We're
more than friend.
Pairing: Minho x Seunghoon
Rate: G
Note: ยังไม่ได้แก้คำผิดค่ะ
ซงมินโฮก็แค่มนุษย์กากกรังคนหนึ่งที่ปฏิเสธตัวเองมาโดยตลอดว่าเขาน่ะ
ไม่ได้ชอบเพื่อนสนิทของตัวเองหรอก แต่แล้วยังไง ในเมื่อการกระทำมันช่างสวนทางกับคำพูดเหลือเกิน
มินโฮประกอบอาชีพเป็นช่างภาพให้แก่นิตยสารแฟชั่นชื่อดังเล่มหนึ่งของเกาหลีใต้
ช่างภาพหนุ่มเจ้าเสน่ห์เริ่มรับจ็อบถ่ายภาพเล็ก ๆมาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยจนตอนนี้ก็อายุปาเข้าไป
27 ปีแล้วเขาก็ยังคงรักในการทำอาชีพนี้อยู่
ด้วยความก้าวหน้าและเงินเดือนที่มีมากขึ้นจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี เลยทำให้เขาลองชวนเพื่อนสนิทมาแชร์คอนโดชั้นเดียวกันอยู่โดยยื่นข้อเสนอไปว่า
‘อยู่ฟรีตลอดชีวิต’
มันฟังดูน่าสนใจและเขาก็ไม่คิดว่าจะมีใครปฏิเสธข้อเสนอนี้ลงในเมื่อคอนโดหรูของเขาอยู่ใจกลางเมือง
แถมสิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบครัน
“ไม่อ่ะ”
เสียงติดจะแหลมหน่อยๆปฏิเสธทันควันโดยแทบจะไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำไป เขารู้สึกหน้าชาทันทีเมื่ออีกคนดูไม่มีเยื่อใยใด
ๆ
มินโฮทำได้เพียงมองอีกฝ่ายที่ก้มหน้าก้มตากินขนมหวานก้อนโตอยู่ตรงหน้าเขาอย่างสบายอารมณ์
“ทำไมอ่ะ ตอนอยู่มหาลัยกูกับมึงก็เคยแชร์ห้องกัน
กูไม่เคยกวนมึงเลยนะ”
พยายามเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
แม้ในใจจะรู้สึกวูบโหวงแปลกๆไปแล้วก็เถอะนะ
“กูกลัวว่ากูจะไปกวนมึงมากกว่าอ่ะดิ
คือหมอแบบกูจะมีผ่าฉุกเฉินเมื่อไหร่ก็ไม่รู้รึเปล่าวะ
กูอยู่ใกล้ๆโรงพยาบาลอ่ะดีที่สุดละ”
อีซึงฮุน มนุษย์ผู้ดำรงค์ตำแหน่งเพื่อนสนิทของซงมินโฮมากว่ายี่สิบปีเงยหน้าขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ
สีหน้าไม่ได้บ่งบอกถึงความรู้สึกผิดหรือความเสียดายใด ๆทั้งสิ้น
มินโฮคิดว่านี่มันแปลกเกินไปแล้ว
อีซึงฮุนคนที่เขารู้จักจะต้องไม่ด้านชากับคำว่าฟรีแบบนี้
“ม- ไม่กวนหรอก มีเพื่อนอยู่ด้วยกูจะได้ไม่เหงาไง”
“ปกติกูกลับห้องก็สลบแล้ว คงไปช่วยคลายเหงาให้มึงไม่ได้หรอก...
อีกอย่างนะ ถ้ามึงเอาสาวๆมากกที่ห้องจะได้ไม่ต้องเกรงใจกูไง”
สายตาจับผิดถูกส่งมาให้พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากทำเอาคนผิวเข้มรีบแก้ตัวกับประโยคหลังแทบไม่ทัน
“ส- สาวที่ไหน ไม่มี๊”
อีกฝ่ายหัวเราะออกมาเล็กน้อย
หัวกลมส่ายไปมาเบาๆก่อนจะก้มลงไปสนใจของหวานตรงหน้าต่ออีกครั้ง
มินโฮคิดว่านี่มันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ เขาไม่ได้ยอมเสียสละเวลานอนหลายต่อหลายชั่วโมงมานั่งเฝ้าอีกคนถึงโรงพยาบลเพื่อที่จะโดนปฏิเสธแบบนี้หรอกนะ
มือหนายื่นไปช้อนใบหน้าของเพื่อนสนิทให้เงยขึ้นมาสบตากัน
“ไปอยู่กับกูเหอะมึง
เนี้ยอยู่ฟรีกินฟรีเลยนะ”
คิ้วเล็ก ๆนั่นขมวดเข้าหากันยุ่งก่อนที่เจ้าของใบหน้าขาวจะปัดมืออีกคนออกไป
“อะไรทำให้มึงอยากให้กูไปอยู่ด้วยนักหนาเหรอครับ
ไอ้คนรวย”
“ก- ก็ห้องมันกว้างไปอ่ะ”
เสียงทุ้มตอบค่อยโดยไม่กล้าสบตาหมอหนุ่มที่จ้องเขาไม่วางตาอยู่ฝั่งตรงข้าม นึกอยากจะด่าสมองน้อย
ๆของตัวเองที่พูดออกไปแบบนั้น... เหตุผลมันช่างไร้สาระเสียจนเด็กประถมได้ยินก็คงรู้ว่าเขาแค่อ้างไปอย่างนั้นเอง
“แล้วก่อนหน้านี้มึงอยู่ได้ไงคนเดียว
ไหนอธิบายให้หมอฟังซิ”
“ก- ก็เมื่อก่อนห้องมันเล็กไง... ต-
ตอนนี้ซื้อห้องใหม่แล้ว... แล้วมันก็ใหญ่มากกกกกก”
ไม่พูดเปล่าแถมยังอ้าแขนออกกว้างแสดงท่าทางประกอบคำพูดเหมือนเด็กน้อย ทำเอาคุณหมอที่นิ่งฟังอยู่ถึงกับยิ้มบาง
ๆ ออกมา
“ไปอยู่กับกูเหอะนะ... นะมึงนะ”
ซึงฮุนอยากจะหัวเราะให้ดังลั่นร้านหากไม่เกรงใจว่าร้านกาแฟแห่งนี้เขาต้องมานั่งแทบทุกวันอยู่แล้วล่ะก็นะ
เขาอยากจะรู้นักว่าจะมีสักกี่คนเคยเห็นช่างภาพหนุ่มที่ได้รับผลโหวตว่านางแบบอยากจะสานสัมพันธ์ด้วยมากที่สุดคนหนึ่งกำลังมานั่งเกาะแขนเขาพร้อมกับเอาใบหน้ามาถูไปมาอย่างออดอ้อนเหมือนเด็กน้อยอยากได้ของเล่น...
“มันเสียเวลาเดินทาง มันเปลืองเวลานอนของกู
มึงเข้าใจมั้ยไอ้คุณมินโฮ”
“ไม่เสียเวลาหรอก เดี๋ยวกูมารอรับตอนมึงออกเวรก็ได้
ระหว่างทางมึงก็หลับในรถได้ไง
แล้วถ้ามึงเพลียจนถึงคอนโดแล้วกูปลุกไม่ตื่นกูอุ้มมึงขึ้นไปที่ห้องให้ก็ได้... เห็นม่ะ
ไม่เปลืองพลังงานตอนมึงเดินกลับห้องด้วย”
ร่างสูงยกมือขึ้นฟาดไปเต็มแรงบนหัวที่มีเส้นผมไม่มากมายเท่าไหร่นั่นอย่างนึกหมั่นไส้
“กูเป็นผู้ชายม่ะ จะต้องอุ้มทำห่าอะไร”
“น่านะ ไปอยู่กับกูนะ”
ว่าจบก็เอาคางไปเกยไว้บนไหล่ของเพื่อนอีกครั้งพลางส่งสายตาอ้อนวอน
“ถ้ามึงว่างพอจะมารับกูกลับทุกวันก็ลองดู”
สุดท้ายสองเพื่อนซี้ก็ขนสัมภาระของคนตัวขาวมาจัดไว้ในคอนโดของมินโฮได้สำเร็จ
เพียงแต่ตอนนี้ซึงฮุนกกำลังคิดว่าเขาถูกเพื่อนสนิทหลอกลวงอยู่
“แล้วคอนโดมึงมีสองห้องนอนไม่ใช่เหรอ”
“ใช่”
ฝ่ายเจ้าของห้องตอบอย่างสบายใจแล้วทิ้งตัวนอนลงบนเตียงกว้าง
“แล้วทำไมกูต้องมานอนห้องเดียวกับมึงครับไอ้คุณมินโฮ”
“ก็กูอยากนอนกอดมึง
กอดมึงแล้วหลับสบ๊ายสบาย มาม๊ะ มานอนเร็วเด็กดีของพี่มินโฮ”
ว่าจบเจ้าตัวก็ตบฟูกดังปุๆ ให้ตายเหอะ ซึงฮุนคิดว่าเขาไม่น่าหลวมตัวมาตามคำชวนของอีกฝ่ายเลย
ก็ว่าทำไมถึงไล่ให้เขาไปอาบน้ำ แล้วขันอาสาจะจัดห้องให้เอง
เปลืองตัวชะมัด
สีหน้าเหม็นเบื่อของซึงฮุนทำเอามินโฮยู่ปากพร้อมกับงอแงออกมาเป็นเด็ก ๆ
“แหมมึง เมื่อก่อนกูก็นอนกอดมึงทุกวัน
มานอนเร็วๆ มีเวรเช้าไม่ใช่รึไง”
มินโฮไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายยอมลงมานอนเพราะมีเวรเช้าจริงๆ
หรือเพราะหน่ายใจกับการเอาแต่ใจตัวเองของเขากันแน่ แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจมันหรอก
แค่ได้นอนกกอดเจ้าของร่างนุ่มนิ่มนี่ก็พอแล้ว
“พี่มินโฮคะ”
เสียงหวานดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้หนุ่มผิวเข้มสุดเซ็กซี่หันไปหาที่มาของเสียง
หญิงสาวรูปร่างเล็กแต่หน้าอกหน้าใจใหญ่เกินตัวยืนประหม่าอยู่ตรงหน้าของเขา คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงอย่างแปลกใจเมื่อพอจะนึกขึ้นได้ว่าเขากับสาวสวยตรงหน้าคนนี้คือน้องสไตล์ลิสซึ่งแทบจะไม่เคยคุยกันสักครั้ง
แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทเขาก็ขานตอบไปด้วยคำสุภาพก่อนจะยืนรอให้เจ้าหล่อนเอ่ยธุระออกมาเสียที
“คือ... คือพี่ซึงฮุนเขามีแฟนรึยังคะ”
แทบจะอยากเอามือไปข่วนหน้าสวยๆนั่นเสียเดี๋ยวนั้น ให้ตายเหอะ
เขาคิดผิดจริงๆที่ไปขอให้อีกคนมาร่วมงานกับเขาเมื่อหลายวันก่อน
ใครจะไปคิดว่าไอ้เพื่อนหมอหน้าจืดของเขาจะไปเข้าตาสาวๆแถวนี้เข้า
สาบานให้ตายว่าถ้าเขารู้มาก่อนเขาจะไม่ไปอ้อนวอนให้อีกคนมาช่วยเป็นแบบให้หรอก
เพราะความใฝ่ฝันที่อยากจะถ่ายภาพโดยมีอีซึงฮุนเพื่อนสนิทของเขาเป็นแบบดูสักครั้ง เมื่อสบโอกาสได้รับงานที่ต้องการนายแบบซึ่ง
character
คล้ายๆซึงฮุนเข้าพอดี
เจ้าตัวจึงไม่อิดออดที่จะขันอาสาหานายแบบหน้าใหม่มาให้ด้วยตัวเอง
“เพื่อนพี่มันมีเจ้าของแล้วครับ โทษทีน๊า”
มินโฮยิ้มให้กับสาวน้อยตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาจากจุดนั้น
กล้องตัวโปรดที่กำลังถือเช็คสภาพอยู่เมื่อครู่ถูกวางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวังแล้วถอนหายใจออกมาเบา
ๆ มินโฮกำลังรู้สึกไม่สบายใจ
เขาไม่คิดว่าตัวเองมีเหตุผลจำเป็นอะไรที่จะต้องไปตอบแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่ซึงฮุนก็ยังโสด....
มันไม่ใช่ครั้งแรก แต่มันคือทุกครั้งที่มีคนมาถามคำถามนี้กับเขา
ไอ้หมอเพื่อนเขาไม่ใช่คนที่มีเสน่ห์เหลือร้าย
แต่ก็ปริเสธไม่ได้ว่ามันบ่อยครั้งที่มักจะมีคนมาถามเขาด้วยถามคำถามนี้
และทุกครั้งไปที่เขาจะตอบว่าอีกคนมีแฟนแล้ว
ตลอดการถ่ายแบบวันนี้จิตใจของมินโฮแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยแม้แต่น้อย
รูปภาพที่ได้ออกมาดูจะไม่เป็นที่น่าพอใจนัก
“ขอโทษครับ ขอพัก 15 นาทีนะครับ”
หลังพูดจบเหล่าคอสตูมก็เดินเข้าไปยังด้านหน้าฉากแล้วพานายแบบออกมาพักด้านนอก
เติมหน้าปากและตรวจเช็คเครื่องแต่งกายอีกครั้ง
มินโฮคิดว่าหากปล่อยให้ใจว้าวุ่นอยู่แบบนี้มันต้องไม่ดีแน่ ๆ
เขาตัดสินใจหยิบมือถือออกมาด้านนอก
มวนกระดาษสีขาวถูกจุดขึ้นสูบในขณะที่มือก็กดสไลด์ดูภาพเพื่อนสนิทที่เขาแอบถ่ายเก็บไว้มากมาย
หลอกใครก็หลอกได้ แต่หลอกตัวเองมันช่างยากเหลือเกิน...
จะปฏิเสธยังไงว่าเขาตกหลุมรักไอ้เจ้าของใบหน้าในภาพเหล่านั้นมานานมากแล้ว
ทั้งที่พยายามตีตัวห่างออกมาแล้วแท้ๆ
แต่ดูเหมือนว่าจนแล้วจนรอดไอ้ความรู้สึกที่มันก่อตัวมานานนี่คงจะลงรากฝังลึกไปในหัวใจเขาเสียแล้ว
ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะรดน้ำ...
แต่มันกลับเติบโตและถูกหล่อเลี้ยงมาด้วยความผูกพันที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างสนิทใจ
โดยไม่รู้เลยว่าเพื่อนอย่างเขากลับคิดไม่ซื่อ
แม่ง... ทำไมมึงต้องน่ารักขนาดนี้วะ
แอบด่าอีกคนในใจก่อนจะเลื่อนนิ้วกดต่อสายหาคนในความคิด
เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นจนดับไปแล้วแต่อีกฝ่ายดูไม่มีทีท่าจะรับเลยแม้แต่น้อย
ริมฝีปากสีเข้มจรดกับปลายกระดาษที่อีกด้านติดไฟก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด
ปล่อยควันสีจางๆออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วขยี้ปลายบุหรี่ลงบนที่เขี่ยเมื่อเห็นว่าใกล้หมดเวลาพักแล้ว
ก้าวขากลับเข้าไปยังสตูดิโอยังไม่ทันถึงบริเวณที่ใช้ถ่ายภาพก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋ากางเกงเกิดสั่นขึ้นมา
หน้าจอแสดงแจ้งเตือนโปรแกรมแชทยอดฮิตมาจากคนที่เขาเพิ่งโทรหาเมื่อครู่ทำให้เขารีบกดเข้าไปดูทันที
เพียงเปิดขึ้นดูใบหน้าที่เคยบึ้งตึงก็ประดับประดาไปด้วยรอยยิ้ม ช่างภาพหนุ่มอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อพบว่าอีกฝ่ายส่งภาพถ่ายตัวเองสวมเสื้อกาวน์พร้อมกับยิ้มทะเล้นๆนั่นมาให้เขาและพิมพ์ข้อความมาบอกว่า
‘กูมีตรวจคนไข้ ตั้งใจทำงานนะมึงไม่ใช่เอาแต่คิดถึงกู’
ชิบหายละ....
คงต้องยอมรับความจริงแล้วลองเดินหน้าจีบเพื่อนสนิทดูสักครั้งแล้วมั้งซงมินโฮ...
เขาเดินกลับเข้าไปยืนที่หน้าฉากอีกครั้ง ใบหน้าคมเข้มประดับไปด้วยร้อยยิ้มกว้าง
กล้องตัวสวยถูกจับขึ้นมาทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ในหัวของมินโฮกำลังคิดว่าวันนี้คงต้องรีบถ่ายงานให้เสร็จเพื่อไปรอรับอีกฝ่ายออกเวรเสียแล้ว
We’re
more than friend/END.
-
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ฟิคสด.... 5555555555555555 เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะอยากเขียนมินฮุนเฉยๆค่ะ
กากเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือไม่ได้เขียนคู่นี้นานแล้ว
อาจจะไม่ฟินอะไรมากมาย แต่ก็ตั้งใจเขียนนะคะ อิ______อิ

โงย ... ทำไมนั่งอ่านแล้วนั่งยิ้มทั้งเรื่องเลยอ่ะ
ReplyDeleteมินโฮเอ้ย 😝ทำขนาดนี้ยังไม่เรียกเดินหน้าจีบอีกเหรอ ไม่ต้องรออะไรแล้ว ไหนๆก็อยู่ด้วยกันละ จัดเลยค่ะ
ตอนที่อ้อนว่าจะมารับมาส่ง ให้หลับในรถอุ้มขึ้นคอนโดนี่ปวดแก้มมาก มีความตื้อ มีความออดอ้อน
ชอบความสดใสอะไรแบบนี้ ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆนี้นะคะ ❤
มันดีอะที่รัก ฮือ เราคิดถึงคู่นี้มากเหลือเกิน คนน่ารักจะทำอะไรมันก็น่ารักอะเนอะ คุณมินโฮเลิกกากกรังแล้วจีบคุณหมอจริงๆ จังๆ ได้แล้วนะคะ /-\
ReplyDeleteฮื่อ รักเลย อ่านแบ้วยิ่มแก้มแตก แอบรักเพื่อนสนิทหาข้ออ้างให้เค้าไปอยู่ด้วยว้ายยๆๆๆคุณมินโฮ คุณช่างภาพสุดเซ็กซี่แอบรักคุณหมอ น่ารัก ต่อตอนเค้าจีบกันอีกนิดได้ไหมนะ
ReplyDeleteเดินหน้าจีบให้เต็มที่ไปเลยนะคุณช่างภาพไม่งั้นคุณหมอหนุ่มได้หลุดลอยไปแน่น่ารักๆแบบนี้
ReplyDeleteมีพาร์ทจีบเพื่อนมั้ยค่ะไรท์
ฟิคน่ารักละมุนละไมดีต่อใจมากกกกก พฮืออออ
ReplyDeleteอ่านไปยิ้มไปทั้งเรื่องง ดีงามอะไรอย่างนี้
มิโนคนปอดดด เต๊าะเขามาอยู่ด้วยได้ขนาดนี้ไม่ขอเป็นแฟนไปเลยละะะ 😁😁 ต่อจากนี้ก็เดินหน้าจีบเต็มกำลังไปเลยนะะ อย่าปอดอีกก
ซึงฮุนคนของพี่เอง บอกไปเล้ย
ReplyDeleteกั๊กคนอื่นอีก โถ่เอ้ยยยยย