Saturday, August 27, 2016

[OS] We're more than friend..


We're more than friend.







Pairing: Minho x Seunghoon
Rate: G
Note: ยังไม่ได้แก้คำผิดค่ะ






     ซงมินโฮก็แค่มนุษย์กากกรังคนหนึ่งที่ปฏิเสธตัวเองมาโดยตลอดว่าเขาน่ะ ไม่ได้ชอบเพื่อนสนิทของตัวเองหรอก แต่แล้วยังไง ในเมื่อการกระทำมันช่างสวนทางกับคำพูดเหลือเกิน






     มินโฮประกอบอาชีพเป็นช่างภาพให้แก่นิตยสารแฟชั่นชื่อดังเล่มหนึ่งของเกาหลีใต้ ช่างภาพหนุ่มเจ้าเสน่ห์เริ่มรับจ็อบถ่ายภาพเล็ก ๆมาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยจนตอนนี้ก็อายุปาเข้าไป 27 ปีแล้วเขาก็ยังคงรักในการทำอาชีพนี้อยู่


     ด้วยความก้าวหน้าและเงินเดือนที่มีมากขึ้นจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี เลยทำให้เขาลองชวนเพื่อนสนิทมาแชร์คอนโดชั้นเดียวกันอยู่โดยยื่นข้อเสนอไปว่า อยู่ฟรีตลอดชีวิต มันฟังดูน่าสนใจและเขาก็ไม่คิดว่าจะมีใครปฏิเสธข้อเสนอนี้ลงในเมื่อคอนโดหรูของเขาอยู่ใจกลางเมือง แถมสิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบครัน


“ไม่อ่ะ”


     เสียงติดจะแหลมหน่อยๆปฏิเสธทันควันโดยแทบจะไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำไป เขารู้สึกหน้าชาทันทีเมื่ออีกคนดูไม่มีเยื่อใยใด ๆ มินโฮทำได้เพียงมองอีกฝ่ายที่ก้มหน้าก้มตากินขนมหวานก้อนโตอยู่ตรงหน้าเขาอย่างสบายอารมณ์


“ทำไมอ่ะ ตอนอยู่มหาลัยกูกับมึงก็เคยแชร์ห้องกัน กูไม่เคยกวนมึงเลยนะ”


     พยายามเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะรู้สึกวูบโหวงแปลกๆไปแล้วก็เถอะนะ


“กูกลัวว่ากูจะไปกวนมึงมากกว่าอ่ะดิ คือหมอแบบกูจะมีผ่าฉุกเฉินเมื่อไหร่ก็ไม่รู้รึเปล่าวะ กูอยู่ใกล้ๆโรงพยาบาลอ่ะดีที่สุดละ”


     อีซึงฮุน มนุษย์ผู้ดำรงค์ตำแหน่งเพื่อนสนิทของซงมินโฮมากว่ายี่สิบปีเงยหน้าขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ สีหน้าไม่ได้บ่งบอกถึงความรู้สึกผิดหรือความเสียดายใด ๆทั้งสิ้น


     มินโฮคิดว่านี่มันแปลกเกินไปแล้ว อีซึงฮุนคนที่เขารู้จักจะต้องไม่ด้านชากับคำว่าฟรีแบบนี้


“ม- ไม่กวนหรอก มีเพื่อนอยู่ด้วยกูจะได้ไม่เหงาไง”
“ปกติกูกลับห้องก็สลบแล้ว คงไปช่วยคลายเหงาให้มึงไม่ได้หรอก... อีกอย่างนะ ถ้ามึงเอาสาวๆมากกที่ห้องจะได้ไม่ต้องเกรงใจกูไง”


     สายตาจับผิดถูกส่งมาให้พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากทำเอาคนผิวเข้มรีบแก้ตัวกับประโยคหลังแทบไม่ทัน


“ส- สาวที่ไหน ไม่มี๊”


     อีกฝ่ายหัวเราะออกมาเล็กน้อย หัวกลมส่ายไปมาเบาๆก่อนจะก้มลงไปสนใจของหวานตรงหน้าต่ออีกครั้ง มินโฮคิดว่านี่มันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ เขาไม่ได้ยอมเสียสละเวลานอนหลายต่อหลายชั่วโมงมานั่งเฝ้าอีกคนถึงโรงพยาบลเพื่อที่จะโดนปฏิเสธแบบนี้หรอกนะ


     มือหนายื่นไปช้อนใบหน้าของเพื่อนสนิทให้เงยขึ้นมาสบตากัน


“ไปอยู่กับกูเหอะมึง เนี้ยอยู่ฟรีกินฟรีเลยนะ”


     คิ้วเล็ก ๆนั่นขมวดเข้าหากันยุ่งก่อนที่เจ้าของใบหน้าขาวจะปัดมืออีกคนออกไป


“อะไรทำให้มึงอยากให้กูไปอยู่ด้วยนักหนาเหรอครับ ไอ้คนรวย”
“ก- ก็ห้องมันกว้างไปอ่ะ”


     เสียงทุ้มตอบค่อยโดยไม่กล้าสบตาหมอหนุ่มที่จ้องเขาไม่วางตาอยู่ฝั่งตรงข้าม นึกอยากจะด่าสมองน้อย ๆของตัวเองที่พูดออกไปแบบนั้น... เหตุผลมันช่างไร้สาระเสียจนเด็กประถมได้ยินก็คงรู้ว่าเขาแค่อ้างไปอย่างนั้นเอง


“แล้วก่อนหน้านี้มึงอยู่ได้ไงคนเดียว ไหนอธิบายให้หมอฟังซิ”


“ก- ก็เมื่อก่อนห้องมันเล็กไง... ต- ตอนนี้ซื้อห้องใหม่แล้ว... แล้วมันก็ใหญ่มากกกกกก”


     ไม่พูดเปล่าแถมยังอ้าแขนออกกว้างแสดงท่าทางประกอบคำพูดเหมือนเด็กน้อย ทำเอาคุณหมอที่นิ่งฟังอยู่ถึงกับยิ้มบาง ๆ ออกมา


“ไปอยู่กับกูเหอะนะ... นะมึงนะ”


     ซึงฮุนอยากจะหัวเราะให้ดังลั่นร้านหากไม่เกรงใจว่าร้านกาแฟแห่งนี้เขาต้องมานั่งแทบทุกวันอยู่แล้วล่ะก็นะ เขาอยากจะรู้นักว่าจะมีสักกี่คนเคยเห็นช่างภาพหนุ่มที่ได้รับผลโหวตว่านางแบบอยากจะสานสัมพันธ์ด้วยมากที่สุดคนหนึ่งกำลังมานั่งเกาะแขนเขาพร้อมกับเอาใบหน้ามาถูไปมาอย่างออดอ้อนเหมือนเด็กน้อยอยากได้ของเล่น...


“มันเสียเวลาเดินทาง มันเปลืองเวลานอนของกู มึงเข้าใจมั้ยไอ้คุณมินโฮ”
“ไม่เสียเวลาหรอก เดี๋ยวกูมารอรับตอนมึงออกเวรก็ได้ ระหว่างทางมึงก็หลับในรถได้ไง แล้วถ้ามึงเพลียจนถึงคอนโดแล้วกูปลุกไม่ตื่นกูอุ้มมึงขึ้นไปที่ห้องให้ก็ได้... เห็นม่ะ ไม่เปลืองพลังงานตอนมึงเดินกลับห้องด้วย”


     ร่างสูงยกมือขึ้นฟาดไปเต็มแรงบนหัวที่มีเส้นผมไม่มากมายเท่าไหร่นั่นอย่างนึกหมั่นไส้


“กูเป็นผู้ชายม่ะ จะต้องอุ้มทำห่าอะไร”
“น่านะ ไปอยู่กับกูนะ”


     ว่าจบก็เอาคางไปเกยไว้บนไหล่ของเพื่อนอีกครั้งพลางส่งสายตาอ้อนวอน


“ถ้ามึงว่างพอจะมารับกูกลับทุกวันก็ลองดู”




     สุดท้ายสองเพื่อนซี้ก็ขนสัมภาระของคนตัวขาวมาจัดไว้ในคอนโดของมินโฮได้สำเร็จ เพียงแต่ตอนนี้ซึงฮุนกกำลังคิดว่าเขาถูกเพื่อนสนิทหลอกลวงอยู่


“แล้วคอนโดมึงมีสองห้องนอนไม่ใช่เหรอ”
“ใช่”


     ฝ่ายเจ้าของห้องตอบอย่างสบายใจแล้วทิ้งตัวนอนลงบนเตียงกว้าง


“แล้วทำไมกูต้องมานอนห้องเดียวกับมึงครับไอ้คุณมินโฮ”
“ก็กูอยากนอนกอดมึง กอดมึงแล้วหลับสบ๊ายสบาย มาม๊ะ มานอนเร็วเด็กดีของพี่มินโฮ”


     ว่าจบเจ้าตัวก็ตบฟูกดังปุๆ ให้ตายเหอะ ซึงฮุนคิดว่าเขาไม่น่าหลวมตัวมาตามคำชวนของอีกฝ่ายเลย ก็ว่าทำไมถึงไล่ให้เขาไปอาบน้ำ แล้วขันอาสาจะจัดห้องให้เอง


     เปลืองตัวชะมัด


     สีหน้าเหม็นเบื่อของซึงฮุนทำเอามินโฮยู่ปากพร้อมกับงอแงออกมาเป็นเด็ก ๆ


“แหมมึง เมื่อก่อนกูก็นอนกอดมึงทุกวัน มานอนเร็วๆ มีเวรเช้าไม่ใช่รึไง”


     มินโฮไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายยอมลงมานอนเพราะมีเวรเช้าจริงๆ หรือเพราะหน่ายใจกับการเอาแต่ใจตัวเองของเขากันแน่ แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจมันหรอก แค่ได้นอนกกอดเจ้าของร่างนุ่มนิ่มนี่ก็พอแล้ว









“พี่มินโฮคะ”


     เสียงหวานดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้หนุ่มผิวเข้มสุดเซ็กซี่หันไปหาที่มาของเสียง หญิงสาวรูปร่างเล็กแต่หน้าอกหน้าใจใหญ่เกินตัวยืนประหม่าอยู่ตรงหน้าของเขา คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงอย่างแปลกใจเมื่อพอจะนึกขึ้นได้ว่าเขากับสาวสวยตรงหน้าคนนี้คือน้องสไตล์ลิสซึ่งแทบจะไม่เคยคุยกันสักครั้ง แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทเขาก็ขานตอบไปด้วยคำสุภาพก่อนจะยืนรอให้เจ้าหล่อนเอ่ยธุระออกมาเสียที


“คือ... คือพี่ซึงฮุนเขามีแฟนรึยังคะ”


     แทบจะอยากเอามือไปข่วนหน้าสวยๆนั่นเสียเดี๋ยวนั้น ให้ตายเหอะ เขาคิดผิดจริงๆที่ไปขอให้อีกคนมาร่วมงานกับเขาเมื่อหลายวันก่อน


     ใครจะไปคิดว่าไอ้เพื่อนหมอหน้าจืดของเขาจะไปเข้าตาสาวๆแถวนี้เข้า สาบานให้ตายว่าถ้าเขารู้มาก่อนเขาจะไม่ไปอ้อนวอนให้อีกคนมาช่วยเป็นแบบให้หรอก เพราะความใฝ่ฝันที่อยากจะถ่ายภาพโดยมีอีซึงฮุนเพื่อนสนิทของเขาเป็นแบบดูสักครั้ง เมื่อสบโอกาสได้รับงานที่ต้องการนายแบบซึ่ง character คล้ายๆซึงฮุนเข้าพอดี เจ้าตัวจึงไม่อิดออดที่จะขันอาสาหานายแบบหน้าใหม่มาให้ด้วยตัวเอง


“เพื่อนพี่มันมีเจ้าของแล้วครับ โทษทีน๊า”


     มินโฮยิ้มให้กับสาวน้อยตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาจากจุดนั้น กล้องตัวโปรดที่กำลังถือเช็คสภาพอยู่เมื่อครู่ถูกวางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวังแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ มินโฮกำลังรู้สึกไม่สบายใจ เขาไม่คิดว่าตัวเองมีเหตุผลจำเป็นอะไรที่จะต้องไปตอบแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่ซึงฮุนก็ยังโสด.... มันไม่ใช่ครั้งแรก แต่มันคือทุกครั้งที่มีคนมาถามคำถามนี้กับเขา


     ไอ้หมอเพื่อนเขาไม่ใช่คนที่มีเสน่ห์เหลือร้าย แต่ก็ปริเสธไม่ได้ว่ามันบ่อยครั้งที่มักจะมีคนมาถามเขาด้วยถามคำถามนี้ และทุกครั้งไปที่เขาจะตอบว่าอีกคนมีแฟนแล้ว


     ตลอดการถ่ายแบบวันนี้จิตใจของมินโฮแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยแม้แต่น้อย รูปภาพที่ได้ออกมาดูจะไม่เป็นที่น่าพอใจนัก


“ขอโทษครับ ขอพัก 15 นาทีนะครับ”


     หลังพูดจบเหล่าคอสตูมก็เดินเข้าไปยังด้านหน้าฉากแล้วพานายแบบออกมาพักด้านนอก เติมหน้าปากและตรวจเช็คเครื่องแต่งกายอีกครั้ง


     มินโฮคิดว่าหากปล่อยให้ใจว้าวุ่นอยู่แบบนี้มันต้องไม่ดีแน่ ๆ เขาตัดสินใจหยิบมือถือออกมาด้านนอก มวนกระดาษสีขาวถูกจุดขึ้นสูบในขณะที่มือก็กดสไลด์ดูภาพเพื่อนสนิทที่เขาแอบถ่ายเก็บไว้มากมาย


     หลอกใครก็หลอกได้ แต่หลอกตัวเองมันช่างยากเหลือเกิน... จะปฏิเสธยังไงว่าเขาตกหลุมรักไอ้เจ้าของใบหน้าในภาพเหล่านั้นมานานมากแล้ว ทั้งที่พยายามตีตัวห่างออกมาแล้วแท้ๆ แต่ดูเหมือนว่าจนแล้วจนรอดไอ้ความรู้สึกที่มันก่อตัวมานานนี่คงจะลงรากฝังลึกไปในหัวใจเขาเสียแล้ว


     ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะรดน้ำ... แต่มันกลับเติบโตและถูกหล่อเลี้ยงมาด้วยความผูกพันที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างสนิทใจ โดยไม่รู้เลยว่าเพื่อนอย่างเขากลับคิดไม่ซื่อ


     แม่ง... ทำไมมึงต้องน่ารักขนาดนี้วะ


     แอบด่าอีกคนในใจก่อนจะเลื่อนนิ้วกดต่อสายหาคนในความคิด เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นจนดับไปแล้วแต่อีกฝ่ายดูไม่มีทีท่าจะรับเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากสีเข้มจรดกับปลายกระดาษที่อีกด้านติดไฟก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด ปล่อยควันสีจางๆออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วขยี้ปลายบุหรี่ลงบนที่เขี่ยเมื่อเห็นว่าใกล้หมดเวลาพักแล้ว


     ก้าวขากลับเข้าไปยังสตูดิโอยังไม่ทันถึงบริเวณที่ใช้ถ่ายภาพก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋ากางเกงเกิดสั่นขึ้นมา


     หน้าจอแสดงแจ้งเตือนโปรแกรมแชทยอดฮิตมาจากคนที่เขาเพิ่งโทรหาเมื่อครู่ทำให้เขารีบกดเข้าไปดูทันที เพียงเปิดขึ้นดูใบหน้าที่เคยบึ้งตึงก็ประดับประดาไปด้วยรอยยิ้ม ช่างภาพหนุ่มอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อพบว่าอีกฝ่ายส่งภาพถ่ายตัวเองสวมเสื้อกาวน์พร้อมกับยิ้มทะเล้นๆนั่นมาให้เขาและพิมพ์ข้อความมาบอกว่า


กูมีตรวจคนไข้ ตั้งใจทำงานนะมึงไม่ใช่เอาแต่คิดถึงกู


     ชิบหายละ....


     คงต้องยอมรับความจริงแล้วลองเดินหน้าจีบเพื่อนสนิทดูสักครั้งแล้วมั้งซงมินโฮ...


     เขาเดินกลับเข้าไปยืนที่หน้าฉากอีกครั้ง ใบหน้าคมเข้มประดับไปด้วยร้อยยิ้มกว้าง กล้องตัวสวยถูกจับขึ้นมาทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ในหัวของมินโฮกำลังคิดว่าวันนี้คงต้องรีบถ่ายงานให้เสร็จเพื่อไปรอรับอีกฝ่ายออกเวรเสียแล้ว







We’re more than friend/END.
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ฟิคสด.... 5555555555555555 เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะอยากเขียนมินฮุนเฉยๆค่ะ
กากเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือไม่ได้เขียนคู่นี้นานแล้ว
อาจจะไม่ฟินอะไรมากมาย แต่ก็ตั้งใจเขียนนะคะ อิ______อิ




6 comments:

  1. โงย ... ทำไมนั่งอ่านแล้วนั่งยิ้มทั้งเรื่องเลยอ่ะ
    มินโฮเอ้ย 😝ทำขนาดนี้ยังไม่เรียกเดินหน้าจีบอีกเหรอ ไม่ต้องรออะไรแล้ว ไหนๆก็อยู่ด้วยกันละ จัดเลยค่ะ
    ตอนที่อ้อนว่าจะมารับมาส่ง ให้หลับในรถอุ้มขึ้นคอนโดนี่ปวดแก้มมาก มีความตื้อ มีความออดอ้อน
    ชอบความสดใสอะไรแบบนี้ ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆนี้นะคะ ❤

    ReplyDelete
  2. มันดีอะที่รัก ฮือ เราคิดถึงคู่นี้มากเหลือเกิน คนน่ารักจะทำอะไรมันก็น่ารักอะเนอะ คุณมินโฮเลิกกากกรังแล้วจีบคุณหมอจริงๆ จังๆ ได้แล้วนะคะ /-\

    ReplyDelete
  3. ฮื่อ รักเลย อ่านแบ้วยิ่มแก้มแตก แอบรักเพื่อนสนิทหาข้ออ้างให้เค้าไปอยู่ด้วยว้ายยๆๆๆคุณมินโฮ คุณช่างภาพสุดเซ็กซี่แอบรักคุณหมอ น่ารัก ต่อตอนเค้าจีบกันอีกนิดได้ไหมนะ

    ReplyDelete
  4. เดินหน้าจีบให้เต็มที่ไปเลยนะคุณช่างภาพไม่งั้นคุณหมอหนุ่มได้หลุดลอยไปแน่น่ารักๆแบบนี้
    มีพาร์ทจีบเพื่อนมั้ยค่ะไรท์

    ReplyDelete
  5. ฟิคน่ารักละมุนละไมดีต่อใจมากกกกก พฮืออออ
    อ่านไปยิ้มไปทั้งเรื่องง ดีงามอะไรอย่างนี้

    มิโนคนปอดดด เต๊าะเขามาอยู่ด้วยได้ขนาดนี้ไม่ขอเป็นแฟนไปเลยละะะ 😁😁 ต่อจากนี้ก็เดินหน้าจีบเต็มกำลังไปเลยนะะ อย่าปอดอีกก

    ReplyDelete
  6. ซึงฮุนคนของพี่เอง บอกไปเล้ย
    กั๊กคนอื่นอีก โถ่เอ้ยยยยย

    ReplyDelete