Be
Hunter
Pairing: Taehyun x Seunghoon
Rate: PG-17,
R
Note: Project #2H2016
เด็กน้อยในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งโทรมๆสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เสียงกรีดร้องและเสียงหัวเราะดังเข้ามาในโสตประสาทเป็นสิ่งแรกที่เขาได้ยิน
มือเล็กขยี้ดวงตาเพราะความงัวเงียก่อนจะเพ่งมองภาพตรงหน้า แสงที่ลอดเข้ามาจากหน้าต่างบานเล็กทำให้เห็นร่างของพ่อซึ่งไม่รู้กลับมาบ้านตอนไหนกำลังทาบทับกายบางของแม่บนเตียงเล็กหลังเดียวกัน
เพราะฝันร้ายตอนหัวค่ำ คืนนี้แม่ผู้แสนใจดีจึงให้เขาเข้ามานอนในห้อง ภาพตรงหน้าเฉลยให้ร่างเล็กได้ทราบถึงที่มาของเสียงกรีดร้องในยามค่ำคืนที่มักจะดังลอดเข้าไปในห้องของเขาซึ่งมีเพียงผนังบางๆกั้นเสมอ
“พ่อครับ.... พ่อกำลังทำอะไร”
เสียงเด็กน้อยวัย 7 ขวบที่ตื่นขึ้นมากลางดึกเอ่ยถามคนเป็นพ่อ ร่างกายกำยำของคนอายุมากกว่าหันมาแสยะยิ้มให้อย่างน่าหวาดกลัว ทว่าคนตัวเล็กกลับไม่รับรู้ถึงความหน้าสยดสยองของรอยยิ้มนั่นแม้แต่น้อย
“จ- เจ็บ ฮ-..... พ......พอแล้ว ฮึก”
ร่างเล็กกอดตุ๊กตาหมีเก่าๆเอาไว้แน่น ตาเรียวเล็กจ้องมองใบหน้าของมารดาที่กำลังอ้าปากอ้อนวอนให้อีกคนหยุด เสียงทุ้มต่ำหัวเราะดังลั่นชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียดทว่าเด็กผู้ไร้เดียงสากลับเคยชินกับเสียงที่ได้ยิน ใบหน้าบิดเบี้ยวแสนทรมานของหญิงผู้ให้กำเนิดทำให้คนเป็นบิดาอารมณ์ดี
เขาดีใจที่พ่อกำลังอารมณ์ดี
“อาาาา.... พ- พ่อกำลัง.... อื้ม ทำรักกับแม่ไงลูก อาาาา”
เสียงทุ้มเอ่ยตอบก่อนจะใช้โซ่เส้นใหญ่ในมือรัดเข้าที่คอของหญิงใต้ร่างอย่างแรง
เสียงไอเพราะเริ่มขาดอากาศหายใจดังมาเป็นระยะ ใบหน้าขาวซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัดมือบางที่เต็มไปด้วยร่องรอยการถูกทำร้ายปัดป่ายไปทั่วเพื่อหาทางรอด
ดวงตาแดงก่ำเหลือกขึ้นพร้อมๆกับการหายใจที่กระตุกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คำอธิบายจากพ่อทำให้เด็กน้อยเข้าใจว่ามันคือการมอบความสุขมาโดยตลอด
เข้าใจว่าการกระทำตรงหน้าคือการบอกรัก คือการทำให้พ่อมีความสุข
“ฮ- ฮึก”
ปากบางแห้งผาดอ้าออกพยายามงับเอาอากาศเข้าสู่ลำคอ ดวงหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยริ้วรอยปัดนี้ซีดเผือดไร้เลือดขึ้นมาหล่อเลี้ยง เนื้อขาวใต้เส้นโลหะขึ้นสีช้ำ โลหิตที่ถูกก้อนเนื้อในอกออกแรงบีบอัดขึ้นมาต่างก็มากองรวมกันจนขึ้นสีเป็นเปือด มือเรียวข้างหนึ่งละออกจากการกำโซ่เย็น ไขว่คว้าไปมาบนอากาศหวังเพื่อสัมผัสเด็กตัวเล็กอีกซักครั้งก่อนหมดลมหายใจ ดวงตารีพยายามเหลือบมองลูกน้อยที่นั่งมองทุกการกระทำอย่างไม่วางตา
“ซ- ซึงฮุน.... ลูกแม่ ฮึก”
ดวงตาสีนิลกรอกขึ้นด้านบนจนเห็นเพียงตาขาวพร้อมๆกับเสียงทุ้มที่ครางต่ำยาวออกมา
มือกร้านคลายโซ่ที่กำเอาไว้แน่นทำให้คนที่ใกล้หมดลมรีบตักตวงอากาศเข้าสู่ปอด หญิงสาวยังคงไอสลับกับหอบหายใจรุนแรงพยายามอย่างมากที่จะประคองสติเอาไว้
ชายที่ขึ้นชื่อว่าสามีทำเพียงมองคนใต้ร่างด้วยสายตาเหยียดๆก่อนจะถอนกายออกจากอีกคน
ใบหน้าที่เคยสะสวยถูกมือหยาบกดลงไปกับฟูกแข็ง น้ำเสียงน่ารังเกียจกระซิบต่ำที่ข้างใบหูของคนที่อ่อนแรงลงเรื่อยๆ
“ไม่มีเงินให้กูก็ต้องรองรับอารมณ์กูแบบนี้แหละมึง”
ซิปกางเกงถูกรูดขึ้นจนสุดก่อนที่เจ้าตัวจะมองเย้ยหยันคนที่หายใจรวยริน กระเป๋าที่มีเงินเพียงไม่กี่พันวอนถูกหยิบขึ้นมาก่อนที่ธนบัตรทั้งหมดจะถูกชักออกไปต่อหน้าต่อตา
“ย- อย่า”
มือบางคว้าเข้าที่ข้อเท้าหนาหวังเพียงอ้อนวอนให้อีกคนหยุดการกระทำเหล่านั้น ทว่าคนที่มีแรงมากกว่ากลับใช้เท้าสะบัดข้อมือนั่นออกอย่างแรงพร้อมกับตวาดด่าลั่น
“เสือก!!”
ร่างเล็กที่กอดตุ๊กตาแน่นสะดุ้งเฮือกวิ่งเข้าไปกอดแม่ที่กำลังน้ำตาไหลริน
เอ่ยถามคุณแม่อันเป็นที่รักว่าร้องไห้ทำไม มือบางยกขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกน้อยอย่างรักใคร่แล้วส่ายหัวเบาๆเชิงปฏิเสธ
“โอ๋กันเข้าไป พวกมึงน่ะ”
ร่างสูงก้าวเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันภายในห้องแคบๆ กลิ่นเลือดคละคลุ้งลอยเข้าจมูกร่างเล็ก
แต่เด็กไหนเลยจะเข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่กระทำ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อจึงกลับบ้านดึกดื่น
ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อจึงมีกลิ่นชวนแสบจมูกคละคลุ้งไปทั่ว ไม่เข้าใจกระทั่งว่าทำไมพ่อจึงชอบเสียงดังใส่แม่....
เวลาตั้งคำถาม คำตอบที่ได้มักจะบอกว่าเขากำลังแสดงความรักต่อแม่
ถ้านั่นคือการแสดงออกถึงความรัก.... แล้วทำไมแม่ของเขาถึงร้องไห้ล่ะ
เด็กตัวผอมวัย 14 ปีค่อยๆสาวเท้ากลับบ้านอย่างเชื่องช้า
สมาร์ทโฟนเครื่องเก่าที่ได้มาจากการทำงานเก็บเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองถูกเสียบเข้ากับหูฟังแล้วเปิดเพลงคลอฟังไปตามทางเดินเบาๆ
สายตาเรียวเล็กทอดมองถนนเส้นยาวด้านหน้า ทางเดินเท้าในเวลาหลังเลิกเรียนเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส
บ้างชวนกันไปเที่ยว บ้างชวนกันไปกวดวิชา
เขาไม่เคยได้สัมผัสมันหรอก ไอ้การท่องเที่ยววิ่งเล่นแบบเด็กๆทั่วไป จำได้อีกทีก็ตอนที่ตัวเองช่วยแม่ทำงานหาเลี้ยงปากท้องของตัวเองกับแม่แล้ว.... รวมถึงชายคนนั้นด้วย คนที่ขึ้นชื่อว่าพ่อนั่นแหละ
เพราะโตพอที่จะเข้าใจอะไรต่อมิอะไรจึงได้เข้าใจ ว่าคนๆนั้นไม่เคยรักแม่เลยแม้แต่น้อย
นานๆครั้งหมอนั่นถึงจะกลับมาบ้าน เขาไม่ชอบเลยซักนิดที่หมอนั่นก้าวเท้าเข้ามาเหยียบบ้าน หมอนั่นชอบทำให้แม่ผู้เป็นที่รักของเขาร้องไห้ บ่อยครั้งที่กลับมาเพียงไถเงินเมื่อไม่ได้ก็จะทุบตีแม่ของเขา โทสะที่สะสมมาเป็นเวลานานกำลังรอการระเบิด
เด็กน้อยที่ถูกปลูกฝังมาให้รักบิดา เชื่อฟัง และเคารพ บัดนี้กลับเหลือเพียงความเกลียดชัง
ร่างบางได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังออกมาจากห้องตั้งแต่เดินขึ้นบันไดมายังห้องเช่าซอมซ่อของเขา คิ้วบางขมวดเข้าหากันแน่น มีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น หรือผู้ชายคนนั้นจะกลับมา.... ไวเท่าความคิด ขาเรียวย่างก้าวไปยังหน้าประตูด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เสียงหอบหายใจพร้อมเสียงสะอื้นดังลอดมาจากด้านใน สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะค่อยๆดันประตูเข้าไปช้าๆ
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาใจกระตุกวูบ น้ำใสเอ่อคลอเต็มดวงตาเล็ก
มือกร้านแดดของแม่ปัดป่ายไปทั่วอากาศในขณะที่ใครอีกคนกำลังไสกายเข้าหาอย่างรุนแรง กายบางถูกแต่งแต้มไปด้วยโลหิตสีชาด
กลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ มือเรียวกำเข้าหากันแน่นจนขึ้นข้อขาว เนื้อตัวสั่นเทิ้มเพราะความโกรธ
เส้นเลือดที่ลำคอปูดโปนจนน่ากลัว ภาพวันคืนที่แสนทรมานเก่าๆไหลย้อนเข้ามาในหัวทีละฉาก
แต่ก่อนที่จะได้ตัดสินใจว่าควรจะทำอะไรใบหน้าของคนเป็นพ่อก็เงยขึ้นมาสบตากัน
เป็นอีกครั้งที่รอยยิ้มร้ายนั่นถูกกดลงที่มุมปาก โลหะเย็นเฉียบสีวาววับชูขึ้นมากลางอากาศ
แสงตกกระทบจากด้านนอกสะท้อนเข้าตาจนรู้สึกแสบไปหมด หัวใจที่เคยเต้นระรัวกลับค่อยๆเต้นเนิบนาบช้าลงทว่ากลับหนักหน่วงจนรู้สึกปวดร้าวไปทั่วทั้งอก
เหมือนมีก้อนแข็งๆบางอย่างตีตื้นขึ้นมาบนลำคอ อยากจะตะโกนออกมาดังๆแต่กลับรู้สึกจุกจนพูดอะไรไม่ออก
พยายามอย่างมากที่จะยกขาขึ้นก้าวเดินไปด้านหน้า.... แต่มันก็สายไป
“ม-”
เสียงเล็กถูกกลืนลงลำคอเมื่อร่างกายมาหยุดอยู่หน้าบุคคลที่เคารพรัก
เรี่ยวแรงที่มีหายไปจนหมดสิ้นไม่เหลือแม้แต่สุ่มเสียงที่อยากจะเปล่งออกมา ภาพโลหะสีเงินที่ค่อยๆทาบทับและถูกกดลงบนลำคอขาวของมารดาดำเนินขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับเสียงหัวเราะที่น่ารังเกียจ
คมมีดถูกเฉือนลงบนเนื้อเนียนของแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ของเหลวสีแดงขุ่นไหลทะลักออกมามากมายจนน่ากลัว....
ใบหน้าสีซีดมีเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดเต็มไปหมด ดวงตาเรียวจ้องมองมายังลูกชายอันเป็นที่รักพร้อมกับปากที่อ้าขยับเป็นคำว่ารัก
แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะเปล่งเป็นเสียงออกมา ไม่มีแม้กระทั่งเสียงกรีดร้องขอชีวิต
และอกเล็กก็หยุดกระเพื่อมลงในที่สุด ดวงตาฉ่ำน้ำของคนเป็นแม่ไม่ได้ปิดลงทว่ากลับเบิกกว้างอย่างน่าหวาดกลัว
ตาเล็กมองสำรวจเรือนร่างที่เต็มไปด้วยคราบเลือดของแม่ซึ่งกำลังสั่นคลอนไปตามแรงถาโถมจากพ่อของเขา
เลวเกินไป.... คือคำเดียวที่ผุดเข้ามาในสมอง
ไม่นานเสียงครางทุ้มก็ดังเข้ามาในโสตประสาท ซึงฮุนสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีมือหยาบแตะลงบนคางมนของเขา
พ่อ.... ลุกขึ้นมานั่งข้างกายตั้งแต่ตอนไหนเขาก็ไม่สามารถจะตอบได้
ความเกลียดชังที่พยายามกดลงให้ลึกที่สุดของใจค่อยๆตีตื้นขึ้นมาจนรู้สึกเวียนหัว รอยยิ้มน่าสยดสยองนั่นถูกจุดขึ้นบนใบหน้าน่ารังเกียจของคนตรงหน้าก่อนคำว่าร้ายจะดังลอดออกจากปากสีคล้ำนั่น
“แม่มึงนี่อ่อนแอจังเลยนะ....
แต่จะว่ามึงนี่หน้าสวยเหมือนแม่โง่ๆของมึงเลย”
ลมอุ่นที่มาพร้อมกลิ่นเหม็นสาบถูกเป่าลงบนลำคอเนียน มือเล็กกำเข้าหากันแน่นจนรู้สึกปวดไปหมด ขมกรามเข้าหากันอย่างหาที่ระบายความอึดอัด เนื้อตัวสั่นเทิ้มพยายามข่มความเกรี้ยวกราดในจิตใจที่กำลังจะปะทุ ความกลัวและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันยุ่งเหยิงภายในหัวของเด็กคนหนึ่งจนในที่สุดทุกอย่างที่สะสมมาตั้งแต่เล็กก็พยายามมองหาหนทางที่จะระบายออก ซึงฮุนสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนที่แววตาซึ่งเอ่อร้นไปด้วยน้ำอุ่นจะเหลือเพียงความว่างเปล่าไร้ซึ่งประกายความสดใส เขาปล่อยให้คนเป็นพ่อสูดดมเรือนร่างขาวสะอาดอย่างที่ต้องการ ปล่อยให้ขบกัดทิ้งร่องรอยไว้บนเนื้อนวลตามที่อีกคนอยากจะทำ
ปล่อยให้เหยื่อตายใจ.... สบเข้ากับจังหวะที่อีกคนเผลอไผลไปกับเนื้อเนียน
มือเล็กที่กำมีดพกเอาไว้แน่นก็ง้างขึ้นจนสุดแขนก่อนจะกดลงบนคอแกร่งของคนพ่อจนมิดด้าม
มือกร้านกำเข้าที่มือเล็ก ดวงตาแข็งกร้าวเบิกกว้างพลางจ้องใบหน้าของลูกชายนิ่ง
“ม-มึง.... ฮ- ฮึก”
เด็กชายส่งยิ้มกว้างให้กับชายตรงหน้า มือขาวสะบัดมือหนานั่นพร้อมกับดึงมีดด้ามเล็กออกจากลำคอพ่อแล้วกดปาดย้ำลงไปเป็นทางยาวจนหลอดลมขาดออกจากกัน
ของเหลวอุ่นไหลออกมาเป็นสายอย่างห้ามไม่อยู่ บ้างกระเด็นเปรอะเปื้อนไปบนใบหน้าขาวใส
เสียงหัวเราะคิกคักถูกเปล่งออกมาจากลำคอเล็ก ภาพริมฝีปากคล้ำของพ่ออ้ากว้างเหมือนพยายามจะสื่อสารฉายชัดอยู่ในแววตา
“อยากอ้าปากเหรอครับ”
ถามจบก็ฉีกยิ้มกว้างอีกครั้งก่อนจะใช้มีดในมือสอดเข้าไปในโพรงปากของพ่อตัวเอง มือหนึ่งจับใบหน้าของพ่อเอาไว้มั่น ส่วนอีกมือก็ดึงด้ามมีดวาดไปด้านข้างจนสองข้างแก้มของชายสูงวัยฉีกขาดออกจากกันช้าๆ เสียงคมมีดเสียดสีกับเนื้อหนังอุ่นๆตรงหน้าทำให้เด็กน้อยรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก รู้สึกเหมือนมีเครื่องดนตรีมากำลังบรรเลงเพลงโปรดให้ฟังอยู่ใกล้ๆ ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดที่ได้รับนั่นตราตรึงอยู่ในดวงตาเรียวเล็กแต่กลับไม่สามารถทำให้เด็กชายที่อายุเพียงสิบปีต้นๆหยุดการกระทำที่โหดร้ายลงได้ มือเล็กยังคงกดคมมีดลงบนร่างอุ่นของบิดาพร้อมกับหัวเราะอย่างหนักดั่งคนที่ไม่สามารถควบคุมสติได้
หมดแล้ว.... ไม่เหลือแล้วซึ่งครอบครัว
ไม่รู้ว่ามือทั้งสองข้างที่ใช้ชำแหละกายหยาบตรงหน้าหยุดลงตอนไหน ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าน้ำตามากมายเหือดแห้งไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เสียงเล็กหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจได้เงียบหายไปนานแล้ว ร่างเล็กทำเพียงนั่งมองเงาดำของตัวเองที่ทอดยาวไปทาบทับเนื้อตัวเย็นๆซึ่งเต็มไปด้วยคราบเลือดของแม่ผู้เป็นที่รัก
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าทิ้งเหลือไว้เพียงห้องเช่ามืดๆแสนเหม็นอับกับแสงสลัวจากหลอดไฟหน้าห้อง
เด็กชายคลานเข้าไปหาร่างไร้วิญญาณของแม่ โอบกอดร่างเย็นเฉียบเอาไว้แน่น
เจ็บไปหมดทั้งอกทว่าน้ำตากลับไม่ไหลออกมา นัยน์ตาเล็กมืดสนิทอย่างที่ไม่เคยเป็น ต่อให้เคยถูกคนเป็นพ่อทำร้ายหนักขนาดไหนก็ไม่เคยรู้สึกรังเกียจได้เท่าครั้งนี้มาก่อน....
อย่างน้อยเขาก็คือผู้ให้ชีวิต แต่ครั้งนี้มันมากเกินไป มากเกินจะรับไหว
สมองส่วนลึกสั่งการให้ปิดกั้นซึ่งทุกความรู้สึกที่มี หลงเหลือไว้เพียงความอบอุ่นที่เคยได้รับจากร่างบอบบางของคนในอ้อมกอด
ร่างเล็กลุกขึ้นยืนมองเหยียดไปยังอีกร่างข้างกาย เท้าเล็กๆเขี่ยให้คนตายขยับห่างออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย แรงกระแทกทำให้แผลเหวอะหวะยังคงมีเลือดไหลออกมาแต่เด็กน้อยก็ไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้น จมูกชินชากับกลิ่นคาวที่อบอวลอยู่ภายในห้องแคบ
กายเล็กถูกชำระล้างคราบสกปรกออกจนกลับมาเนียนใสดังเดิม กางเกงขายาวตัวโปรดที่แม่เป็นคนซื้อให้ถูกหยิบขึ้นสวมใส่ก่อนที่เสื้อยืดสีขาวสะอาดตัวโคร่งจะถูกสวมทับลงมา ซึงฮุนเทกระเป๋าเงินขาดๆในตู้ลงบนฝ่ามือ ธนบัตรห้าพันวอนไม่กี่ใบถูกเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง เขายืนมองร่างคนแม่แล้วกดจูบลงบนหน้าผากมนเป็นครั้งสุดท้าย
บุหรี่ที่แอบแม่ซื้อถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากบางช้าๆ ซิปโป้สีเงาวาวซึ่งขโมยมาเมื่อหลายวันก่อนจากเพื่อนที่โรงเรียนถูกโยนลงสู่กองผ้ากลางเตียง ตาเรียวทอดมองเปลวไฟที่ค่อยๆลามไปรอบบริเวณก่อนจะก้าวออกจากห้องที่เคยใช้ซุกหัวนอน
ลาก่อน....
โลกใบเก่าของอีซึงฮุน
เด็กน้อยเดินเร่ร่อนไปตามทางเท้าโดยไม่หยุดพัก ดวงตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย
มีสมบัติติดกายเพียงแค่เงินไม่กี่หมื่นวอน มีดพกที่แม่ซื้อให้เขาไว้ป้องกันตัวกับสมาร์ทโฟนเครื่องเก่าของตัวเอง
ความนึกคิดด้านดีกับเลวตบตีอยู่ภายในสมองของร่างเล็ก จ้องมองไปยังรายชื่อเดียวที่ถูกบันทึกไว้ในเครื่องอย่างคิดไม่ตก
ที่พึ่งเดียวที่มี แม้จะเป็นบุคคลที่เขาไม่อยากเฉียดเข้าไปใกล้เลยแม้แต่น้อยก็ตาม
ดวงตาเรียวเล็กไร้ประกายเหม่อมองไปยังตรอกแคบๆตรงหน้า กลิ่นเหม็นอบอวลของสิ่งปฏิกูลต่างๆลอยเข้าจมูกมาตามแรงลม
มวนสีขาวกลิ่นผลไม้จากคนข้างกายยื่นมาจ่อริมฝีปากบางก่อนจะพยักพเยิดให้อีกคนรีบๆรับมันไป
มือหนาตบบ่าคนอายุน้อยกว่าก่อนจะเดินกลับไปยังรถสีขาวซึ่งติดฟิล์มดำเอาไว้รอบคัน
กลุ่มควันจางๆลอยออกจากริมฝีปาก มวนกระดาษที่เหลือเพียงแค่ก้นกรองถูกดีดลงพื้นโดยไม่สนใจจะขยี้ให้ส่วนที่ติดไฟดับสนิทเลยแม้แต่น้อย
ขาเรียวก้าวเข้าไปในตรอกเล็กช้าๆ เดินผ่านซากขยะเน่าๆเสาไฟที่ไม่ได้ให้ซึ่งแสงสว่าง
รวมทั้งคนที่กำลังยืนขับถ่ายหันหน้าเข้าหากำแพงโดยไม่ได้สนใจว่ามันจะพ่นสีคำด่าทอติดเอาไว้ด้วย
ร่างบางหาได้สนใจสิ่งรอบกาย ดวงตาสีนิลทำเพียงทอดมองไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ยืนรออยู่ด้านหน้า
เพียงอีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงจุดมุ่งหมาย ใบหน้าเรียบเฉยถูกสลัดออกไปจนไม่เหลือเคล้าโครงความเศร้าหมอง
เผยเพียงรอยยิ้มกว้างที่แทบเห็นฟันขาวครบทุกซี่พร้อมกับโหนกแก้มกลมๆที่มักดันดวงตาให้วาดขึ้นเป็นเส้นโค้ง
งานที่ทำหล่อหลอมให้เขาต้องสวมหน้ากากอีกใบ แม้ไม่มีอารมณ์จะเสวนากับคนตรงหน้าขนาดไหนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี
แสงไฟเพียงหนึ่งในตรอกแคบเผยให้เห็นรอยยิ้มร้ายๆของกลุ่มบุคคลตรงหน้า
ร่างโปร่งทำเพียงแค่ยักคิ้วให้เป็นการทักทายก่อนที่มือขาวจะดึงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงเพียงนิดให้อีกฝ่ายเห็น
ธนบัตรหมื่นวอนปึกใหญ่ถูกยื่นมาให้ เขารับมาก่อนจะบรรจงนับมันอย่างถี่ถ้วนแล้วยื่นสิ่งของในกระเป๋าให้อีกคนเมื่อพบว่าจำนวนเงินนั่นถูกต้องตามที่ตกลงไว้แต่แรก
“โอกาสหน้าเชิญใช้บริการใหม่นะเฮีย”
น้ำเสียงติดแหลมเอ่ยบอกก่อนจะค้อมหัวเตรียมเดินจากไปถ้าหากไม่ถูกรั้งไว้เสียก่อน
“ล็อตหน้าแถมน้องซึงฮุนคนงามให้เฮียซักคืนมั้ยล่ะ”
สิ้นเสียงทุ้มก็เกิดเสียงหัวเราะดังลั่นตรอกแคบๆ เจ้าของชื่อทำเพียงแค่นยิ้มก่อนจะยกนิ้วกลางชูให้หยอกล้อกับอีกคนอย่างเป็นปกติก่อนจะก้าวออกมายังยานพาหนะที่จอดรออยู่
ขายาวก้าวขึ้นรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย เงินที่ได้มาถูกใส่ลงในซองสีน้ำตาลที่เตรียมเอาไว้แล้วโยนไปรวมกับซองอื่นๆบนเบาะหลังอย่างไม่ใส่ใจในมูลค่ามหาศาลของมัน
ฝั่งคนขับเห็นท่าทางแบบนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ เพราะเป็นคู่หูกันมากว่า 3 ปีจึงได้ดูออกว่าท่าทางที่ดูเหมือนจะเฉยชาเป็นปกตินั่นกำลังมีบางอย่างทำให้รู้สึกไม่ปกติอยู่ในใจ
“ถูกมันจีบมาเป็นปีแล้วไม่รับรักหน่อยรึไง”
ไม่มีเสียงตอบรับจากคนข้างๆมือบางยื่นไปเปิดวิทยุให้ดังคลอเบาๆ เสียงงึมงำของผู้จัดรายการทำให้ในรถไม่เงียบจนเกินไป รถคันหรูพุ่งทะยานไปด้านหน้าด้วยความเร็วคงที่โดยอีกคนไม่รู้เลยว่าตนกำลังจะถูกพาไปแห่งใด เปลือกตาคล้ำเพราะการอดหลับอดนอนหลายคืนติดต่อกันปิดลงช้าๆเพื่อคลายความเมื่อยล้า ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปเรื่อยๆอย่างไร้ที่สิ้นสุด ตั้งแต่มาขอความช่วยเหลือจากคนข้างๆเขาก็ไม่เคยไปเรียนอีกเลย ใบหน้าที่เคยสดใสเหลือไว้เพียงความว่างเปล่า ริมฝีปากเล็กจะยกยิ้มก็ต่อเมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าลูกค้าเท่านั้น
หลังจากเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิตนั่นซึงฮุนก็ลากสังขารของตัวเองมาหารุ่นพี่คนหนึ่งที่เขารู้อยู่เต็มอกว่าอีกคนไม่ใช่คนดี.... แต่เพราะไม่มีอีกแล้วใครที่จะยื่นมือมาช่วยเขาได้จึงต้องจำใจช่วยงานอีกคนอย่างเลี่ยงไม่ได้ งานสกปรกแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันได้เงินดีและเลี้ยงปากท้องเขามาได้จนถึงทุกวันนี้ แม้จะต้องแลกมาด้วยการเสี่ยงอันตรายทุกรูปแบบก็ตาม
ใครว่าเด็กส่งยาสามารถเป็นกันได้ง่ายๆ.... บ่อยครั้งที่ถูกสายตำรวจล่อซื้อแต่เขาก็หนีมาได้อย่างหวุดหวิด มีบ้างที่เกือบโดนลูกค้าเบี้ยวจนเกือบโดนนายจ้างฆ่าทิ้ง หรือแม้กระทั่งเกือบโดนลูกค้าข่มขืนซึงฮุนก็เคยเจอมาแล้ว.... คำพูดของแม่ที่พยายามสั่งสอนให้เป็นคนดีเหมือนเป็นเพียงลมอุ่นเป่าพัดและลอยหายไป สิ่งเดียวที่ยังพอทำได้ตอนนี้คงมีแค่การที่เขาขายแต่ไม่เสพ มีบ่อยครั้งเขาอยากจะทดลอง อยากรู้ว่าทำไมเหล่าลูกค้าจึงเอาเงินจำนวนมากมาแลกกับสิ่งของจำนวนไม่กี่กรัมนี้ ทว่าใบหน้าแสนอบอุ่นก็จะลอยเข้ามาในสมองให้หยุดความคิดนั่นเสมอ
ความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนโดนบางอย่างกดทับทำให้ตาเรียวเล็กค่อยๆเปิดขึ้นแล้วเบิกกว้างในเวลาต่อมา
เสียงหอบหายใจแรงดังอยู่ข้างหูพร้อมกับมือหยาบของใครอีกคนที่สอดเข้ามาใต้เสื้อ มือเล็กพยายามดันอกของอีกคนให้ผละออกไปทว่าอีกฝ่ากลับโถมตัวลงมามากขึ้นจนยากที่จะขยับร่างกาย
ลิ้นสากแลบเลียลงบนใบหูเล็กทำให้ซึงฮุนพยายามควบคุมสติของตัวเองให้มากขึ้น
“ยอมเป็นเมียกูซักทีเหอะ”
ร่างบางนิ่งเฉยเพราะประโยคเมื่อครู่ของอีกคนไม่ได้ต้องการคำตอบจากเขา
จมูกโด่งคลอเคลียอยู่บนลำคอพร้อมกับมืออีกข้างที่เลิกเสื้อตัวบางของซึงฮุนขึ้น คนตัวขาวพยายามเป็นอย่างมากในการควบคุมจังหวะการหายใจของตนไม่ได้เผลอไผลไปกับสัมผัสวาบวามที่ได้รับ
ความเจ็บเพราะถูกขบเม้มตรงต้นคอขาวทำให้ความทรงจำที่พยายามปิดบังเอาไว้ฉายขึ้นมาอีกครั้ง
ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดพร้อมทั้งดวงตาเบิกกว้างอย่างหน้าหวาดกลัวของมารดาเมื่อหลายปีก่อนลอยเด่นเข้ามาในสมอง รอยยิ้มร้ายบนมุมปากจากชายคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อยังคงตราตรึงติดอยู่ในห้วงความคิด ก่อนที่บางอย่างจะถูกสอดเข้ามาในร่างกายมือบางก็ง้างมีดพกเล่มเดิมปักลงบนขมับชื้นเหงื่อของคนด้านบนอย่างแรง คมมีดทะลุดวงตาข้างเดียวกันออกมาพร้อมกับเลือดจำนวนมากที่แย่งกันไหลทะลัก
เสียงร้องโหยหวนไม่ได้ทำให้คนใต้ร่างตกใจแม้แต่น้อย ร่างบางหัวเราะคิกคักออกมาอย่างชอบใจกับภาพดิ้นทุรนทุรายของคนตรงหน้า ประตูรถถูกเปิดออกก่อนที่คนด้านบนจะถูกผลักลงไปนอนกับพื้น ท่อนเหล็กยาวที่ซุกเอาไว้หลังรถถูกหยิบขึ้นมากระหน่ำแทงคนไร้ทางสู้จนในที่สุดร่างนั้นก็แน่นิ่งไปพร้อมกับลมหายใจที่หายไปอย่างไม่มีวันหวนคืน
เสียงหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานเงียบลงไปแล้ว เหลือเพียงเสียงใบไม้ที่พริ้วไหวไปตามแรงลม รอบกายเงียบงันจนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งร่าง เมื่อสติที่เตลิดไปไกลกลับเข้าสู่ที่ซึ่งควรจะอยู่อีกครั้งซึงฮุนถึงได้รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป ตาเล็กทอดมองเรือนร่างที่ไม่เหลือเคล้าความเป็นคนนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นโดยไร้ซึ่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
ร่างไร้วิญญาณถูกอุ้มขึ้นนั่งบนรถฝั่งคนขับอย่างทุลักทุเล
บุหรี่ในซองบนคอนโซลรถถูกเคาะออกมาจุดแล้ววางลงมุมเดิม ร่างบางสูดเอาควันนั่นเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วทิ้งส่วนที่เหลือลงบนร่างของคนที่นอนแน่นิ่ง
ส่วนติดไฟยังคงเผาไหม้ช้าๆอยู่บนเสื้อยืดที่เปียกชุ่ม มือเรียวกวาดเอาซองน้ำตาลส่วนหนึ่งที่เบาะหลังลงในเป้ขนาดปานกลาง
เสื้อคลุมสีดำโชกไปด้วยของเหลวสีขุ่นถูกถอดทิ้งไว้ในนั้น เป็นอีกครั้งที่เปลวเพลิงถูกจุดขึ้นโดยมือขาวคู่นี้
ดวงตาเรียบนิ่งฉายชัดอยู่บนใบหน้า
ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มเหมือนมีอะไรน่ายินดี ซึงฮุนค้อมหัวให้กับรถคันหรูซึ่งมีร่างของใครอีกคนติดอยู่ในนั้น
แววตาสีดำสนิทมีประกายภาพการลุกไหม้ของยานพาหนะตรงหน้า กล่าวขอบคุณผู้มีพระคุณในใจก่อนที่เขาจะหันหลังแล้วเดินจากมา
ไม่ถึงครึ่งปีต่อมาข่าวการตายของเอเยนต์ค้ายาก็เงียบหายไปอย่างกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ร่างสูงทำเพียงนั่งมองสมบัติชิ้นเดียวของแม่ด้วยสายตาเรียบนิ่งก่อนจะเก็บมันลงสู่กระเป๋ากางเกงอีกครั้ง
เงินจำนวนหนึ่งที่หอบติดตัวมาเริ่มเหลือน้อยลงทุกที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งการให้เขาต้องออกหางานทำอีกครั้ง
บรรยากาศภายใต้แสงสีในยามราตรีซึ่งประดับประดาไปด้วยแสงไฟและเสียงดนตรีทำให้ผู้คนที่หลงใหลในความบันเทิงต่างพากันมารวมตัวอยู่ในสถานที่อโคจรแห่งนี้
บีทหนักๆดังไปทั่วบริเวณ น้ำสีอำพันรสชาติขมปร่าถูกส่งลงสู่ลำคอครั้งแล้วครั้งเล่า
ดีกรีความแสบร้อนไม่อาจจะทำให้ลำคอขาวชะลอความเร็วในการยกขึ้นกระดกได้แม้แต่น้อย
เคาท์เตอร์บาร์ตัวสูงถูกจับจองด้วยชายหนุ่มร่างโปร่ง
ดวงตาเรียวกวาดไปทั่วเพื่อมองหาที่ระบายความใคร่ในค่ำคืนนี้ ผมสีดำสนิทซึ่งถูกเซ็ตให้ปรกลงมาปิดดวงตาข้างหนึ่งชวนให้รู้สึกรำคาญ
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้เขาดูมีเสน่ห์
มือหนายกขึ้นกระดิกเรียวนิ้วเรียกบาร์เทนเดอร์หนุ่มให้ชงเครื่องดื่มดีกรีแรงอีกรอบ
สอดส่ายสายตามองหาคนที่ถูกใจอีกครั้งทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า ก่อนที่ความหงุดหงิดจะทำให้หนุ่มเจ้าสำราญรู้สึกหัวเสียน้ำสีสวยก็ถูกเทลงบนแก้วใบใหม่พร้อมกับยื่นมาให้ตรงหน้า
นัยน์ตาสุกใสชะงักงันมองมือเรียวขาวที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอมตรงหน้าอย่างไม่วางตา ไล่สายตาขึ้นมามองเจ้าของนิ้วเรียวสวยแล้วก็ได้แต่แอบยิ้มอยู่ในใจ
บาร์เทนเดอร์ตัวบางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา
สามารถดึงดูดสายตาเจ้าเล่ห์เอาไว้ได้โดยไม่ต้องออกแรงทำอะไรเลยแม้แต่น้อย ตาเรียวสีนิลที่เรียบนิ่งนั่นดึงดูดให้เขาไม่อาจละสายตาไปจากคนๆนี้ได้เลย
มุมปากยกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อพบเข้ากับเหยื่อชั้นดีของค่ำคืนนี้
ส่งสายตาให้อีกคนอยู่นานทว่าฝ่ายนั้นกลับทำเพียงยิ้มให้เขาตามมารยาทแต่ไม่สานสัมพันธ์ใดๆ
แทฮยอนรู้สึกหัวเสียเป็นอย่างมากเมื่อพบว่าหนุ่มน้อยที่เขาหมายตาออกไปกับใครอีกคนที่ไม่ใช่เขา
สองกายนัวเนียนกันอยู่บนรถยนต์คันสวย
ขายาวขยับก่ายขึ้นไปคร่อมอีกคนเอาไว้ก่อนที่เบาะฝั่งคนขับจะถูกปรับลงจนนอนราบ
เสียงหอบหายใจถี่ดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อถูกปลุกเร้าหนักขึ้น มือหนาปัดป่ายไปทั่วเรือนร่างเนียนนุ่มชวนสัมผัส ริมฝีปากผละออกจากกันเมื่อมองเห็นบางอย่างที่หน้าสนใจไม่แพ้ริมฝีปากหวานๆนั่น
มือหนาปลดกระดุมเสื้อคนบนร่างออกจนหมดก่อนจะซุกหน้าลงไปบนอกเล็กสีอ่อน เพราะมัวแต่ลุ่มหลงไปกับกลิ่นหอมและเนื้อนุ่มละมุนของคนด้านบนจึงไม่ได้สังเกตเลยว่าปฏิกิริยาของอีกฝ่ายได้เปลี่ยนไปแล้ว
มือเล็กวาดผ่านบ่ากว้าง
ดวงตาเรียบนิ่งไม่ได้ฉายแววความรู้สึกใดๆออกมาทว่ามุมปากกลับกดลึกจนกลายเป็นรอยยิ้มประหลาดปรากฏขึ้นบนใบหน้าใส
เป็นอีกครั้งที่มีดพกของแม่เปื้อนเลือด....
เงินในกระเป๋าของเหยื่อถูกชักออกจนหมด
ร่างบางถอดเสื้อและกางเกงเลอะคราบคาวลงบนเบาะหลัง
หยิบเสื้อผ้าในเป้ของตนขึ้นมาสวมใส่
ปากบางคาบเอาบุหรี่กลิ่นหวานไว้ด้านในก่อนที่จะโยนเศษกระดาษติดไฟซึ่งหาได้จากบนรถลงไปบนลำตัวของศพ
“ขอบคุณที่ใช้บริการครับคุณลูกค้า”
ค้อมหัวลงน้อยๆก่อนจะเดินกลับห้องไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยดั่งเช่นทุกวันโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าไม่ไกลจากที่เกิดเหตุนั่นมีรถอีกคันที่ซุ่มจอดดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น
มือหนาลดกล้องตัวเก่งลงก่อนจะมองแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไปด้วยความรู้สึกท้าทาย
หัวใจเต้นระรัวกับเรื่องราวที่เพิ่งค้นพบ ดูเหมือนเป้าหมายของเขาในวันนี้จะมีอะไรน่าสนใจกว่าที่คิด
ช่างภาพหนุ่มยกยิ้มอย่างพึงพอใจก้มมองภาพใบหน้าขาวในความมือที่เดินออกมาจากกองเพลิงแล้วรู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น
รอจนแน่ใจว่าถนนเปลี่ยวแห่งนี้ไร้ผู้คนจึงสตาร์ทรถแล้วขับกลับไปยังที่พัก
อาภรณ์บนกายถูกเหวี่ยงไปคนละทิศละทางก่อนที่เจ้าของเรือนร่างจะถาโถมกายเข้าหาอีกร่างที่นอนเปลือยอยู่บนเตียงหลังใหญ่
เสียงครวญครางดังกังวานไปทั่วห้องนอนสีขาวเมื่ออารมณ์ที่คุกรุ่นมาตั้งแต่แรกถูกระบายออก
เสียงหอบหายใจดังไปทั่วพร้อมกับเสียงกายหยาบกระทบกันรุนแรงก่อนที่น้ำสีขุ่นจะไหลเปรอะไปทั่วแล้วทุกอย่างก็กลับมาเงียบสงบดังเดิม
ร่างโปร่งตื่นขึ้นมาในช่วงสายของวัน
จัดการทำความสะอาดห้องนอนครั้งใหญ่เพื่อเอาไว้ต้อนรับบาร์เทนเดอร์ตัวขาวที่เขารู้สึกถูกอกถูกใจเป็นอย่างมาก
ชุดเครื่องนอนที่เต็มไปด้วยคราบคาวถูกเปลี่ยนใหม่ยกชุด ห้องกว้างที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาวดูสะอาดตาเป็นระเบียบเรียบร้อยแตกต่างจากเมื่อสองคืนที่แล้วอย่างสิ้นเชิง
หน้าจอแท็บเล็ตฉายภาพซากรถหรูพร้อมกับเจ้าของที่โดนไฟคลอกเสียชีวิตคาที่
ผู้ประกาศข่าวมีสีหน้าหดหู่ก่อนที่ภาพจะตัดมาที่ใบหน้าร่ำไห้ของผู้เป็นญาติ
“สนใจข่าวพวกนี้ด้วยเหรอวะแทฮยอน”
เสียงรุ่นพี่ที่ทำงานด้วยกันเอ่ยทักเมื่อเห็นรุ่นน้องคนสนิทสนใจนั่งดูข่าวแทนที่จะเป็นเปิดดูเทรนด์เครื่องแต่งกายเหมือนเช่นทุกวัน
เจ้าของชื่อทำเพียงหันมายักคิ้วให้ก่อนจะปิดแท็บเล็ตในมือแล้วหันไปให้ความสนใจกับภาพถ่ายที่ต้องส่งให้ลูกค้าอีกครั้ง
เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทถูกเลือกขึ้นมาสวมใส่ในค่ำคืนนี้
แทฮยอนหมายตาร่างบอบบางของเด็กคนนั้นเอาไว้อีกครั้งและมั่นใจมากว่าคืนนี้อีกคนจะต้องยอมไปกับเขาโดยไม่มีทางอิดออด
มือหนาชูภาพถ่ายที่อัพลงมือถือเอาไว้ให้กับบาร์เทนเดอร์หนุ่มซึ่งทำทีจะเดินจากไป
ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างเหมือนตกใจกับสิ่งที่เห็นเพียงไม่กี่วิก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม
ซึงฮุนกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะยกศอกขึ้นวางบนขอบเคาท์เตอร์บาร์แล้วแนบคางมนลงไปส่งยิ้มยียวนให้กับเจ้าของภาพถ่ายใบหน้าของเขาที่มีฉากหลังเป็นกองเพลิงนั่น
“คุณต้องการอะไรเหรอครับ”
ประโยคที่หลุดมาจากริมฝีปากสีชมพูอ่อนนั่นเป็นที่น่าพึงพอใจมากสำหรับคนฟัง
แทฮยอนทำเพียงแค่เหยียดยิ้ม เอ่ยบอกเหยื่อชั้นดีของเขาว่าเจอกันหลังเลิกงานแล้วสั่งเครื่องดื่มเพิ่มโดยไม่เข้าไปวอแวอะไรอีก
ทำตัวเป็นหนุ่มที่หลงใหลไปกับแสงสีดั่งเช่นทุกวันตามเดิม
แม้จะอดตื่นเต้นไม่ได้กับความสนุกที่จะได้พบเจอในค่ำคืนนี้
ร่างบอบบางเบียดเข้าหากายแกร่งของคนขับอย่างออดอ้อน มือเล็กซุกซนขยับปัดป่ายไปทั่วร่างกำยำใต้เนื้อผ้าเชิ้ตลื่นมือ
กระดุมเสื้อสามเม็ดบนถูกปลดออกไปตั้งแต่ครึ่งแรกของระยะทางจากสถานบันเทิงมายังคอนโดนอกตัวเมืองของอีกคน
ถนนร้างผู้คนเป็นสถานที่ชั้นดีสำหรับซึงฮุนในคืนนี้ เขาต้องรีบจัดการให้จบ
ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่มีท่าทีจะเล่นด้วยเลยแม้แต่น้อย
แขนเล็กรีบตวัดรั้งรอบคอของอีกคนเอาไว้แน่นเมื่อกายบางถูกอุ้มขึ้นอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
แทฮยอนพาซึงฮุนขึ้นมายังคอนโดชั้นสูงของตน
เพราะอกที่แนบชิดเข้ากับกายอีกคนจึงทำให้คนในอ้อมกอดรู้ว่าอีกฝ่าย ใจเต้นแรงขนาดไหน
ถ้าจะบอกว่าแทฮยอนใจเต้นแรงก็คงไม่ต่างกันกับซึงฮุนที่ตอนนี้ก้อนเนื้อนั่นก็เต้นระรัวเช่นกัน
เพียงแต่คนหนึ่งใจเต้นเพราะความตื่นเต้นดีใจกับของเล่นใหม่ในมือ
ส่วนอีกคนกลับใจเต้นเพราะความหวาดกลัว....
กลัวว่าการลงมือครั้งนี้จะมีคนเห็นเหตุการณ์ขึ้นมา
สองกายขาวเบียดกันอยู่บนเตียงนุ่ม
เนื้อเนียนที่เสียดสีกันไปมาช่วยเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายให้ร้อนขึ้นไปอีก
เสียงครางทุ้มพึงพอใจกับสัมผัสที่ได้รับดังลอดมาเป็นระยะ
ริมฝีปากหยักกดจูบและทิ้งร่องรอยไปทั่วกายหอมหวานของร่างบอบบางตรงหน้า
แทรกกายลงไปที่กลางลำตัวของคนใต้ร่างจับขายาวอ้าออกกว้างก่อนจะก้มลงไปใช้ริมฝีปากสัมผัสเข้ากับจุดอ่อนไหวของอีกคนที่กำลังชูชันขึ้นสู้
“อ-
อื้อ”
เสียงครางหวานทำให้แทฮยอนพึงพอใจ
เร่งจังหวะการโอบรัดของกลีบปากให้เร็วขึ้นอีกนิด
รอยยิ้มเย็นๆวาดขึ้นบนใบหน้าขาวของคนด้านล่าง
แก้มกลมดันดวงตาขึ้นจนปิดสนิท คมมีดที่ซ้อนอยู่ในฝักถูกสะบัดเผยให้เห็นเงาสะท้อนจากแสงไฟ
มือเรียวกำด้ามโลหะในมือเอาไว้แน่นก่อนที่จะวาดมันลงยังเป้าหมายตรงหน้า....
.
.
.
.
เปลือกตาสีน้ำนมกระพริบถี่เพื่อปรับให้รับเข้ากับแสงสว่างจ้าภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตา
ร่างกายรู้สึกหนักอึ้งและปวดร้าวไปทั่วทั้งตัวอย่างไม่เคยเป็น ใบหน้าขาวขึ้นสีระรื่อเพราะพิษไข้มีเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมาให้เห็นประปราย
มือขาวยกขึ้นกุมขมับก่อนจะพบว่าข้อมืออันแสนหนักอึ้งถูกพันธนาการด้วยโลหะเย็นเฉียบ
โซ่เส้นใหญ่พันรอบข้อมือเล็กเอาไว้แน่น
ด้านหนึ่งตรึงเข้ากับขาเตียง เขาออกแรงกระตุกสิ่งนั้นจนรู้สึกปวดไปหมดทว่ามันกลับไม่มีท่าทีว่าจะหลุดออกเลยแม้แต่น้อย
"ตื่นแล้วเหรอครับเด็กดี"
เจ้าของห้องที่เปลือยท่อนบนเดินเข้ามาหาคนบนเตียง
ดวงตาเรียวทอประกายสดใสนั่นจ้องมองมายังอีกคนที่มีสีหน้าเรียบเฉย
ทรุดกายลงนั่งข้างๆก่อนจะยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนิ่ม.... แต่อีกคนกลับเบี่ยงตัวหลบ
รอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนอายุมากกว่า
มือหนาจับคางเล็กให้หันมาสบตากันอีกครั้ง
แลบลิ้นเลียริมฝีปากของตนก่อนจะส่งมืออีกข้างลงไปใต้ผ้านวมผืนหนา
หยอกเย้ากับแกนกายเล็กของอีกคนจนใบหน้าเล็กเห่อร้อนพร้อมกับบิดเบี้ยวเพราะความวาบวามที่ได้รับ
“ต้องเอาน้ำเมื่อคืนออกก่อนนะ
เดี๋ยวจะเป็นไข้”
แทฮยอนเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงก่อนจะพลิกกายเล็กให้นอนคว่ำ
นิ้วกร้านควานเข้าไปในช่องทางเล็กที่มีคราบเลือดเกรอะกรัง
พยายามเอาน้ำคาวขุ่นของตนออกมาให้ได้มากที่สุดแต่เพราะแรงตอดรัดของช่องทางนั่นทำให้บางอย่างตื่นตัวขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ
เขาโถมกายเข้าหาคนใต้ร่างก่อนจะเลียเข้าที่ต้นคอที่เต็มไปด้วยร่องรอยสีช้ำนั่น
ซึงฮุนขนลุกสู่กับสัมผัสที่อีกฝ่ายยัดเหยียดให้
ในใจก็ได้แต่กรีดร้องว่าเหตุใดชีวิตเขาจึงต้องมาเจอแต่คนเลวๆแบบนี้ด้วย
หากตายตามแม่ไปตั้งแต่วันนั้นคงไม่พบเจอกับความสกปรกมาจนถึงทุกวันนี้
น้ำตาที่เหือดแห้งไปนานไหลลงอาบแก้มจนคนด้านบนที่กำลังซุกไซร้อยู่กับซอกคอหอมสัมผัสได้
“แค่นี้ก็ร้องไห้แล้วเหรอครับ....
งั้นคืนนี้พี่จะปล่อยให้เราได้ทำใจก่อนเนอะ”
ว่าจบคนบนร่างก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังตู้หลังใหญ่มุมห้อง
กลิ่นคาวแสบจมูกอบอวลไปทั่วห้องเมื่อบานประตูตู้นั่นถูกเปิดออก เสียงอะไรบางอย่างขูดลงกับพื้นทำให้ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงหันไปมองหาที่มาของเสียง
ภาพตรงหน้าทำเอาต้องรีบเบือนหน้าหนี เก้าอี้ไม้ซึ่งอาบไปด้วยเลือดถูกลากมาไว้ข้างเตียงที่เขานอนอยู่
กางเกงเนื้อดีที่สวมใส่อยู่ถูกเกี่ยวลงไปอยู่ที่พื้นก่อนที่เจ้าของมันจะก้าวไปยืนอยู่หน้าเก้าอี้ตัวนั้น
เก้าอี้ตัวที่มีเรือนร่างของใครอีกคนอยู่บนนั้น
ศีรษะกลมไร้เส้นผมมีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่พร้อมกับเลือดที่แห้งกรัง
ริมฝีปากสีสดถูกบางอย่างที่เขาไม่แน่ใจว่าเป็นลวดหรือด้ายมัดปากบนและล่างติดไว้ด้วยกันจนไม่สามารถขยับได้
ดวงตาแดงก่ำมีเลือดไหลออกมาอย่างน่าสยดสยอง
อีกทั้งร่องรอยของมีคมที่บาดลึกจนไม่สามารถมองออกได้ว่าเจ้าของร่างนั่นหน้าตาเป็นเช่นไร
รอบกายบางถูกพันเอาไว้ด้วยลวดหนามยึดติดไว้กับเก้าอี้...
หากขยับเพียงนิดก็จะเสียดสีจนมีของเหลวกลิ่นคาวไหลออกมา
ขาเล็กที่เต็มไปด้วยร่องรอยการถูกกระทำถูกยกชันขึ้นก่อนที่เจ้าของห้องจะแทรกกายลงไปนั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวกัน
แกนกายขยายใหญ่ถูกสอดเข้าไปทีเดียวจนมิดก่อนจะถาโถมใส่ไม่ยั้งโดยไม่สนใจเลยว่ากลิ่นคาวเลือดนั่นจะรุนแรงขนาดไหน
จะมีเลือดอีกมากมายเท่าไหร่ที่ต้องไหลออกมา
“ชั้นจะถนอมนายนะซึงฮุน....
อื้มมม อ่า”
มือหนาเอื้อมไปลูบใบหน้าที่แสดงท่าทีรังเกียจนั่นก่อนจะครางอย่างสุขสมกับกิจกรรมที่ตนกำลังทำอยู่
เสียงร้องอื้ออึงภายในลำคอเพราะความเจ็บปวดดังคลอไปกับเสียงขาเก้าอี้ที่เสียดสีกับพื้นกระเบื้องดังเข้ามาในหูอย่างไม่ขาดสาย
ซึงฮุนหลับตาแน่นได้แต่สวดภาวนาให้เรื่องบ้าๆเหล่านี้จบลงโดยเร็ว
ใครก็ได้ฆ่าผมที....
Be Hunter/END.
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Talk:
สารภาพก่อนว่าหลุดพล็อตไปไกลมาก 555555555
เรื่องนี้ได้พล็อตคร่าวๆมาจากซีรีย์สืบสวนเรื่องหนึ่งที่พ่อของเราบังเอิญเปิดผ่านไปเจอ
จำได้คร่าวๆว่าเป็นการฆาตกรรมต่อเนื่อง
ฆาตกรเป็นหญิงสาวล่อลวงชายหนุ่มซึ่งสนใจตนไปฆ่า
โดยการแทงของแหลมลงที่ไหนซักอย่างบนตัว(น่าจะตรงต้นคอ)เหยื่อ
เกินเป็นรูวงกลมลึก
คนแรกจำไม่ได้ว่าโดนอะไรคนที่สองโดนที่แซะน้ำแข็งแทง
ส่วนคนสุดท้ายโดนรองเท้าส้นเข็มแทง
และเราจำชื่อเรื่องไม่ได้
จำได้เท่านี้จริงๆ ซอรี่มากค่ะ กราบบบบบบบ -/\-
ขอบคุณพี่
PM
ของ Project 2H สำหรับการโปรโมท การทำคำโปรยต่างๆ
และคำชวนที่เรารีบเสนอตัวเข้าร่วม
5555555
ขอบคุณโจทย์ท้าทายในปีนี้
สุดท้ายขอบคุณคนอ่านทุกคนค่ะ
♥

อ่านแล้วสงสารน้องงุน อ่านแล้วอยากเลี้ยงดูเขา อยากเอ็นดูเขา ทำไมชีวิตน้องงุนบัดซบอย่างนี้คะ //ร้องไห้
ReplyDeleteตอนน้องงุนไม่เหลือใคร อยากบอกน้องงุนว่ามาหาพี่ซิคะ พี่จะเลี้ยงดูน้องงุนอย่างดีมีฟาร์มสุข
แต่พอน้องงุนจิตนี่ ไม่ไหวนะค้าาาาาา ฮือ รักงุนนะ แต่พี่รักไขมันตัวเองมากกว่า อย่าทำพี่เลยลูก
ชอบมากจริงๆอตอนน้องงุนเป็นฮันเตอร์ ช๊อบชอบ เวลาน้องเค้าปลดปล่อยความดาร์กในตัว
แต่พอน้องเค้าถูกพี่แทฺยอนไล่ล่า เราก็ชอบกว่า อ้าว แต่ก็สงสาร โถ งุนต๋า ใครใหญ่ใครอยู่นะลูก
จะตายก็ตายไม่ได้ พี่แทฮยอนเค้าจะถนอม(?)หนูดีๆ ฮือชอบ เอสมากและเอมมาก
ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ สนุกและชอบ
หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันอีกค่ะ //ยิ้ม