้วยเช่นกัน ทางเดินที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยผู้คนถูกแหวกออกเพื่อเป็นทางให้หุ้นส่วนใหญ่ของผับแห่งนี้ซึ่งนานๆจะแวะเข้ามาซักครั้งได้ก้าวเดินผ่านไป


           ร่างโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทติดกระดุมจนถึงคอถูกสวมทับด้วยเสื้อหนังแขนยาวสีดำเงาวับที่พับปลายแขนเสื้อขึ้นมาเล็กน้อยช่วยเสริมให้ผิวขาวสว่างที่โผล่พ้นขอบเสื้อขึ้นมานั้นยิ่งดูเด่นเข้าไปอีก


          ขายาวก้าวผ่านเคาน์เตอร์บาร์ไปเล็กน้อยก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นเด็กคนหนึ่งยืนอยู่ตรงตำแหน่งดีเจซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะเคยเจอกับเด็กคนนี้เมื่อตอนกลางวัน มือเรียวยกขึ้นโบกเรียกลูกน้องคนสนิทให้ยื่นหูเข้ามาใกล้ๆ


“ตามเด็กคนนั้นให้ฉันหน่อย”


          กระซิบบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะหันไปมองเป้าหมายอีกครั้งแล้วเดินหายเข้าไปในห้อง VIP


          เพียงไม่นานดีเจประจำคืนนี้ก็ถูกเปลี่ยนคนกะทันหัน แทฮยอนถูกพาตัวมายังห้อง VIP ที่มีร่างโปร่งในชุดสีดำทั้งตัวนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เด็กหนุ่มยืนก้มหน้านิ่งเมื่อรับรู้ได้ว่าความซวยกำลังจะมาเยือนเขาเร็วๆนี้


“นี่นายอายุเท่าไหร่กัน”
“สะ... สิบเจ็ด ค ครับ”


          เสียงทุ่มเอ่ยถามออกมาเรียบๆแต่ดูแฝงไปด้วยอำนาจนั่นทำให้แทฮยอนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ


“เฮ.... ยังไม่สิบแปดเลยหนิ มันผิดกฎหมายไม่ใช่รึไง”
“อ เอ่อ....”
“แจ้งจับซะดีมั้ย ใครอนุญาตให้นายเข้ามาทำงานที่นี้กัน”


          คำพูดนั้นทำให้แทฮยอนเงยหน้าขึ้นมามองคนพูดเป็นครั้งแรก ริมฝีปากที่กำลังจะเอ่ยพูดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มที่น่าหลงใหลของคนตรงหน้า.... รอยยิ้มที่เหมือนคุณลูกค้าที่ร้านหนังสือวันนี้


          อาการนิ่งค้างของเด็กตรงหน้าทำให้ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้น และนั่นก็ช่วยเรียกสติของแทฮยอนให้กลับมา


“อย่าทำแบบนั้นเลยนะครับ จะไล่ผมออกก็ได้... ตะ แต่อย่าแจ้งตำรวจเลยนะครับ”
“ทำไมถึงมาทำงานในที่แบบนี้ล่ะ”
“..........”
“มีปัญหาเรื่องการเงินซินะ”


          เด็กหนุ่มหลบตาเรียวเล็กที่จ้องจับผิดไปมองทางอื่นด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่แสดงอาการวิตกใดๆออกมาอีก


“เรียนด้วยทำงานไปด้วย ไม่เหนื่อยรึไง... หรือไม่ได้เรียนแล้ว”


          ร่างสูงลุกขึ้นยืนในขณะที่กำลังพูดแล้วเดินไปหาเด็กตรงหน้า คนถูกถามเม้มริมฝีปากแน่นพลางก้มลงมองเท้าตัวเองอย่างรอรับชะตากรรม


“งานก็หนักเงินก็น้อยเหนื่อยใช่มั้ย ท้อบ้างมั้ยล่ะเด็กดี”


          ร่างโปร่งยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับใช้มือเรียวเชยคางของเด็กตรงหน้าให้หันมาสบตากันตรงๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่ไม่ได้ฉุนอะไรมากมายลอยเข้าจมูกพลางทำให้ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยอย่างอารมณ์ดี ผิดกับคนถูกกระทำที่บัดนี้แววตาที่เคยสุกสกาวกลับวูบไหวเพราะความหวาดกลัว


“เอางี้ดีมั้ย เลิกทำงานที่นี้ซะ.... แล้วมาทำกับฉันดีกว่า”
“..........”
“ฉันจะซื้อนาย.... ซื้อทั้งชีวิตของนาย นัมแทฮยอน”


          เมื่อนักธุรกิจหุ้นส่วนใหญ่ของสถานที่อโคจรแห่งนี้เอ่ยปากออกมาแบบนั้นแล้วเขาจะทำอะไรได้ ถ้าหากไม่ทำตามที่อีกคนต้องการครอบครัวของเขาจะเป็นเช่นไร แม่กับน้องจะอยู่กันยังไงถ้าไม่มีเขา นั่นเป็นสาเหตุให้แทฮยอนต้องมานั่งก้มหน้าอยู่บนรถคันหรูกับร่างโปร่งที่ขู่จะแจ้งตำรวจจับเขาเมื่อครู่


          ร่างสูงนั่งมองอีกคนที่เขาเพิ่งจ่ายเงินจำนวนมากมายเพื่อซื้อมาเป็นของเล่นชิ้นใหม่ให้กับตัวเอง เด็กหนุ่มนั่งชิดริมประตูพร้อมทั้งก้มหน้าลงแคะเล็บไปมา แทฮยอนคงเป็นกังวล... ท่าทางที่ดูเหมือนไร้เดียงสาช่วยจุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จากคนช่างแกล้งได้เป็นอย่างดี


          แขนยาวดึงรั้งเอวหนาที่ไม่ได้บางคอดเหมือนหญิงสาวของคนข้างกายให้มาแนบชิดเบียดเสียดเสียจนเด็กน้อยผู้อ่อนประสบการณ์นึกหวั่น


“ค คุณอี....”


          ปากบางบ่นขมุบขมิบอย่างน่ารักน่าชังอีกทั้งยกมือขึ้นดันอกแกร่งของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าของชีวิตด้วยท่าทีประหม่า


“ว่าไง”


          กระซิบถามด้วยน้ำเสียงแผ่วก่อนจะก้มลงไปซุกไซร้ที่ซอกคอระหงของคนในอ้อมแขน แสร้งใช้ปลายจมูกเฉียดไปมาที่ผิวเนียนเพื่อสร้างความหวาดเสียวให้กับอีกคนเล่นๆ


          การกระทำของคนอายุมากกว่าทำเอาเด็กน้อยหวั่นใจ เขาไม่ได้ใสซื่อแทฮยอนทำงานมากมายในแต่ละวันและเขาทำงานที่นี้มาได้ซักพักแล้ว เขารู้ดีว่าพวกคนรวยมักจะเอาเงินมาซื้อชีวิตคนๆนึงไปเพื่อทำอะไร


“ต ตรงนี้จะดีเหรอครับ”


          ร่างสูงกระตุกยิ้มนึกขันกับคำพูดของเด็กน้อยในอ้อมกอดเลยยิ่งสนุกอยากแกล้งมากขึ้นอีก


“ทำไมล่ะ แคบไปเหรอ”
“ป เปล่าครับ แต่ผม... อาย... ผมอายพี่คนขับรถครับคุณอี”


          คำพูดอ่อมแอ้มนั่นทำเอาคนตัวสูงหลุดหัวเราะออกมา


“ฉันไม่คิดจะทำอะไรนายบนรถหรอกนะเด็กน้อย แต่ถ้านายพูดแบบนี้แล้วล่ะก็....”


          หลังจบประโยคที่ชวนให้เสียวสันหลังนั่นคนขับรถก็เลื่อนม่านกั้นระหว่างคนขับกับผู้โดยสารปิดทันที จากที่แทฮยอนคิดว่าเขาคงจะมีเวลาทำใจมากกว่านี้ กลับกลายเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองเสียได้


          ปลายจมูกมนกดลงที่ต้นคอขาวของคนในอ้อมกอด สูดกลิ่นหอมอ่อนๆพอให้เลือดลมสูบฉีดก่อนจะใช้มือเรียวลูบไล้ตั้งแต่ต้นแขนไปจนถึงหน้าท้องนิ่มโดยมีเสื้อๆบางกั้นอยู่ สัมผัสเพียงแผ่วเบาทำเอาผู้ไม่ประสีประสาถึงกับขนลุกชันก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นระรัว ซึงฮุนกระตุกยิ้มชอบใจกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า


          ปลายนิ้วไล้ขึ้นมาบนคอระหงก่อนจะเกี่ยวเอาใบหน้าใสให้หันมาสบตา โน้มหน้าเข้าไปใกล้จนแทฮยอนต้องหลับตาปี๋เพราะจินตนาการไปถึงภาพของสถานการณ์กำลังจะเกิดขึ้น ซึงฮุนต้องพยายามกลั้นเสียงหัวเราะเต็มทีกับอาการเนื้อตัวสั่นน้อยๆและคิ้วที่ขมวดมุนนั่นของเด็กในอ้อมแขน


          ขนตายาวเป็นแพรสีดำสนิทตัดกับผิวขาวชวนมอง แก้มเนียนที่กำลังขึ้นสีแข่งกับริมฝีปากชมพูระรื่อนั่นทำให้ใบหน้าซึ่งกำลังโน้มเข้าหาถึงกับชะงักเพ่งพินิจอยู่นาน พอได้มองจนพอใจแล้วซึงฮุนก็เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นซอกคอขาวแทน กดจมูกฝังลงไปเล็กน้อยก่อนจะใช้ริมฝีปากดูดดึงให้พอขึ้นสีจางๆไม่ได้ชัดเจนอะไรมากนัก เคลื่อนจมูกคลอเคลียไปทั่วลำคอก่อนจะกดต่ำลงมายังร่องไหปลาร้าลึกที่โผล่พ้นขอบเสื้อขึ้นมา


“อ.... อือ”


          เสียงครางฮือดังขึ้นจากปากบางที่เชิดคอขึ้นสูงเพราะความเผลอไผลไปกับสัมผัสแปลกใหม่ที่เพิ่งได้รับ มือหนายกขึ้นกุมปากของตนในขณะที่ดวงตายังคงปิดสนิทเพราะขลาดอายเกินไปที่จะมองมือซนของเจ้าของชีวิตของเขา หากแต่ยิ่งหลับตายิ่งดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงสัมผัสเหล่านั้นมากขึ้นจนระบบหายใจเขาเริ่มติดขัด มือเรียวสวยนั่นกำลังสอดเข้าไปในสาบเสื้อสีฟ้าสดใส ลูบวนไปทั่วหน้าท้องจนต้องหดเกร็งเพราะความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อย


          ซึงฮุนหลับตาแน่นพยายามข่มอารมณ์ที่กำลังจะประทุขึ้นมาเพราะความขี้แกล้งของตน


          เขาไม่ได้ซื้อเด็กคนนี้มาเพื่อทำเรื่องอย่างว่า เด็กดีก็ต้องสนับสนุนถูกมั้ย แต่ถ้าเด็กมันเสนอ... ก็คงเป็นอีกเรื่อง


“ถึงแล้วครับนายท่าน”


          เสียงของคนขับรถทำให้ร่างโปร่งหยุดชะงักการกระทำทุกอย่าง ซึงฮุนเงยหน้าขึ้นมองคนในอ้อมกอดที่กำลังปรือตามองเขากลับมาด้วยสายตาที่ยั่วยวนอย่างไม่ได้ตั้งใจพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ


“ถึงบ้านนายแล้ว”
“..........”
“วันนี้ฉันยังไม่ทำอะไรนายหรอก ไว้ฉันจะโทรหานะอย่าคิดหนีไปไหนซะล่ะ.... อ่อ อย่าลืมไปเช็คยอดเงินในบัญชีนะเด็กน้อยของฉัน”


          แทฮยอนยืนมองรถคันหรูที่พุ่งทะยานออกไปจนลับตา ความรู้สึกมากมายตีกันวุ่นวายอยู่ภายในหัว สัมผัสอุ่นร้อนยังคงตราตรึงอยู่กับทุกจุดที่อีกฝ่ายลากปลายจมูก ริมฝีปากและมืออุ่นนั่นพาดผ่าน มือหนายกขึ้นจับแก้มสองข้างที่กำลังเห่อร้อนเพราะความเขินอาย


“นี่กูหวั่นไหวอะไรวะ”







          อาคารสามชั้นของโรงเรียนไฮสคูลขนาดกลางภายใต้การดูแลจากรัฐบาลเต็มไปด้วยเด็กนักเรียนในชุดยูนิฟอร์มสีเทาลายตารางกำลังนั่งสุมหัวกันตามจุดต่างๆ บ้างนั่งคุยกันอย่างออกรสอยู่ที่หน้าห้องเรียน บ้างจับกลุ่มกันลอกการบ้านอยู่ภายในห้อง


          เสียงเอะอะโวยวายของนักเรียนบางกลุ่มดังลอดเข้ามาในโสตประสาทของเด็กหนุ่มที่กำลังนอนฟุบอยู่บนโต๊ะประจำของตนจนเจ้าตัวต้องเงยหน้าขึ้นมาปรายตามองอย่างเคืองๆเพื่อเป็นปรามให้เพื่อนลดเสียงลงหน่อย ใบหน้ายุ่งๆกับสายตาดุๆนั่นทำเอาเด็กที่กำลังเล่นกันอยู่ต้องหันไปสะกิดเพื่อนๆของตนแล้วชวนกันออกไปเล่นด้านนอก เป็นไปได้ไม่มีใครอยากที่จะมีเรื่องกับเขาหรอก


          ใครๆก็รู้ว่าแทฮยอนน่ะขี้รำคาญขนาดไหน ถึงจะไม่ใช่เด็กที่มีเรื่องบ่อยๆหรือทำตัวเกเรอะไรก็เถอะแต่ถ้ามีเรื่องขึ้นมาละก็ ไม่พ้นต้องเจ็บตัวเป็นแน่ แต่กระนั้นเสียงพูดคุยก็ยังมีหลงเหลืออยู่บ้างให้ได้ยิน เมื่อเวลาใกล้เข้าคาบโฮมรูมเข้ามาทุกทีโต๊ะที่เคยว่างอยู่ภายในห้องก็เริ่มถูกจับจองด้วยเจ้าของๆมัน


          เสียงจอแจในห้องเรียนเงียบลงเมื่อครูที่ปรึกษาก้าวเข้ามาในห้อง ดั่งเช่นทุกเช้าที่มีการพูดคุยกันระหว่างครูที่ปรึกษากับนักเรียนในชั้น แรงสะกิดที่หัวไหล่ช่วยปลุกให้แทฮยอนตื่นขึ้นมาขานรับเสียงเรียกชื่อจากคุณครูคนสวย พอหัวข้อพูดคุยประจำวันหมดลงหัวหน้าห้องก็บอกทำความเคารพแล้วคุณครูก็บอกให้นักเรียนในความปกครองของเธอตั้งใจเรียน


          แต่ก่อนจะเดินออกไปจากห้องเธอก็ตรงเข้ามาเคาะโต๊ะที่แทฮยอนนั่งอยู่


“แทฮยอนอ่า เดี๋ยวไปพบครูที่ห้องนะจ๊ะ”
“ครับ”


           แทฮยอนพยักหน้ารับคุณครูคนสวยจึงเดินออกไปจากห้อง เด็กหนุ่มหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยถามว่ารู้รึเปล่าว่าครูเรียกเขาทำไมแต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรกลับมาก ร่างโปร่งสาวเท้าไปตามทางเดินก่อนจะหยุดลงที่หน้าพักครู เสียงนุ่มเอ่ยขออนุญาตแล้วเดินไปยังโต๊ะที่มีสาวสวยผู้เรียกพบเขาเมื่อครู่นั่งรออยู่


          เอกสารจำนวนหนึ่งถูกยื่นให้พร้อมกับรอยยิ้มหวาน


“อะไรเหรอครับ”
“เอกสารย้ายโรงเรียนน่ะ เอาไปกรอกให้เรียบร้อยนะ แล้วตอนพักเอามาส่งครู”
“ย ย้ายอะไรครับ ผมโดนไล่ออกเหรอครับครู”


          สีหน้าเหลอหลาของเด็กหนุ่มทำเอาคุณครูสาวยิ้มขำก่อนจะเฉลยคลายความสงสัยให้กับเด็กในความปกครอง


“คุณอีมาทำเรื่องย้ายโรงเรียนให้นายน่ะ เขาไม่ได้บอกเอาไว้เหรอ”


          หัวคิ้วขมวดมุ่นสีหน้ายุ่งๆของแทฮยอนที่เดินกลับเข้ามาในห้องทำเอาเพื่อนสนิทสงสัย และยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีกเมื่อรู้ว่าแทฮยอนกำลังจะย้ายไปเรียนในโรงเรียนเอกชนสุดหรูแห่งหนึ่งแต่เค้นถามจากเจ้าตัวไปก็ไม่ได้ความอะไร จึงทำได้เพียงแต่บอกลาเท่านั้น


“มึงโทรหากูได้ตลอดนะเว้ย”


          แทฮยอนพยักหน้ารับแล้วแยกตัวออกมาส่งเอกสารคืนให้กับคุณครูคนสวยอีกครั้ง ร่างโปร่งที่กำลังเดินมึนกลับมายังห้องเรียนถึงกับชะงักเท้าเมื่อพบกับแผ่นหลังคุ้นตากำลังนั่งอยู่บนโต๊ะของตนโดยที่มีเพื่อนสนิทตัวดีกำลังนั่งคุยกับอีกคนอยู่ด้วยท่าทีถูกอกถูกใจ


“เก็บของเร็ว”
“ป- ไปไหนครับ”


          ดวงตารีปิดสนิทจนกลายเป็นเพียงขีดโค้ง คุณเอียงโน้มใบหน้าเข้าหาเด็กน้อยที่ถามเขาด้วยสีหน้าฉงน


“ไปรายงานตัวโรงเรียนใหม่ไง เป็นเด็กของฉัน ต้องเรียนโรงเรียนดีๆรู้มั้ย”


          ประโยคอธิบายยาวๆถูกเอ่ยออกมาแผ่วเบาข้างใบหู คนมากวัยกว่ากระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆก่อนเจ้าตัวจะขอไปรออีกฝ่ายที่รถ และเพราะอีกฝ่ายเดินหายไปแล้วนั่นเอง แทฮยอนจึงสบถกับตัวเองออกมาได้โดยไม่ได้ต้องอายใคร


“ให้ตายเหอะ ใจเต้นแรงเป็นบ้า”










          แทฮยอนคิดว่าเขาควรตอนแทนอะไรอีกฝ่ายบอก เพราะนอกจากเรื่องเล่าเรียนแล้วเขายังได้เงินจากอีกฝ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนอีกด้วย ทั้งที่ไม่เคยถูกใช้งานใดๆเลย....


“คุณอีมีอะไรที่อยากได้เป็นพิเศษมั้ยครับ”
“นายคิดว่าฉันต้องการอะไรล่ะเด็กน้อย”


          สายตากรุ้มกริ่มที่ส่งมานั่นทำให้แทฮยอนเดาได้ไม่ยาก สิ่งที่ซึงฮุนผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าของชีวิตของเขาต้องการน่ะเหรอ... ก็ร่างกายของเขาไง


          ร่างกายของนัมแทฮยอน




          มือปลาหมึกเริ่มทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง นิ้วเรียวของคนอายุมากกว่าไล้ไปตามเรือนร่างขาวก่อนที่ใบหน้าจะโน้มลงมาช่วงชิงริมฝีปากของอีกคนอย่างเอาแต่ใจ


“อยากได้แค่นี้เองเหรอครับคุณอี”


          ทำถามที่ดังขึ้นทำให้ซึงฮุนหยุดการกระทำทุกอย่างไว้ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตาซุกซนตรงหน้าก่อนจะใช้มือลูบไล้ไปตามโครงหน้าหวานของคนในอ้อมกอด เรียวนิ้วเคลื่อนมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากหยักสวยได้รูปก่อนจะใช้หัวแม่มือเกลี่ยไปมาเบาๆโดยที่ดวงตาเรียวเล็กของทั้งคู่ยังคงประสานกันอยู่


“อย่าลืมซิเด็กน้อย” “
“..........”
ชั้นน่ะ.... ซื้อทั้งชีวิตของนายนะ”
“..........”
“ทั้งร่างกายแล้วก็หัวใจของนายน่ะ มันเป็นของชั้น”
“มันเป็นของคุณครับ คุณอี”


          เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงพร่า มันแหบแห้ง และดูเปรี่ยมสุขไปพร้อมๆกัน เขาสามารถมอบให้อีซึงฮุนได้ทุกอย่างแบบไม่มีเงื่อนไข


          เต็มใจจะรัก แม้รู้ว่าอีกฝ่ายมีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายแล้วก็ตาม....






- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ในเมื่อ 50% จบแบบนี้ อีกครึ่งเรื่องหลังจะดราม่าหนักหน่วงมาก
ในพล็อตคือจบแบบ Bad END แต่ก็นั่นแหละค่ะ เราไม่ได้เขียนต่อแล้ว




No comments:

Post a Comment